- หน้าแรก
- พระสนมหงสาเคียงเทพจักรพรรดิ
- บทที่ 22 ตาต่อตา ฟันต่อฟัน
บทที่ 22 ตาต่อตา ฟันต่อฟัน
บทที่ 22 ตาต่อตา ฟันต่อฟัน
บทที่ 22 ตาต่อตา ฟันต่อฟัน
หลัวโย่วอิงทอดสายตามองหลัวฉีที่นอนแผ่หลาอยู่บนพื้นด้วยสภาพอเนจอนาถอย่างเย็นชา ในใจของนางไร้ซึ่งความยินดีที่เอาชนะศัตรูได้ กลับกัน นางยิ่งรู้สึกถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องแข็งแกร่งขึ้น
หากเป็นในชาติก่อน ตัวละครเล็กๆ พรรค์นี้นางคงบดขยี้ด้วยพละกำลังอย่างตรงไปตรงมา ไม่เหมือนตอนนี้ที่ทำได้เพียงพึ่งพาลูกไม้ตื้นๆ
ไม่ใช่ว่านางดูแคลนลูกไม้ตื้นๆ เหล่านี้ แต่สำหรับคนที่เคยทรงพลัง มั่นใจ และควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างได้มาโดยตลอด การมีพละกำลังที่สั่นคลอนไม่ได้ต่างหากจึงจะเป็นมรรควิถีที่แท้จริง
และในโลกใบนี้ วิธีที่ดีที่สุดในการแสดงออกถึงความแข็งแกร่งก็คือวิทยายุทธ์
หึ ถึงเวลาลงไปดูที่ชั้นหนึ่งเสียที ชั้นสามนี่ไม่เหมาะกับนางเอาเสียเลย
หลัวโย่วอิงเดินเข้าไปหาหลัวฉี ตัวการที่ลากนางขึ้นมาบนชั้นสาม นางก้มลงค้นตัวเขา ก่อนจะดึงมีดสั้นเล่มเล็กที่คมกริบออกมาจากตัวเขาได้อย่างรวดเร็ว
"คนมีตั้งมากมายให้ล่วงเกิน แต่เจ้ากลับรนหาที่มาล่วงเกินข้า!"
คมมีดเย็นเฉียบไล่ไปตามใบหน้าของหลัวฉี ลากผ่านปลายคาง ลำคอ ก่อนจะหยุดลงที่หน้าอก หลัวโย่วอิงแย้มยิ้มอย่างเหี้ยมเกรียม "เจ้าอยากเห็นข้าคลุ้มคลั่งเพราะถูกปราณมารแทรกซึมไม่ใช่หรือ? เช่นนั้นทำไมเจ้าไม่เป็นบ้าไปก่อนแล้วกลายเป็นตัวตลกให้ทุกคนดูเล่นเสียล่ะ ส่วนข้านั้น ชอบที่สุดก็คือ... การเอาคืนแบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน"
ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ...
ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ...
มีดสั้นร่ายรำอย่างพลิ้วไหว
เมื่อการตวัดมีดครั้งสุดท้ายจบลง หลัวโย่วอิงก็กระชากผมของหลัวฉีอย่างแรง ลากเขาไปที่หน้าต่าง แล้วออกแรงผลัก ร่างของเขากระเด็นออกไปนอกหน้าต่างที่เปิดกว้างอยู่ทันที
ภายนอกหอสมุด ศิษย์สายรองหลายคนยังคงอออยู่ที่นั่น และด้วยจำนวนคนที่ตามมาสมทบ ทุกคนจึงรู้ว่าคุณชายฉีพาคุณหนูรองขึ้นไปบนชั้นสาม
ทุกคนต่างรู้อยู่แก่ใจราวกับกระจกใสแจ๋ว ว่าคุณชายฉีกำลังหาเรื่องกลั่นแกล้งคุณหนูรอง
"พวกเขาเข้าไปตั้งนานแล้ว ไม่รู้ว่าคุณหนูรองจะเป็นอย่างไรบ้าง?"
"จะเป็นอย่างไรได้ล่ะ? เข้าไปในชั้นสาม คนปกติยังอาจจะสติแตกได้ แล้วคุณหนูรองก็ดันเป็น..."
