เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 40 : การเจรจาลุล่วง

ตอนที่ 40 : การเจรจาลุล่วง

ตอนที่ 40 : การเจรจาลุล่วง


เมื่อเผชิญกับท่าทีร้อนรนและตื่นเต้นสุดขีดของเสวี่ยชิงเหอ หยางเซียวก็ทำได้เพียงตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

"ต้องขออภัยด้วยองค์รัชทายาท ข้ามีโอสถเลื่อนวิญญาณเพียงห้าร้อยเม็ด และโอสถวารีเร้นลับอีกห้าร้อยเม็ด ซึ่งทั้งหมดนี้... ข้าได้ตกลงขายให้แก่ท่านลุงหนิงไปหมดแล้วพ่ะย่ะค่ะ"

ได้ยินดังนั้น เสวี่ยชิงเหอก็ยังไม่ยอมแพ้ รีบเอ่ยถามต่อทันควัน

"น้องหยางเซียว... ไม่มีเหลือเลยแม้แต่เม็ดเดียวเลยหรือ?"

"ไม่มีเหลือเลยพ่ะย่ะค่ะ"

หยางเซียวยืนกรานคำเดิม

ความผิดหวังฉายชัดบนใบหน้าของเสวี่ยชิงเหอ เขาหันไปอ้อนวอนหนิงเฟิงจื้อ

"ท่านอาจารย์... ท่านพอจะแบ่งโอสถบางส่วนจากหอแก้วเจ็ดสมบัติ ขายให้แก่จักรวรรดิเทียนโต่วบ้างได้หรือไม่ขอรับ? ท่านเองก็รู้ดีว่าระดับพลังวิญญาณโดยรวมของวิญญาจารย์ในจักรวรรดิเทียนโต่วนั้น... ยังจำเป็นต้องได้รับการยกระดับอีกมาก"

หยางเซียวลอบตระหนกในใจเมื่อเห็นเสวี่ยชิงเหอพยายามขอซื้อโอสถจากหนิงเฟิงจื้อ ผู้อื่นอาจไม่ล่วงรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของเสวี่ยชิงเหอ ทว่าเขาย่อมรู้ดีกว่าใคร! ร่างจำแลงผู้นี้แท้จริงแล้วคือบุตรสาวของพระสันตะปาปาแห่งสำนักวิญญาณยุทธ์! หยางเซียวมั่นใจเกินร้อยว่า หากเสวี่ยชิงเหอได้โอสถเหล่านี้ไป นางย่อมไม่มีทางนำไปแจกจ่ายให้แก่วิญญาจารย์ของจักรวรรดิเทียนโต่วอย่างแน่นอน ทว่านางจะต้องลักลอบส่งมันกลับไปยังสำนักวิญญาณยุทธ์!

และที่สำคัญไปกว่านั้น... ตัวเขาเองก็กำลังถูกสำนักวิญญาณยุทธ์หมายหัวอยู่! หากเสวี่ยชิงเหอล่วงรู้ความลับเรื่องที่เขามีโอสถวิเศษเหล่านี้ไว้ในครอบครอง และส่งข่าวกลับไปให้สำนักวิญญาณยุทธ์ล่ะก็... มีหวังพวกมันคงส่งยอดฝีมือมาตามล่าเขาแบบพลิกแผ่นดินแน่!

คิดมาถึงตรงนี้ หยางเซียวก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบ เหงื่อเย็นเยียบผุดซึมขึ้นมาเต็มแผ่นหลัง... ดูท่าเขาคงต้องรีบเคี่ยวเข็ญให้จูจู๋ชิงและหนิงหรงหรงเร่งบ่มเพาะพลังให้เร็วที่สุดเสียแล้ว มิเช่นนั้น หากคนของสำนักวิญญาณยุทธ์บุกมาถึงตัว เขาคงได้ตายศพไม่สวยเป็นแน่!

หยางเซียวตัดสินใจอย่างเด็ดขาดว่า ทันทีที่การเจรจาซื้อขายกับหอแก้วเจ็ดสมบัติเสร็จสิ้นลง เขาจะพาทั้งสองคนเผ่นออกจากเมืองหลวงเทียนโต่ว ไปหาสถานที่เร้นกายเพื่อบ่มเพาะพลังในทันที!

