- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ส่งติ้กต่อกไปขยี้โลกไอทีให้ยับ
- บทที่ 44: เปิดฉากไลฟ์สดขายของออนไลน์
บทที่ 44: เปิดฉากไลฟ์สดขายของออนไลน์
บทที่ 44: เปิดฉากไลฟ์สดขายของออนไลน์
บทที่ 44: เปิดฉากไลฟ์สดขายของออนไลน์
วันถัดมา
บริเวณชั้นล่างของบริษัทไรออตเกมส์
ก่อนหน้านี้ไม่นานนัก ห้องทำงานเล็กๆ ที่เรียงรายเป็นแถวซึ่งฉินโม่เคยสั่งให้จ้าวเหลยจัดการเคลียร์พื้นที่ บัดนี้มีไฟประดับแอลอีดีสีวอร์มไวท์ส่องสว่างเรืองรองอยู่รอบกรอบประตูทุกบาน ตารางเวลาการไลฟ์สดที่พิมพ์ออกมาอย่างเป็นระเบียบถูกติดไว้บนกำแพงข้างประตู
บรรดาผู้ช่วยที่หอบหิ้วสินค้าตัวอย่างพากันวิ่งวุ่นไปมาตามโถงทางเดินเป็นระยะ เสียงฝีเท้าดังก้องกระทบพื้นอย่างต่อเนื่อง
เวลาล่วงเลยเข้าใกล้ช่วงเที่ยงวันเข้าไปทุกที
กลุ่มพนักงานพากันไปอออยู่ตรงทางเข้าห้องทำงานที่ใหญ่ที่สุดห้องหนึ่ง ภายในห้องถูกจัดตกแต่งด้วยฉากหลังเรียบง่ายที่มีโลโก้ของรองเท้ากวางต้าประดับอยู่ รองเท้าตัวอย่างหลายคู่วางเรียงรายอยู่บนพื้น ทั้งรองเท้าผ้าใบ รองเท้าลำลอง และรุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งแกะออกมาจากสายพานการผลิต
เหล่าเฉี่ยนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน
เขาคือหนึ่งในอินฟลูเอนเซอร์สายตลกเพียงไม่กี่คนที่เพิ่งจะโด่งดังเป็นพลุแตกบนโต่วอิน รูปร่างของเขาสูงโปร่งและผอมบาง ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อย แถมมุมปากยังประดับไปด้วยรอยยิ้มกวนประสาทที่ชวนให้คนมองรู้สึกอยากจะประเคนหมัดใส่สักที
ทว่าในวินาทีนี้ เขากำลังจ้องมองข้อความคอมเมนต์ที่ไหลทะลักบนหน้าจอโทรศัพท์ด้วยสีหน้าประหม่าเล็กน้อย
"สวัสดีพี่น้องชาวเน็ต วันนี้ผมไม่ได้มาเล่นตลกนะ" เขากระแอมในลำคอแล้วพูดตามสคริปต์ที่เตรียมไว้ "วันนี้ผมจะมาไลฟ์สดขายของให้ทุกคนดูแบบจริงจังสุดๆ ไปเลย"
ทันทีที่เขาพูดจบ ช่องคอมเมนต์ก็ระเบิดความฮือฮาจนข้อความไหลทะลักล้นหน้าจอ
"นายเนี่ยนะ? จริงจัง?"
"จบกัน โลกคงหยุดหมุนแน่ถ้าเหล่าเฉี่ยเริ่มเอาจริงเอาจัง"
"อย่ามาจริงจังเลยน่า! พวกเราชินกับสไตล์หมาบ้าของนายไปแล้ว!"
"ไลฟ์สดขายของคืออะไรวะ? นี่นายมาไลฟ์สดเพื่อโฆษณาขายของให้พวกเราดูเหรอ?"
