- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ส่งติ้กต่อกไปขยี้โลกไอทีให้ยับ
- บทที่ 3: ดาวมหาลัย เจียงโยวโยว
บทที่ 3: ดาวมหาลัย เจียงโยวโยว
บทที่ 3: ดาวมหาลัย เจียงโยวโยว
บทที่ 3: ดาวมหาลัย เจียงโยวโยว
"เสร็จแล้วเหรอ?"
จ้าวเหลยและหลินเซียวเงยหน้าขึ้นมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย สายตาของทั้งคู่จับจ้องไปยังต้นเสียงด้วยความประหลาดใจ
"ตัวต้นแบบเวอร์ชันแรกเสร็จเรียบร้อยแล้ว"
ฉินโม่ตอบกลับสั้นๆ พร้อมกับหมุนหน้าจอคอมพิวเตอร์หันไปทางพวกเขาทั้งสองคนเพื่อให้เห็นผลลัพธ์
บนหน้าจอแสดงผลอินเทอร์เฟซที่ดูเรียบง่ายจนถึงขั้นเปล่าเปลี่ยว มันมีเพียงพื้นหลังสีดำสนิทตัดกับกรอบหน้าต่างสีขาวเท่านั้น ไม่มีลูกเล่นอะไรซับซ้อน
คลิปวิดีโอสั้นคลิปหนึ่งกำลังเริ่มเล่นโดยอัตโนมัติ ในภาพเป็นเจ้าแมวส้มตัวอ้วนกลมที่กำลังพยายามมุดหัวเข้าไปในกล่องกระดาษแคบๆ แต่ด้วยขนาดตัวที่ใหญ่เกินไป มันจึงติดแหงกอยู่ครึ่งๆ กลางๆ ขาหลังทั้งสองข้างได้แต่เตะสเต็ปอากาศไปมาอยู่ด้านนอกอย่างน่าเอ็นดู
วิดีโอความยาวเพียงไม่กี่วินาทีจบลงแค่นั้น ก่อนที่ระบบจะทำการวนลูปเล่นซ้ำใหม่อีกรอบอย่างลื่นไหล
จ้าวเหลยเผลอเลื่อนลูกกลิ้งเมาส์ลงโดยจิตใต้สำนึก ทันใดนั้นหน้าจอก็สลับเปลี่ยนไปยังวิดีโอคลิปใหม่ได้อย่างไร้รอยต่อ
ชายร่างท้วมลองเลื่อนลูกกลิ้งเมาส์ลงอีกครั้ง ภาพบนหน้าจอก็สลับเปลี่ยนไปเป็นคลิปถัดไปทันที
"ระบบการตอบโต้แบบนี้นี่มัน..." นัยน์ตาของจ้าวเหลยเปล่งประกายลุกวาว "น่าสนใจแฮะ"
"ก็แหงสิ ฝีมือฉันทำเองกับมือเชียวนะ" หลินเซียวที่ยืนอยู่ข้างๆ รีบยืดอกรับความดีความชอบทันที
"ฉันหมายถึงความรู้สึกตอนปัดนิ้วเลื่อนสลับคลิปต่างหากล่ะ นายจะไปรู้อะไร" จ้าวเหลยหันไปขัดคอ
"ไอ้ระบบปัดคลิปนั่นมันก็เป็นโค้ดที่ฉันเขียนอยู่ดีนั่นแหละ!" หลินเซียวสวนกลับอย่างไม่ยอมแพ้
ฉินโม่คร้านที่จะใส่ใจสงครามน้ำลายของทั้งคู่ เขาตบมือเข้าหากันเบาๆ เพื่อเรียกสติลูกน้องทั้งสองให้กลับมาสนใจงาน
"ตัวแอปต้นแบบเสร็จแล้วก็จริง แต่มันยังกลวงโบ๋อยู่ ข้างในยังไม่มีคอนเทนต์อะไรเลยสักอย่าง"
ชายหนุ่มหันไปสบตากับจ้าวเหลยด้วยสีหน้าจริงจัง
"งานต่อไปของนายคือการไปดำดิ่งค้นหาคลิปวิดีโอสั้นที่น่าสนใจจากทั่วทั้งอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะในประเทศหรือต่างประเทศ ตราบใดที่ภาพมันสวย ดูตลก หรือให้ความบันเทิงได้ นายโหลดเก็บมาให้หมดแล้วจัดการแยกหมวดหมู่เอาไว้ให้เรียบร้อย"
"จากนั้นก็ไปสมัครบัญชีผู้ใช้เอาไว้สักหลายๆ ร้อยแอคเคานต์ แล้วใช้โปรแกรมอัปโหลดคลิปพวกนั้นลงไปแบบรวดเดียวจบ"
จ้าวเหลยชะงักไปครู่หนึ่ง "เอาคลิปของคนอื่นมาลงแบบนี้ มันจะไม่มีปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์ตามมาทีหลังเหรอครับบอส?"
