- หน้าแรก
- ข้าเห็นไอเทมดรอปจากบอสทุกชิ้น
- บทที่ 70 ความลับที่เพิ่งได้รู้
บทที่ 70 ความลับที่เพิ่งได้รู้
บทที่ 70 ความลับที่เพิ่งได้รู้
บทที่ 70 ความลับที่เพิ่งได้รู้
"เอฟลาร่า!"
หลินอี้สะดุ้งสุดตัว ลุกพรวดขึ้นมานั่งด้วยใบหน้าตื่นตระหนก
เมื่อกี้หลินอี้ฝันร้าย ฝันที่น่ากลัวมาก
ในฝันเอฟลาร่ากำลังห่างออกไปเรื่อยๆ แต่พอหลินอี้จะวิ่งตาม กลับพบว่าตัวเองขยับตัวไม่ได้เลย
สุดท้ายก็ทำได้แค่มองดูเอฟลาร่าหายลับไปจากสายตา
"นี่เราฝันไปเหรอเนี่ย!"
มองแสงแดดอ่อนๆ นอกหน้าต่าง ยังไม่ทันที่หลินอี้จะถอนหายใจอย่างโล่งอก ก็รู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง
เขายังอยู่ในเกม!
ภาพที่เห็นตรงหน้าไม่ใช่ห้องของตัวเองในชีวิตจริง
ส่ายหัวที่ยังมึนงงอยู่ หลินอี้นึกถึงเสียงแจ้งเตือนจากระบบก่อนที่ตัวเองจะหมดสติไป ความรู้สึกไม่สบายใจเริ่มเกาะกุมหัวใจ
"เอฟลาร่า?"
หลินอี้มองซ้ายมองขวาก็ไม่เห็นเงาร่างที่คุ้นเคย
"เอฟลาร่า ออกมาเถอะ เลิกเล่นได้แล้ว"
มือสั่นเทาเปิดหน้าต่างสเตตัสขึ้นมา หลินอี้มองไปที่บรรทัดหนึ่ง
จำนวนสัตว์อัญเชิญ: 0
เปรี้ยง!
วินาทีที่ตัวเลขนี้ปรากฏสู่สายตา สมองของหลินอี้ก็เหมือนโดนฟ้าผ่า ยืนอึ้งอยู่กับที่ทันที
หลินอี้เปิดหน้าต่างแชตสาธารณะ ดูบันทึกการแจ้งเตือนจากระบบ
นี่หมายความว่า ที่ตัวเองรอดจากการควบคุมของบอสเผ่ามารมาได้ เป็นเพราะการเสียสละของเอฟลาร่างั้นเหรอ?
ความโศกเศร้าถาโถมเข้าใส่หลินอี้ในทันที ทำไมถึงได้โง่แบบนี้ล่ะ!
เขาเป็นแค่ผู้เล่นเกม ตายแล้วก็คืนชีพได้ ไม่เห็นต้องทำถึงขนาดนี้เลย!
ขณะที่หลินอี้กำลังจมอยู่กับความเศร้าโศกและโกรธแค้นจากการสูญเสียเอฟลาร่า เสียงแหบพร่าของชายชราก็ดังขึ้นที่หน้าประตู
"ตื่นแล้วรึ!"
สิ้นเสียง ชายชราคนหนึ่งก็ผลักประตูเข้ามา ทำเอาหลินอี้ถึงกับอึ้ง
แต่สิ่งที่ทำให้หลินอี้ตกใจยิ่งกว่าการปรากฏตัวของชายชราคนนี้ ก็คือประโยคต่อมาของชายชรา
"นักผจญภัย ไม่เจอกันนานเลยนะ!"
"ท่าน!"
หลินอี้ยืนงงเป็นไก่ตาแตก
"ท่านรู้จักข้าด้วยเหรอ?"
