เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 กระจกใจกระจ่าง

บทที่ 9 กระจกใจกระจ่าง

บทที่ 9 กระจกใจกระจ่าง


บทที่ 9 กระจกใจกระจ่าง

"สี่เงื่อนไข มีแค่ข้อเดียวที่ยังทำไม่สำเร็จ... ก็จริงนะ ต่อให้เป็นจังหวะที่ดวงพุ่งปรี๊ด อาชีพลับพวกนี้ก็คงไม่โผล่มาเฉยๆ หรอก มันต้องเป็นเพราะข้าทำเงื่อนไขส่วนใหญ่สำเร็จแล้ว มันถึงได้โผล่มาให้เลือก"

ในขณะที่ความคิดแล่นปรู๊ดปร๊าด เจียงเสวียนก็พอจะเดาที่มาที่ไปของเงื่อนไขแต่ละข้อได้:

"ถ้าข้าเดาไม่ผิด เงื่อนไขข้อแรกน่าจะสำเร็จเพราะ 《เคล็ดวิชากระบี่ปราณเดียว》 ที่เพิ่งฝึกไป วิชานี้เน้นเรื่องการรวมใจเป็นหนึ่ง ซึ่งมันตรงกับสเปกพอดี"

"ข้อที่สอง ที่สำเร็จก็เพราะข้ามีวิญญาณสองดวงหลอมรวมกัน พลังจิตวิญญาณของข้าก็เลยแกร่งกว่าคนทั่วไปอยู่แล้ว"

"ส่วนเรื่องการรักษาสถานะจิตกระจ่าง ก็ต้องยกความดีความชอบให้เทวมนตร์สงบจิตที่คอยคุ้มครองจิตใจ..."

แค่กวาดตาดูเงื่อนไขคร่าวๆ เจียงเสวียนก็เข้าใจแล้วว่า อาชีพนี้มีรากฐานอยู่ที่การฝึกฝนจิตใจ และใช้กระบี่เป็นเครื่องมือ

แล้วเส้นทางการบำเพ็ญเพียร มันก็คือการขัดเกลาตัวเอง ขัดเกลาจิตใจ และค้นหาตัวตนที่แท้จริงอยู่แล้ว พอคิดได้แบบนี้ ตาชั่งในใจของเจียงเสวียนก็เริ่มเอนเอียงไปทาง 【ศิษย์กระบี่ใจกระจ่าง】 ทันที

และข้อสรุปสุดท้าย ก็ทำให้เขาตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาด

"ในเกม อีเวนต์นี้ถูกเรียกว่าเข้าใจมรรคาด้วยใจสื่อถึงกัน... ในเมื่อเป็นการบรรลุธรรม แถมยังช่วยลดเงื่อนไขหลักไปได้อีกหนึ่งข้อ... นี่มันไม่ใช่คำถามปรนัยให้เลือกกาแล้ว แต่มันคือวาสนาที่ฟ้าประทานมาให้ข้าชัดๆ!"

คิดได้ดังนั้น เจียงเสวียนก็ไม่ลังเลอีกต่อไป

"เอาล่ะ ศิษย์กระบี่ใจกระจ่าง นี่แหละ"

ทันทีที่เจียงเสวียนตัดสินใจเลือก ข้อความ 【ศิษย์กระบี่ใจกระจ่าง】 ก็ปรากฏขึ้นบนหน้าต่างอาชีพของเขาทันที

แต่การจะรับอาชีพได้นั้น ต้องทำเงื่อนไขทุกข้อให้ครบถ้วนเสียก่อน ซึ่งตอนนี้ ศิษย์กระบี่ใจกระจ่างยังขาดเงื่อนไขอีกหนึ่งข้อที่เขาทำไม่สำเร็จ

โชคดีที่มันเป็นอย่างที่เขาคาดไว้ อีเวนต์เข้าใจมรรคาด้วยใจสื่อถึงกันคือวาสนาของเขา ถ้าทำเงื่อนไขไม่ครบ มันก็จะทำให้เขาบรรลุธรรมเพื่อทำเงื่อนไขนั้นให้สำเร็จซะเลย

"วิ้ง!"