"นี่เป็นวิธีที่เร็วที่สุดในการอุดช่องโหว่เรื่องคอนเทนต์ในช่วงเริ่มต้น" ฉินโม่รู้ดีว่านี่เป็นเพียงวิธีการแก้ขัด "รอให้แพลตฟอร์มของเรามีระบบนิเวศการสร้างคอนเทนต์เป็นของตัวเองเมื่อไหร่ เราค่อยๆ โละพวกคลิปสแปมพวกนี้ทิ้งทีหลังก็ยังไม่สาย"
"แต่ตั้งหลายร้อยแอคเคานต์เลยนะครับ" จ้าวเหลยเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงหนักใจนิดๆ
"ก็ใช้โปรแกรมสร้างรหัสแบบสุ่มสิ เซ็ตระบบไอพีพูลกับแอคเคานต์พูลให้เรียบร้อย เรื่องพื้นฐานแค่นี้พวกนายทำกันได้อยู่แล้ว"
น้ำเสียงของฉินโม่ยังคงราบเรียบและใจเย็น "ฉันติดต่อไปทางแอปสโตร์เจ้าใหญ่ๆ ไว้หมดแล้ว ถ้าผ่านการอนุมัติ โต่วอินก็จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในอีกสามวันข้างหน้า"
จ้าวเหลยและหลินเซียวหันมามองหน้ากันเลิ่กลั่ก
"พวกเรามีเวลาเหลือไม่มากแล้ว ก่อนที่แอปจะถูกปล่อยออกไป เราต้องมีคลิปวิดีโออย่างน้อยๆ เป็นหมื่นคลิปอยู่ในระบบ"
"ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทุกคนต้องอยู่ทำโอที"
ไม่มีใครเอ่ยปากบ่นหรือคัดค้านออกมาแม้แต่คำเดียว
เพราะพวกเขาต่างมองเห็นประกายบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในแววตาของฉินโม่ มันคือความเอาจริงเอาจังที่แสนจะดุดันและเด็ดเดี่ยว
เช้าวันรุ่งขึ้น
ต้นแปะก๊วยที่ปลูกเรียงรายอยู่ทั่วมหาวิทยาลัยม๋อตู้ต่างพากันผลัดใบเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง ใบไม้แห้งร่วงหล่นปูลาดไปตามพื้นถนน ส่งเสียงดังกอบแกบทุกครั้งที่มีการย่างเท้าเหยียบลงไป
แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมาในองศาที่กำลังพอดี บริเวณสนามบาสเกตบอลมีเด็กหนุ่มกลุ่มหนึ่งกำลังวิ่งไล่ตามลูกบาสเพื่อเรียกเหงื่อกันอย่างสนุกสนาน
ฉินโม่เดินทอดน่องไปตามถนนสายหลักของวิทยาเขต ชายหนุ่มอยู่ในชุดเสื้อฮู้ดสีดำเรียบง่ายจับคู่กับกางเกงยีนส์ ดูเผินๆ แทบไม่ต่างอะไรกับนักศึกษาทั่วไปที่สะพายกระเป๋าเดินขวักไขว่ไปมา
แต่เพียงไม่นานก็มีคนจดจำใบหน้าของเขาได้
"เฮ้ย นั่นพี่ฉินโม่หรือเปล่าวะ?"