ชายชรายิ้มอย่างมีเลศนัย
"คิดไม่ถึงเลยนะว่าเจ้าจะได้รับการสืบทอดจากคาร์ซ่าจริงๆ ข้ามองคนไม่ผิดจริงๆ"
ทำไมหลินอี้ถึงรู้เรื่องคลาสลับผู้เรียกวิญญาณล่ะ?
ใช่แล้ว!
ที่หลินอี้รู้ว่าจะได้คลาสลับผู้เรียกวิญญาณได้ยังไง ก็เพราะชายชราตรงหน้านี่แหละ
แกนดาล์ฟ เลเวล 70
ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งเผ่าเอลฟ์
นั่นเป็นเพราะหลินอี้บังเอิญทำเควสต์ลับสำเร็จ แล้วก็ได้ข้อมูลเกี่ยวกับการสืบทอดคลาสลับผู้เรียกวิญญาณมาจากเขา
ถ้าเป็นก่อนเกิดใหม่ การที่เขาพูดแบบนี้ หลินอี้คงไม่แปลกใจเลย ดีไม่ดีอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องปกติด้วยซ้ำ
แต่ปัญหาคือตอนนี้ เขาเกิดใหม่แล้วโว้ย!
เรื่องก่อนเกิดใหม่ NPC ตัวนึงจะไปรู้ได้ยังไง?
หรือว่าตาแก่ตรงหน้านี่จะเกิดใหม่มาพร้อมกับเขาด้วย?
บ้าไปแล้ว!
ตั้งแต่เกิดใหม่มา นี่เป็นครั้งแรกที่หลินอี้รู้สึกว่าการเกิดใหม่ของตัวเอง มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญซะแล้วสิ
นี่มันจะมีความลับที่สั่นสะเทือนฟ้าดินอะไรซ่อนอยู่อีกเนี่ย?
ถุย!
นี่มันจะน้ำเน่าเกินไปแล้วนะ? กำลังถ่ายละครอยู่หรือไง? พล็อตเรื่องจะโหลไปไหน!
หลินอี้คิดอย่างจนใจ แต่ที่แน่ๆ คือ ตาแก่ตรงหน้านี้ต้องรู้อะไรบางอย่างแน่นอน
หลินอี้ขี้เกียจอ้อมค้อม เข้าประเด็นเลยดีกว่า
"ท่านผู้อาวุโส ท่านมีอะไรจะบอกข้าไหม?"
หลินอี้ยกมือขึ้นห้ามแกนดาล์ฟที่กำลังจะอ้าปากพูด
"พูดมาตรงๆ ง่ายๆ ไม่ต้องอ้อมค้อม เสียเวลา"
จากนั้นหลินอี้ก็ผายมือเชิญ
"พูดมา"
แกนดาล์ฟไม่ได้โกรธกับคำพูดของหลินอี้ แต่กลับลูบเคราขาวแล้วหัวเราะหึๆ
"อันที่จริง ข้าก็รู้ไม่มากหรอกนะ เจ้า..."
"งั้นก็เล่าในสิ่งที่ท่านรู้ แต่ข้าไม่รู้มาสิ"
แกนดาล์ฟชะงัก:
"เจ้านี่นะ..."
หลินอี้พูดอย่างไม่ใส่ใจ:
"คนฉลาดคุยกัน มีอะไรก็พูดมาตรงๆ ท่านสบายใจ ข้าก็สบายใจ"
แกนดาล์ฟกลืนคำพูดที่เตรียมไว้ลงคอ แล้วยิ้มขื่นๆ
"ดีๆๆ งั้นข้าจะเล่าเรื่องที่ข้ารู้ให้ฟังก็แล้วกัน"
"สำหรับพวกผู้ถูกเลือกอย่างพวกเจ้า โลกใบนี้อาจจะเป็นแค่เกมที่ตายแล้วก็ไปเกิดใหม่ที่วิหารแห่งแสงสว่างได้"
"แต่สำหรับพวกเรา ที่นี่คือสถานที่ที่เราอยู่อาศัยกันมาหลายชั่วอายุคน และพวกเรามีชีวิตเพียงแค่ชีวิตเดียว ไม่ได้มีโอกาสเริ่มต้นใหม่เหมือนพวกเจ้าหรอกนะ"
"อะไรนะ?"