ในวินาทีที่ตราประทับอาชีพ 【ศิษย์กระบี่ใจกระจ่าง】 ประทับลงบนช่องอาชีพหลักของเจียงเสวียน การบรรลุธรรมอย่างกะทันหันก็บังเกิดขึ้นกับเขาทันที

"ครืน..."

ในสภาวะบรรลุธรรม เจียงเสวียนได้เข้าใจถึงแก่นแท้ของจิตใจ และทะลุปรุโปร่งถึงสัจธรรมแห่งการบำเพ็ญเพียร การบำเพ็ญเพียรต้องอาศัยความซื่อสัตย์ ซื่อสัตย์ต่อหัวใจ ซื่อสัตย์ต่อตัวเอง และซื่อสัตย์ต่อมรรคา

ไม่ใช่แค่เข้าใจหลักการเท่านั้น แต่พลังจากอีเวนต์นี้ยังช่วยยกระดับจิตใจของเขาให้ก้าวเข้าสู่สภาวะสุดพิเศษ

"ใจข้าเจตจำนงข้า กระจ่างใสดั่งกระจกเงา!"

ในขณะที่การบรรลุธรรมเริ่มต้นขึ้น เสียงแจ้งเตือนจากระบบเกมก็ดังก้องอยู่ในหัวเจียงเสวียนอย่างต่อเนื่อง

【เจ้าเข้าใจถึงความสำคัญของ 'ความซื่อสัตย์ต่อหัวใจ' จากอีเวนต์เข้าใจมรรคาด้วยใจสื่อถึงกัน จิตใจของเจ้าได้รับการยกระดับและเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม】

【ภารกิจรับอาชีพศิษย์กระบี่ใจกระจ่างข้อที่ 3 ของเจ้า สำเร็จแล้ว】

【เงื่อนไขการรับอาชีพทั้งสี่ข้อครบถ้วน เจ้ารับอาชีพหลัก ศิษย์กระบี่ใจกระจ่าง สำเร็จ】

ในชั่วพริบตาที่พิธีรับอาชีพเสร็จสมบูรณ์ พลังงานและข้อมูลอันลึกลับก็ไหลบ่าเข้าสู่ส่วนลึกในจิตใจของเจียงเสวียน

ภายใต้การชำระล้างของพลังสายนี้ ร่างกายและจิตใจของเจียงเสวียนก็เกิดความเปลี่ยนแปลง และแข็งแกร่งขึ้นในหลายๆ ด้าน

หากจะให้แปลเป็นภาษาเกม มันก็จะออกมาประมาณนี้:

【เจ้ารับอาชีพระดับล้ำค่าสีม่วง ศิษย์กระบี่ใจกระจ่าง สำเร็จ พลังจิตวิญญาณเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล】

【เจ้าปลดล็อกสกิลติดตัวอาชีพ: กระจกใจกระจ่าง (สำรวจตน), ใจ・ซื่อสัตย์ (กระบี่)】

【เจ้าเรียนรู้สกิลอาชีพ: กระบี่แห่งใจ (ขั้น 1 เริ่มต้น, 1/800)】

ความเปลี่ยนแปลงทั้งหมดของศิษย์กระบี่ใจกระจ่างล้วนเกิดขึ้นในระดับจิตวิญญาณ ทำให้แทบไม่มีคลื่นพลังเวทแผ่ออกมาจากตัวเจียงเสวียนเลย

แต่เมื่อรับอาชีพเสร็จ และได้ทำความเข้าใจถึงประโยชน์ทั้งหมดที่ได้รับจากอาชีพนี้ เจียงเสวียนก็กำหมัดแน่นด้วยความตื่นเต้น

เขารู้ซึ้งเลยว่า ตัวเองตัดสินใจไม่ผิดจริงๆ แถมยังกำไรบานเบอะ!

"สมกับเป็นอาชีพระดับล้ำค่าสีม่วง โคตรโกงเลย!"

