เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 84 : โรลส์-รอยซ์

ตอนที่ 84 : โรลส์-รอยซ์

ตอนที่ 84 : โรลส์-รอยซ์


ตอนที่ 84 : โรลส์-รอยซ์

“พวกเราไปที่ศูนย์การค้าหวาซิงกันดีไหมคะ?”

ฉวี่เสี่ยวปิงที่นั่งอยู่ในรถก็เอ่ยปากเสนอความเห็นกับฉู่หลิง

ความจริงฉู่หลิงเองก็มีความคิดนี้อยู่พอดี ดังนั้นคนขับรถจึงรีบพาคนทั้งสองมุ่งหน้าไปยังทิศทางของศูนย์การค้าหวาซิงทันที

ศูนย์การค้าหวาซิงในฐานะที่เป็นลานจอดรถและศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุดในตัวเมืองจินหลิง มันจึงสามารถสยบศูนย์การค้าอื่นๆ โดยรอบได้จนอยู่หมัด

ต่อให้จะเป็นศูนย์การค้าว่านต๋าที่อยู่อีกฝั่งของเมือง ก็ไม่อาจเป็นคู่ต่อสู้ของมันได้เลย

ฉวี่เสี่ยวปิงนั่งอยู่ที่เบาะหลัง เธอเอาแต่ใช้โทรศัพท์ค้นหาข้อมูล พร้อมกับเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความยินดีว่า

“ตอนนี้แบรนด์ดังๆ หลายแบรนด์ที่กำลังฮิตในท้องตลาด ต่างก็มีหน้าร้านอยู่ที่ศูนย์การค้าหวาซิงกันหมดเลย! พวกเราไปที่นั่นที่เดียวก็เหมือนได้ช้อปปิ้งแบบครบวงจรในที่เดียวเลยล่ะ”

ฉู่หลิงเอื้อมมือไปโอบไหล่ของฉวี่เสี่ยวปิง เพื่อให้เธอมาพิงอยู่ข้างกายเขา ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจว่า “ไม่ใช่แล้วมั้ง เธอที่เป็นคนจินหลิงแท้ๆ แต่กลับไม่รู้ถึงความหรูหราของศูนย์การค้าหวาซิงเนี่ยนะ?”

อย่างไรเสียฉวี่เสี่ยวปิงก็เป็นคนจินหลิง เรื่องแบบนี้ไม่น่าจะเป็นไปได้นะ!

ฉวี่เสี่ยวปิงกลอกตาใส่ฉู่หลิงพลางอธิบายเสียงหวานว่า “ฉันก็ย่อมต้องรู้จักศูนย์การค้าหวาซิงอยู่แล้วสิ! เพียงแต่ว่าฉันเพิ่งจะกลับมาอยู่ที่จินหลิงได้ไม่นานเองนะ เลยยังไม่ได้ไปที่นั่นก็เท่านั้นเอง”

เธอกะว่าจะพาฉู่หลิงไปดูแบรนด์ดังๆ หลายๆ แบรนด์ เธอจึงตั้งใจจะหาข้อมูลในเน็ตไว้ล่วงหน้า

ฉู่หลิงที่รู้ซึ้งถึงเจตนาของอีกฝ่ายดี เขาจึงยื่นมือไปขยี้ผมของเธอจนยุ่งเหยิง และเรียกเสียงร้องอุทานด้วยความไม่พอใจจากฉวี่เสี่ยวปิงได้ทันที

คนขับรถขับรถมาจนถึงศูนย์การค้าหวาซิงในเวลาไม่นานนัก แม้รถโรลส์-รอยซ์ แฟนท่อม รุ่นฐานล้อยาวจะยังขับไปไม่ถึงหน้าลานจอดรถ แต่มันก็ดึงดูดสายตาของผู้คนจำนวนมากให้หันมามองเรียบร้อยแล้ว

“พระเจ้าช่วย พวกนายรีบดูนั่นสิ! นั่นมันโรลส์-รอยซ์รุ่นฐานล้อยาว! นี่เป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ยที่ฉันได้เห็นของจริงน่ะ!”

