- หน้าแรก
- ฉันก็แค่ช่างตีเหล็ก ไม่ใช่บอสทำลายล้างโลกสักหน่อย
- บทที่ 23 ขวานศึกต้องอัสนีและใบสั่งซื้ออันบ้าคลั่ง
บทที่ 23 ขวานศึกต้องอัสนีและใบสั่งซื้ออันบ้าคลั่ง
บทที่ 23 ขวานศึกต้องอัสนีและใบสั่งซื้ออันบ้าคลั่ง
บทที่ 23 ขวานศึกต้องอัสนีและใบสั่งซื้ออันบ้าคลั่ง
ภายในห้องตีเหล็ก ไฟในเตาหลอมลุกโชนส่งเสียงคำราม
หลินเฟิงวางไม้ต้องอัสนีลงบนโต๊ะทำงาน แต่เขายังไม่ได้เริ่มลงมือในทันที
เขาหลับตาลง พลางทบทวนวิธีการจัดการกับวัตถุดิบธาตุสายฟ้าจากความรู้เกี่ยวกับวัตถุดิบขั้นพื้นฐาน
ไม้ต้องอัสนีแฝงไปด้วยพลังงานสายฟ้าอันบ้าคลั่งอยู่ภายใน
หากจัดการอย่างไม่ถูกวิธี พลังงานนั้นอาจจะสลายไปจนทำให้วัตถุดิบเสียหาย หรือไม่มันก็อาจจะระเบิดออกมาจนทำให้เตาหลอมพังพินาศได้เลยทีเดียว
"ต้องใช้ความร้อนต่ำเพื่อให้มันอ่อนตัวลงก่อน จากนั้นจึงค่อย ๆ เพิ่มอุณหภูมิขึ้น..."
หลินเฟิงลืมตาขึ้น สายตาของเขามั่นคงเด็ดเดี่ยว
เขาไม่ได้เร่งรีบทำความเร็วเหมือนเช่นทุกครั้ง แต่กลับใช้ความอดทนอย่างถึงที่สุดแทน
ขั้นแรก เขาตรวจสอบโดยการวางไม้ต้องอัสนีไว้ที่ขอบเตาหลอม ค่อย ๆ ย่างมันด้วยไฟอ่อนอย่างช้า ๆ
ในขณะเดียวกัน เขาก็หยิบวัตถุดิบเสริมออกมาสองสามอย่าง ผงผลึกสะกดพลัง และเส้นเงินนำพลังงาน
ของพวกนี้เตรียมไว้ตั้งแต่ตอนที่ปู่เจ้าสอนวิธีจัดการกับวัตถุดิบพิเศษให้แก่เขา คิดไม่ถึงเลยว่าจะได้นำมาใช้ในวันนี้
สิบนาทีต่อมา พื้นผิวของไม้ต้องอัสนีก็เริ่มอ่อนตัวลง เปลือกไม้ที่ไหม้เกรียมลอกล่อนออก เผยให้เห็นเนื้อไม้สีม่วงอ่อนที่อยู่ด้านล่าง
กระแสไฟฟ้าเส้นเล็ก ๆ วิ่งพล่านไปมาบนพื้นผิวไม้
หลินเฟิงใช้คีมเหล็กคีบไม้ต้องอัสนีออกมาวางลงบนทั่งตีเหล็ก
จากนั้น เขาก็หยิบค้อนกระดูกแสงจันทร์ที่เพิ่งจะตีเสร็จขึ้นมา
คุณภาพสีฟ้า พลังโจมตี +28 แฝงไปด้วยพลังแห่งแสงจันทร์
มันให้ความรู้สึกที่ถนัดมือมากกว่าค้อนศึกคุณภาพสีเขียวอันก่อนหน้านี้มาก
"เริ่มล่ะนะ"
เขาสูดหายใจเข้าลึก ๆ พลางโคจรพลังเวทมนตร์ของตนเอง
การลงค้อนครั้งแรก เขาผสานพลังเวทมนตร์ลงไปเพียง 5 แต้มเท่านั้น
หัวค้อนทอประกายแสงสีฟ้าจาง ๆ ยามเมื่อมันสัมผัสกับกระแสไฟฟ้าบนพื้นผิวของไม้ต้องอัสนี เสียงเปรี๊ยะ ๆ ก็ระเบิดดังขึ้นมา
เคร้ง!