"ฉินโม่ไหนวะ?"
"ก็อดีตเทพทรูประจำคณะวิทยาการคอมพิวเตอร์ไงล่ะเว้ย ตอนที่พี่แกเรียนจบ มีบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับท็อปห้าร้อยของโลกมารุมแย่งตัวกันเป็นสิบๆ บริษัทเลยนะ"
"อ๋อๆๆ นึกออกแล้ว ที่ลือกันว่าพี่แกปัดทิ้งทุกข้อเสนอเพื่อจะไปเปิดบริษัททำธุรกิจของตัวเองใช่ป่ะ?"
"เออ คนนั้นแหละ จุ๊ๆ แต่ได้ข่าวมาว่าตอนนี้กำลังตกอับสุดๆ เลยนะ บริษัทแกใกล้จะล้มละลายเต็มทนแล้ว"
"เอาจริงดิ ตอนนั้นแกดูทรงพลังจะตายไป"
เสียงซุบซิบนินทาดังแว่วเข้าหูมาเป็นระยะ แต่สีหน้าของฉินโม่กลับไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย เขายังคงก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคง ตัดผ่านถนนต้นแปะก๊วย และเลี้ยวเข้าสู่เส้นทางสายเล็กที่มุ่งหน้าไปยังคณะศิลปกรรมศาสตร์
หญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มสองคนที่แต่งตัวตามแฟชั่นสมัยใหม่เดินสวนทางมา หนึ่งในนั้นสะกิดแขนกระซิบกระซาบกับเพื่อนเบาๆ
"นี่ เธอรู้ไหมว่าตอนที่รุ่นพี่ฉินโม่ยังเรียนอยู่ เขาเป็นตำนานของมหาลัยเราเลยนะ เคยได้เหรียญทองจากการแข่งเขียนโปรแกรมระดับเอเชียด้วย แถมโปรเจกต์จบคู่ที่เป็นระบบปัญญาประดิษฐ์ก็ถูกตาพวกกองทุนร่วมลงทุนตั้งหลายเจ้า แต่พี่แกดันปฏิเสธไปหมดเลย เพราะหัวเด็ดตีนขาดยังไงก็จะออกมาตั้งบริษัทเองให้ได้"
"แล้วตอนนี้เป็นไงบ้างล่ะ?"
"ดูเหมือนจะไม่ค่อยรุ่งเท่าไหร่นะ ได้ยินมาว่าบริษัทหมุนเงินไม่ทันจนไม่มีปัญญาจ่ายเงินเดือนพนักงานแล้วด้วยซ้ำ รุ่นพี่เจียงโยวโยวก็เคยช่วยโปรโมทซอฟต์แวร์ให้เขาตั้งหลายรอบ แต่สุดท้ายก็เจ๊งไม่เป็นท่าทุกตัว"
"เฮ้อ เสียดายจังเลยเนอะ ตอนนั้นเขากับรุ่นพี่เจียงดูเหมาะสมกันยังกะกิ่งทองใบหยก ใครๆ ก็คิดว่าสองคนนี้ต้องลงเอยกันแน่ๆ"
"ใครจะไปรู้ล่ะ ก็เห็นรุ่นพี่ฉินโม่ไม่เคยตอบตกลงคบด้วยเลยสักครั้ง ส่วนรุ่นพี่เจียงก็..."