นี่เป็นครั้งแรกที่หลินอี้ได้ยินเรื่องแบบนี้
ถึงแม้ในใจจะพอเดาอะไรได้บ้าง แต่พอได้ยินกับหู ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตกตะลึง
"ท่านกำลังจะบอกว่า ทวีปเลฟาห์มแห่งนี้คือโลกที่มีอยู่จริงงั้นเหรอ? เป็นไปได้ยังไง!"
หลังจากหายตกใจ หลินอี้ก็นึกขึ้นได้
"แต่เดี๋ยวก่อนนะ ท่านบอกว่าพวกท่านไม่มีโอกาสเริ่มต้นใหม่ แล้วไอ้พวกมอนสเตอร์กับบอสในดันเจี้ยนที่มันเกิดใหม่ได้เรื่อยๆ ล่ะ จะอธิบายยังไง?"
"พวกมันคงไม่ใช่สิ่งมีชีวิตจริงๆ หรอกมั้ง?"
"หึๆ~"
แกนดาล์ฟไม่ได้ตอบคำถามของหลินอี้ แต่กลับลูบเครายิ้มเหมือนพวกหมอดูต้มตุ๋น
"จริงคือเท็จ เท็จคือจริง เมื่อความจริงกลายเป็นเท็จ ความเท็จก็กลายเป็นจริง ใครจะรู้ล่ะว่าอะไรจริงอะไรเท็จ"
"พูดภาษาคนสิวะ!"
"เรื่องนี้ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน"
"แม่งเอ๊ย ไม่รู้แล้วจะพูดจาไร้สาระทำไมเนี่ย!"
หลินอี้นึกถึงอีกคำถามขึ้นมาได้
"แล้วท่านจำข้าได้ยังไง? อย่าบอกนะว่าท่านเกิดใหม่มาพร้อมข้า"
"อันที่จริง การปรากฏตัวของเจ้า อย่าว่าแต่เจ้าเลย แม้แต่ข้าเองก็ตกใจเหมือนกัน"
ตอนนี้ใบหน้าของแกนดาล์ฟก็มีร่องรอยของความสงสัยและไม่เข้าใจเช่นกัน
"ข้าแค่บังเอิญใช้มหาเวทคำนวณสวรรค์ แล้วหลุดเข้าไปในจุดเชื่อมต่อเวลาอีกสองปีข้างหน้า ก็เลยได้เจอกับเจ้าที่มาหาข้าในอีกสองปีให้หลังพอดี"
"พอรู้ว่าการสืบทอดของคาร์ซ่ายังไม่มีใครค้นพบ ข้าก็เลยถือวิสาสะเปลี่ยนรางวัลของเจ้าเป็นสิ่งนี้แทน"
"ส่วนเรื่องที่ทำไมเจ้าถึงย้อนเวลากลับมาเมื่อสองปีก่อนพร้อมกับความทรงจำได้นั้น เรื่องนี้ข้าเองก็อยากรู้เหตุผลมากกว่าเจ้าซะอีก"
ฟังชายชราพูดจบ หลินอี้ก็อึ้งไปเลย
ตอนแรกนึกว่าจะได้ไขข้อข้องใจจากปากเขาซะอีก
แต่ยิ่งเขาพูด ความสงสัยเดิมก็ยังไม่คลี่คลาย แถมยังมีคำถามใหม่เพิ่มขึ้นมาอีก
อย่างเช่น เกม 《เทพเกียรติยศ》 กับทวีปเลฟาห์ม มันมีความเกี่ยวข้องกันยังไง?