ก็ไม่แปลกที่เจียงเสวียนจะตื่นเต้นขนาดนี้ เพราะประโยชน์ที่ได้จากศิษย์กระบี่ใจกระจ่างมันมหาศาลจริงๆ

อย่างแรกเลยก็คือ การที่พลังจิตวิญญาณเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล

นี่ไม่เพียงแต่ช่วยเสริมรากฐานการฝึกฝนของเขาให้แน่นปึ้ก แต่ยังมีประโยชน์ต่อการฝึกปราณในตอนนี้แบบหาอะไรมาแทนไม่ได้

การจะแปรเปลี่ยนปราณวิญญาณไร้เจ้าของให้กลายเป็นพลังเวทประจำตัว จริงๆ แล้วมีอยู่สามวิธี

วิธีแรกคือใช้ปราณเลือด ซึ่งก็คือที่มาของคำว่า กลั่นสารัตถะแปรเป็นปราณ

วิธีที่สองก็คือใช้พลังจิตวิญญาณของผู้บำเพ็ญเพียร พลังใจที่แข็งแกร่งก็สามารถแปรเปลี่ยนปราณวิญญาณให้เป็นพลังเวทได้เช่นกัน

แถมพลังจิตวิญญาณที่แข็งแกร่ง ยังมีประโยชน์ตอนร่ายเวทด้วย เวทมนตร์บนโลกนี้ ไม่ได้ใช้พลังเวทของผู้ร่ายทั้งหมดหรอกนะ ขืนทำแบบนั้นพลังเวทคงหมดเกลี้ยงพอดี

ส่วนใหญ่แล้ว ผู้บำเพ็ญเพียรจะใช้พลังเวทของตัวเองเป็นตัวนำร่อง แล้วดึงเอาปราณวิญญาณในธรรมชาติมาผสมโรงโจมตีศัตรู การทำแบบนี้ นอกจากจะประหยัดพลังเวทแล้ว อานุภาพของคาถายังรุนแรงขึ้นเป็นทวีคูณ

และพลังจิตวิญญาณนี่แหละ คือตัวกลางสำคัญในการดึงเอาปราณวิญญาณมาใช้ และยังเป็นเรดาร์ชั้นดีในการล็อกเป้าศัตรูอีกด้วย

พูดง่ายๆ ก็คือ ความสำคัญของจิตวิญญาณไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าพลังเวทเลย

เดิมทีพลังจิตวิญญาณของเจียงเสวียนก็อยู่ในระดับทะลวงจุดศูนย์กลางวิญญาณขั้นกลางอยู่แล้ว พอได้รับการอัปเกรดอีกรอบ เขาก็แทบจะทะลุไปถึงขั้นปลายแล้ว

"พลังจิตวิญญาณยกระดับขึ้นไปอีกขั้น ความเร็วในการแปรเปลี่ยนพลังเวทของข้าต้องพุ่งปรี๊ดขึ้นอีกแน่!"

นอกจากปราณเลือดและพลังจิตวิญญาณแล้ว วิธีที่สามที่จะช่วยเร่งความเร็วในการแปรเปลี่ยนปราณวิญญาณก็คือ "เจตจำนง"

ไม่ว่าจะเป็นเจตจำนงแห่งขุนเขาและสายน้ำ เจตจำนงกระบี่ กลิ่นอายแห่งเปลวเพลิง หรือวิถีแห่งสายลม... ขอแค่เข้าใจ ผู้บำเพ็ญเพียรก็จะสามารถเข้าถึงปราณวิญญาณธาตุนั้นๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

และเมื่อถึงตอนนั้น ไม่ใช่แค่ประสิทธิภาพในการแปรเปลี่ยนปราณวิญญาณจะพุ่งกระฉูด แต่ปราณวิญญาณชนิดเดียวกันในธรรมชาติ อาจจะพุ่งเข้ามารวมกันในร่างของผู้บำเพ็ญเพียรเองเลยด้วยซ้ำ

และไอ้ "เจตจำนง" นี่แหละ คือทางรอดเดียวที่จะช่วยให้ศิษย์ที่มีรากวิญญาณกากๆ ไร้เส้นสาย ไร้ตระกูลหนุนหลัง สามารถแซงหน้าคนอื่นได้

"แต่ 'เจตจำนง' และวิถีแห่งเต๋า มันเป็นสิ่งที่เข้าใจยากสุดๆ ผู้บำเพ็ญเพียรบางคนนั่งสมาธิจนแก่ตายก็ยังไม่เข้าใจ มันคือเส้นทางลัดที่สงวนไว้สำหรับอัจฉริยะผู้มีปัญญาเป็นเลิศเท่านั้น และนี่ก็คือเหตุผลหลักที่ในโลกผู้บำเพ็ญเพียร สติปัญญามักจะมีค่ามากกว่ารากวิญญาณ"

...