เหล่าเฉี่ยเหลือบมองคอมเมนต์ มุมปากของเขากระตุกยิกๆ โดยไม่รู้ตัว แต่ก็พยายามกลั้นเอาไว้อย่างรวดเร็ว
เขาหยิบร้องเท้าผ้าใบจากบนโต๊ะขึ้นมาคู่หนึ่ง แล้วเริ่มบรรยายสรรพคุณใส่กล้องด้วยสีหน้าขึงขัง
"รองเท้าคู่นี้ใช้ตาข่ายระบายอากาศอย่างดี พื้นรองเท้าทำจากวัสดุคอมโพสิตโพลีเมอร์คุณภาพสูง แถมแผ่นรองด้านในยังมีระบบกันกระแทกในตัวด้วยนะครับ"
"งานประกอบก็แน่นหนาแข็งแรงมาก ไม่มีรอยเย็บตกหล่นแม้แต่ฝีเข็มเดียว คราบกาวส่วนเกินบนตัวรองเท้าก็ไม่มีให้เห็นเลยสักนิด"
เขาอ่านบทแนะนำสินค้าตามสคริปต์อย่างเป็นทางการจนจบ ก่อนจะวางรองเท้าลง
"สรุปสั้นๆ เลยนะฮะ คุณภาพของมันอยู่ในระดับพรีเมียมมากๆ"
ช่องคอมเมนต์เริ่มไหลบ่าอีกครั้ง
"แล้วนายจะพิสูจน์ได้ยังไงวะ?"
"แค่นายอ้าปากบอกว่าคุณภาพดี มันก็แปลว่าดีเลยเหรอ? ปากนายอมพระมาพูดหรือไง?"
เหล่าเฉี่ยจ้องมองคอมเมนต์ที่ท้าทายให้เขาพิสูจน์อยู่นานพักใหญ่
เขาสูดลมหายใจเข้าลึก
วินาทีต่อมา เขาก็ยกยกรองเท้าผ้าใบคู่นั้นขึ้นมาจ่อที่ปากแล้วงับลงไปเต็มแรง!
ฟันของเขากัดกรอดลงบนตัวรองเท้าจนเกิดเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด ระหว่างที่กำลังใช้ฟันแทะ เขาก็พูดอู้อี้ใส่กล้องไปด้วย
"ทุกคนดูรองเท้าคู่นี้ให้เต็มตานะครับ! ต่อให้ผมจะกัดมันแรงแค่ไหน หนังของมันก็ไม่ลอกเลยสักนิด!"
"แล้วดูพื้นรองเท้านี่สิ! กัดยังไงก็ไม่พัง!"
หลังจากกัดตัวรองเท้าเสร็จ เขาก็เปลี่ยนไปกัดพื้นรองเท้าต่อ คนทั้งห้องไลฟ์สดได้ยินแต่เสียงเขาเคี้ยวและแทะรองเท้าดังกร้วมๆ
ช่องคอมเมนต์ตกอยู่ในความเงียบงันไปชั่วอึดใจ
ก่อนจะระเบิดความคลุ้มคลั่งออกมา
"เชี่ยเอ๊ย! หมอนี่มันแทะรองเท้าโชว์จริงๆ ว่ะ!"
"นี่นายเกิดปีจอหรือไงวะเนี่ย!"
"ขำจนจะบ้าตายอยู่แล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า ถ้าไม่บอกฉันคงคิดว่านั่นมันของเล่นหมาไปแล้ว!"
"คุณภาพรองเท้ามันดีจริงๆ แฮะ ขนาดโดนกัดซะขนาดนั้นยังไม่เป็นไรเลย"
"คุ้มแล้วล่ะ แค่เห็นความทุ่มเทในการกัดรองเท้าโชว์ ฉันก็พร้อมกดสั่งซื้อแบบไม่ลังเลแล้วโว้ย!"
ตรงไอคอนลิงก์ตะกร้าสินค้าที่มุมขวาล่างของหน้าจอ ตัวเลขยอดขายเริ่มกระโดดพุ่งทะยาน
จากหลักสิบพุ่งเป็นหลักร้อย และจากหลักร้อยกระโดดทะลุไปถึงหลักหมื่นอย่างรวดเร็ว
เหล่าเฉี่ยวางรองเท้าผ้าใบที่ชุ่มไปด้วยน้ำลายลงบนโต๊ะพลางยกมือเช็ดมุมปาก
"เรื่องคุณภาพน่ะเหรอ เวลาผมบอกว่าพรีเมียม มันก็คือพรีเมียมจริงๆ นี่ไงล่ะหลักฐาน? เขาเรียกว่าพิสูจน์ให้เห็นกันจะๆ ด้วยการกระทำ!"
คอมเมนต์ไหลบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิม
"ซื้อแล้ว ซื้อแล้ว!"
"ฉันอยากได้รองเท้าคู่นี้!"
"เก็บไซซ์สี่สิบไว้ให้ฉันคู่หนึ่งด้วย!"