“พวกนายไม่มีความรู้เลยนะเนี่ย? ดูแวบเดียวก็รู้แล้วว่านี่คือรุ่นสั่งทำพิเศษ! เดี๋ยวฉันขอตรวจสอบข้อมูลดูก่อน! โอ้แม่เจ้า นี่มันโรลส์-รอยซ์ แฟนท่อม รุ่นฐานล้อยาวสั่งทำพิเศษ ราคากว่าสองร้อยล้านหยวนเชียวนะ!”

“รถคันละสองร้อยล้านหยวนเลยเหรอ? ความคิดความอ่านของคนรวยนี่มันช่างพิสดารดีจริงๆ นะ มีเงินเยอะขนาดนั้นทำไมถึงเอามาซื้อรถแค่คันเดียวล่ะ?”

“เป็นระดับความมั่งคั่งที่พวกเราคนธรรมดายากจะเข้าถึงจริงๆ เลยนะเนี่ย! รบกวนทุกคนช่วยหลีกทางหน่อยนะ ฉันจะขอถ่ายรูปเก็บไว้สักรูปก่อน!”

ฉู่หลิงและฉวี่เสี่ยวปิงที่นั่งอยู่ภายในรถ พวกเขาก็มองเห็นผู้คนจำนวนมากที่มายืนเบียดเสียดกันอยู่ริมถนน พร้อมกับยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปรถของพวกเขา

ฉวี่เสี่ยวปิงเบ้ปากพลางบ่นอุบอิบออกมาว่า “ตั้งแต่ได้มาอยู่กับนายเนี่ย ฉันก็รู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นดาราสาวไปแล้วจริงๆ นะ”

ไม่ว่าจะเป็นรถบูกัตติ เวย์รอนที่เธอเคยนั่งหรือรถโรลส์-รอยซ์ แฟนท่อม รุ่นฐานล้อยาวคันนี้ ไม่ว่าจะไปที่ไหนพวกมันก็ล้วนได้รับการต้อนรับราวกับเป็นดาวล้อมเดือนอยู่เสมอ การถูกแอบถ่ายรูปจึงกลายเป็นเรื่องที่เธอเริ่มจะชินชาไปแล้ว

ฉู่หลิงหันไปมองฉวี่เสี่ยวปิงแวบหนึ่ง ก่อนจะลดเสียงให้เบาลงและเอ่ยกระซิบที่ข้างหูของเธอว่า “เป็นดาราไม่ดีหรอกนะ ฉันอยากให้เธอเปลี่ยนมาเป็นยัยเด็กแสบของฉันมากกว่านะ”

หลังจากพูดจบ ฉู่หลิงก็เป็นฝ่ายหลุดหัวเราะออกมาเสียเอง

ฉวี่เสี่ยวปิงทำปากยื่นค้อนใส่เขาไปหนึ่งที พอนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนออกจากบ้านเมื่อกี้.......

เธอกับคำว่ายัยเด็กแสบเนี่ย ดูเหมือนมันจะห่างกันเพียงแค่ก้าวเดียวจริงๆ นั่นแหละ

ฉู่หลิงกวาดสายตามองไปรอบๆ ทันใดนั้นเขาก็ชี้นิ้วไปที่ร้านขายโทรศัพท์ที่อยู่ไม่ไกลออกไป ก่อนจะบอกกับคนขับรถว่า “จอดรถตรงนั้นหน่อยนะ”

คนขับรถก็รีบทำตามคำสั่งของฉู่หลิงทันที เขาจัดการจอดรถไว้ที่ริมถนน จากนั้นฉู่หลิงและฉวี่เสี่ยวปิงก็พากันก้าวลงมาจากรถ

บรรดาคนที่ผ่านมาที่เพิ่งจะถ่ายรูปเสร็จเมื่อกี้ ต่างก็ยังไม่ยอมเดินไปไหน เมื่อเห็นรถโรลส์-รอยซ์ แฟนท่อม รุ่นฐานล้อยาวจอดลง ทุกคนต่างก็จ้องเขม็งไปที่ประตูรถจนตาไม่กะพริบ

ทุกคนต่างก็อยากจะเห็นว่า เจ้าของรถหรูที่อลังการขนาดนี้ จะต้องเป็นคนประเภทไหนกันแน่

คนที่ก้าวลงมาจากรถคนแรกก็คือฉู่หลิง รูปร่างที่สูงโปร่งถึง 180 กว่าเซนติเมตร ทันทีที่ปรากฏตัวก็เรียกเสียงฮือฮาจากบรรดาหญิงสาวได้ทันที

วันนี้ฉู่หลิงสวมชุดเสื้อผ้าแบรนด์ Burberry รุ่นล่าสุด ซึ่งช่วยเสริมให้รูปร่างที่สมบูรณ์แบบของเขาดูมีภูมิฐานและดูดีมีระดับยิ่งขึ้นไปอีก

นี่... นี่มันจะหล่อเกินไปแล้วนะ?

