เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 92: ของรางวัลชิ้นใหญ่จากจูจู๋ชิงคืออะไร?

ตอนที่ 92: ของรางวัลชิ้นใหญ่จากจูจู๋ชิงคืออะไร?

ตอนที่ 92: ของรางวัลชิ้นใหญ่จากจูจู๋ชิงคืออะไร?


จูจู๋ชิงทอดสายตามองวงแหวนวิญญาณสีดำสนิทที่ลอยล่องขึ้นมาจากซากศพของพยัคฆ์ทมิฬ นางปรายตามองมันแวบหนึ่ง ก่อนจะเบนสายตากลับมาจับจ้องหยางเซียวพลางเอ่ยถาม

"สัดส่วนวงแหวนวิญญาณบนตัวเจ้า... เปลี่ยนไปอีกแล้วงั้นรึ?"

เมื่อได้ยินคำถามนั้น หยางเซียวจงใจบ่ายเบี่ยง ไม่ตอบคำถามนางตรงๆ ทว่ากลับเร่งเร้า

"เจ้าฉวยโอกาสนี้รีบดูดซับวงแหวนวิญญาณเถอะ"

จูจู๋ชิงจ้องมองหยางเซียวอย่างจับผิด แต่เมื่อเห็นเขาไม่ยอมปริปาก นางก็ไม่เซ้าซี้ ร่างอรชรทิ้งตัวลงนั่งขัดสมาธิเคียงข้างซากศพพยัคฆ์ทมิฬ และเริ่มเข้าสู่กระบวนการดูดซับวงแหวนวิญญาณทันที โดยมีหยางเซียวยืนตระหง่านคอยพิทักษ์คุ้มครองอยู่เคียงข้างมิห่าง

สี่ชั่วยามล่วงเลยผ่าน จูจู๋ชิงก็ลืมตาตื่นขึ้นจากภวังค์ ในขณะเดียวกัน สุรเสียงจักรกลจากระบบก็ดังก้องขึ้นในโสตประสาทของหยางเซียว

[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ เป้าหมายการปั้นแต่งจูจู๋ชิงได้รับวงแหวนวิญญาณที่ห้าสำเร็จ ระบบขอมอบแพ็กเกจของขวัญชิ้นใหญ่เป็นรางวัล!]

หยางเซียวสดับฟังเสียงจากระบบในห้วงคำนึง พลางหวนนึกถึงคราวก่อนตอนที่จูจู๋ชิงได้รับวงแหวนวิญญาณที่สี่ ระบบได้ประทานวงแหวนวิญญาณประทานเทพมาให้หนึ่งวง ไม่รู้ว่าการทะลวงสู่ระดับราชาวิญญาณและคว้าวงแหวนที่ห้าในครานี้ ระบบจะมอบสิ่งล้ำค่าอันใดให้เขาอีก

จังหวะนั้นเอง จูจู๋ชิงก็หยัดกายลุกขึ้นยืน นางเห็นหยางเซียวยืนเหม่อลอยคล้ายตกอยู่ในภวังค์ความคิด จึงเอ่ยถาม

"เจ้ามัวเหม่อคิดอะไรอยู่น่ะ?"

หยางเซียวดึงสติกลับมา รีบก้าวเข้าไปหานางพลางเอ่ยไถ่ถาม

"เป็นอย่างไรบ้าง ราบรื่นดีหรือไม่?"

จูจู๋ชิงพยักหน้ารับเบาๆ เป็นการยืนยัน

เมื่อเห็นดังนั้น หยางเซียวก็ไม่รอช้า นำพานางมุ่งหน้าออกจากป่าอาทิตย์อัสดงทันที

ตลอดเส้นทางที่มุ่งหน้าออกจากดงดิบ จูจู๋ชิงเอาแต่ลอบมองหยางเซียวด้วยสายตาเคลือบแคลงสงสัยอยู่เนืองๆ หยางเซียวเองก็สัมผัสได้ถึงสายตานั้น ทว่าทั้งสองกลับเลือกที่จะปิดปากเงียบอย่างรู้ใจ