เสียงสนทนาของหญิงสาวขาดห้วงไปกะทันหัน
เพราะพวกเธอเหลือบไปเห็นเจียงโยวโยวที่กำลังก้าวเดินออกมาจากอาคารเรียนพอดี
วันนี้เจียงโยวโยวสวมชุดเดรสลายดอกไม้สีฟ้าอ่อนประดับลูกไม้ ผมสีดำขลับที่ยาวสลวยถูกมัดรวบไว้ด้านหลังอย่างหลวมๆ ปล่อยให้ปอยผมบางเส้นหลุดรุ่ยลงมาคลอเคลียกับลำคอขาวผ่อง
แสงแดดอุ่นๆ ในเดือนตุลาคมสาดกระทบลงบนใบหน้าของเธอ เผยให้เห็นไรขนอ่อนๆ บนผิวหน้าอย่างชัดเจน แต่กลับมองไม่เห็นรูขุมขนเลยแม้แต่น้อย เครื่องหน้าของเธอไม่ใช่ความสวยจัดจ้านแบบพิมพ์นิยมที่ถูกปั้นแต่งมาอย่างประณีต แต่มันคือความงดงามที่บริสุทธิ์ผุดผ่องราวกับคริสตัลใส เธอไม่จำเป็นต้องเขียนคิ้วหรือทาลิปสติกให้ยุ่งยาก เพียงแค่ยืนอยู่ตรงนั้น เธอก็ดูงดงามราวกับภาพวาดพู่กันจีนที่หมึกยังไม่ทันแห้งดี
ต้นเมเปิลฝรั่งสองแถวถูกปลูกเรียงรายอยู่บริเวณด้านหน้าอาคารคณะศิลปกรรมศาสตร์ เธอเดินก้าวออกมา เหยียบย่ำลงบนใบไม้แห้ง ชายกระโปรงพลิ้วไหวไปตามจังหวะการก้าวเดินอย่างสง่างาม
สายตาของใครหลายคนที่อยู่บริเวณนั้นต่างจับจ้องไปที่เธออย่างเงียบๆ
แต่ดวงตาคู่สวยของเธอกลับมองเห็นเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น
"รุ่นพี่!"
เจียงโยวโยววิ่งเหยาะๆ ตรงรี่เข้ามาหา ก่อนจะสอดแขนควงแขนฉินโม่เอาไว้อย่างถือวิสาสะ เธอเงยหน้าขึ้นฉีกยิ้มกว้างจนดวงตาโค้งหยีเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว
การกระทำอันแสนจะสนิทสนมนี้เรียกเสียงซี้ดปากด้วยความอิจฉาตาร้อนจากเหล่าบรรดาชายหนุ่มรอบข้างได้เป็นอย่างดี
ฉินโม่ก้มลงมองเด็กสาวที่เกาะแขนเขาแน่น "ปล่อย"
"ไม่ปล่อย" เจียงโยวโยวไม่เพียงแต่ไม่ยอมปล่อย แต่เธอยังกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นไปอีก พร้อมกับเชิดหน้าขึ้นอ้างเหตุผล "ฉันทำแบบนี้ก็เพื่อรักษาหน้าพี่ต่างหากล่ะ ให้คนพวกนั้นมันได้เห็นกันไปเลยว่าพี่ยังไม่ได้ถูกโลกทั้งใบหันหลังให้ซะหน่อย อย่างน้อยๆ พี่ก็ยังมีสาวสวยคนนี้ยืนเคียงข้างไม่หนีไปไหนไง"
ฉินโม่คร้านเกินกว่าจะต่อล้อต่อเถียงกับเธอ "รู้ได้ยังไงว่าพี่อยู่ที่นี่?"
"ก็แหงล่ะสิ ทันทีที่พี่ก้าวเท้าเข้ามาในประตูมหาลัย ก็มีรุ่นน้องคาบข่าวไปบอกในกรุ๊ปแชทแล้วย่ะ ตอนนี้พี่ดังยิ่งกว่าฉันซะอีกนะจะบอกให้"
เจียงโยวโยวเอียงคอจ้องมองเขาพร้อมกับกะพริบตาปริบๆ "ว่าไงล่ะ ในที่สุดก็คิดได้แล้วใช่ไหมล่ะ ตัดสินใจยอมรับข้อเสนอให้ฉันเลี้ยงดูปูเสื่อแล้วใช่ป่ะ?"
