- หน้าแรก
- โต้วหลัว ระบบอาจารย์ระดับเทพ เริ่มต้นด้วยการปั้นจูจูชิง
- ตอนที่ 29 ผลงานอันน่าตื่นตะลึงของจูจู๋ชิง
ตอนที่ 29 ผลงานอันน่าตื่นตะลึงของจูจู๋ชิง
ตอนที่ 29 ผลงานอันน่าตื่นตะลึงของจูจู๋ชิง
ทีมต่อสู้ราชวงศ์เทียนโต้ว สมาชิกทั้งหมด 7 คน ทุกคนครอบครองตราประลองวิญญาณระดับเงิน
หัวหน้าทีม อวี้เทียนเหิง วิญญาณยุทธ์ราชามังกรอสนีบาต อัคราจารย์วิญญาณสายโจมตีหนัก ระดับ 39. วงแหวนวิญญาณ สองเหลือง หนึ่งม่วง.
รองหัวหน้าทีม ตู๋กูเยี่ยน วิญญาณยุทธ์อสรพิษมรกต อัคราจารย์วิญญาณสายควบคุม ระดับ 38. วงแหวนวิญญาณ สองเหลือง หนึ่งม่วง.
สมาชิก สือม่อ วิญญาณยุทธ์เต่าเสวียนอู่ อัคราจารย์วิญญาณสายป้องกัน ระดับ 38. วงแหวนวิญญาณ สองเหลือง หนึ่งม่วง.
สมาชิก สือมัว วิญญาณยุทธ์เต่าเสวียนอู่ อัคราจารย์วิญญาณสายป้องกัน ระดับ 37. วงแหวนวิญญาณ สองเหลือง หนึ่งม่วง.
สมาชิก อวี้เฟิง วิญญาณยุทธ์ปักษาพายุระฆัง อัคราจารย์วิญญาณสายโจมตีว่องไว ระดับ 36. วงแหวนวิญญาณ สองเหลือง หนึ่งม่วง.
สมาชิก เอ้าซือหลัว วิญญาณยุทธ์เสือดาวปีศาจ อัคราจารย์วิญญาณสายโจมตีว่องไว ระดับ 36. วงแหวนวิญญาณ สองเหลือง หนึ่งม่วง.
สมาชิก เยี่ยหลิงหลิง วิญญาณยุทธ์ไห่ถังเก้าสารัตถะ วิญญาจารย์สายสนับสนุน ระดับ 35. วงแหวนวิญญาณ สองเหลือง หนึ่งม่วง.
เมื่อเห็นข้อมูลของทีมต่อสู้ราชวงศ์เทียนโต้ว ทุกคนต่างก็สูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความหนาวเหน็บ แรงกดดันอันมหาศาลถาโถมเข้าใส่ทันที
ทว่ามีเพียงถังซานเท่านั้นที่สังเกตเห็นบางสิ่ง... ระดับพลังวิญญาณของจูจู๋ชิงทะลวงถึงระดับ 37 แล้ว!
"จู๋ชิง เจ้าทะลวงถึงระดับ 37 แล้วหรือ!"
เสียงอุทานของถังซานดึงดูดสายตาทุกคู่ให้หันขวับไปมองจูจู๋ชิงทันที
"เพิ่งจะทะลวงเมื่อไม่กี่วันก่อนน่ะ"
จูจู๋ชิงตอบกลับเสียงเรียบ
ยามนี้ทุกคนต่างมองจูจู๋ชิงราวกับกำลังมองสัตว์ประหลาด จูจู๋ชิงถูกจ้องจนเริ่มทำตัวไม่ถูก นางรีบเบือนหน้าหนีและหันไปมองหยางเซียวแทน
เมื่อเห็นจูจู๋ชิงหันไปมองหยางเซียว ทุกคนก็พลันกระจ่างแจ้งแก่ใจ เป็นไปได้สูงว่าภายใต้ความช่วยเหลือของหยางเซียว จูจู๋ชิงจึงสามารถยกระดับพลังวิญญาณได้รวดเร็วปานนี้ ต้องรู้ก่อนว่าในบรรดาพวกเขาทั้งหกคน (ไม่รวมหยางเซียวและจูจู๋ชิง) ผู้ที่มีพลังวิญญาณสูงสุดอย่างไต้มู่ไป๋ ก็เพิ่งจะอยู่ระดับ 38 เท่านั้น ทว่าจูจู๋ชิงล่ะ? ตอนที่นางเพิ่งเข้าโรงเรียน นางเพิ่งจะอยู่ระดับ 27 เองนะ! เวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งปี กลับก้าวกระโดดจากระดับ 27 มาเป็นระดับ 37! ความเร็วในการบำเพ็ญเพียรระดับนี้ เรียกได้ว่าไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ และคงไม่มีใครทำได้อีกในอนาคต!
