- หน้าแรก
- แม่มดฝึกหัด ขอจัดเต็ม
- บทที่ 51 ท่อนไม้ของแม่มด
บทที่ 51 ท่อนไม้ของแม่มด
บทที่ 51 ท่อนไม้ของแม่มด
แล้ว {การ์ดตัวละคร} เธอสร้างมันออกมาได้ยังไงกันล่ะ?
เธอเข้าใจวิธีแยกแยะเผ่าพันธุ์ เข้าใจปริมาณของพลังเวท และเข้าใจการแบ่งระดับเวทมนตร์
แต่เธอรู้แค่การแบ่งระดับเวทมนตร์ ไม่ได้รู้ชื่อของเวทมนตร์ทั้งหมดเสียหน่อย!
ระดับเวทมนตร์ล้วนคำนวณจากสัดส่วนของพลังเวทสูงสุดที่สามารถดึงมาใช้ร่ายเวทได้
แต่ถ้าไม่รู้ชื่อเวทมนตร์ แล้วจะแสดงระดับเวทมนตร์ออกมาได้ยังไงล่ะ?
ตามหลักแล้ว {การ์ดตัวละคร} ยังมีช่องโหว่ด้านความรู้อยู่ ไม่น่าสร้างออกมาได้ถึงจะถูก
แต่มันกลับสร้างออกมาได้เสียอย่างนั้น
หากไม่ใช่เพราะโม่หลานรู้ดีว่า ฟังก์ชันที่ตัวเองเขียนลงไป จะต้องแสดงผลออกมาอย่างครบถ้วนไม่ขาดตกบกพร่องอย่างแน่นอนล่ะก็ เธอคงสงสัยไปแล้วว่า {การ์ดตัวละคร} ล็อตนี้ไม่ได้มาตรฐาน
{การ์ดตัวละคร} มีความสามารถในการแสดงเวทมนตร์และระดับที่สอดคล้องกันจริง ๆ แต่เธอก็ไม่รู้ชื่อของเวทมนตร์ทั้งหมดจริง ๆ นั่นแหละ
ตกลงว่ามันผิดพลาดตรงไหนกัน? ทำไมถึงสร้างออกมาได้?
โม่หลานเริ่มค่อย ๆ แกะรอยหาต้นตอของสาเหตุอย่างละเอียด
นอกจากความรู้ที่ตัวเองเข้าใจแล้ว ความสามารถที่เธอมีก็สามารถนำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการสร้างการ์ดได้เช่นกัน อย่างเช่นเวทมนตร์ หรือพรสวรรค์
ในเมื่อไม่ใช่สิ่งที่เธอเข้าใจ งั้นก็ต้องเป็นสิ่งที่เธอทำได้แน่นอน
ตอนนี้เธอยังไม่เคยเรียนเวทมนตร์อะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลยด้วยซ้ำ เวทพู่กันทองและคัมภีร์แม่มดล้วนเป็นเวทมนตร์จอมมนตรา เธอมีแค่สิทธิ์ในการใช้งาน ไม่ใช่ความสามารถที่เป็นของเธอจริง ๆ
พอมองแบบนี้ ก็ชัดเจนเลยว่าเป็นเพราะวัตถุแห่งพรสวรรค์ของเธอ——คัมภีร์การ์ด
ใช่แล้ว คัมภีร์การ์ดมีความสามารถในการอ่านความคิดของเธอเพื่อสร้างการ์ดนี่นา
หรือว่า {การ์ดตัวละคร} จะอาศัยการอ่านความคิดของผู้ใช้ เพื่อดึงชื่อเวทมนตร์ที่ตรงกันออกมา?
เวทมนตร์หลายบทต่างก็มีชื่อเรียกที่หลากหลาย ชื่อที่อยู่ในใจของผู้ใช้น่าจะเหมาะสมกว่าจริง ๆ
โม่หลานลองคิดดูว่า “เปลี่ยนเวทพู่กันทองเป็นเวทพันธสัญญา!”