"ฉันพูดจริงๆ นะรุ่นพี่ แม่ฉันยื่นคำขาดมาว่าถ้าฉันหาแฟนพาเข้าบ้านไม่ได้ก่อนเรียนจบ ฉันจะต้องโดนบังคับให้ไปทำงานที่บริษัทของแก พี่ก็แค่แกล้งๆ คบกับฉันบังหน้าสักปีนึง เดี๋ยวฉันจ่ายเงินเดือนให้งามๆ เลย เอามั้ยล่ะ?"
ฉินโม่หยุดเดินแล้วหันไปสบตาเธอตรงๆ "วันนี้พี่มาหาเธอเพราะมีธุระสำคัญ"
"ธุระสำคัญอะไรเหรอ?" เจียงโยวโยวหุบรอยยิ้มทะเล้นลงและปรับสีหน้าให้จริงจังขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นมือของเธอก็ยังคงเกาะหนึบไม่ยอมปล่อยอยู่ดี
"พี่เพิ่งทำซอฟต์แวร์ตัวใหม่เสร็จ อีกไม่กี่วันก็จะได้ฤกษ์เปิดตัวแล้ว"
ฉินโม่ใช้เวลาอธิบายภาพรวมและคอนเซปต์ของแอปพลิเคชันโต่วอินให้เธอฟังอย่างคร่าวๆ
"วิดีโอสั้นงั้นเหรอ?" เจียงโยวโยวทำท่าครุ่นคิด "คล้ายๆ กับพวกคลิปตลกๆ สั้นๆ ในเวยป๋อแบบนั้นใช่ป่ะ"
"ก็ไม่เหมือนซะทีเดียว แต่ในสเตปแรก เธอจะทำความเข้าใจแบบนั้นไปก่อนก็ได้"
ฉินโม่มองหน้าเธอและเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง "พี่อยากให้เธอมาเป็นครีเอเตอร์กลุ่มแรกที่เข้าไปเปิดช่องในโต่วอิน แล้วก็อยากให้ช่วยรวบรวมพวกหน้าตาดีๆ ในมหาลัยที่พอจะถ่ายคลิปเป็นมาให้พี่หน่อย จะผู้หญิงหรือผู้ชายก็ได้หมด ขอแค่พวกเขายินดีที่จะลองเล่นแอปนี้ เดี๋ยวพี่จะจ่ายค่าจ้างให้เอง"
เจียงโยวโยวชะงักไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น
"หัวเราะอะไร?"
"ก็หัวเราะที่ในที่สุดพี่ก็ตาสว่างสักทีไง" เจียงโยวโยวกะพริบตาหยอกล้อ "ในที่สุดก็รู้จักเปิดปากขอความช่วยเหลือจากฉันแล้วสินะ เมื่อก่อนตอนที่ฉันเสนอตัวจะช่วยโปรโมทแอปให้ พี่ก็เอาแต่ปฏิเสธท่าเดียว ฉันเลยต้องแอบเอาไปพูดเนียนๆ ตอนไลฟ์สตรีมอยู่ตั้งหลายรอบ"
ฉินโม่เลือกที่จะเงียบ
ความจริงก็คือ ก่อนหน้านี้เขาไม่อยากดึงเจียงโยวโยวเข้ามาพัวพันกับปัญหาของเขาสักเท่าไหร่ มันไม่ได้มีเหตุผลอะไรสลับซับซ้อนหรอก เขาแค่ไม่อยากจะติดหนี้บุญคุณเธอก็เท่านั้นเอง
เจียงโยวโยวถือเป็นหนึ่งในสตรีมเมอร์ตัวท็อปที่โด่งดังที่สุดบนแพลตฟอร์มโต้วอวี๋ ยอดผู้ติดตามช่องของเธอทะลุหลักสิบล้านคนไปตั้งนานแล้ว
ทว่าในตอนนี้ หากต้องการจะดันโต่วอินให้เกิด ยอดทราฟฟิกมหาศาลจากสตรีมเมอร์เบอร์ใหญ่นั้นถือเป็นกุญแจสำคัญที่ขาดไม่ได้ ในเมื่อเรื่องเหลือเชื่ออย่างการทะลุมิติข้ามโลกมันยังเกิดขึ้นมาแล้ว ไอ้อีโก้หรือความดื้อรั้นเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่มีสาระอะไรพวกนั้น ก็คงไม่มีความจำเป็นต้องเก็บมันไว้อีกต่อไป
"ตกลงจะช่วยหรือไม่ช่วย?"