"จากการเหวี่ยงค้อนตีเหล็ก ได้รับแต้มคุณสมบัติอิสระ 3 แต้ม"
ในขณะที่กำลังทุบอยู่นั้น มือซ้ายของหลินเฟิงก็ไม่ได้ว่างเว้นเช่นกัน
เขาใช้แปรงขนาดเล็กที่ทำขึ้นเป็นพิเศษ ค่อย ๆ ทาผงผลึกสะกดพลังลงบนพื้นผิวของไม้ต้องอัสนีอย่างสม่ำเสมอ
ผงผลึกละลายในทันทีที่สัมผัสกับกระแสไฟฟ้า กลายเป็นแผ่นฟิล์มป้องกันที่โปร่งใส
สิ่งนี้ช่วยยับยั้งการสลายตัวของพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
"วิธีนี้ใช้ได้ผลแฮะ"
หลินเฟิงรู้สึกโล่งอกในใจและเริ่มลงมือทุบต่อไป
การลงค้อนครั้งที่สองผสานพลังเวทมนตร์ลงไป 8 แต้ม
การลงค้อนครั้งที่สาม 10 แต้ม
...
เขาจมดิ่งเข้าสู่การตีเหล็กอย่างสมบูรณ์
สมาธิอันยอดเยี่ยมที่ได้จากค่าจิตวิญญาณ 80 แต้ม ช่วยให้เขาสามารถรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงอันละเอียดอ่อนของพลังงานภายในไม้ต้องอัสนีได้อย่างแม่นยำ
และการควบคุมอันละเอียดอ่อนจากค่าปัญญา 80 แต้ม ก็ช่วยรับประกันได้ว่าจุดตกกระทบ แรง และมุมของการลงค้อนในแต่ละครั้งจะไร้ซึ่งข้อบกพร่อง
เวลาผ่านไปทีละนาที
ที่ด้านนอกห้องตีเหล็ก ฝูงชนค่อย ๆ เงียบเสียงลง
ทุกคนต่างพากันชะเง้อคอ จ้องมองตรงไปที่ประตูที่ปิดสนิท
"นี่ก็ผ่านไปเกือบชั่วโมงแล้วนะ..."
ชายแก่ฟันหลอบ่นพึมพำเบา ๆ "หรือว่าจะล้มเหลวไปแล้ว?"
"ล้มเหลวก็เป็นเรื่องธรรมดานี่"
หญิงชราอีกคนเบ้ปาก "ไม้ต้องอัสนีมันเป็นวัตถุดิบแบบนั้น เด็กใหม่จะไปจัดการมันได้ยังไง"
"ตาแก่เจ้าคงต้องชดใช้ค่าวัตถุดิบสองเท่าแล้วล่ะคราวนี้"
"ชดใช้แล้วยังไงล่ะ ทรัพย์สินที่เขาหามาได้จากสมรภูมิหมื่นโลกน่ะ มันหนาเตอะจะตายไป"
เสียงสนทนาพึมพำดังขึ้นมาเบา ๆ
จางเหมิ่งและคนอื่น ๆ เองก็เริ่มรู้สึกเคร่งเครียดขึ้นมาเช่นกัน
ไม้ต้องอัสนีท่อนนั้นเป็นของที่ทีมของพวกเขาต้องใช้ความพยายามอย่างมากกว่จะได้มันมา
หากมันต้องมาพังพินาศไปจริง ๆ แม้ว่าปู่เจ้าจะบอกว่าจะชดใช้ให้สองเท่า แต่ของประเภทนี้ต่อให้มีเงินก็ใช่ว่าจะหาซื้อได้ง่าย ๆ ในท้องตลาด
"พวกเรามารอกันอีกสักหน่อยเถอะ"
หวังหมิงดันแว่นตาของตนเองขึ้น น้ำเสียงของเขายังคงราบเรียบ "ฉันเชื่อในตัวหลินเฟิง"
"เพราะอะไรล่ะ"
หลี่เฮ่าหันมามองเขา
"สัญชาตญาณน่ะ"
หวังหมิงกล่าวเรียบ ๆ "คนทีสามารถล่าราชาหมาป่าระดับเจ้าแห่งอาณาเขตได้ด้วยตัวคนเดียว ไม่จำเป็นต้องมาพูดโกหกเกี่ยวกับเรื่องแบบนี้หรอก"
จางเหมิ่งกัดฟันกรอด "พับผ่าสิ ฉันก็เชื่อเขาเหมือนกัน!"