วินาทีต่อมา “เวทพู่กันทอง” บน {การ์ดตัวละคร} ก็กลายเป็น “เวทพันธสัญญา” จริง ๆ ด้วย!
เปลี่ยนไปตามความคิดและการรับรู้ของผู้ใช้จริง ๆ ด้วย!
เธอเปลี่ยนชื่อกลับมาเหมือนเดิม แต่ในใจกลับไม่สามารถสงบลงได้เลย
คนสร้างการ์ดอย่างเธอเพิ่งจะมาเข้าใจ {การ์ดตัวละคร} ใบนี้อย่างถ่องแท้ก็ตอนนี้นี่เอง
ความภาคภูมิใจจากการสร้างการ์ดสำเร็จอย่างต่อเนื่องมลายหายไปจนหมดสิ้น
“เราไม่สามารถสร้างสิ่งที่ตัวเองไม่รู้หลักการ และทำไม่เป็นออกมาได้”
โม่หลานตอกย้ำประโยคนี้ในใจอย่างหนักแน่น จากนั้นก็ปิดคัมภีร์การ์ดลง
แรงบันดาลใจในการสร้างการ์ดไม่เคยเป็นสิ่งที่เธอขาด แต่เป็นความรู้และความสามารถทางเวทมนตร์ที่จะมาช่วยรองรับการสร้างการ์ดต่างหาก
จะมัวแต่ลุ่มหลงอยู่กับความสำเร็จในการสร้างการ์ด จนลืมรากฐานที่สำคัญที่สุดไปไม่ได้
โม่หลานพลันอัญเชิญคัมภีร์แม่มดของตัวเองออกมา
พอเดาได้ว่าพรุ่งนี้ตอนเข้าเรียนจะต้องเรียนทำไม้กายสิทธิ์ เธอจึงเปิดไปที่หนังสือ ‘ไม้กายสิทธิ์ ไม้กายสิทธิ์’ แล้วตั้งใจอ่าน
“‘ไม้กายสิทธิ์ ไม้กายสิทธิ์’ เดิมชื่อ ‘ท่อนไม้ของแม่มด’ เขียนโดยแม่มดผู้ไม่ประสงค์ออกนามท่านหนึ่ง เป็นหนังสือนิทานอิงประวัติศาสตร์เชิงให้ความรู้ อ่านง่าย เหมาะสำหรับแม่มดน้อยที่ยังขาดความเข้าใจเรื่องไม้กายสิทธิ์...”
“ท่อนไม้ของแม่มดเหรอ?” โม่หลานมองดูย่อหน้าแรกของคำนำ รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย แต่ในขณะเดียวกันก็กระตุ้นความสนใจของเธอขึ้นมา
เธอรวดอ่านไปได้กว่าครึ่งค่อนเล่ม
ในหนังสือเล่าว่า เมื่อนานมาแล้ว เหล่าแม่มดไม่ได้เข้าใจถึงความสามารถของตัวเองเลย
พวกเธอคิดว่า พลังพิเศษของตัวเองเกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์ประหลาดที่ปะทุออกมาตอนที่ตื่นรู้เป็นครั้งแรก
ตอนที่ตื่นรู้ หากมีเปลวไฟปะทุออกมา ก็คือแม่มดแดง
ตอนที่ตื่นรู้ หากมีกระแสน้ำไหลออกมา ก็คือแม่มดน้ำเงิน
ตอนที่ตื่นรู้ หากมีพืชพรรณรอบตัวเติบโตอย่างรวดเร็ว ก็คือแม่มดเขียว
ในทำนองเดียวกัน ก็ยังมีแม่มดคราม แม่มดม่วง แม่มดส้ม แม่มดขาว แม่มดดำ และอื่น ๆ อีกมากมาย
แม่มดที่เพิ่งจะตื่นรู้ไม่สามารถควบคุมความสามารถของตัวเองได้อย่างอิสระ