จูจู๋ชิงรู้ดีว่าบุรุษผู้นี้กุมความลับดำมืดไว้มากมาย และหยางเซียวเองก็รู้ดีว่านางอยากจะซักไซ้เรื่องใด

ทั้งสองรักษาระยะห่างแห่งความอึดอัดนี้ไว้จนกระทั่งก้าวพ้นอาณาเขตของป่าอาทิตย์อัสดง หลังจากนั้น หยางเซียวก็พานางเดินทางกลับสู่สถาบันราชวงศ์เทียนโต่ว เมื่อถึงที่หมาย ทั้งสองก็แยกย้ายกันกลับเรือนพักของตน

ทันทีที่หยางเซียวเหยียบย่างเข้าสู่เรือนพักส่วนตัว เมิ่งเสินจีก็ปรากฏตัวขึ้นพอดี หยางเซียวเอ่ยทักทาย

"ท่านคณะกรรมการเมิ่ง วันนี้ลมอะไรหอบท่านมาถึงเรือนข้าได้?"

เมิ่งเสินจีลูบเคราพลางตอบ

"สหายตัวน้อยหยางเซียว หลายวันมานี้เจ้าหายไปไหนมารึ? ข้าตามหาเจ้าแทบพลิกแผ่นดิน"

"ช่วงหลายวันมานี้ข้ามีธุระต้องออกไปจัดการนิดหน่อยน่ะ ว่าแต่ท่านมีเรื่องอันใดร้อนใจรึ?"

หยางเซียวถามกลับ

เมิ่งเสินจีอธิบาย

"ช่วงนี้การประลองวิญญาจารย์ระดับอุดมศึกษาทั่วแผ่นดินรอบคัดเลือกได้เปิดฉากขึ้นแล้ว มีสถาบันไร้ชื่อเสียงหลายแห่งที่จู่ๆ ก็โชว์ศักยภาพอันร้ายกาจออกมา ข้าเลยอยากจะมาชวนสหายตัวน้อยไปสังเกตการณ์ดูเสียหน่อย... รู้เขารู้เรา รบรอรครั้งชนะร้อยครั้ง อย่างไรเล่า"

หยางเซียวนิ่งฟังคำชักชวนของเมิ่งเสินจีโดยไม่เอ่ยขัด สิ่งที่ตาเฒ่าพูดมานั้นมีเหตุผล ทว่าสิ่งที่เมิ่งเสินจีไม่รู้ก็คือ... หยางเซียวผู้นี้คือผู้ข้ามมิติ! เรื่องราวของการประลองวิญญาจารย์ทั่วแผ่นดินนั้น เขารู้แจ้งแทงตลอดประดุจฝ่ามือตนเอง

แม้ว่าการที่เขายื่นมือเข้าไปแทรกแซง ดึงตัวจูจู๋ชิงและหนิงหรงหรงออกมา จะทำให้เส้นทางของทีมสื่อไหลเค่อผิดเพี้ยนไปบ้าง แต่ภายใต้รัศมีแห่งบุตรแห่งโชคชะตาอย่างถังซานผลลัพธ์ของพวกเขาก็คงไม่ออกมาดูแย่นักหรอก

เมิ่งเสินจีเห็นหยางเซียวเงียบไป ก็ทึกทักเอาเองว่าอีกฝ่ายคงคล้อยตาม จึงรีบเล่าต่ออย่างออกรส

"โดยเฉพาะสถาบันที่ชื่อสื่อไหลเค่อนั่น พวกเขาแสดงฝีมือได้โดดเด่นสะดุดตามาก! อวี้เทียนเหิงกับอวี้เฟิงที่เพิ่งลาออกจากสถาบันเราไป ก็ไปเข้าร่วมกับทีมนั้นด้วย! มิหนำซ้ำ ยังมีวิญญาจารย์ที่มีวิญญาณยุทธ์หญ้าเงินครามอีกคน... แม้มันจะได้ชื่อว่าเป็นวิญญาณยุทธ์ขยะ ทว่าเขากลับทะลวงถึงระดับปรมาจารย์วิญญาณแถมวงแหวนวิญญาณวงที่สี่ยังเป็นระดับหมื่นปีอีกด้วย!"