ประกอบกับเรื่องที่หนิงหรงหรงซื้อโอสถวิเศษสองชนิดจากหยางเซียว ก็เป็นเรื่องที่รู้กันทั่ว ระดับพลังวิญญาณของหนิงหรงหรงเองก็ทะยานถึงระดับ 30 แล้ว เพียงแต่ยังไม่มีเวลาไปหาวงแหวนวิญญาณวงที่สามมาประดับบารมีเท่านั้น พริบตานั้น ทุกคนต่างก็หมายตาสุดยอดโอสถของหยางเซียวขึ้นมาทันที
ทางด้านหยางเซียวที่กำลังยืนชมการต่อสู้อยู่ข้างสนามอย่างสบายอารมณ์ จู่ๆ ก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบ เขาหันขวับไปมอง ก็พบว่าสายตาทุกคู่กำลังจับจ้องมาที่ตนเป็นตาเดียว เขารีบกระชับเสื้อผ้าของตนให้มิดชิด พลางเอ่ย
"มองอะไรกัน! พี่ชายคนนี้ขายศิลป์ไม่ขายเรือนร่างนะเว้ย! เอ่อ... ไม่สิ ศิลป์ข้าก็ไม่ขาย! พวกเจ้าต้องการอะไร จะหาเรื่องชกต่อยหรือไง!"
ออสการ์ปั้นหน้ายิ้มกะล่อน มองหยางเซียวพลางเอ่ยประจบ
"พี่เซียว แบ่งขายโอสถวิเศษให้พวกเราสักหน่อยสิ เรื่องราคาค่อยตกลงกันก็ได้"
หยางเซียวมองแววตาอันหิวกระหายของทุกคน ก็รีบส่ายหน้าปฏิเสธเป็นพัลวัน
"ข้าก็นึกว่าเรื่องอะไร ที่แท้พวกเจ้าก็อยากซื้อโอสถนี่เอง ทำไมไม่บอกแต่แรกล่ะ! ตอนนี้ข้ามีแค่โอสถเพิ่มวิญญาณกับโอสถวารีลึกลับสองชนิดเท่านั้น ราคาเม็ดละหนึ่งหมื่นเหรียญภูตทอง จะเอาหรือไม่เอา?"
เมื่อได้ยินราคาเม็ดละหนึ่งหมื่นเหรียญภูตทอง ใบหน้าของทุกคนก็มืดครึ้มลงทันที นี่มันปล้นกันชัดๆ! โอสถบ้าอะไรจะแพงหูฉี่ขนาดนั้น!
ออสการ์มองหยางเซียวพลางต่อรอง
"พี่เซียว... เห็นแก่ความสัมพันธ์อันดีของเรา ลดให้สักหน่อยไม่ได้หรือ?"
"ไม่ได้"
เมื่อถูกปฏิเสธอย่างเย็นชา ทุกคนก็เลิกตั้งความหวังไปโดยปริยาย
ทางด้านหนิงหรงหรง เมื่อเห็นคนอื่นๆ ไม่มีปัญญาซื้อโอสถเพราะสู้ราคาไม่ไหว นางก็ลอบคิดในใจอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง
"พวกยาจกเอ๊ย!"
ในตอนนั้นเอง ท่านปรมาจารย์ก็ก้าวออกมาระงับสถานการณ์
"เอาล่ะๆ แทนที่จะไปฝากความหวังไว้กับโอสถวิเศษ สู้เอาเวลาไปตั้งใจบำเพ็ญเพียรด้วยตนเองจะดีกว่า หยางเซียว จูจู๋ชิง หนิงหรงหรง... พวกเจ้าเองก็ไม่ควรพึ่งพาโอสถมากจนเกินไป มันจะส่งผลเสียต่อรากฐานของพวกเจ้าในระยะยาว"
จากนั้นท่านปรมาจารย์ก็หันไปมองนักเรียนทั้งเจ็ด (ยกเว้นหยางเซียว) พลางเอ่ยให้กำลังใจ
"วันนี้จะเป็นการประลองนัดสุดท้ายของพวกเจ้า หากชนะศึกนี้ พวกเจ้าทั้งหกคน (ไม่รวมจูจู๋ชิง) ก็จะได้ครองตราประลองวิญญาณระดับเงิน แม้คู่ต่อสู้อย่างทีมราชวงศ์เทียนโต้วจะแข็งแกร่ง ทว่าพวกเจ้าจงเชื่อมั่นในตนเอง! เพราะพวกเจ้าไม่ได้ด้อยไปกว่าผู้ใดทั้งสิ้น!"