แล้วการที่ตาแก่นี่โผล่ไปในอีกสองปีข้างหน้า แล้วบอกเรื่องการสืบทอดผู้เรียกวิญญาณให้เขารู้ มันเป็นเรื่องบังเอิญหรือถูกกำหนดไว้แล้ว?
แล้วการเกิดใหม่ของเขามันหมายความว่ายังไง?
หลินอี้ทั้งขำทั้งโมโหในใจ:
ปล่อยให้ข้าเกิดใหม่มาเป็นผู้เล่นเทพๆ ชิลๆ ไม่ได้หรือไงวะ? ทำไมต้องมาให้ปวดสมองด้วยเนี่ย
ไอ้ตัวการที่บงการเรื่องทั้งหมดนี่อยู่เบื้องหลัง มันต้องป่วยแหงๆ!
ตอนนี้ต่อให้ใช้ส้นเท้าคิด ก็รู้แล้วว่าการที่เขามาโผล่ที่นี่ มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่นอน
"ตาแก่ บอกมาตรงๆ เลยดีกว่า พวกท่านกำลังมีปัญหาใช่ไหม?"
แกนดาล์ฟทำหน้าเหวอ
"นี่เจ้ารู้ด้วยเหรอ?"
ส่วนหลินอี้ก็ทำหน้าแบบ กะแล้วเชียว
ถึงแม้การเกิดใหม่จะทำให้เขาได้รับผลประโยชน์มากมายแบบที่เคยฝันถึงก็ตาม
แต่พอคิดว่าชะตากรรมของตัวเองถูกคนอื่นควบคุมอยู่ หลินอี้ก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันที
ใครอยากจะเป็นก็เป็นไปเถอะ แต่เขาไม่มีทางยอมให้ชะตากรรมบ้าบอนั่นมาจูงจมูกหรอก
ไม่ว่าที่นี่จะเป็นเกมหรือโลกแห่งความเป็นจริง ยังไงเขาก็มาเพื่อเล่นเกม ไม่ได้มาให้ใครเล่น
เรื่องช่วยโลกอะไรนั่น ผู้เล่นทุกคนที่นี่ก็เป็นฮีโร่ช่วยโลกได้เหมือนกัน ไม่จำเป็นต้องเป็นเขาคนเดียวซะหน่อย
พอทุกคนเลเวล 80 ก็อัปเกรดเป็นเทพกันได้หมด แล้วเขาจะไปทำตัวเป็นฮีโร่ให้เหนื่อยทำไมล่ะ
ไม่รู้ว่าอุปกรณ์ในโรงประมูลขายออกไปหรือยัง เดี๋ยวกลับเมืองไปดูเงินโกลด์ก่อนดีกว่า
หลินอี้กดปุ่มกลับเมืองอย่างไม่ลังเล
"ปัญหานี้ข้าช่วยท่านไม่ได้หรอก ไปหาคนอื่นเถอะ"
เดี๋ยวพอกลับเมืองแล้วไปดูเงินโกลด์ จากนั้นค่อยไปจดทะเบียนกลุ่มทหารรับจ้างที่สมาคมทหารรับจ้างดีกว่า
หลินอี้กำลังวางแผนเรื่องที่จะทำหลังจากกลับเมือง
ทางฝั่งแกนดาล์ฟก็ถอยหลังไปสองก้าว ขมวดคิ้วมองดูค่ายกลเทเลพอร์ตที่ก่อตัวขึ้นใต้เท้าของหลินอี้ พึมพำกับตัวเองเบาๆ ว่า:
"ถ้าเป็นแบบนี้ ก็เสียดายภูตธาตุแย่เลย"
"เหอะ เรื่องนี้มันเกี่ยวอะไรกับข้า... เดี๋ยวนะ!"
หลินอี้รีบยกเลิกการกลับเมืองอย่างลนลาน จ้องหน้าชายชราด้วยความตื่นเต้น
"เมื่อกี้ท่านว่าไงนะ?"
"ภูตธาตุ!"
"ไม่สิ รีบพาข้าไปดูหน่อย"
………………