เมื่อได้ยินข้อมูลนี้ หยางเซียวก็ทำได้เพียงลอบทอดถอนใจในใจ สมกับเป็นบุตรแห่งโชคชะตาจริงๆ ถังซานเอ๋ย... ขนาดข้าตัดเส้นทางความสัมพันธ์ระหว่างเจ้ากับสำนักหอแก้วเจ็ดสมบัติและเฒ่าพิษตู๋กูป๋อไปแล้ว เจ้าก็ยังอุตส่าห์ผงาดขึ้นมาได้อย่างน่าทึ่ง

หยางเซียวหันไปกล่าวกับเมิ่งเสินจี

"เอาอย่างนี้ก็แล้วกันท่านคณะกรรมการ หากวันไหนมีการแข่งขันของทีมสื่อไหลเค่อ ท่านก็มาเรียกข้า ข้าจะไปดูเป็นเพื่อนท่านเอง"

เมิ่งเสินจีหน้าบานด้วยความยินดี

"พรุ่งนี้เลย! พรุ่งนี้ทีมสื่อไหลเค่อมีแข่งพอดี พรุ่งนี้เช้าข้าจะมารับเจ้า แล้วเราไปดูด้วยกัน!"

หยางเซียวพยักหน้ารับ เมิ่งเสินจีจึงขอตัวลากลับไป พร้อมกำชับให้นัดหมายพรุ่งนี้เช้าตรู่ ตาเฒ่าผู้นี้ไม่มีทางลืมภาพที่หยางเซียวนอนตื่นสายโด่งคราวที่แล้วอย่างแน่นอน

คล้อยหลังเมิ่งเสินจี หยางเซียวก็กลับเข้าห้อง ปิดประตูลงกลอน และเริ่มทำสมาธิ

ของรางวัลจากระบบที่ได้ตอนจูจู๋ชิงทะลวงวงแหวนที่ห้า เขายังไม่มีโอกาสได้เปิดดูเพราะต้องคอยจับตาดูนางตลอด บัดนี้ถึงเวลาอันสมควรแล้ว

หยางเซียวดึงจิตเข้าสู่ห้วงมิติระบบ ก่อนจะออกคำสั่ง

"ระบบ เปิดแพ็กเกจของขวัญที่ได้จากจูจู๋ชิงที"

[ติ๊ง! กำลังเปิดแพ็กเกจของขวัญจากการทะลวงวงแหวนวิญญาณที่ห้าของเป้าหมายการปั้นแต่งจูจู๋ชิง...]

[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์! ท่านได้รับวงแหวนวิญญาณประทานเทพจำนวน 1 วง และกระดูกวิญญาณส่วนแขนขวา พยัคฆ์มิติเงาทมิฬ อายุตบะแสนปีจำนวน 1 ชิ้น!]

หยางเซียวจ้องมองของรางวัลด้วยความงุนงง วงแหวนวิญญาณประทานเทพน่ะพอเข้าใจได้ แต่ไอ้กระดูกวิญญาณแขนขวาพยัคฆ์มิติเงาทมิฬแสนปีนี่มันอะไรกัน? ในเมื่อเขาก็มีกระดูกวิญญาณส่วนแขนขวาอยู่แล้วนี่!

เขาอดไม่ได้ที่จะท้วงติง

"ระบบ เอ็งให้ของรางวัลผิดหรือเปล่า? ทำไมถึงให้กระดูกวิญญาณส่วนที่ข้ามีอยู่แล้วมาล่ะ?"

[ติ๊ง! เรียนโฮสต์ที่รัก ระบบไม่ได้ให้ผิดพลาดแต่ประการใด รางวัลคือกระดูกวิญญาณส่วนแขนขวา พยัคฆ์มิติเงาทมิฬ อายุตบะแสนปี ถูกต้องแล้วครับ]

ได้ยินคำยืนยันหน้าตายของระบบ หยางเซียวก็ทำได้เพียงถอนใจยอมรับสภาพ ดูเหมือนว่ากระดูกวิญญาณชิ้นนี้เขาคงหมดสิทธิ์ใช้ คงต้องหาโอกาสมอบมันให้จูจู๋ชิงแทนเสียแล้ว ในเมื่อมันเป็นของรางวัลที่ได้จากการทะลวงระดับของนาง การมอบให้นางก็ถือว่าสมเหตุสมผลอยู่ ทว่า... จะหาข้ออ้างสวยๆ อะไรไปมอบให้นางดีล่ะ?