"ฮ่าฮ่าฮ่า โคตรบ้าเลยว่ะ"
แถบจำนวนสินค้าในสต็อกของรองเท้ากวางต้ากำลังหดสั้นลงอย่างรวดเร็วในระบบหลังบ้าน
ในขณะเดียวกัน ห้องไลฟ์สดห้องอื่นๆ ก็เริ่มเปิดกล้องออกอากาศตามมาติดๆ
ภายในห้องไลฟ์สดนับสิบห้องที่ตั้งเรียงรายอยู่สองฝั่งโถงทางเดิน สินค้าหลากหลายหมวดหมู่กำลังถูกดันขึ้นสู่หน้าจอโทรศัพท์มือถือของผู้ใช้งานจำนวนนับไม่ถ้วนพร้อมๆ กัน
ณ วินาทีนี้ ระบบหลังบ้านของโต่วอินก็กำลังแทรกแซงการทำงานด้วยระบบแมนนวล เพื่ออัดฉีดทราฟฟิกมหาศาลเข้าไปยังห้องไลฟ์สดเหล่านี้
ทำให้แทบจะทุกห้องมียอดคนดูทะลุหลักหมื่น ไปจนถึงหลักแสนคน
ทางฝั่งสองพี่น้องเสี่ยวหยางก็ได้งัดเอาทักษะการแรปและพรสวรรค์ด้านความตลกขบขันออกมาใช้อย่างเต็มพิกัดในมหกรรมการไลฟ์สดขายของครั้งนี้
พวกเขาเริ่มต้นด้วยการร้องรำทำเพลงและสอดประสานเสียงกัน เพื่อโปรโมทขนมขบเคี้ยวด้วยลีลาที่เล่นใหญ่โอเวอร์วังแบบสุดๆ ก่อนจะเปิดฉากการแสดงเลียนแบบสุดฮาที่ทำเอาช่องคอมเมนต์ระเบิดเสียงหัวเราะ พวกเขานำสินค้าเกรดต่ำออกมาเปรียบเทียบให้ดูก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นจึงค่อยนำเสนอสินค้าของแท้คุณภาพดีที่ต้องการจะขาย
ซูเสี่ยวโม่เองก็นั่งอยู่หน้ากล้องในห้องไลฟ์สดหมวดความงาม ในมือของเธอถือพาเลตต์อายแชโดว์เอาไว้
หลังจากที่ค้นพบแนวทางการทำคลิปของตัวเอง เธอก็กลายเป็นหนึ่งในอินฟลูเอนเซอร์สายแฟชั่นและเมคอัพที่ได้รับความนิยมสูงสุดบนโต่วอินอย่างรวดเร็ว ในครั้งนี้ เธออาศัยช่วงวันหยุดยาวเดินทางมาที่บริษัทโต่วอินโดยเฉพาะ เพื่อรับจ๊อบพิเศษในการไลฟ์สดขายของ
เธอเผชิญหน้ากับกล้องโดยไม่มีการแหกปากตะโกนเรียกร้องความสนใจที่ดูน่ารำคาญ เพียงแค่นำเสนอเนื้อสัมผัสและเฉดสีของสินค้าด้วยท่าทีที่เป็นธรรมชาติและเข้าถึงง่าย
"โทนสีนี้เหมาะกับการแต่งหน้าในชีวิตประจำวันมากๆ เลยค่ะ ทาแล้วจะไม่ทำให้เปลือกตาดูบวมพองด้วย เดี๋ยวฉันจะสาธิตให้ดูนะคะ"
เธอใช้แปรงแตะอายแชโดว์ขึ้นมาเล็กน้อย
"ดูสิคะ เนื้อสีเบลนด์เข้าหากันได้เนียนมากเลย"
"แถมราคาในห้องไลฟ์สดยังถูกมากๆ ด้วย ทุกคนไม่มีทางหาราคาคุ้มค่าแบบนี้จากที่ไหนได้อีกแล้วนะคะ"
ในช่องคอมเมนต์ บรรดาแฟนคลับสาวๆ ต่างพากันพิมพ์ข้อความตอบโต้อย่างเงียบๆ ทว่าทรงพลัง
"มันเริ่ดจริงๆ นะ พาเลตต์โทนชานมอันนั้นน่ะ ซื้อได้เลยไม่ต้องคิดเยอะ"
"ของแบบนี้ราคาถูกกว่าแบรนด์เนมดังๆ ตั้งเยอะ แถมคุณภาพก็จัดว่าดีเลยทีเดียว"
"ทำไมราคามันถึงถูกกว่าซื้อหน้าร้านหรือตามร้านค้าทางการอีกล่ะเนี่ย? ซื้อเลยละกัน กดสั่งซื้อเรียบร้อย!"