ในขณะที่หยางเซียวกำลังครุ่นคิดหาสถานที่กบดานอยู่นั้น หนิงเฟิงจื้อก็เอ่ยปฏิเสธเสวี่ยชิงเหอ

"ชิงเหอ... อาจารย์ไม่อาจแบ่งโอสถเหล่านี้ให้เจ้าได้ เจ้าเองก็รู้ดีว่าการยกระดับพลังวิญญาณสำหรับผู้ครอบครองวิญญาณยุทธ์หอแก้วเจ็ดสมบัตินั้นยากเย็นเข็ญใจเพียงใด ยิ่งไปกว่านั้น สำนักเรายังมีศิษย์คนอื่นๆ ที่ต้องการโอสถเหล่านี้อยู่อีกเป็นจำนวนมาก"

แม้จะถูกปฏิเสธ ทว่าเสวี่ยชิงเหอก็มิได้เซ้าซี้ต่อ เขารู้ดีว่าหอแก้วเจ็ดสมบัติเป็นสำนักใหญ่ ย่อมมีความต้องการโอสถเหล่านี้มากเป็นเงาตามตัว เขาจึงหันไปหาหยางเซียวอีกครั้งด้วยความหวังอันริบหรี่

"น้องหยางเซียว... ไม่ทราบว่าเจ้าพอจะหาโอสถสองชนิดนี้มาได้อีกหรือไม่?"

หยางเซียวตอบกลับด้วยท่าทีแบ่งรับแบ่งสู้

"เรียนองค์รัชทายาท ในเวลานี้ข้ามีโอสถเพียงเท่านี้จริงๆ... ทว่าหากองค์รัชทายาทมีความประสงค์ ข้าจะลองหาหนทางดู หากหามาเพิ่มได้ ข้าจะจัดเตรียมไว้ให้ท่านพ่ะย่ะค่ะ"

เสวี่ยชิงเหอลอบวิเคราะห์คำตอบของหยางเซียว... การที่เขาไม่รับปากอย่างเด็ดขาด ทว่าก็ไม่ปฏิเสธเสียทีเดียว นั่นย่อมหมายความว่าเขายังมีลู่ทางหาโอสถเหล่านี้มาได้อีก ซ้ำอาจจะยังมีอยู่ในครอบครองอีกไม่น้อย เพียงแต่ยังไม่กล้าเปิดเผยเพื่อทำการค้ากับตนเท่านั้น!

ในระหว่างที่ทุกคนกำลังตกอยู่ในห้วงความคิด พรหมยุทธ์กระดูกก็กลับมาพร้อมกับเหรียญภูตทองจำนวนสิบล้านเหรียญ เขาเทมันออกจากอุปกรณ์วิญญาณเก็บของ กองสูงตระหง่านราวกับภูเขาทองคำขนาดย่อมอยู่กลางห้อง

กลิ่นอายแห่งความมั่งคั่งแผ่ซ่านไปทั่ว ทุกคนต่างสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตื่นตาตื่นใจ ท้ายที่สุดแล้ว... ไม่ว่าจะเป็นชนชั้นสูงผู้มั่งคั่งอย่างคนของหอแก้วเจ็ดสมบัติ หรือองค์รัชทายาทอย่างเสวี่ยชิงเหอ ก็ไม่อาจละสายตาไปจากกองเงินกองทองที่กองพะเนินอยู่ตรงหน้าได้

"หยางเซียว เจ้าลองนับดูสิว่าครบถ้วนหรือไม่ หากครบแล้ว พวกเราก็มาแลกเปลี่ยนกัน"

หนิงเฟิงจื้อกล่าวตัดความเงียบ

หยางเซียวยอมละสายตาจากภูเขาทองคำ หันไปส่งยิ้มให้หนิงเฟิงจื้อ

"ท่านลุงหนิง... ข้าเชื่อมั่นในชื่อเสียงและเกียรติยศของหอแก้วเจ็ดสมบัติ ยิ่งไปกว่านั้น หรงหรงยังต้องติดตามข้าไปบ่มเพาะพลังอีกนาน หากเงินก้อนนี้ขาดตกบกพร่องไปแม้แต่แดงเดียว ข้าก็ค่อยไปรีดไถเอากับนางก็สิ้นเรื่อง! ฮ่าๆๆ!"

หนิงเฟิงจื้อหัวเราะร่วนรับมุก

"หนอย... ไอ้หนุ่มนี่ เจ้ากล้าดียังไง! หากหรงหรงของข้าต้องมีรอยขีดข่วนแม้แต่รอยเดียวล่ะก็ ข้าไม่เอาเจ้าไว้แน่! ฮ่าๆๆ!"

หนิงหรงหรงที่ยืนฟังอยู่หน้าแดงก่ำด้วยความเขินอาย นางค้อนขวับให้ทั้งหยางเซียวและบิดาพลางสะบัดหน้าหนี

"ข้าไม่คุยกับพวกท่านแล้ว!"