รูปร่างดีเหมือนกับนายแบบเลย แถมใบหน้าด้านข้างก็ยังดูสมบูรณ์แบบจนไร้ที่ติอีกด้วย

ทว่าในวินาทีต่อมา ฉวี่เสี่ยวปิงก็ได้รับการประคองจากฉู่หลิงและก้าวเดินออกมาจากรถ

รองเท้าส้นสูงก็ช่วยส่งเสริมให้รูปร่างที่สูงโปร่งอยู่แล้วของเธอยิ่งดูเรียวยาวมากขึ้นไปอีก

ชุดเดรสลูกไม้สีขาวที่เน้นส่วนโค้งเว้าตรงช่วงเอว ยิ่งทำให้เอวบางของฉวี่เสี่ยวปิงดูเล็กคอดจนน่าทะนุถนอม

ผิวพรรณที่ขาวเนียนดุจหิมะที่โผล่พ้นร่มผ้าออกมาเป็นระยะๆ ก็ทอประกายวาววับล้อแสงอาทิตย์ดูแล้วช่างน่าหลงใหลจริงๆ

ทุกท่วงท่าการขยับตัวและรอยยิ้มที่แสนหวานนั้น ล้วนเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของความเป็นผู้หญิงอย่างเต็มเปี่ยม จนทำให้คนเดินถนนที่มามุงดูต่างพากันอึ้งไปตามๆ กัน

ฝ่ายชายก็หล่อเหลาสง่างาม ฝ่ายหญิงก็ดูดีมีเสน่ห์น่าดึงดูดใจ ช่างเป็นคู่กิ่งทองใบหยกจริงๆ!

ค่าความสวยความหล่อของทั้งสองคนนี้ มันจะสูงเกินไปแล้ว?

“ฮือๆๆ น่าเสียดายจังเลย! ผู้ชายหล่อขนาดนี้ ดันมีแฟนซะแล้ว!”

“พอเถอะ เลิกฝันกลางวันได้แล้ว! ลองดูระดับของแฟนสาวของเขาก่อนสิ แล้วย้อนกลับมาดูพวกเรา ต่อให้ดิ้นรนแทบตายยังไง พวกเราก็เทียบเขาไม่ได้หรอก!”

“ก็นั่นสินะ สาวสวยย่อมต้องคู่กับคนรวยอยู่แล้ว! แถมยังรวยและหล่อขนาดนี้อีก มันช่างน่าอิจฉาตาร้อนจริงๆ เลย!”

ฉู่หลิงและฉวี่เสี่ยวปิงเดินจูงมือกันเดินเข้าร้านขายโทรศัพท์ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของผู้คนที่เดินผ่านไปมา

“ยินดีต้อนรับค่ะ”

เมื่อเห็นว่ามีแขกเดินเข้ามา พนักงานขายสาวสวยคนหนึ่งในร้านก็รีบก้าวออกมาต้อนรับทันที

ทันทีที่ได้เห็นฉู่หลิงและฉวี่เสี่ยวปิง พนักงานขายสาวคนนั้นก็ถึงกับอึ้งในความสวยหล่อของคนทั้งสอง

ปกติพนักงานขายสาวคนนี้ก็แอบภูมิใจในความสวยของตัวเองอยู่ไม่น้อย แต่พอมายืนต่อหน้าฉวี่เสี่ยวปิง เธอกลับรู้สึกอับอายในรูปร่างหน้าตาของตัวเองขึ้นมาทันที

ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างที่สูงโปร่งสวยงาม หรือกลิ่นอายของเสน่ห์ความเป็นผู้หญิงที่แผ่ออกมาจากตัวของฉวี่เสี่ยวปิง พวกมันล้วนทำให้คนที่ได้เห็นต้องจ้องมองจนตาค้าง

