- หน้าแรก
- ถอนหมั้นทหารหนุ่ม สู่ชีวิตใหม่กับท่านนายพล
- บทที่ 7 - แรกพบเฮ่อซีโจว
บทที่ 7 - แรกพบเฮ่อซีโจว
บทที่ 7 - แรกพบเฮ่อซีโจว
บทที่ 7 - แรกพบเฮ่อซีโจว
อู๋หลินโทรศัพท์มาแจ้งล่วงหน้าตั้งแต่ตอนอยู่ในตัวอำเภอแล้ว ดังนั้นตอนที่เสิ่นเวยมาถึงบ้านตระกูลเฮ่อ สมาชิกทุกคนในครอบครัวจึงอยู่กันพร้อมหน้า
เมื่อเห็นเสิ่นเวยสวมเสื้อผ้าเก่าซอมซ่อ แถมยังมีรอยปะชุนอยู่หลายจุด บนใบหน้าของเฮ่อเจี้ยนกั๋วก็เผยแววรังเกียจออกมาอย่างไม่คิดจะปิดบัง
เดิมทีเขาไม่เห็นด้วยกับการแต่งงานครั้งนี้อยู่แล้ว แต่ก็จนใจที่คุณปู่ของบ้านยืนกรานบีบบังคับ ประกอบกับลูกชายอย่างเฮ่อซีโจวในตอนนี้อารมณ์แปรปรวนหนัก อย่าว่าแต่หาคู่แต่งงานเลย ขนาดจ้างคนมาดูแลก็ยังถูกเขาไล่ตะเพิดไปตั้งหลายคน
เขาหมดหนทางจริงๆ ถึงได้จำใจยอมรับการแต่งงานครั้งนี้
แต่ผลลัพธ์ก็เป็นไปตามที่เขาคาดไว้เป๊ะ ฝ่ายหญิงดูแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นสาวบ้านนอกที่ไม่เคยออกไปเปิดหูเปิดตาดูโลกเลย
"ฉันจะแนะนำให้รู้จักนะ" อู๋หลินพาเสิ่นเวยเดินนำเข้าไปหาชายชราผมขาวโพลนคนหนึ่งเป็นคนแรก "นี่คือท่านผู้บัญชาการเฮ่อ คุณปู่ของเฮ่อซีโจว"
เสิ่นเวยเดินเข้าไปหาคุณปู่เฮ่อ ร้องเรียกเสียงเบา "คุณปู่คะ"
เฮ่อจิ่งหงกวาดสายตามองเสิ่นเวยตั้งแต่หัวจรดเท้า พบว่าถึงเสื้อผ้าจะเก่าและมีรอยปะ แต่กลับซักจนสะอาดสะอ้าน ตอนที่พูดคุยกับเขาก็ยืนหลังตรงแหน่ว ดวงตากลมโตสุกใสราวกับน้ำในลำธาร ทำให้เขารู้สึกถูกชะตาขึ้นมาทันที
"สมแล้วที่เป็นหลานสาวของเหล่าจาง ดูมีชีวิตชีวาเหมือนเขาตอนหนุ่มๆ ไม่มีผิด" เฮ่อจิ่งหงพูดด้วยรอยยิ้ม "ต่อไปนี้เธอก็ใช้ชีวิตอยู่กับซีโจวให้ดีๆ นะ พวกเราจะไม่ปล่อยให้เธอต้องลำบากแน่นอน"
"ขอบคุณค่ะคุณปู่"
คุณปู่ชอบเสิ่นเวย แต่เฮ่อเจี้ยนกั๋วกลับต่างออกไป ตอนที่เสิ่นเวยเดินเข้าไปเรียกเขาว่า "คุณพ่อ" เขาเพียงแค่ตอบรับอืมเบาๆ ในลำคอเท่านั้น
แม่ของเฮ่อซีโจวเป็นคนไม่ค่อยพูด ก็เพียงแค่พยักหน้าเบาๆ ให้เช่นกัน