ก่อนจะวิ่งหนีออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว

ท่าทีแสนงอนของหนิงหรงหรงเรียกเสียงหัวเราะครื้นเครงจากทุกคนในห้อง

หลังจากเสียงหัวเราะสงบลง หยางเซียวก็จัดการเก็บกวาดภูเขาทองคำตรงหน้าเข้าสู่อุปกรณ์วิญญาณเก็บของของตน พร้อมกับลอบแลกเปลี่ยนพวกมันให้กลายเป็นเหรียญระบบอย่างเงียบเชียบ... ลำพังเหรียญระบบที่เขามีอยู่เดิม ย่อมไม่เพียงพอที่จะซื้อโอสถวิเศษจำนวนมหาศาลปานนี้ได้อย่างแน่นอน

เมื่อแลกเปลี่ยนเสร็จสิ้น เขาก็ทำทีเป็นล้วงเอาขวดยาที่เตรียมไว้ออกมาจากอุปกรณ์วิญญาณ

เมื่อขวดยานับร้อยขวดถูกนำมาวางเรียงรายอยู่บนพื้น ลมหายใจของหนิงเฟิงจื้อก็เริ่มติดขัดด้วยความตื่นเต้น เพราะโอสถเหล่านี้คือตัวแปรสำคัญที่จะชี้ชะตาว่า หอแก้วเจ็ดสมบัติจะสามารถยกระดับความแข็งแกร่งโดยรวมให้ก้าวขึ้นไปอีกขั้นได้หรือไม่!

หยางเซียวหันไปกล่าวกับหนิงเฟิงจื้อ

"ท่านลุงหนิง... ในนี้มีโอสถทั้งหมดหนึ่งร้อยขวด แบ่งเป็นโอสถเลื่อนวิญญาณห้าสิบขวด และโอสถวารีเร้นลับอีกห้าสิบขวด แต่ละขวดบรรจุโอสถไว้สิบเม็ด รบกวนท่านช่วยตรวจสอบดูด้วย"

หนิงเฟิงจื้อปรายตามองขวดยาเบื้องหน้า ก่อนจะหันไปสบตากับพรหมยุทธ์กระดูกและพรหมยุทธ์กระบี่ สองราชทินนามพรหมยุทธ์พยักหน้ายืนยันความถูกต้อง หนิงเฟิงจื้อจึงหันกลับมาส่งยิ้มให้หยางเซียว

"สหายตัวน้อยหยางเซียว... ข้าก็เชื่อมั่นในตัวเจ้าเช่นกัน"

กล่าวจบ เขาก็พยักหน้าให้สัญญาณแก่พรหมยุทธ์กระดูก พรหมยุทธ์กระดูกก้าวเข้าไปเก็บขวดยาทั้งหมดลงในอุปกรณ์วิญญาณเก็บของ เป็นอันเสร็จสิ้นการเจรจาซื้อขายอันยิ่งใหญ่ในครั้งนี้

หลังจากตกลงกันเป็นที่เรียบร้อย หนิงเฟิงจื้อก็หยิบขวดยาสองขวดส่งให้เสวี่ยชิงเหอ

"ชิงเหอ... โอสถยี่สิบเม็ดนี้ อาจารย์ขอมอบให้แก่เจ้า แม้จะไม่อาจแบ่งปันให้ได้มากนัก แต่ก็หวังว่ามันจะเป็นประโยชน์ต่อตัวเจ้าและการสร้างฐานอำนาจของเจ้านะ อาจารย์เห็นว่าพลังวิญญาณของเจ้าไม่ได้กระเตื้องขึ้นมาพักใหญ่แล้วนี่"

เสวี่ยชิงเหอรับขวดยามาด้วยความซาบซึ้งใจ

"ศิษย์ขอบพระคุณท่านอาจารย์... ศิษย์จะไม่ทำให้ท่านอาจารย์ต้องผิดหวังขอรับ"

หยางเซียวที่ลอบสังเกตฉากศิษย์อาจารย์ผูกพันอยู่เงียบๆ ได้แต่รำพึงในใจอย่างขบขันรักกันปานจะแหกตูดดมไปเถอะ... รอจนกว่าท่านลุงหนิงจะรู้ความจริงว่าศิษย์รักผู้นี้แท้จริงแล้วคือใคร คงได้อกแตกตายดิ้นพราดๆ ด้วยความแค้นเป็นแน่!