สวยจนแทบจะระเบิดออกมาเลยล่ะ

ภายในใจของพนักงานขายคนนั้นก็เต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทันทีที่ตั้งสติได้เธอก็รีบก้าวเข้าไปต้อนรับด้วยความยินดี

ฉวี่เสี่ยวปิงเห็นพนักงานขายเดินเข้ามา เธอก็ส่งยิ้มหวานให้พลางเอ่ยถามว่า “สวัสดีค่ะ ที่นี่มีโทรศัพท์รุ่นใหม่ที่เพิ่งออกบ้างไหมคะ?”

“มีค่ะ!” พนักงานขายสาวได้ยินเสียงที่แสนจะไพเราะราวกับเสียงนกขมิ้นของฉวี่เสี่ยวปิง เธอก็อึ้งไปอีกรอบ

จากนั้นเธอก็รีบพาคนทั้งสองเดินไปที่เคาน์เตอร์จัดแสดงเครื่องโชว์ พร้อมกับชี้นิ้วแนะนำมือถือรุ่นต่างๆ “คุณผู้หญิงคะ นี่คือซีรีส์ mate40 รุ่นล่าสุดของหัวเว่ยค่ะ คุณสามารถลองเลือกดูได้เลยนะคะ ที่นี่พวกเรามีเครื่องจริงให้ทดลองเล่นทุกรุ่นเลยค่ะ”

หลังจากพนักงานขายสาวพูดจบ เมื่อเหลือบไปเห็นเสื้อผ้าบนตัวของฉวี่เสี่ยวปิงและฉู่หลิงที่ดูแล้วราคาต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน เธอจึงรีบเอ่ยเสริมขึ้นมาอีกประโยคหนึ่งว่า “นอกจากนี้ทางร้านเรายังมีรุ่นพิเศษ mate40RS รุ่นพอร์เช่ อีกหนึ่งเครื่องด้วยนะคะ รุ่นนี้เป็นรุ่นลิมิเต็ดที่มีเครื่องไม่เยอะ ถ้าคุณผู้หญิงสนใจ ลองรับไปพิจารณาดูไหมคะ?”

ฉวี่เสี่ยวปิงได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของเธอก็พลันเป็นประกายขึ้นมาทันที

เธอรู้จักพอร์เช่ดี ได้ยินว่ามันคือความฝันของชายหนุ่มหลายๆ คน เธอจึงเริ่มมีความคิดที่จะซื้อขึ้นมาพลางเอ่ยถามว่า “รุ่นพอร์เช่ราคาเท่าไหร่เหรอคะ?”

“หนึ่งหมื่นสี่พันหยวนค่ะ” พนักงานขายสาวส่งยิ้มบางๆ พร้อมกับแจ้งราคาออกมา

เพื่อให้การซื้อขายในครั้งนี้สำเร็จรวดเร็วยิ่งขึ้น พนักงานขายสาวจึงเริ่มแนะนำจุดเด่นของโทรศัพท์รุ่นนี้ต่อ “โทรศัพท์รุ่นนี้นอกจากจะมีรูปลักษณ์ที่ดูมีภูมิฐานและมีระดับแล้ว มันยังมาพร้อมกับอุปกรณ์ชาร์จในรถยนต์ด้วยนะคะ คุณสามารถชาร์จไฟในรถคันโปรดของคุณได้อย่างเต็มที่เลยค่ะ”

ฉู่หลิงที่ยืนฟังอยู่ข้างๆ อดไม่ได้ที่จะเลิกคิ้วขึ้น เขาจึงเอ่ยถามแทรกขึ้นมาด้วยรอยยิ้มว่า “โทรศัพท์รุ่นนี้ชาร์จในรถพอร์เช่ได้ แล้วถ้าจะเอามาชาร์จในรถโรลส์-รอยซ์เนี่ย มันจะชาร์จได้ไหมครับ?”

หลังจากฉู่หลิงพูดจบ พนักงานขายสาวก็ถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่งอย่างเห็นได้ชัด

เธอหันไปมองฉู่หลิง เมื่อเห็นใบหน้าของเขาที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เธอจึงทึกทักเอาเองว่าอีกฝ่ายกำลังแกล้งล้อเธอเล่นอยู่แน่ๆ

พนักงานขายสาวลอบส่งเสียงฮึดฮัดในใจพลางคิดว่า ยังอยากจะเอาไปชาร์จในรถโรลส์-รอยซ์อีกงั้นเหรอ?