มักจะเผลอแสดงความผิดปกติออกมาในสถานการณ์ที่ไม่เหมาะสมอยู่บ่อยครั้ง
ในยุคที่ทูตสวรรค์และปีศาจแบ่งปันดินแดนเผ่ามนุษย์ในทวีปวาเลนร่วมกัน ในดินแดนของมนุษย์ มีเพียงนักบวชและอัศวินของคริสตจักรทูตสวรรค์ กับนักบวชและนักรบของลัทธิปีศาจเท่านั้น ที่ครอบครองพลังเวทมนตร์
หากใครก็ตามที่ไม่ได้เป็นคนของคริสตจักรแสดงพลังพิเศษออกมา จะถูกตราหน้าว่าเป็นผู้ทรยศต่อพระเจ้า และถูกพิพากษา
แม่มดที่ไม่สามารถควบคุมความสามารถของตัวเองได้จึงกลายเป็นแขกขาประจำบนลานประหารด้วยไฟ
และยังมีแม่มดนับไม่ถ้วนที่เผลอเปิดเผยตัวตนโดยไม่ระวัง แล้วถูกจับไปประหารชีวิต
มีแม่มดคนหนึ่งชื่อเธลม่า ตอนที่กำลังจะถูกเผาทั้งเป็น พลังเวทมนตร์ของเธอก็ปะทุขึ้นมา แล้วเผานักบวชที่พิพากษาเธอกับชาวบ้านจนตายเกลี้ยงแทน
เพื่อหลบหนีจากการตามล่าของวิหาร เธอจึงหนีเข้าไปซ่อนตัวในป่าดงดิบที่ไร้ผู้คน
ในป่ามีงู แมลง หนู และมดมากมาย เธลม่าจึงใช้ท่อนไม้คอยทุบตีขับไล่พวกมัน
วันหนึ่ง จู่ ๆ เธอก็พบว่า พลังเปลวไฟในร่างกายที่เคยดุร้ายจนควบคุมไม่อยู่ กลับกลายเป็นอ่อนโยนและควบคุมได้ในขณะที่เธอถือท่อนไม้เอาไว้ เพียงแต่พลังทำลายล้างไม่เท่ากับเมื่อก่อน
แถมยังมีแค่ท่อนไม้ที่เธอใช้มาอย่างยาวนานท่อนนั้นเท่านั้นที่ให้ผลลัพธ์ดังกล่าว
ยิ่งไปกว่านั้น เธอไม่เพียงใช้ท่อนไม้จุดไฟได้เท่านั้น ทว่ายามกระหายน้ำ เธอยังใช้มันเสกน้ำสะอาดออกมาดื่มได้อีกด้วย
ดูเหมือนว่าตอนที่ถือท่อนไม้ เธอไม่ได้มีแค่พลังเปลวไฟ แต่ยังมีพลังด้านกระแสน้ำ พฤกษา สายลม และอื่น ๆ อีกสารพัด
ท่อนไม้ท่อนนี้ ก็คือไม้กายสิทธิ์ด้ามแรกของโลก
ต่อมาเธอได้พบกับแม่มดเขียวคนหนึ่งที่ปลีกวิเวกอยู่ในป่า จึงได้เล่าเรื่องราวที่ตัวเองค้นพบให้ฟัง
แม่มดเขียวก็เลยหาท่อนไม้มาถือติดตัวไว้ทุกวันเลียนแบบเธอบ้าง แล้ววันหนึ่ง ท่อนไม้ของเธอก็มีความสามารถเหมือนกับของเธลม่า
ข่าวนี้ค่อย ๆ แพร่กระจายไปในหมู่แม่มดทั่วทุกหนแห่ง บรรดาแม่มดต่างก็เริ่มฟูมฟัก ‘ท่อนไม้’ ของตัวเอง และอาศัยมันเพื่อควบคุมความสามารถของตัวเอง
ในตอนนี้นี่เอง ที่เหล่าแม่มดเพิ่งจะรู้ว่า ปรากฏการณ์ประหลาดตอนที่ตื่นรู้ครั้งแรกเป็นเพียงตัวแทนของความสามารถที่พวกเธอถนัดที่สุดเท่านั้น ไม่ใช่ความสามารถทั้งหมดของพวกเธอ