"แน่นอนว่าต้องช่วยอยู่แล้วสิ!" เจียงโยวโยวตอบรับอย่างหนักแน่นราวกับว่ามันเป็นสิทธิขาดที่เธอพึงกระทำ "ธุรกิจของรุ่นพี่ทั้งที ฉันไม่ปล่อยผ่านหรอกน่า อีกอย่าง ตอนนี้ฉันก็รับตำแหน่งเป็นถึงประธานสโมสรนักศึกษาแล้วด้วย พวกตัวตึง ตัวท็อป หน้าตาดีๆ ในมหาลัย ไม่ว่าจะรุ่นพี่รุ่นน้อง ฉันรู้จักหัวนอนปลายเท้าหมดแหละ"
พูดจบ เธอก็ล้วงสมาร์ทโฟนออกมาเปิดหน้าต่างกรุ๊ปแชทโชว์ให้เขาดู "พี่ดูสิ ในกรุ๊ปนี้มีทั้งพวกเด็กคณะศิลปกรรมศาสตร์ ชมรมกระจายเสียง แล้วก็แก๊งเชียร์ลีดเดอร์ รวมๆ กันก็เกือบสองร้อยคนเลยนะ"
ฉินโม่ปรายตามองแวบหนึ่ง รูปโปรไฟล์ในกลุ่มนั้นล้วนเป็นรูปเซลฟี่ที่ผ่านการแต่งฟิลเตอร์มาอย่างพิถีพิถัน
"โอเค ถ้าอย่างนั้นพี่ก็ฝากด้วยแล้วกัน"
"แต่ฉันมีข้อแม้นะ" เจียงโยวโยวเก็บโทรศัพท์มือถือลง ก่อนจะเชิดคางขึ้นสบตาเขา "ถ้างานนี้สำเร็จ พี่ต้องเลี้ยงข้าวฉันมื้อนึง ขอเป็นมื้อใหญ่ๆ จัดเต็มเลยนะ"
"ได้สิ จะแพงแค่ไหนก็เลี้ยงไหว"
"ตกลงตามนี้นะ ห้ามคืนคำเด็ดขาด!" เจียงโยวโยวดีใจจนตาหยีเป็นสระอิ ก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้จึงรีบดักคออีกประโยค
"แล้วก็ งานนี้พี่ต้องฟังฉันนะ ห้ามเข้ามาก้าวก่ายวิธีโปรโมทของฉันเด็ดขาด ถึงเมื่อก่อนฉันจะเคยช่วยโปรโมทซอฟต์แวร์ให้พี่ก็เถอะ แต่พูดกันตามตรงนะ แอปพวกนั้นมันน่าเบื่อจะตายชัก คนโหลดไปลองจิ้มๆ ดูแค่สองสามทีก็ลบทิ้งกันหมดแล้ว"
"แต่แอปตัวนี้มันไม่เหมือนกัน"
"ไม่เหมือนยังไงล่ะ?"
ฉินโม่นิ่งคิดไปชั่วอึดใจหนึ่ง
"เพราะมันจะเป็นแอปพลิเคชันที่สูบวิญญาณจนคนเลิกเล่นไม่ได้เลยน่ะสิ"