ส่วนน้องชายอย่างเฮ่อซีหลิน ตั้งแต่เสิ่นเวยก้าวเท้าเข้ามาในบ้าน เขาก็ปรายตามองเธอแค่แวบเดียว จากนั้นก็ย้ายสายตาไปจ้องเสิ่นเชี่ยนแทน ไม่แม้แต่จะเอ่ยทักทายเสิ่นเวยด้วยซ้ำ
นี่คือสมาชิกทุกคนของตระกูลเฮ่อนอกเหนือจากเฮ่อซีโจว
เสิ่นเวยรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่า นอกจากคุณปู่เฮ่อแล้ว คนอื่นๆ ดูจะไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่ หรือพูดให้ถูกคือไม่ค่อยจะเห็นหัวเธอเลยมากกว่า
เรื่องนี้ก็อยู่ในความคาดหมายของเธออยู่แล้ว
เธอก็เป็นแค่สาวบ้านนอกไร้การศึกษาไร้ประสบการณ์ พอเข้ามาอยู่ในครอบครัวคนรวยในเมือง เธอก็ไม่เคยคิดหรอกว่าจะได้รับการต้อนรับขับสู้อะไรมากมาย
เมื่อหมดหน้าที่ อู๋หลินก็ขอตัวกลับอย่างรู้มารยาท เฮ่อเจี้ยนกั๋วก็กระแอมเบาๆ หันไปพูดกับเสิ่นเวยว่า "เธอแต่งงานกับซีโจวแล้ว ก็ถือเป็นคนของตระกูลเฮ่อ ซีโจวกับคุณปู่ของเขาล้วนเป็นทหาร ฉันเองก็เป็นผู้บริหารในรัฐวิสาหกิจ ดังนั้นในบ้านของเรา การพูดจาการกระทำต้องมีกฎระเบียบ ทำอะไรต้องรู้จักขอบเขต..."
เฮ่อเจี้ยนกั๋วคุ้นชินกับการอยู่ในตำแหน่งระดับสูง ประกอบกับไม่ค่อยชอบเสิ่นเวยนัก จึงตีหน้าขรึมพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังมาโดยตลอด
เสิ่นเวยเพียงแค่รับฟังเงียบๆ รอจนเขาพูดจบถึงได้ตอบกลับเบาๆ ว่า "ทราบแล้วค่ะ"
เฮ่อเจี้ยนกั๋วเห็นเธอไม่ค่อยพูดค่อยจา ในใจยิ่งรู้สึกขัดหูขัดตา หันไปสั่งภรรยาหลี่กุ้ยจือว่า "เดี๋ยวคุณพาเธอไปที่ห้องของซีโจว อะไรที่ต้องระมัดระวัง ก็บอกให้เธอรู้ชัดๆ ไปเลย"
พูดจบก็เสริมอีกว่า "ต้องกำชับให้เธอรักษาความสะอาดด้วย พวกธรรมเนียมปฏิบัติแย่ๆ แบบบ้านนอก ก็ต้องรีบแก้ไขให้หมด"
หลี่กุ้ยจือไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่พยักหน้าเงียบๆ
ตอนนั้นเองเฮ่อเจี้ยนกั๋วก็หันไปมองเสิ่นเชี่ยน เอ่ยถามว่า "เธอชื่อเสิ่นเชี่ยนใช่ไหม? ได้ยินว่าเรียนจบมัธยมปลายมาเหรอ?"