...
ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงครึ่ง
ในที่สุด ประตูห้องตีเหล็กก็เปิดออก
หลินเฟิงเดินออกมาด้านนอก
ชุดทำงานของเขาเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ใบหน้าเปรอะเปื้อนคราบฝุ่นถ่านหิน
ในมือของเขาถือขวานศึกเล่มหนึ่งมาด้วย
หัวขวานเป็นสีม่วงอ่อนทั้งหมด คมขวานทอประกายเย็นเยียบ ลวดลายสายฟ้าประดับอยู่บนตัวขวาน และยังคงมองเห็นกระแสไฟฟ้าจาง ๆ วิ่งพล่านไปมาอยู่อย่างเด่นชัด
ขวานทั้งเล่มแผ่กลิ่นอายอันดุดันออกมา
"เสร็จเรียบร้อยแล้วครับ"
หลินเฟิงยื่นขวานศึกส่งให้จางเหมิ่ง น้ำเสียงของเขาดูเหนื่อยล้าอยู่บ้าง "ลองดูสิครับ"
จางเหมิ่งรับขวานศึกไป มันมีน้ำหนักที่ค่อนข้างหน่วงมือทีเดียว
รีบตรวจสอบคุณสมบัติของมันด้วยความกระตือรือร้น
ขวานศึกต้องอัสนี (คุณภาพสีฟ้า)
พลังโจมตี: +45
พละกำลัง: +4
คุณลักษณะ 1: มีความผูกพันกับสายฟ้า (การโจมตีจะเพิ่มความเสียหายสายฟ้า +8)
คุณลักษณะ 2: เหน็บชา (เมื่อโจมตีโดน มีโอกาส 2% ที่จะทำให้เป้าหมายเกิดอาการเหน็บชาเป็นเวลา 1 วินาที)
คุณลักษณะ 3: ทุบหนัก (มีโอกาส 25% ที่จะสร้างความเสียหายสองเท่าเมื่อทำการโจมตี)
ทักษะ: อัสนีบาตฟาดฟัน (ใช้พลังเวทมนตร์ 20 แต้ม การโจมตีครั้งต่อไปจะเพิ่มความเสียหายสายฟ้า +300 และมีโอกาส 50% ที่จะทำให้เป้าหมายเกิดอาการเหน็บชาเป็นเวลา 3 วินาที ระยะเวลาพักทักษะ: 60 วินาที)
ความทนทาน: 50/500
คำอธิบาย: ขวานศึกสองมือที่ตีขึ้นมาจากไม้ต้องอัสนี ภายในแฝงไปด้วยพลังแห่งอัสนีบาตอันบ้าคลั่ง
เงียบกริบ
บรรยากาศรอบข้างเงียบสงัดราวกับป่าช้า
ทุกคนต่างพากันจ้องมองไปที่ขวานศึก จ้องมองไปที่คุณสมบัติอันน่าสะพรึงกลัวของมัน
พลังโจมตี +45!
พละกำลัง +4!
สามคุณลักษณะพิเศษ!
หนึ่งทักษะ!
นี่มันคือคุณภาพสีฟ้าจริง ๆ เหรอเนี่ย?
ถ้าบอกว่าเป็นคุณภาพสีม่วงคนก็เชื่อนะ!
"นี่... นายเป็นคนตีมันขึ้นมาเองจริง ๆ เหรอ?"
น้ำเสียงของจางเหมิ่งสั่นเครือ ดวงตาของเขาเบิกกว้าง
"ครับ"
หลินเฟิงพยักหน้ารับ พลางหยิบไม้ต้องอัสนีอีกครึ่งท่อนที่เหลือออกมาจากอกเสื้อ "ใช้วัตถุดิบไปไม่หมดครับ นี่ส่วนที่เหลือคืนให้ครับ"
จางเหมิ่งไม่ได้ยื่นมือมารับคืนไป
เขาจ้องมองขวานศึกตาไม่กระพริบ จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองหลินเฟิงในทันใด
ทันใดนั้น เขาก็ระเบิดเสียงหัวเราะลั่นออกมา
"ฮ่า ๆ ๆ ๆ! ดี! ดี! ดีมาก!"