การที่พลังจิตวิญญาณเพิ่มขึ้นหลังจากรับอาชีพ ทำให้เจียงเสวียนมั่นใจว่า ต่อให้ประเมินแบบต่ำสุดๆ ประสิทธิภาพในการแปรเปลี่ยนพลังเวทของเขาก็ต้องเพิ่มขึ้นอย่างน้อยสามส่วน

และนั่นยังเป็นแค่รางวัลระดับเบสิกเท่านั้น

"เจตจำนงมันโหดมาก และการบรรลุธรรมจากอีเวนต์เข้าใจมรรคาด้วยใจสื่อถึงกันเมื่อกี้ ก็ถือว่าข้าได้เข้าใจเจตจำนงที่เกี่ยวกับจิตใจไปแล้วนิดหน่อย"

ต่างจากเจตจำนงรูปธรรมอย่าง ขุนเขา สายน้ำ ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ เปลวไฟ หรือแผ่นดิน เจตจำนงที่เกิดจากการยกระดับจิตใจ จะไม่ได้ช่วยเพิ่มความเข้ากันได้กับปราณวิญญาณในธรรมชาติ

แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเจตจำนงแห่งจิตใจจะอ่อนแอนะ ตรงกันข้าม มันคือของแรร์ไอเทมที่หายากสุดๆ เพราะสิ่งที่มันช่วยบัฟก็คือ สิ่งที่จับต้องไม่ได้และสำคัญที่สุดสำหรับผู้บำเพ็ญเพียร... นั่นก็คือ สติปัญญา!

สกิลติดตัว 【ใจ・ซื่อสัตย์ (กระบี่)】 ของศิษย์กระบี่ใจกระจ่าง ก็คือสกิลติดตัวสุดโกงที่เพิ่มความสามารถในการเรียนรู้แบบตรงๆ

【ใจ・ซื่อสัตย์ (กระบี่): เจ้าเข้าใจถึงหลักการของการซื่อสัตย์ต่อหัวใจ ซื่อสัตย์ต่อกระบี่ เมื่อเจ้าถือกระบี่บำเพ็ญเพียร หรือฝึกฝนกระบวนท่า เคล็ดวิชาที่เกี่ยวกับกระบี่ เจ้าจะเข้าสู่สภาวะจดจ่อขั้นสูงสุด】

ใครๆ ก็รู้ว่าการเรียนหนังสือ ถ้ามีสมาธิกับไม่มีสมาธิ ผลลัพธ์ที่ได้มันต่างกันราวฟ้ากับเหว

และตอนนี้ เจียงเสวียนที่เข้าใจหลักการของ ใจ・ซื่อสัตย์ แล้ว ขอแค่เขาถือกระบี่ฝึกฝน หรือศึกษาเคล็ดวิชา กระบวนท่าดาบ เขาก็จะสามารถเข้าสู่สภาวะจดจ่อขั้นสูงสุดได้ทันที

ในสภาวะนี้ เขาจะสามารถทำตามสุภาษิตที่ว่า "สองหูไม่สนเรื่องภายนอก ใจมุ่งมั่นแต่แก่นแท้กระบี่" ได้อย่างแท้จริง

ถึงแม้ในสภาวะนี้ เขาจะไม่มีสมาธิไปสนใจสิ่งรอบข้าง แต่ประสิทธิภาพในการฝึกฝนวิชากระบี่ของเขาจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า หรืออาจจะมากกว่านั้นด้วยซ้ำ!