"เสี่ยวซาน... ในศึกนี้ เจ้าในฐานะวิญญาจารย์สายควบคุม จะต้องเป็นกุญแจสำคัญในการคว้าชัยชนะ"
ถังซานพยักหน้ารับคำหนักแน่น
"ท่านอาจารย์โปรดวางใจ ข้าจะนำพาทุกคนไปสู่ชัยชนะให้จงได้!"
เมื่อเห็นความมุ่งมั่นของถังซาน ความกังวลในใจของท่านปรมาจารย์ก็มลายหายไปกว่าครึ่ง เขาหันไปกล่าวสำทับกับทุกคนอีกครั้ง
"แม้ทีมราชวงศ์เทียนโต้วที่ยืนอยู่เบื้องหน้าพวกเจ้า จะมีความแข็งแกร่งโดยรวมเหนือกว่าพวกเจ้ามาก ทว่าพวกเขาก็ใช่ว่าจะไร้จุดอ่อน ทุกทีมย่อมมีข้อบกพร่อง ในระหว่างการต่อสู้ พวกเจ้าต้องไม่เพียงจดจ่ออยู่กับการโจมตีของตนเอง แต่ต้องหมั่นสังเกตหาจุดอ่อนของคู่ต่อสู้ด้วย เมื่อสบโอกาส จงโจมตีให้เด็ดขาดในคราเดียว! เมื่ออยู่บนสนามประลอง ทุกคนต้องเชื่อฟังคำสั่งของถังซาน ห้ามแตกแถวเด็ดขาด! ข้าเชื่อมั่นว่าพวกเจ้าจะสามารถโค่นทีมราชวงศ์เทียนโต้วลงได้อย่างแน่นอน! ข้าเชื่อมั่นในตัวพวกเจ้าทุกคน!"
หยางเซียวมองดูท่านปรมาจารย์ที่กำลังป้อนคำหวานปลุกใจทั้งเจ็ดคน ก็ลอบยิ้มมุมปาก
"สมแล้วที่เป็นเจ้าแห่งทฤษฎี เก่งแต่เรื่องขายฝันจริงๆ"
ส่วนจูจู๋ชิงกลับรู้สึกว่าคำพูดของท่านปรมาจารย์มันคุ้นหูพิกล... ตอนที่หยางเซียวป้อนยาหอมวาดฝันให้นาง เขาก็พูดทำนองนี้มิใช่หรือ? ทว่านางก็มิได้เก็บมาใส่ใจนัก
ไม่นานนัก เวลาก้าวขึ้นสู่สนามประลองก็มาถึง ทั้งเจ็ดคนทยอยเดินขึ้นสู่เวที
ในขณะเดียวกัน ฝั่งตรงข้ามก็ทยอยก้าวขึ้นสู่เวทีประลองเช่นกัน
หลังจากพิธีกรบรรยายข้อมูลพื้นฐานของทั้งสองฝ่ายเสร็จสิ้น การต่อสู้ก็เปิดฉากขึ้นทันที!