เอ่ยคำว่าดีติดต่อกันถึงสามครั้ง
"พี่หลิน! นับจากนี้เป็นต้นไป พี่คือพี่น้องร่วมสาบานของฉัน!"
เขาตบไหล่หลินเฟิงอย่างแรง จนทำให้หลินเฟิงถึงกับเซไปเล็กน้อย
"ฉันชอบขวานเล่มนี้มากเหลือเกิน!"
"วัตถุดิบส่วนที่เหลือนั่น ฉันยกให้พี่เลย!"
"ถือว่าเป็น... สิ่งตอบแทนมิตรภาพของพวกเราแล้วกัน!"
หลินเฟิงถึงกับอึ้งไป "เรื่องนี้..."
"ไม่มีเรื่องนี้เรื่องนั้นหรอกน่า!"
จางเหมิ่งโบกมือใหญ่ของเขาไปมา "ฉันบอกว่ายกให้ก็คือยกให้!"
หันไปมองกลุ่มคนชราที่ยังคงยืนทึ่มทื่ออยู่ น้ำเสียงของเขาดังสนั่นขึ้นมา:
"เอาล่ะ! ตอนนี้ใครยังไม่เชื่ออีกบ้าง?!"
ไม่มีใครเอ่ยปากพูดอะไรออกมาเลยสักคน
คนชราทุกคนต่างพากันอ้าปากค้าง มองดูหลินเฟิงราวกับว่าเขาเป็นสัตว์ประหลาด
กล้องยาสูบของชายแก่ฟันหลอร่วงหลุดจากมือตกลงสู่พื้นดิน
หญิงชราเอามือขยี้ตาตัวเอง เพราะคิดว่าสายตาของตนเองฝ้าฟางไป
"จริง ๆ... เขาเป็นคนตีมันขึ้นมาเองจริง ๆ เหรอ?"
"เวลาแค่ชั่วโมงครึ่ง... สามารถตีผลงานชั้นเลิศคุณภาพสีฟ้าออกมาได้งั้นเหรอ?"
"เขาใช่คนอยู่หรือเปล่าเนี่ย?"
ความตกตะลึง
ความไม่ยากจะเชื่อสายตา
ทว่าความจริงกลับวางอยู่ตรงหน้าของพวกเขาแล้ว ทำให้ไม่มีพื้นที่สำหรับความเคลือบแคลงสงสัยอีกต่อไป
"ตาแก่เจ้า..."
ชายแก่ฟันหลอมองไปที่ปู่เจ้า ริมฝีปากของเขาสั่นระริก "แก... แกไปขุดพบสมบัติชิ้นนี้มาจากที่ไหนกัน?"
ปู่เจ้าแค่นเสียงเหอะ ดวงตาข้างเดียวของเขาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ
"สายตาของข้าเคยพลาดมารึไง?"
เขาเว้นจังหวะไปครู่หนึ่งก่อนจะเสริมว่า "เอาล่ะ ตอนนี้ยังมีใครคิดว่าข้าพูดจาโอ้อวดเกินจริงอีกไหม?"
ไม่มีใครกล้าตอบคำถามนั้นเลยสักคน
คนที่เคยแสดงความเคลือบแคลงสงสัยอย่างรุนแรงที่สุดก่อนหน้านี้ ในตอนนี้ต่างพากันอยากจะมุดแผ่นดินหนีไปให้พ้น ๆ
"หลิน... พ่อหนุ่มหลิน"
ชายแก่ฟันหลอเอามือถูไปมา พลางเดินเข้ามาหาหลินเฟิงด้วยรอยยิ้มแป้น "คือว่า... ฉันเองก็มีวัตถุดิบอยู่ชิ้นหนึ่งเหมือนกัน ไม่ทราบว่าพอจะ..."
"ไปต่อแถวเลยไป!"
จางเหมิ่งผลักเขาออกไปพลางถลึงตาใส่ "ไม่เห็นรึไงว่าพวกฉันรอกันอยู่ตั้งเยอะแยะ?"
เขาหันมาหาหลินเฟิง น้ำเสียงแปรเปลี่ยนเป็นสุภาพอ่อนน้อมในทันที:
"พี่หลิน พี่คิดว่า... พอจะช่วยตีของให้พวกเราอีกสักสองสามชิ้นได้ไหมครับ?"