"ชิงเหอ... ช่วงนี้เจ้าต้องเร่งสร้างเครือข่ายและดึงตัววิญญาจารย์ฝีมือดีในจักรวรรดิมาเป็นพวกให้จงได้ สิ่งนี้จะส่งผลอย่างยิ่งยวดต่อการสืบทอดราชบัลลังก์ของเจ้าในภายภาคหน้า"

หนิงเฟิงจื้อกล่าวเตือนสติเสวี่ยชิงเหอ โดยมิได้ใส่ใจว่าหยางเซียวและจูจู๋ชิงก็อยู่ร่วมฟังด้วย

"เรื่องอื่นไม่น่าหนักใจเท่าใดนัก ทว่า... ผู้ที่รับมือยากที่สุดก็คงหนีไม่พ้นผู้อาวุโสท่านนั้นขอเพียงจัดการกับท่านผู้นั้นได้ คนอื่นๆ ก็ไม่ใช่ปัญหา ท้ายที่สุดแล้ว... น้องสี่ของข้าก็เป็นเพียงคนไม่ได้ความที่วันๆ เอาแต่เสพสุขไปกับสุรานารีเท่านั้น"

หนิงเฟิงจื้อพยักหน้าเห็นด้วย

"ผู้อาวุโสท่านนั้นรับมือยากจริงดั่งเจ้าว่า ทว่าเจ้าก็อย่าได้กังวลไปจนเกินเหตุ เมื่อถึงเวลา อาจารย์จะให้ท่านอาเจี้ยนและท่านอากู่ไปช่วยเป็นกำลังสนับสนุนให้แก่เจ้า... ต่อให้เป็นท่านผู้นั้น ก็คงไม่อาจต้านทานการผสานกำลังของทั้งสองท่านได้อย่างแน่นอน"

เมื่อเห็นหยางเซียวนิ่งเงียบไปราวกับกำลังครุ่นคิด หนิงเฟิงจื้อก็เดาว่าเขาคงกำลังสงสัยในบทสนทนาเมื่อครู่ จึงหันมาอธิบายเพิ่มเติม

"หยางเซียว เจ้าอาจจะยังไม่รู้... ในจักรวรรดิเทียนโต่วแห่งนี้ นอกจากสำนักเฮ่าเทียนที่เร้นกาย และยอดฝีมือระดับราชทินนามพรหมยุทธ์ที่เร้นกายอยู่ตามที่ต่างๆ แล้ว ผู้ที่มีชื่อเสียงเกริกไกรและเปิดเผยตัวตนต่อสาธารณชน ก็มีเพียงท่านอาเจี้ยน ท่านอากู่... และพรหมยุทธ์พิษอีกท่านหนึ่งเท่านั้น"

หยางเซียวที่กำลังจมอยู่ในห้วงความคิด เมื่อได้ยินคำว่าพรหมยุทธ์พิษก็ราวกับมีสายฟ้าแลบวาบขึ้นในสมอง! เขานึกออกแล้วว่าจะพาสาวๆ ไปบ่มเพาะพลังที่ใดต่อดี!

จริงด้วยสิ! ข้าลืมสถานที่ล้ำค่าแห่งนั้นไปได้อย่างไร!? แม้ระบบจะมีดอกทิวลิปฉี่หลัวขายเพื่อแก้ปัญหาของหนิงหรงหรง แต่ข้าจะปล่อยผ่านขุมทรัพย์ล้ำค่าอย่างธารน้ำแข็งอัคคีสองขั้วในป่าอาทิตย์อัสดงไปได้อย่างไร!?

เมื่อเห็นสีหน้าของหยางเซียวสว่างวาบราวกับเพิ่งบรรลุธรรม หนิงเฟิงจื้อก็หลงเข้าใจผิดคิดว่าเขาคงเพิ่งจะกระจ่างในเรื่องที่ตนเพิ่งอธิบายให้ฟัง

"ขอบคุณมากขอรับ ท่านลุงหนิง!"

หยางเซียวเอ่ยขอบคุณด้วยความจริงใจ

หนิงเฟิงจื้อยิ่งมั่นใจในความคิดของตน รอยยิ้มพึงใจระบายขึ้นบนใบหน้า

หยางเซียวไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอย รีบตัดบทชวนทุกคน

"ใกล้จะเที่ยงแล้ว พวกเราไปหาอาหารอร่อยๆ ทานกันดีกว่า!... จู๋ชิง รบกวนเจ้าไปตามหรงหรงมาที"

จูจู๋ชิงพยักหน้ารับแล้วหมุนตัวเดินออกจากห้องไป ส่วนพรหมยุทธ์กระบี่นั้นขอตัวกลับไปเฝ้าสำนัก หรืองานสำคัญบางอย่างที่ต้องไปจัดการ จึงต้องขอตัวลากลับไปก่อน เสวี่ยชิงเหอก็ขอตัวลากลับเช่นกัน

จบบทที่ ตอนที่ 40 : การเจรจาลุล่วง

คัดลอกลิงก์แล้ว