ฝั่งซ้ายของเวทีคือทีมราชวงศ์เทียนโต้ว ฝั่งขวาคือทีมสื่อไหลเค่อ ทางฝั่งทีมราชวงศ์เทียนโต้ว อวี้เทียนเหิงและตู๋กูเยี่ยนยืนเป็นทัพหน้า ตามด้วยสองพี่น้องตระกูลสือขนาบข้างด้วยวิญญาจารย์สายโจมตีว่องไวทั้งสองคน และปิดท้ายด้วยวิญญาจารย์สายสนับสนุนที่แนวหลัง
ทันทีที่สัญญาณเริ่มการประลองดังขึ้น วิญญาจารย์สายโจมตีหนักของทั้งสองฝ่ายก็พุ่งเข้าปะทะกันอย่างดุเดือด ในขณะที่ถังซานคอยควบคุมจังหวะการต่อสู้ในภาพรวมอย่างชาญฉลาด
วิญญาณยุทธ์ของแต่ละคนถูกปลดปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การเชื่อมโยงของหญ้าเงินคราม ทีมสื่อไหลเค่อได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันโดยมีถังซานเป็นศูนย์กลาง
ทางด้านทีมราชวงศ์เทียนโต้ว อวี้เทียนเหิงนำทัพพุ่งทะยานเข้าใส่ทีมสื่อไหลเค่ออย่างดุดัน แขนขวาของเขาแปรสภาพเป็นท่อนแขนมังกรที่ปกคลุมไปด้วยเกล็ดหนาอย่างรวดเร็ว เบื้องหลังเขามีเงาร่างสีเขียวมรกตเกาะติดอยู่... แน่นอนว่านั่นคือตู๋กูเยี่ยน วิญญาจารย์สายโจมตีว่องไวของทั้งสองฝ่ายต่างก็เร่งความเร็วพุ่งเข้าห้ำหั่นกัน
เมื่อจูจู๋ชิงเผชิญหน้ากับวิญญาจารย์วิญญาณยุทธ์เสือดาวปีศาจของฝั่งตรงข้าม วงแหวนวิญญาณวงที่สองของนางก็สว่างวาบ ทักษะร้อยกรงเล็บโลกันตร์ถูกปลดปล่อยออกมาทันที! เมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันมหาศาลจากจูจู๋ชิง วิญญาจารย์เสือดาวปีศาจก็รีบใช้วงแหวนวิญญาณวงที่สามเรียกเงาเเสือดาวปีศาจแยกร่างออกมาเพื่อต้านทาน ทว่าเขากลับพบว่าเงาร่างเสือดาวปีศาจของเขาค่อยๆ ถูกทำลายลงอย่างรวดเร็ว! ในจังหวะที่วิญญาจารย์เสือดาวปีศาจกำลังตะลึงงัน วงแหวนวิญญาณวงที่สามของจูจู๋ชิงก็สว่างขึ้น ทักษะวิฬาร์โลกันตร์สังหารฟาดฟันลงมาอย่างเกรี้ยวกราด วิญญาจารย์เสือดาวปีศาจไม่อาจตั้งรับได้ทัน ร่างของเขาปลิวละลิ่วกระเด็นตกเวทีไปในพริบตา!
เมื่อเห็นว่าเพิ่งจะเริ่มการประลอง ทีมของตนก็ต้องสูญเสียกำลังพลไปแล้วหนึ่งคน รูปขบวนของทีมราชวงศ์เทียนโต้วก็เริ่มปั่นป่วน ในขณะที่ทีมสื่อไหลเค่อที่ตื่นตะลึงกับความแข็งแกร่งอันน่าสะพรึงกลัวของจูจู๋ชิง กลับฮึกเหิมกำลังใจเต็มเปี่ยม!
หยางเซียวที่ยืนชมอยู่ข้างสนาม มองดูจูจู๋ชิงที่เพิ่งเปิดฉากก็จัดการคู่ต่อสู้ไปได้หนึ่งคน เขาก็ลอบยิ้มด้วยความภาคภูมิใจประดุจบิดามองดูลูกสาวที่เติบโต
ท่านปรมาจารย์ ฝูหลันเต๋อ และจ้าวอู๋จี๋ หันขวับไปมองหยางเซียวเป็นตาเดียว พวกเขาอยากรู้เหลือเกินว่าตลอดหนึ่งเดือนในป่าใหญ่ซิงโต่วนั้น พวกเขาไปพบเจอสิ่งใดมากันแน่!
ความแข็งแกร่งของจูจู๋ชิง ก้าวกระโดดรวดเร็วเกินไปแล้ว!
ทว่าพวกเขาหารู้ไม่ว่า ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา จูจู๋ชิงต้องเผชิญหน้ากับการห้ำหั่นต่อสู้กับอสูรวิญญาณสารพัดชนิดแทบจะทุกวี่ทุกวัน มันเป็นความยากลำบากแสนสาหัสที่คนนอกไม่อาจจินตนาการได้เลย!
"มัวเหม่ออะไรอยู่! รีบตั้งสมาธิสู้ต่อสิ!"
เสียงตวาดของอวี้เทียนเหิงดังก้องขึ้น ในฐานะกัปตันทีม นี่คือช่วงเวลาที่เขาต้องก้าวออกมาเรียกความมั่นใจของลูกทีมให้กลับคืนมา เมื่อได้ยินเสียงของอวี้เทียนเหิง สมาชิกทีมราชวงศ์เทียนโต้วทุกคนก็ดึงสติกลับมาจดจ่อกับการต่อสู้อีกครั้ง!