"ใช่ ๆ ๆ ครับ!"
หลี่เฮ่ารีบก้าวเข้ามาผสมโรง "ผมมีหินลายวายุอยู่ชิ้นหนึ่ง อยากจะตีมีดสั้นครับ"
"ผมมีแร่ผลึกน้ำแข็ง อยากได้โล่ครับ"
"ผมมี..."
สมาชิกของทีมระดับแนวหน้าต่างพากันรุมล้อมเข้ามาในทันที
เสียงเซ็งแซ่ดังขึ้นมา ทุกคนต่างพากันแย่งชิงเพื่อที่จะได้เป็นคนแรก
หลิวหรูฉินเป็นคนที่ตอบสนองได้รวดเร็วที่สุด
เธอหยิบสมุดลงทะเบียนและปากกาออกมาจากเคาน์เตอร์ทันที พลางประกาศเสียงดัง:
"ทุกท่านคะ! กรุณาเข้าแถวเพื่อลงทะเบียนด้วยค่ะ!"
"ช่วยเขียนชื่อวัตถุดิบ ประเภทของอุปกรณ์ที่ต้องการจะตี และข้อกำหนดพิเศษอื่น ๆ ลงไปด้วยนะคะ!"
"พวกเราจะจัดลำดับการตีเหล็กตามคิวค่ะ!"
"จะมีการเก็บเงินมัดจำ 3% ของมูลค่าวัตถุดิบนะคะ หากการตีเหล็กล้มเหลวจะคืนเงินให้เต็มจำนวนค่ะ!"
เธอพูดอย่างรวดเร็วและมีการจัดระเบียบที่ชัดเจน
เธอแสดงทักษะความสามารถระดับมืออาชีพที่เคยเรียนรู้มาจากหอหมื่นสมบัติออกมาได้อย่างเต็มที่
สมาชิกของทีมระดับแนวหน้าต่างพากันอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วย
"ตกลง! เข้าแถวกันเถอะ!"
"ฉันมาก่อนนะเว้ย!"
"เหลวไหล! เห็น ๆ อยู่ว่าฉันมาก่อน!"
ฝูงชนเบียดเสียดกันอยู่หน้าระเบียงเคาน์เตอร์ ส่งเสียงดังเอะอะโวยวาย
ทว่าหลิวหรูฉินกลับไม่ได้มีทีท่าตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย
เธอยังคงรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยด้วยรอยยิ้ม ค่อย ๆ ลงทะเบียนให้ทีละคน และเก็บเงินมัดจำทีละคน
ท่าทางของเธอช่างคล่องแคล่วและดูสุขุมเยือกเย็นเป็นอย่างยิ่ง
หลินเฟิงยืนอยู่ทางด้านข้างพลางเฝ้ามองดูเหตุการณ์นี้ รู้สึกสบายใจขึ้นมาก
การมีพนักงานขายระดับมืออาชีพอยู่ที่นี่ ร้านตีเหล็กแห่งนี้... มั่นคงแล้วล่ะ
...
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
การลงทะเบียนในที่สุดก็เสร็จสิ้นลง
สมุดบันทึกของหลิวหรูฉินเต็มไปด้วยรายชื่อใบสั่งซื้อทั้งหมดสิบสองรายการ
ทุกรายการล้วนแต่เป็นงานสั่งทำอุปกรณ์คุณภาพสีฟ้าทั้งสิ้น
เงินมัดจำที่เก็บมาได้มีจำนวนรวมกันเกือบสองแสนแต้มเลยทีเดียว
"พี่หลิน อุปกรณ์พวกนี้... จะต้องใช้เวลาประมาณเท่าไรเหรอครับ"
จางเหมิ่งเอามือถูไปมาพลางเอ่ยถามด้วยท่าทางเกรงใจอยู่บ้าง
พวกเขามีภารกิจที่ต้องไปทำในอีกสามวันข้างหน้า—การกวาดล้างฝูงอสูรความว่างเปล่าที่บริเวณชานเมือง
มันเป็นภารกิจที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ซึ่งมีรางวัลตอบแทนที่สูงมากแต่ก็แฝงไปด้วยความเสี่ยงที่สูงมากเช่นกัน
หากพวกเขาสามารถได้อุปกรณ์ชิ้นใหม่ก่อนหน้านั้น โอกาสในการเอาชีวิตรอดของพวกเขาก็จะเพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมาก
"สามวันงั้นเหรอ..."