"คำว่าสมาธิ มันคือเส้นแบ่งระหว่างคนธรรมดากับอัจฉริยะมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว"

แค่ความสามารถของ 【ใจ・ซื่อสัตย์ (กระบี่)】 อย่างเดียว ก็คุ้มค่าจนเจียงเสวียนยิ้มแก้มปริแล้ว

และ 【กระจกใจกระจ่าง (สำรวจตน)】 ที่ตามมา ก็ยิ่งทำให้เจียงเสวียนเซอร์ไพรส์หนักกว่าเดิมเข้าไปอีก

【กระจกใจกระจ่าง (สำรวจตน)】

【เลเวล: 1/3 (ค่าประสบการณ์ 1/3000)】

【ผลของสกิล: เจ้าสามารถใช้จิตใจเป็นดั่งกระจกเงา สะท้อนให้เห็นถึงข้อบกพร่องและจุดอ่อนทั้งหมดของพลังบำเพ็ญ ร่างกาย และจิตวิญญาณของตัวเองได้อย่างชัดเจน】

คำอธิบายสกิลดูเรียบง่าย แต่ประสิทธิภาพของมันสุดยอดมาก

สิ่งที่ยากที่สุดสำหรับมนุษย์เรา ก็คือการยอมรับความจริง และมองเห็นจุดอ่อนหรือข้อบกพร่องของตัวเองนี่แหละ

แต่กระจกใจกระจ่าง กลับสามารถสะท้อนสิ่งเหล่านี้ให้เขาเห็นได้อย่างชัดเจนทุกซอกทุกมุม

ที่ทำให้เจียงเสวียนดีใจยิ่งกว่าก็คือ สกิลนี้ มันมีประโยชน์มหาศาลต่อการเปิดจุดชีพจรของเขาในตอนนี้สุดๆ!

ประโยชน์ที่ว่า ไม่ใช่แค่หาเจอเร็ว แต่มันยังหาเจอ... ครบทุกจุดด้วย!

พอคิดมาถึงตรงนี้ ข้อมูลจากคัมภีร์ที่เขาเคยท่องจำไว้ก็ผุดขึ้นมาในหัว

"ร่างกายมนุษย์มีจุดชีพจรทั้งหมดสามร้อยหกสิบจุด ช่วงแรกๆ จุดชีพจรในร่างกายมันก็หาง่ายอยู่หรอก แต่พอเปิดไปเรื่อยๆ ไอ้พวกจุดชีพจรที่ 'ซ่อน' อยู่ มันก็จะยิ่งหายากขึ้นเรื่อยๆ"

"และระดับความยากมันไม่ได้เพิ่มขึ้นทีละนิดนะ แต่มันเพิ่มเป็นเท่าตัว"

"ด้วยเหตุนี้ พวกที่เปิดจุดชีพจรครบและฝึกจนสมบูรณ์แบบได้ ถึงมีอยู่น้อยนิด"

"ผู้บำเพ็ญเพียรส่วนใหญ่ พอเปิดได้ร้อยแปดสิบจุด ก็พากันถอดใจ แล้วเปลี่ยนไปเตรียมตัวสร้างรากฐานกันหมดแล้ว"

"และเพราะเปิดจุดชีพจรได้น้อย ร่างกายไม่สมบูรณ์ โอกาสในการสร้างรากฐานสำเร็จของคนส่วนใหญ่ก็เลยไม่ค่อยสูง ต่อให้มียาสร้างฐานช่วย โอกาสสำเร็จก็ยังไม่ถึงสามส่วนเลย"

"แต่ข้ามีกระจกใจกระจ่างคอยสะท้อนให้เห็นทุกซอกทุกมุม จำนวนจุดชีพจรที่ข้าจะเปิดได้ ต้องทะลุร้อยแปดสิบจุดแน่นอน!"

...

นอกจากสกิลติดตัวสองสกิลแล้ว เจียงเสวียนยังได้สกิลโจมตีมาอีกหนึ่งสกิล นั่นก็คือ กระบี่แห่งใจ

สกิลนี้สามารถเปลี่ยนพลังจิตวิญญาณของเจียงเสวียนให้กลายเป็นกระบี่แห่งใจที่ไร้รูปร่าง

กระบี่นี้สามารถพุ่งโจมตีวิญญาณของศัตรูได้โดยตรง แถมยังสามารถเคลือบลงบนกระบี่บินหรือปราณกระบี่ เพื่อบัฟความแรงและความเร็วในการฟันให้พุ่งปรี๊ดได้อีกด้วย

ฟันวิญญาณ นี่มันกระบี่ฟันผีชัดๆ!