"หึ นั่นก็ถูก ด้วยสภาพของคุณหนูรอง พอเข้าไปปุ๊บก็คงจะน้ำลายฟูมปากแล้วสลบไปทันที นางคงจะกลับไปเป็นสภาพเดิมแล้วล่ะ"
สภาพเดิมคืออะไรน่ะหรือ? หึ แน่นอนว่าต้องเป็นคนโง่งมไร้สติปัญญาน่ะสิ
การรังแกคุณหนูรองที่โง่งมนั้นช่างเป็นเรื่องง่ายดายเสียเหลือเกิน
"ใช่ๆ คนในตระกูลที่อยู่ระดับหลอมกายาขั้นที่ 5 ยังไม่กล้าเหยียบขึ้นไปบนชั้นสามเลย คุณหนูรองเข้าไปแบบนั้นต้องเจอเรื่องร้ายมากกว่าดีแน่นอน" นี่ยังไม่นับรวมที่คุณชายฉียังซุ่มรอขย้ำนางอยู่เหมือนเสือร้ายอีกนะ
"อย่าพูดเช่นนั้นไป พวกเจ้าลืมคุณชายใหญ่ไปแล้วหรือ? คุณชายใหญ่เพิ่งจะลั่นวาจาว่าคุณหนูรองอยู่ภายใต้การคุ้มครองของเขา"
แม่เฒ่าเฉินถูกโบยจนตาย คุณหนูใหญ่ถูกสั่งกักบริเวณในศาลบรรพชน และสาวใช้ของคุณหนูใหญ่ก็ถูกสั่งให้คุกเข่าบนเศษกระเบื้องแตก เรื่องราวทั้งหมดนี้ล้วนทำไปเพื่อออกหน้าแทนคุณหนูรองทั้งสิ้น หากหลัวฉีทำเกินกว่าเหตุ คุณชายใหญ่ย่อมไม่ปล่อยเขาไว้แน่
"ยังจะหวังพึ่งคุณชายใหญ่อีกหรือ? หึ คุณชายใหญ่ออกเดินทางไปตั้งแต่เช้าตรู่แล้ว แต่ละวันเขามีเรื่องให้ต้องจัดการตั้งมากมายก่ายกอง การที่เขาคอยดูแลคุณหนูรองก่อนหน้านี้ก็นับว่าทำหน้าที่ได้สมบูรณ์แบบแล้ว พวกเจ้าคิดจริงๆ หรือว่าคุณชายใหญ่จะมีเวลามาคอยจัดการจุกจิกเรื่องของคุณหนูรองได้ตลอด?"
...
เบื้องล่าง มีทั้งคนที่เห็นใจหลัวโย่วอิง ในขณะที่บางคนก็เย้ยหยันและแม้กระทั่งพูดจาถากถางด้วยความสะใจ
ท่ามกลางความคิดที่แตกต่างกัน จู่ๆ หน้าต่างชั้นสามก็ถูกเปิดออก และร่างของใครบางคนก็ลอยละลิ่วออกมา
การที่มีคนกระเด็นออกมาไม่ใช่เรื่องที่น่าประหลาดใจที่สุด สิ่งที่ทำให้ทุกคนต้องเบิกตาโพลงด้วยความตกตะลึงก็คือ เสื้อผ้าสีขาวบริสุทธิ์ของคนผู้นั้นจู่ๆ ก็ฉีกขาดวิ่นเป็นชิ้นๆ ปลิวว่อนไปในอากาศราวกับเทพธิดาโปรยบุปผา
เศษผ้าสีขาวนับไม่ถ้วนปลิวลอยล้อมรอบร่างเปลือยเปล่าที่อยู่ตรงกลาง ภาพตรงหน้าช่างยากจะบรรยายเป็นคำพูดได้
พวกผู้ชายพากันเดาะลิ้นด้วยความประหลาดใจ ในขณะที่พวกผู้หญิงต่างยกมือขึ้นปิดตาและเบือนหน้าหนีด้วยความเขินอาย
ตุบ!
ร่างเปลือยเปล่ากระแทกพื้น หน้าทิ่มดินลงไปในท่าทางที่ดูน่าอเนจอนาถที่สุด ใบหน้าที่เดิมทีก็มองดูยากอยู่แล้ว บัดนี้ยิ่งดูไม่ออกว่าเป็นใคร
"นี่มันเจ้าคนโชคร้ายที่ไหนกัน?"
ศิษย์สายรองคนหนึ่งคว้าเศษผ้าที่ร่วงหล่นลงมา เบิกตากว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ "เสื้อผ้าของคุณชายฉี? นี่คือคุณชายฉี!"
"อะไรนะ? คุณชายฉีรึ?"
"จริงหรือ? จริงหรือนี่?"
"ไม่ผิดแน่หรือ?"