หลินเฟิงคำนวณเวลาในใจ
จริง ๆ แล้วตอนนี้เขา สามารถตีเสร็จได้ภายในวันเดียวด้วยซ้ำ แต่เพื่อไม่ให้ดูเกินจริงจนเกินไปนัก!
เขาจึงแสร้งทำเป็นครุ่นคิดก่อนจะเอ่ยปากออกมา!
"ถ้าฉันยอมทำงานล่วงเวลา ก็น่าจะทำเสร็จสมบูรณ์ได้ภายในสามวันครับ"
เขาถึงกับกัดฟันพูดเพื่อให้คำมั่นสัญญาออกมา
"เยี่ยมเลย!"
จางเหมิ่งรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง "งั้นอีกสามวันพวกเราจะมารับของนะครับ!"
"จริงด้วยสิ..."
เขาลดเสียงให้ต่ำลง พลางขยับเข้าไปใกล้ใบหูของหลินเฟิง "พี่หลิน อีกสามวันพี่อยากจะไปทำภารกิจร่วมกับพวกเราไหมครับ?"
"ฝูงอสูรความว่างเปล่าเนี่ย แม้ว่าจะอันตราย แต่พวกมันดรอปวัตถุดิบเยอะมากเลยนะ อัตราการดรอปผลึกความว่างเปล่าก็สูงมากด้วย!"
"แถม... ถ้ามีพี่ไปด้วย ภารกิจของพวกเราก็น่าจะง่ายขึ้นเยอะเลยล่ะครับ"
หัวใจของหลินเฟิงกระตุกวูบ
ฝูงอสูรความว่างเปล่างั้นเหรอ...
เขากำลังกังวลอยู่พอดีว่าจะไปหาวัตถุดิบจากที่ไหนมาเพิ่ม
"ตกลงครับ"
เขาพยักหน้ารับคำ "ถึงเวลาแล้วก็เรียกฉันได้เลย"
"ดีล! เอาตามนี้แหละ!"
จางเหมิ่งตบไหล่ของเขาอย่างแรงอีกครั้ง ก่อนจะพาพวกสมาชิกในทีมเดินจากไปด้วยความเบิกบานใจ
ลูกค้าคนอื่น ๆ เองก็ค่อย ๆ แยกย้ายกันกลับไป
ภายในร้านตีเหล็ก ในที่สุดก็กลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง
หลิวหรูฉินมองดูรายชื่อใบสั่งซื้อที่อัดแน่นอยู่ในสมุดบันทึก จากนั้นก็มองไปที่กองบัตรแต้มเงินมัดจำที่กองเป็นภูเขาเลากาอยู่บนเคาน์เตอร์
มือของเธอกำลังสั่นเทา
"หลินเฟิง... เรื่องทั้งหมดนี่... เป็นเรื่องจริงใช่ไหม?"
เธอเงยหน้าขึ้น สายตาของเธอดูดูลอย ๆ
"เรื่องจริงสิครับ"
หลินเฟิงยิ้ม "ในอนาคต มันอาจจะมีมากกว่านี้อีกนะ"
เขามองตรงไปทางหลังบ้าน
ไฟในเตาหลอมยังคงลุกโชนอยู่
การตีเหล็กเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
และเขาก็เพิ่งจะทำความเข้าใจทักษะใหม่มาได้—
อัสนีบาตฟาดฟัน
มันเป็นทักษะที่เรียนรู้มาจากขวานศึกต้องอัสนี นั่นเอง
การลงค้อนหนึ่งครั้ง สร้างความเสียหายสายฟ้าเพิ่มเติม พร้อมด้วยผลลัพธ์ที่ทำให้เกิดอาการเหน็บชา
"ฝูงอสูรความว่างเปล่างั้นเหรอ..."
หลินเฟิงกำหมัดแน่น แววตาของเขาทอประกายวาบ
"เหมาะเจาะพอดีที่จะเอามาทดลองวิชาค้อนอันใหม่นี้เลยล่ะ"
ราตรีเริ่มมืดมิดลงเรื่อย ๆ
ทว่าแสงไฟในร้านตีเหล็กกลับยังคงส่องสว่างไสวราวกับเป็นเวลากลางวัน