ฉันยังอยากจะเอาไปชาร์จในรถเบนท์ลีย์อยู่เลยด้วยซ้ำ!

แต่ทว่าตามมารยาทแล้วคำพูดแบบนั้นย่อมพูดออกไปไม่ได้ พนักงานขายสาวจึงกลอกตาไปมาแล้วตอบด้วยรอยยิ้มตาหยีว่า “ย่อมได้แน่นอนอยู่แล้วค่ะ หรือว่าคุณผู้ชายจะลองไปทดสอบดูสักหน่อยไหมล่ะคะ?”

หลังจากพูดจบ พนักงานขายสาวก็ยกยิ้มที่มุมปาก ราวกับว่าเธอสามารถกู้หน้าคืนมาได้แล้ว และเป็นการตอกกลับฉู่หลิงไปในตัว

เธอขยิบตาอย่างลำพองใจ พร้อมกับพูดกับฉู่หลิงต่อว่า “คุณผู้ชายคะ ถ้าหากคุณไม่มีรถโรลส์-รอยซ์ล่ะก็ คุณจะเอาไปลองชาร์จในรถซูเปอร์คาร์อย่างเฟอร์รารี่ก็ได้นะคะ สามารถใช้ได้เหมือนกันหมดเลยค่ะ”

ถึงแม้ปากของพนักงานขายสาวจะพูดออกมาแบบนั้น แต่ในใจของเธอกลับแอบคิดว่า ดูซิว่าแกจะตอบกลับมายังไง!

รถโรลส์-รอยซ์อีกฝ่ายย่อมไม่มีอยู่แล้ว ส่วนรถหรูอย่างเฟอร์รารี่ก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะมีอย่างแน่นอน!

แต่ทว่าฉู่หลิงกลับไม่ได้คิดอะไรมากขนาดนั้น เขาเอ่ยออกมาอย่างใช้ความคิดว่า “ผมไม่ค่อยชอบทรงของรถเฟอร์รารี่เท่าไหร่ เอาเป็นว่าช่างมันเถอะ ขอแค่ชาร์จในรถได้ก็พอแล้ว”

ในพริบตานั้น ทั่วทั้งร้านก็ตกอยู่ในความเงียบสงัดทันที

พนักงานขาย : “........”

ลูกค้าคนอื่นๆ : “.......”

หาว่าอ้วนแล้วยังจะมาทำเป็นหอบหายใจติดขัดอีกเหรอ??? (หาว่ารวยแล้วยังจะมาทำโชว์เหนืออีกเหรอ???)

ถึงขั้นไม่ชอบทรงของรถเฟอร์รารี่เลยเหรอ?

นายมีปัญญาซื้อหรือเปล่าเถอะ?

ในหมู่ลูกค้านั้น ก็มีบางคนที่จำได้ว่าเสื้อผ้าที่ฉู่หลิงสวมใส่คือแบรนด์ Burberry แต่ทว่าพวกเขากลับจำรุ่นที่เขาใส่ไม่ได้เลย

เพราะอย่างไรเสีย นี่ก็คือชุดที่เพิ่งจะเดินโชว์ในงานแฟชั่นวีคไป ซึ่งแม้แต่ในช้อปแบรนด์เนมที่ต่างประเทศเอง ก็ใช่ว่าจะมีรุ่นไฮเอนด์สั่งทำพิเศษแบบนี้วางขายอยู่

แต่ทว่าภายในใจของลูกค้าเหล่านั้น กลับเริ่มมีความคิดที่ดูถูกและถากถางขึ้นมา เมื่อกี้ยังบอกว่าขับโรลส์-รอยซ์และดูถูกเฟอร์รารี่อยู่เลยแท้ๆ แต่สุดท้ายกลับใส่ชุดแบรนด์เนมระดับโลกที่เป็นของก๊อปเกรดเอมาเนี่ยนะ

ขนาดทรงที่เลียนแบบมายังเลียนแบบไม่ถูกรุ่นเลย!