ถ้าพูดถึงสรรพคุณ สกิลนี้ถือว่าโคตรโกง แต่สำหรับเจียงเสวียนในตอนนี้ สกิลสายโจมตีเพียวๆ มันสำคัญสู้ 【ใจ・ซื่อสัตย์ (กระบี่)】 กับ 【กระจกใจกระจ่าง】 ที่ช่วยเพิ่มสปีดการบำเพ็ญเพียรไม่ได้เลยสักนิด

ดังนั้น หลังจากกวาดตาอ่านคำอธิบายสกิลคร่าวๆ เจียงเสวียนก็พับมันเก็บไว้ก่อน

...

การรับอาชีพ 【ศิษย์กระบี่ใจกระจ่าง】 และทำความเข้าใจประโยชน์ของแต่ละสกิลจนทะลุปรุโปร่ง กินเวลาของเจียงเสวียนไปไม่น้อย

เมื่อทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง เจียงเสวียนก็ไม่อยากเสียเวลาอีกแม้แต่วินาทีเดียว เขาเตรียมตัวจะเริ่มฝึกฝนต่อทันที

สำหรับเจียงเสวียนในตอนนี้ การกอดกระบี่ฝึกฝนคือวิธีที่จะทำให้ประสิทธิภาพพุ่งสูงสุด เพราะมันจะไปกระตุ้นสกิลติดตัว 【ใจ・ซื่อสัตย์ (กระบี่)】 ให้ทำงาน

แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่า ตอนที่ออกมา เจียงเสวียนไม่ได้คาดคิดเลยว่าตัวเองจะได้อาชีพลับอย่างศิษย์กระบี่ใจกระจ่าง และได้สกิลแบบนี้มาครอบครอง

พอไม่มีอุปกรณ์คู่กาย เจียงเสวียนก็เลยต้องพับแผนนี้เก็บไปก่อนชั่วคราว

"ลองเทสต์กระจกใจกระจ่างดูก่อนแล้วกัน"

"แกรก..."

หลังจากทำพิธีชำระกาย ชำระมือ และชำระวาจาเสร็จ เจียงเสวียนก็นั่งขัดสมาธิลงบนเบาะรอง และเริ่มการฝึกฝนครั้งแรกหลังจากเปลี่ยนอาชีพใหม่

"วิ้ง..."

แค่เริ่มเดินลมปราณ เจียงเสวียนก็สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่หน้ามือเป็นหลังมือ

เมื่อก่อน ถึงเจียงเสวียนจะสามารถมองเห็นภายในร่างกายได้ แต่เพราะพลังจิตวิญญาณยังอ่อนแอ ภาพที่เห็นก็เลยเบลอๆ มัวๆ แถมเวลาบังคับปราณวิญญาณให้ไหลเวียนตามเส้นลมปราณ ส่วนใหญ่ก็ต้องอาศัยสัญชาตญาณล้วนๆ

แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมแล้ว ทันทีที่หลับตาลง เจียงเสวียนก็รู้สึกเหมือนมีแสงสว่างวาบขึ้นในหัว กระจกวิเศษที่ใสปิ๊งราวกับผิวน้ำที่นิ่งสนิท และสว่างไสวราวกับแสงจันทร์ ค่อยๆ ปรากฏขึ้นจากส่วนลึกในจิตสำนึกของเขา

พื้นผิวกระจกที่ไร้รอยขีดข่วน สะท้อนภาพเส้นลมปราณหลักทั้งสิบสอง และเส้นลมปราณพิเศษทั้งแปดในร่างกายของเจียงเสวียนออกมาอย่างชัดเจนทุกกระเบียดนิ้ว เขาสามารถมองเห็นแม้กระทั่งทิศทางการไหลเวียนของปราณวิญญาณในเส้นลมปราณ รวมถึงเศษเสี้ยวปราณวิญญาณที่รั่วไหลออกมาระหว่างทางได้อย่างทะลุปรุโปร่ง

การมองเห็นทุกอย่างได้อย่างชัดเจน ทำให้เจียงเสวียนสามารถปรับแต่งรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ได้อย่างแม่นยำ

"ตรงนี้ไม่ถูก เส้นลมปราณช่วงนี้มันคดเคี้ยว ต้องลดความเร็วปราณวิญญาณลง จะได้ไม่ไปกระแทกผนังเส้นลมปราณจนเสียของเปล่าๆ..."

"เส้นลมปราณช่วงนี้ตรงดิ่งโล่งโจ้ง เร่งความเร็วได้เลย จะได้ประหยัดเวลา..."