เมื่อเห็นว่าในที่สุดก็หันมาสนใจตัวเอง เสิ่นเชี่ยนก็รีบตอบเสียงหวาน "หนูชื่อเสิ่นเชี่ยนค่ะ สวัสดีค่ะคุณลุงเฮ่อ! สวัสดีค่ะคุณปู่เฮ่อ! สวัสดีค่ะคุณป้า! แล้วก็สวัสดีพี่รองด้วยค่ะ! หนูเรียนจบมัธยมปลายค่ะ แต่เสียดายที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้"
เมื่อเห็นว่าเธอพูดจาไพเราะฉะฉาน วางตัวสง่างาม เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็ไม่ได้ดูบ้านนอก ผิวพรรณก็ขาวผ่องสะอาดสะอ้านเหมือนเด็กสาวชาวกรุง บนใบหน้าของเฮ่อเจี้ยนกั๋วก็ปรากฏรอยยิ้มขึ้นมาในที่สุด
คนที่เคยเรียนหนังสือมานี่ มันช่างแตกต่างกับคนไม่เคยเรียนหนังสือจริงๆ
"มหาวิทยาลัยมันสอบเข้ากันง่ายๆ เสียที่ไหนล่ะ?" เฮ่อเจี้ยนกั๋วพูดยิ้มๆ "แต่เด็กผู้หญิงอย่างเธอเรียนจบมัธยมปลายมาได้ ก็ถือว่าเก่งมากแล้ว ซีหลิน แกไปจัดการเรื่องที่พักให้เธอนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้พ่อจะลองไปสอบถามดู จะหาทางฝากฝังงานให้เธอเอง"
เมื่อได้รับความเอ็นดูจากเฮ่อเจี้ยนกั๋ว แถมเรื่องงานก็มีหวังแล้ว เสิ่นเชี่ยนก็ดีใจจนเนื้อเต้น เธอมองไปทางเสิ่นเวยพลางกระตุกยิ้มมุมปาก
นี่แหละคือความแตกต่างระหว่างชนชั้น
หลังจากหลี่กุ้ยจือพาเสิ่นเวยออกไป เฮ่อซีหลินก็พาเสิ่นเชี่ยนออกจากบ้านเช่นกัน
ระหว่างทางเขาถามเสิ่นเชี่ยนว่า "ตอนที่คุณลุงอู๋ไปที่บ้านเธอ ไม่ได้อธิบายอาการของพี่ชายฉันให้ฟังชัดเจนหรอกเหรอ?"
"พูดชัดเจนมากเลยค่ะ!" เสิ่นเชี่ยนตอบ
"แล้วทำไมพี่สาวเธอถึงยังยอมแต่งงานกับเขาอีกล่ะ?" เฮ่อซีหลินถาม "ช่วงชีวิตที่เหลือพี่ชายฉันต้องนอนติดเตียงไปตลอด เขาหมดอนาคตแล้วนะ"
"จะมีเหตุผลอะไรได้อีกล่ะคะ?" เสิ่นเชี่ยนกะพริบตาปริบๆ ตอบว่า "ก็ต้องเพื่อเงินอยู่แล้วน่ะสิ? พี่สาวหนูน่ะหน้าเงินจะตายไป"
"อ้อ?" เฮ่อซีหลินแปลกใจเล็กน้อย "ฉันดูไม่ออกเลยแฮะ"
"พี่เขาน่ะเสแสร้งเก่งจะตาย" เสิ่นเชี่ยนฟ้อง "เมื่อหลายวันก่อนพี่เขาเพิ่งโดนผู้ชายถอนหมั้น เดิมทีก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก แค่สองครอบครัวเอาข้าวของที่ให้กันมาคืนไปก็จบแล้ว แต่พี่รู้ไหมว่าพี่สาวหนูทำยังไง? พออีกฝ่ายมาขอค่าสินสอดคืน พี่แกดิ้นพราดๆ ไม่ยอมคืนท่าเดียว แถมยังดึงดันจะเอาของที่เคยให้ตอนคบกันคืนมาให้หมดทุกชิ้นเลยนะ"
เฮ่อซีหลินพยักหน้ารับ ไม่ได้แสดงความคิดเห็นอะไร เพียงแต่กล่าวว่า "ในเมื่อเป็นของที่เธอให้ เธอมีสิทธิ์ที่จะทวงคืน"
เสิ่นเชี่ยนเบ้ปาก "แล้วก็เรื่องงานแต่งกับพี่ชายของคุณอีกนะ ตอนแรกพี่เขาก็โวยวายไม่ยอมแต่งท่าเดียว แต่พอคุณลุงอู๋บอกว่าบ้านคุณรวย แถมยังให้ค่าสินสอดตั้งสามร้อยหยวน พี่เขาก็รีบพยักหน้าตกลงทันที ถึงขนาดไม่ยอมรับพ่อบังเกิดเกล้าเลยด้วยซ้ำ! บังคับให้เขียนหนังสือตัดขาดความสัมพันธ์กันตรงนั้นเลย กลัวว่าบ้านเราจะไปเป็นตัวถ่วงพี่เขาในวันข้างหน้า!"
"มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ?" เฮ่อซีหลินหัวเราะ ถามต่อว่า "ฉันเห็นเธอไม่ค่อยพูดค่อยจา นึกว่าเป็นคนซื่อๆ ซะอีก"
เสิ่นเชี่ยนส่ายหน้า "พี่เขาไม่ได้ซื่อเลยสักนิด ตั้งแต่เด็กก็อาศัยว่าพ่อรักคอยรังแกหนูสารพัด ต่อไปไม่รู้ว่าจะป่วนบ้านคุณให้วุ่นวายขนาดไหน"
รอยยิ้มของเฮ่อซีหลินกว้างขึ้น ริมฝีปากไม่ได้เอื้อนเอ่ยอะไร แต่ในใจกลับเริ่มคาดหวังอยู่ลึกๆ เขาแทบจะรอให้เสิ่นเวยกลายเป็นตัวปัญหา กวนประสาทจนเฮ่อซีโจวทนไม่ไหวแทบแย่แล้ว
...
คุณปู่เฮ่อก่อนเกษียณเคยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองทัพ ส่วนเฮ่อซีโจวแม้จะไม่มีตำแหน่งสูงนัก แต่ก็มียศเป็นถึงพันตรี ได้รับสวัสดิการเทียบเท่าระดับผู้บังคับกองพัน
ดังนั้นในลานบ้านพักครอบครัวทหาร ตระกูลเฮ่อจึงมีบ้านพักถึงสองหลังที่อยู่ติดกัน ตอนนี้เฮ่อซีโจวต้องการพักผ่อนอย่างเงียบสงบ เขาจึงอาศัยอยู่ที่บ้านพักของตัวเองเพียงลำพัง
พอเดินมาถึงหน้าประตู เสิ่นเวยก็ได้กลิ่นยาโชยมาแต่ไกล พอเข้าไปในบ้านกลิ่นก็ยิ่งฉุนกึก ยิ่งไปกว่านั้นประตูหน้าต่างทุกบานในบ้านยังปิดสนิท จนแทบจะหายใจไม่ออก
"คุณแม่คะ" เสิ่นเวยถามเสียงเบา "ทำไมไม่เปิดหน้าต่างให้อากาศระบายบ้างล่ะคะ?"
หลี่กุ้ยจือลังเลเล็กน้อย ก่อนจะตอบเสียงแผ่ว "ซีโจวไม่ยอมให้เปิดน่ะสิ เขาบ่นว่าข้างนอกเสียงดังเกินไป"
เสียงดังเหรอ?
เสิ่นเวยกลับรู้สึกว่าลานบ้านพักแห่งนี้ไม่เพียงแต่จะไม่เสียงดัง แต่ยังเงียบสงบจนเกินไปเสียด้วยซ้ำ
"ตามฉันเข้ามาสิ"
หลี่กุ้ยจือพาเสิ่นเวยค่อยๆ เดินย่องเข้าไปในห้องนอนของเฮ่อซีโจว
แวบแรกที่ก้าวเข้าห้อง เสิ่นเวยก็เห็นชายคนหนึ่งนอนอ่านหนังสืออยู่บนเตียง แต่ผมเผ้าของเขาค่อนข้างยุ่งเหยิง ใบหน้าซูบผอมซีดเซียวจนน่าตกใจ
เมื่อเห็นว่ามีคนเข้ามา เขาก็วางหนังสือเล่มหนาในมือลง แต่พอเหลือบไปเห็นเสิ่นเวย คิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากันทันที "แม่ ผมบอกแล้วไงว่าไม่ต้องการคนมาดูแล"
"ซีโจว แม่จะแนะนำให้รู้จักนะ" หลี่กุ้ยจือกล่าว "เธอชื่อเสิ่นเวย เป็นคนที่คุณปู่เคยเล่าให้ฟัง ว่าหมั้นหมายกับลูกไว้ตั้งแต่เด็กยังไงล่ะ"
"ไม่เอา!" เฮ่อซีโจวตะเบ็งเสียงลั่น "ก็บอกแล้วไงว่าผมจะไม่แต่งงาน! แม่รีบไล่เธอออกไปเดี๋ยวนี้เลย!"
(จบแล้ว)