หลังจากที่ดูถูกฉู่หลิงอยู่ในใจจบแล้ว ลูกค้าคนนั้นก็อดไม่ได้ที่จะหันไปส่ายหน้าเบาๆ ให้กับฉวี่เสี่ยวปิง

ช่างน่าเสียดายจริงๆ ดอกไม้ที่แสนสวย กลับต้องมาปักลงบนกองอึแบบนี้...

หวังว่าแม่สาวคนนี้กับเขาจะเป็นรักแท้กันนะ ถ้าหากเธอหวังเพียงเพราะเห็นเขาดูเหมือนจะเป็นคนรวยล่ะก็ เกรงว่าคงจะต้องเจอดีเข้าให้แน่ๆ

ฉู่หลิงมองดูตัวเครื่องที่เป็นหนังของรุ่น mate40RS รุ่นพอร์เช่ เขารู้สึกว่าสัมผัสของมันนับว่าไม่เลวเลยทีเดียว เขาจึงเอ่ยปากบอกพนักงานขายว่า “เอาเครื่องนี้แหละครับ!”

หลังจากพูดจบ ฉู่หลิงก็ตั้งใจจะไปจ่ายเงิน

แต่ใครจะไปคิดล่ะว่า ฉวี่เสี่ยวปิงจะรวดเร็วกว่าฉู่หลิงเสียอีก เธอชิงก้าวเดินไปที่เคาน์เตอร์เก็บเงินก่อน พร้อมกับชูคิวอาร์โค้ดการชำระเงินในโทรศัพท์ออกมาพลางพูดว่า “ฉันเป็นคนจ่ายเองค่ะ สแกนของฉันได้เลย”

ในพริบตานั้น ทั้งพนักงานขายและลูกค้าคนอื่นๆ ที่เห็นการกระทำของฉวี่เสี่ยวปิง ต่างก็รู้สึกเปรี้ยวเข็ดฟันในใจไปตามๆ กัน

ให้ตายเถอะ ไอ้หนุ่มคนนี้ ชาติที่แล้วไปช่วยกอบกู้จักรวาลมาหรือยังไงกันนะ ถึงได้มีแฟนเป็นเศรษฐีนีสาวสวยแบบนี้?

โทรศัพท์เครื่องละเป็นหมื่น บอกว่าจะช่วยซื้อก็ซื้อให้หน้าตาเฉยเลยเหรอ?

นี่ไม่ใช่แค่ดอกไม้ที่แสนสวยมาปักลงบนกองอึ... แล้วล่ะ แต่นี่มันดอกไม้แห่งความมั่งคั่งในโลกมนุษย์ชัดๆ เลย!

ฉู่หลิง : “.......”

เสี่ยวปิง ถ้าเธอเป็นคนจ่ายล่ะก็ เงินคืนของฉันมันก็หายวับไปกับตาเลยน่ะสิ

ถึงแม้ฐานะทางบ้านของพวกเราจะนับว่าไม่เลว แต่ก็ไม่ควรจะมาทิ้งโอกาสในการหาเงินแบบนี้ไปง่ายๆ สิ!

แต่ทว่าฉู่หลิงก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา เพื่อเป็นการรักษาหน้าและน้ำใจของฉวี่เสี่ยวปิง เขาจึงไม่สามารถหักหน้าเธอต่อหน้าผู้คนได้

เขาว่ากันว่าผู้หญิงตอนที่มีความรักมักจะอ่อนไหวเป็นพิเศษ อีกอย่างมันก็แค่โทรศัพท์เครื่องเดียวเท่านั้นเอง

ไม่นานนัก ฉวี่เสี่ยวปิงก็ถือกล่องโทรศัพท์เครื่องใหม่เดินกลับมาหาฉู่หลิงพลางเอ่ยอย่างยิ้มๆ ว่า “นี่ค่ะ! เดี๋ยวฉันช่วยเปลี่ยนซิมการ์ดให้ดีไหม?”

“ตกลง!”