ด้วยบรรยากาศที่คึกคักในห้องไลฟ์สดขายของแต่ละห้อง ตัวเลขยอดขายจึงค่อยๆ ไต่ระดับพุ่งสูงขึ้นอย่างเงียบงัน
...
ห่างออกไปแสนไกล ณ เขตลู่เฉิง เมืองเวินโจว
ภายในโรงงานรองเท้ากวางต้า
เถ้าแก่เฉินกำลังนั่งยองๆ อยู่บนลังพลาสติกตรงหน้าประตูโกดัง ที่มุมปากคาบบุหรี่ที่ยังไม่ได้จุดไฟเอาไว้
โรงงานรองเท้ากวางต้าในปัจจุบันได้ขยายอาณาเขตใหญ่โตขึ้นหลายเท่าตัว แถมยังกว้านซื้อโรงงานรองเท้าของเถ้าแก่กัวอ้วนมาควบรวมกิจการเรียบร้อยแล้ว ก่อนหน้านี้ เถ้าแก่กัวอ้วนได้ทุ่มเงินเก็บทั้งหมดไปกับการลงทุนในเวยค่าน แต่กลับต้องพังทลายสูญเสียทุกอย่างไปจนหมดเนื้อหมดตัว ท้ายที่สุด เขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องตัดใจขายโรงงานทิ้งให้กับเถ้าแก่เฉิน
ในตอนนี้ เถ้าแก่เฉินกำลังถือโทรศัพท์มือถือเอาไว้แน่น หน้าจอแสดงภาพไลฟ์สดของเหล่าเฉี่ย
ในวิดีโอ เหล่าเฉี่ยกำลังใช้ฟันแทะรองเท้าผ้าใบจนเกิดเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด ข้อความคอมเมนต์ไหลทะลักหนาแน่นเสียจนบดบังใบหน้าของเขาไปจนหมดสิ้น
คนงานหลายคนยืนมุงอยู่ข้างๆ เถ้าแก่เฉิน ทุกคนต่างชะเง้อคอจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ของเขาเป็นตาเดียว
"หมอนี่มันกัดจริงจังมากเลยว่ะ"
"นี่เขาเกิดปีจอหรือเปล่าเนี่ย?" คนงานหนุ่มคนหนึ่งกระซิบ
"เขากัดทะลุไปถึงพื้นรองเท้าเลยนะนั่น ฟันโคตรแข็งแรงเลย" คนงานอีกคนพูดเสริมขึ้นมา
เถ้าแก่เฉินไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไร
เขาจ้องมองข้อความคอมเมนต์ที่ไหลผ่านหน้าจออย่างรวดเร็ว ก่อนจะใช้นิ้วแตะไปที่ลิงก์ตะกร้าสินค้าเพื่อตรวจสอบตัวเลขยอดขาย เนื่องจากโทรศัพท์มือถือของเขาผ่านการใช้งานมาหลายปีและยังไม่ได้เปลี่ยนเครื่องใหม่ มันจึงมีอาการกระตุกและค้างไปบ้าง ตัวเลขยอดขายจึงยังคงหยุดนิ่งอยู่ที่จำนวนไม่กี่ออเดอร์โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง
ถึงแม้จะรู้ตัวดีว่าเป็นเพราะโทรศัพท์มือถือของเขาเองที่มันกาก แต่เถ้าแก่เฉินก็ยังอดรู้สึกกังวลใจไม่ได้อยู่ดี
"คนเขาจะยอมซื้อของด้วยสไตล์การขายแบบตลกโปกฮาแบบนี้จริงๆ เหรอ?"
"มันจะไม่ทำให้ชื่อเสียงโรงงานเราป่นปี้หรอกใช่ไหม?"
เขาคีบบุหรี่ออกจากปาก แล้วหันไปถามหัวหน้าคนงานที่ยืนอยู่ข้างๆ
ยังไม่ทันที่หัวหน้าคนงานจะได้อ้าปากตอบ โทรศัพท์มือถือของเถ้าแก่เฉินก็ดังขึ้น มันเป็นสายเรียกเข้าจากฝ่ายประสานงานธุรกิจในห้องไลฟ์สดของเหล่าเฉี่ย
"เถ้าแก่เฉินครับ"
น้ำเสียงที่ดังมาจากปลายสายสั่นเครือ ราวกับเพิ่งได้สติกลับมาจากความตื่นตะลึงสุดขีด
"ว่ามา" เถ้าแก่เฉินตอบรับ
"ในช่วงครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมาของการไลฟ์สดขายของ พวกเราขายรองเท้าไปได้มากกว่าหนึ่งแสนคู่แล้วครับ!"