ตั้งแต่นั้นมา ความสามารถในการเอาชีวิตรอดของบรรดาแม่มดก็เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
ภายหลัง เหล่าแม่มดก็ได้ค้นพบ ‘การแทรกซึมเวทมนตร์’
มีแม่มดคนหนึ่งที่เคยเป็นลูกมือพ่อครัวในวิหาร ได้นำการแทรกซึมเวทมนตร์มาผสมผสานเข้ากับคทาของนักบวช แล้วตั้งชื่อใหม่ให้กับท่อนไม้ของแม่มดว่า——ไม้กายสิทธิ์
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ‘ท่อนไม้ของแม่มด’ ถึงได้มีชื่อเรียกว่า ‘ไม้กายสิทธิ์’
จากการทดลองซ้ำแล้วซ้ำเล่า เหล่าแม่มดก็ได้ค้นพบวิธีทำไม้กายสิทธิ์ที่รวดเร็วยิ่งขึ้น
นั่นก็คือการเลือกกิ่งไม้สดหรือท่อนไม้ที่ถูกตาต้องใจมาสักท่อน แล้วใช้เวทมนตร์แทรกซึมลงไป มันก็จะกลายเป็นคู่หูในการร่ายเวทของแม่มด——นั่นก็คือไม้กายสิทธิ์
พอโม่หลานอ่านมาถึงตรงนี้ เธอก็รู้ได้ทันทีว่า กิ่งไม้สดที่คุณอามีช่าสั่งให้พวกเธอเตรียมมา จะต้องเอามาทำเป็นไม้กายสิทธิ์อย่างแน่นอน!
หลังจากไม้กายสิทธิ์ด้ามแรกถือกำเนิดขึ้น การวิจัยเรื่องไม้กายสิทธิ์ของเหล่าแม่มดก็ไม่เคยหยุดนิ่ง
นับตั้งแต่มนุษย์ค้นพบว่า การศรัทธาในทูตสวรรค์จะทำให้ครอบครองเวทศักดิ์สิทธิ์ และการทำสัญญากับปีศาจจะทำให้ได้รับพลัง ทั้งหมดล้วนเป็นเพียงคำโกหก มนุษย์เองก็มีความสามารถในการเรียนรู้เพื่อครอบครองพลังเหนือธรรมชาติได้ หลังจากนั้น ในหมู่มนุษย์ก็ปรากฏผู้ร่ายเวทที่ศรัทธาในความรู้ พวกเขาเรียกตัวเองว่าจอมเวท
เหล่าจอมเวทเชื่อว่า เพียงแค่ได้รับความรู้ที่ตรงกัน ก็จะสามารถครอบครองความสามารถที่ตรงกันได้
มีแม่มดที่คิดว่าตัวเองกับจอมเวทเป็นพวกเดียวกัน จึงเข้าไปตีสนิทกับพวกจอมเวท แต่กลับนำมาซึ่งอันตรายครั้งใหม่
ความสามารถทางเวทมนตร์อันยอดเยี่ยมของแม่มด และรูปแบบการร่ายเวทอันเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่ต้องพึ่งพาความรู้ถูกเปิดเผย
จากการเป็นแขกขาประจำบนลานประหารของวิหาร จึงกลายมาเป็นเป้าหมายในการตามล่าของเหล่าจอมเวทแทน
ในคุกใต้ดินของหอคอยจอมเวทหลายแห่ง ล้วนมีแม่มดถูกคุมขังเอาไว้ การวิจัยอันโหดเหี้ยมผิดมนุษย์มนาสารพัดรูปแบบถูกนำมาใช้กับพวกแม่มด เพียงเพื่อต้องการล้วงความลับเรื่องพรสวรรค์ของพวกเธอ