หลังจากฉู่หลิงพูดจบ เขาก็วางโทรศัพท์เครื่องเก่าที่หน้าจอแตกไว้บนโต๊ะ เพื่อปล่อยให้ฉวี่เสี่ยวปิงเป็นคนถอดซิมการ์ดออกเอง

ฉวี่เสี่ยวปิงลงมือได้อย่างรวดเร็วมาก เพียงครู่เดียวเธอก็ย้ายซิมการ์ดไปใส่ในเครื่องใหม่และยื่นส่งให้ฉู่หลิงเรียบร้อยแล้ว

ฉู่หลิงรับมาเปิดดูและรู้สึกพึงพอใจอย่างมาก

ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังจะเดินออกจากร้าน ฉู่หลิงก็พลันหันหลังกลับไปมองทางพนักงานขายสาวคนเดิมพลางพูดว่า “เดี๋ยวผมขอไปลองทดสอบการชาร์จในรถดูก่อนนะ ถ้าหากมันใช้งานได้ไม่ดีล่ะก็ ผมจะเดินกลับมาทำเรื่องคืนสินค้า”

พนักงานขาย : “.......”

นายนี่มันล้อเล่นเก่งจริงๆ เลยนะ

บรรดาลูกค้าที่อยู่รอบข้างต่างก็พากันหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ

ไอ้หนุ่มคนนี้จะแสร้งทำเป็นรวยไปจนจบเลยงั้นเหรอ? ป่านนี้แล้วยังจะไม่ลืมเรื่องโรลส์-รอยซ์นั่นอีกเหรอเนี่ย?

“เชิญทั้งสองท่าน เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพนะคะ!”

พนักงานขายสาวก็ยังคงทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยมโดยการออกมาส่งทั้งสองคนถึงหน้าประตูร้าน บรรดาลูกค้าหลายคนก็จงใจเดินตามหลังออกไปด้วย เพราะตั้งใจจะออกมาดูว่ารถที่ฉู่หลิงขับมาคือรถอะไรกันแน่

ใบหน้าของแต่ละคนก็เต็มไปด้วยความผ่อนคลายและดูสนุกสนาน พวกเขาจ้องมองฉู่หลิงและฉวี่เสี่ยวปิงที่เดินห่างออกไปจากตัวร้าน

ทว่าในวินาทีต่อมา รอยยิ้มบนใบหน้าของทุกคนก็พลันแข็งค้างลงทันที และเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความตกตะลึงอย่างช้าๆ

พวกเขากลับเห็นภาพที่ฉู่หลิงและฉวี่เสี่ยวปิงพากันก้าวขึ้นไปบนรถโรลส์-รอยซ์จริงๆ แถมยังเป็นรุ่นฐานล้อยาวอีกต่างหาก!!!

ให้ตายเถอะ ไอ้หนุ่มคนนี้ เขามีรถโรลส์-รอยซ์จริงๆ ด้วย!!!

ดวงตาของบรรดาลูกค้าต่างก็พากันเบิกกว้างจนแทบจะหลุดออกมา สีหน้าของแต่ละก็คนเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

ส่วนพนักงานขายสาวสวยคนนั้นก็ถึงกับอึ้งค้างไปเลยทีเดียว ผู้ชายคนนี้... ที่เขาพูดมาทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องจริงงั้นเหรอ!!

ด้วยฐานะระดับเขา การที่จะมองข้ามรถเฟอร์รารี่ไป มันก็เป็นเรื่องที่ปกติที่สุดแล้วไม่ใช่หรือไงกัน?

พนักงานขายสาวพอคิดมาถึงตรงนี้ก็รู้สึกเสียใจขึ้นมาทันที โทรศัพท์ที่เธอเพิ่งขายออกไป ทำไมเธอถึงไม่แอบแอดวีแชทของเธอลงไปกันนะ วันข้างหน้าถ้าเขาอยากจะซื้อโทรศัพท์อีก เธอจะได้มีโอกาสดีๆ แบบนี้เข้ามาอีก

แต่เป็นเพราะเธอเองที่ไม่ยอมเชื่อในคำพูดของฉู่หลิง จนทำให้ต้องสูญเสียลูกค้ารายใหญ่ระดับเทพเจ้าท่านนี้ไปฟรีๆ

เฮ้อ จะไปเรียกร้องขอความเป็นธรรมจากใครได้ล่ะทีนี้!

ทว่าในตอนนี้ฉู่หลิงได้นำโทรศัพท์เครื่องใหม่ไปเสียบชาร์จไว้ในรถเรียบร้อยแล้ว จากนั้นเขาก็หันไปสั่งคนขับรถว่า “ไป กลับบ้าน!”