นิ้วมือของเถ้าแก่เฉินหดเกร็งกำโทรศัพท์แน่นทันที
"เท่าไหร่นะ?"
"มากกว่าหนึ่งแสนคู่ครับ! แถมตัวเลขมันยังพุ่งสูงขึ้นไม่หยุดเลยด้วย!"
เถ้าแก่เฉินลดโทรศัพท์ลงจากหู แล้วเบิกตากว้างจ้องมองตัวเลขยอดขายบนหน้าจอที่ยังคงค้างเติ่งไม่ยอมขยับไปไหน
ริมฝีปากของเขาขยับพะงาบๆ แต่กลับหาเสียงตัวเองไม่เจอ
หัวหน้าคนงานที่ยืนอยู่ข้างๆ เห็นสีหน้าของเขา ก็พานคิดไปว่าต้องเกิดเรื่องผิดพลาดอะไรขึ้นแน่ๆ
"เถ้าแก่ครับ หรือว่ามันขายไม่ออกเหรอครับ? ผมบอกเถ้าแก่แล้วไงว่าสไตล์ตลกๆ แบบนี้มันไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่หรอก..."
เถ้าแก่เฉินคว้าหมับเข้าที่แขนของอีกฝ่ายเต็มแรง
"รีบไปแจ้งโกดัง ให้ยกเลิกคิวจัดส่งสินค้าของวันนี้ทั้งหมด แล้วเกณฑ์คนงานทุกคนมาช่วยกันแพ็กของเดี๋ยวนี้เลย!"
หัวหน้าคนงานนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวดจากการถูกบีบ แต่เมื่อเห็นประกายความตื่นเต้นที่สว่างวาบในดวงตาของเถ้าแก่เฉิน เขาก็ตรัสรู้ได้ในทันที
"ของขายหมดเกลี้ยงเลยเหรอครับ?!"
"เลิกพูดมากได้แล้ว!" เถ้าแก่เฉินกระโดดลงจากลังพลาสติก โดยไม่สนใจแม้แต่จะก้มลงไปเก็บบุหรี่ที่ร่วงหล่นลงพื้น "รีบไปที่โกดัง! ขนของออกไปส่งให้หมด!"
เขาสับเท้าวิ่งไปทางอาคารโรงงานได้สองก้าว ก่อนจะชะงักฝีเท้าแล้วหันกลับมาตะโกนสั่งหัวหน้าคนงานเสียงหลง
"ไปเดินเครื่องจักรในโรงงานที่เคยปิดไปก่อนหน้านี้ให้กลับมาทำงานให้หมดทุกตัวเลยโว้ย!"
ไม่ใช่แค่โรงงานของเถ้าแก่เฉินเท่านั้น แต่แถบจำนวนสินค้าในสต็อกของผู้ผลิตสินค้ารายอื่นๆ ในทุกห้องไลฟ์สด ก็กำลังหดสั้นลงอย่างรวดเร็วในระบบหลังบ้านเช่นเดียวกัน
นี่แหละคือจุดแข็งและอานุภาพที่แท้จริงของการไลฟ์สดขายของ
ผู้ใช้งานหลายคนที่กดคลิกเข้ามาดูคลิปไม่ได้มีความตั้งใจที่จะมาช้อปปิ้งตั้งแต่แรก แต่เมื่อพวกเขาเห็นสินค้าที่ถูกใจ พวกเขากลับถูกดึงดูดด้วยกลยุทธ์ด้านราคาและโปรโมชันสุดคุ้ม จนอดไม่ได้ที่จะหน้ามืดกดสั่งซื้อสินค้าไปโดยไม่รู้ตัว
เมื่อผนวกรวมเข้ากับรูปแบบการนำเสนอที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใครของการไลฟ์สดขายของ และการอัดฉีดทราฟฟิกอย่างบ้าคลั่งไร้ขีดจำกัดของโต่วอิน
ตัวเลขยอดขายของห้องไลฟ์สดขายของยอดฮิตทุกห้อง จึงพุ่งทะยานทะลุเพดานอย่างฉุดไม่อยู่