"อืม ตรงนี้คือหัวใจ ศูนย์กลางปราณเลือดของข้า ประสิทธิภาพการแปรเปลี่ยนปราณวิญญาณตรงนี้สูงที่สุด... ตรงนี้ต้องช้าให้มากที่สุด ห้ามรีบเด็ดขาด..."

ตอนที่ไม่มีกระจกใจกระจ่างคอยฉายภาพรวม เจียงเสวียนทำได้แค่บังคับปราณวิญญาณให้ไหลเวียนด้วยความเร็วคงที่ตลอดเส้นทาง

แต่ตอนนี้พอมีกระจกใจกระจ่าง เขาก็รู้แล้วว่า การแปรเปลี่ยนปราณวิญญาณมันไม่เหมือนกับการร่ายเวท

อย่างหลัง ยิ่งปล่อยได้เร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี แต่หัวใจสำคัญของการบำเพ็ญเพียรคือการใช้ปราณเลือดแทรกซึม และใช้จิตวิญญาณแปรเปลี่ยน ดังนั้น จะมารีบร้อนไม่ได้เด็ดขาด บางจุดสำคัญๆ ต้องเน้นช้าเข้าไว้ ยิ่งช้ายิ่งดี

ในขณะเดียวกัน กระจกใจกระจ่างยังบอกเจียงเสวียนด้วยว่า ควรใช้ปราณเลือดปริมาณเท่าไหร่ ถึงจะคุ้มค่าที่สุด

"เมื่อก่อน ข้าเล่นสาดปราณเลือดใส่ปราณวิญญาณแบบไม่ยั้ง วิธีหยาบๆ แบบนั้น ทำให้ปราณเลือดของข้าสูญเปล่าไปเกือบครึ่ง"

"ตอนนี้ข้าใช้ปริมาณปราณเลือดให้พอดีกับปราณวิญญาณแต่ละส่วน การทำแบบละเอียดละออแบบนี้ ช่วยลดการสูญเสียปราณเลือดไปได้อย่างน้อยครึ่งหนึ่ง ซึ่งมันก็ทำให้ข้าสามารถบำเพ็ญเพียรได้นานขึ้นเกือบเท่าตัวเลยทีเดียว"

ความเข้าใจในแก่นแท้ของ 'การกลั่นสารัตถะแปรเป็นปราณ' รวมถึงการควบคุมความเร็วในการเดินลมปราณให้เหมาะสม แค่สองอย่างนี้ ก็ทำให้ประสิทธิภาพการฝึกฝนของเจียงเสวียนก้าวกระโดดขึ้นอย่างมหาศาลแล้ว

ตอนนี้ เขาแค่บังคับปราณวิญญาณให้ไหลเวียนในร่างกายแค่สามรอบ ก็สามารถเปลี่ยนพวกมันให้เป็นพลังเวทของตัวเองได้แล้ว

แถมในกระบวนการนี้ การควบคุมอย่างแม่นยำยังช่วยลดการสูญเสียปราณเลือด ทำให้เจียงเสวียนใช้เวลาฝึกฝนได้นานขึ้นเกือบเท่าตัว

ผลลัพธ์สุดท้ายก็คือ เมื่อการฝึกฝนของเจียงเสวียนสิ้นสุดลง เขาสามารถเปิดจุดชีพจรได้ถึงสามจุดรวด!

"ตอนเช้าเปิดได้สามจุด ตอนบ่ายอีกสามจุด วันนึงรวมเป็นหกจุด... ถ้าข้ารับอาชีพศิษย์กระบี่ใจกระจ่างตั้งแต่วันแรกที่เข้าสำนักศึกษา ข้าคงมีลุ้นคว้าผลประเมินระดับดีเลิศของชั้นเรียนสืบมรรคาไปแล้ว!"