ขบคิดอยู่พักใหญ่ก็ยังหาข้ออ้างดีๆ ไม่ได้ หยางเซียวจึงปัดเรื่องนี้ตกไปก่อน เขาเรียกหน้าต่างสถานะของตนเองขึ้นมาตรวจสอบ

[โฮสต์:] หยางเซียว

[วิญญาณยุทธ์:] หอกไป๋หลงอิน

[ระดับพลังวิญญาณ:] 69

[สัดส่วนวงแหวนวิญญาณ:] ม่วง ม่วง ดำ ดำ ดำ ดำ

[กระดูกวิญญาณที่ครอบครอง:]

กระดูกวิญญาณส่วนขาซ้าย กระต่ายอรชรกระดูกอ่อน อายุตบะแสนปี

กระดูกวิญญาณส่วนขาขวา อสูรห้วงมิติ อายุตบะแสนปี

กระดูกวิญญาณส่วนแขนขวา วัวอสรพิษมรกต อายุตบะแสนปี

กระดูกวิญญาณส่วนแขนขวา พยัคฆ์มิติเงาทมิฬ อายุตบะแสนปี (ยังไม่ได้ใช้งาน)

[เป้าหมายการปั้นแต่ง:] จูจู๋ชิง, หนิงหรงหรง, ตู๋กูเยี่ยน

[ไอเทม:] วงแหวนวิญญาณประทานเทพ 2 วง (สามารถเก็บรักษาไว้ได้ถาวร)

มองดูหน้าต่างสถานะ หยางเซียวก็ตระหนักได้ว่าตนเองใกล้จะทะลวงสู่ระดับเจ็ดสิบเต็มทีแล้ว เขาตั้งปณิธานแน่วแน่ว่าจะต้องทะลวงขึ้นเป็นมหาปราชญ์วิญญาณให้ได้ภายในหนึ่งเดือน

เมื่อเหลือบไปเห็นวงแหวนวิญญาณประทานเทพทั้งสองวง เขาก็วางแผนไว้ว่า เมื่อบรรลุระดับเจ็ดสิบ เขาจะใช้วงหนึ่งทดสอบดูว่า ขีดจำกัดสูงสุดในการรองรับอายุตบะวงแหวนวิญญาณของเขาในตอนนี้อยู่ที่เท่าไรกันแน่ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการหาวงแหวนให้แก่วิญญาณยุทธ์ที่สองในอนาคต

นึกขึ้นได้ หยางเซียวก็เอ่ยถามระบบอีกครั้ง

"นี่ระบบ... ระบบของคนอื่นเขายังมีชื่อเรียกเท่ๆ กันทั้งนั้น ทำไมข้าไม่เคยได้ยินเจ้าแนะนำตัวเลยล่ะว่าตกลงเจ้าคือระบบอะไรกันแน่?"

สุรเสียงจักรกลตอบกลับทันควัน

[ติ๊ง! ปัจจุบันระบบของข้ามีนามว่าระบบปั้นแต่งมีหน้าที่หลักในการปั้นเป้าหมายของโฮสต์ให้แข็งแกร่งขึ้น]

ได้ยินคำตอบแบบขอไปทีของระบบ หยางเซียวก็เบ้ปาก ไม่คิดจะเชื่อน้ำคำเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งระบบยังใช้คำว่าปัจจุบันมีนามว่า...แปลว่าในอนาคตมันยังจะเปลี่ยนชื่อได้อีกงั้นรึ?

จบบทที่ ตอนที่ 92: ของรางวัลชิ้นใหญ่จากจูจู๋ชิงคืออะไร?

คัดลอกลิงก์แล้ว