“ครับ คุณผู้ชาย!”

คนขับรถรับคำสั่ง และรีบขับรถมุ่งหน้าตรงไปยังทิศทางของวิลล่าคฤหาสน์เทียนฝางทันที

เมื่อรถค่อยๆ แล่นขึ้นไปตามถนนบนภูเขาของคฤหาสน์เทียนฝาง ดวงตาของฉวี่เสี่ยวปิงก็เอาแต่จ้องมองทัศนียภาพข้างนอกจนตาไม่กะพริบ ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความตื่นตาตื่นใจ

ทัศนียภาพด้านนอกหน้าต่างรถนั้นช่างสวยงามเหลือเกิน ทุกๆ ส่วนของที่นี่ดูเหมือนกับรูปวาดที่มีชีวิต ดังนั้นทุกๆ ที่ที่เธอมองออกไป เธอจึงไม่อยากจะปล่อยให้มันคลาดสายตาไปเลยแม้แต่วินาทีเดียว

“คุณผู้ชายครับ ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ มีธุระอะไรเรียกใช้ผมได้ตลอดเวลาเลยนะครับ”

เมื่อจอดรถภายในโรงจอดรถเสร็จแล้ว คนขับรถก็กล่าวลาฉู่หลิงและเดินจากไปทันที

ฉู่หลิงกลับไม่ได้รีบร้อนจะลงจากรถ เขาเลือกที่จะนั่งรออยู่ในรถเพื่อรอให้โทรศัพท์ชาร์จแบตเตอรี่จนเต็มเสียก่อน

พอนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้ก็ว่างๆ อยู่ ฉู่หลิงจึงหันไปมองฉวี่เสี่ยวปิงที่อยู่ข้างกาย เขาเอื้อมมือไปบีบคางที่แสนจะจิ้มลิ้มและน่ารักของเธอพลางแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา “เธออุตส่าห์ซื้อโทรศัพท์ให้ฉันเครื่องหนึ่ง งั้นฉันควรจะให้อะไรเป็นของขวัญตอบแทนเธอดีนะ?”

ฉวี่เสี่ยวปิงยังไม่ทันได้รู้ตัวว่าภยันตรายกำลังจะมาเยือน เธอจึงส่ายหน้าเบาๆ พลางตอบว่า “ไม่จำเป็นหรอก”

เธอก็แค่ตั้งใจอยากจะซื้อของให้ฉู่หลิงบ้างก็เท่านั้นเอง ไม่ได้หวังจะให้เขาให้ของขวัญอะไรตอบแทนเธอเลยสักนิด

“อย่างที่เขาว่ากันว่า มีมารยาทมาก็ต้องมีน้ำใจตอบแทนไง!”

ฉู่หลิงพูดจบก็พาร่างของฉวี่เสี่ยวปิงนอนราบลงไปทันที

ดวงตาคู่สวยของฉวี่เสี่ยวปิงพลันเบิกกว้างขึ้นมาทันที เธอยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากพูดอะไร ริมฝีปากของเธอก็ถูกปิดกั้นไว้เรียบร้อยแล้ว

แล้วรถก็ได้สั่นสะเทือนไปมาอยู่นานหลายชั่วโมงถึงได้หยุดนิ่งลง

หลังจากก้าวลงมาจากรถ ฉวี่เสี่ยวปิงก็รีบจัดการจัดระเบียบเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่ให้เรียบร้อย เธอเอื้อมมือไปทุบที่ตัวฉู่หลิงเบาๆ หนึ่งทีพลางออดอ้อนอย่างแง่งอนว่า “นายนี่มันไม่มีมารยาทเลยนะ ดูสิผมเผ้าของฉันยุ่งเหยิงไปหมดแล้วเนี่ย แถมยังมีที่ไหนกันที่ให้ของขวัญเป็นไอ้เจ้านี่น่ะ!!! มันทั้งเหนียวทั้งแฉะไปหมดเลย!!! เกือบจะเลอะชุดใหม่ของฉันแล้วนะเนี่ย!”

จบบทที่ ตอนที่ 84 : โรลส์-รอยซ์

คัดลอกลิงก์แล้ว