ทันทีที่คำนวณผลลัพธ์ออกมาได้ หัวใจของเจียงเสวียนก็เต้นระรัว เขาตื่นเต้นมาก แต่ก็... แอบเสียดายอยู่ลึกๆ

"น่าเสียดาย ตอนนี้มันไม่ใช่วันแรกแล้ว แต่มันคือวันที่สี่ ข้าเหลือเวลาอีกแค่สามวันก็จะหมดเขตการประเมินระดับดีเลิศแล้ว"

"สามวัน ต้องเปิดและหล่อเลี้ยงจุดชีพจรอีกเกือบสามสิบจุด ข้าไม่มีทางทำได้หรอก"

การที่มีโอกาสปีนขึ้นไปถึงจุดสูงสุดแท้ๆ แต่ดันพลาดช่วงเวลาที่ดีที่สุดไป ความรู้สึกเสียดายแบบนี้แหละที่มันกัดกินหัวใจ และทำให้เจ็บใจที่สุด

แต่โชคดีที่เจียงเสวียนเป็นคนจิตใจเข้มแข็งอยู่แล้ว แถมยังมีเทวมนตร์สงบจิตคอยประคองสติ ทั้งสองอย่างช่วยเสริมซึ่งกันและกัน ทำให้เขาใช้เวลาแค่สูดลมหายใจลึกๆ ไม่กี่ครั้ง ความเจ็บใจและความเสียดายก็ปลิวหายไปจนหมดเกลี้ยง

ทว่าเมื่ออารมณ์ด้านลบสลายไป ประกายแสงในดวงตาของเจียงเสวียนกลับยิ่งเจิดจ้าขึ้น

"สามวัน กับจุดชีพจรเกือบสามสิบจุด มันยากก็จริง แต่ก็ไม่ใช่ว่าข้าจะหมดหวังซะทีเดียว!"

โดยเฉพาะเหตุการณ์บางอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างการบำเพ็ญเพียรเมื่อครู่ ยิ่งเป็นตัวจุดประกายความหวังในใจของเจียงเสวียนให้ลุกโชนขึ้นมา

การฝึกฝนหลายชั่วยามในช่วงเย็น ช่วยให้เขาเปิดจุดชีพจรได้สามจุด ซึ่งในระหว่างนั้น เขาก็ต้องมีขั้นตอนการเพ่งหาจุดชีพจรด้วย

เพราะจุดชีพจรของผู้บำเพ็ญเพียรอยู่กึ่งกลางระหว่างวิญญาณกับร่างกาย มีสถานะก้ำกึ่งระหว่างความจริงกับภาพลวงตา

นั่นทำให้เมื่อก่อน เวลาเจียงเสวียนอยากจะหาจุดชีพจรให้เจอสักจุด เขาต้องใช้พลังใจอย่างหนัก และต้องเพ่งกระแสจิตอยู่อย่างน้อยหนึ่งก้านธูป ถึงจะมองเห็นแสงริบหรี่ของจุดชีพจร ท่ามกลางไอขุ่นมัวที่ปกคลุมอยู่ทั่วร่างกายได้

แต่ตอนนี้ มีเทวมนตร์สงบจิตคอยประคองสติ บวกกับกระจกใจกระจ่างที่ส่องทะลุถึงแก่นแท้ เพียงแค่เขาเพ่งกระแสจิตแวบเดียว เขาก็มองเห็นจุดแสงสว่างวาบขึ้นมาเป็นสิบๆ จุดแล้ว!

นั่นหมายความว่า แค่เพ่งจิตครั้งเดียว เขาก็หาจุดชีพจรที่ซ่อนอยู่เจอถึงสิบเอ็ดจุด!

"ด้วยกระจกใจกระจ่างและเทวมนตร์สงบจิต สำหรับข้าในตอนนี้ การหาจุดชีพจรไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป สิ่งที่ยากคือการอัดพลังเวทเข้าไป เพื่อดึงมันออกจากความว่างเปล่าให้กลายเป็นรูปเป็นร่างต่างหาก"

"แต่การแปรเปลี่ยนพลังเวทน่ะ มันมีทางลัดอยู่แล้วนี่นา"

"ยาเม็ดไงล่ะ ขอแค่มียาเม็ดมากพอ ต่อให้เหลือเวลาแค่สามวัน ข้าก็จะเปิดจุดชีพจรให้ครบสามสิบหกจุด แล้วพุ่งทะยานเข้าสู่ชั้นเรียนสืบมรรคาด้วยผลประเมินระดับดีเลิศให้จงได้!"

จบบทที่ บทที่ 9 กระจกใจกระจ่าง

คัดลอกลิงก์แล้ว