- หน้าแรก
- พระสนมหงสาเคียงเทพจักรพรรดิ
- บทที่ 13 เจ้าอยากจะสั่งสอนใคร?
บทที่ 13 เจ้าอยากจะสั่งสอนใคร?
บทที่ 13 เจ้าอยากจะสั่งสอนใคร?
บทที่ 13 เจ้าอยากจะสั่งสอนใคร?
"นังโง่ เจ้าพูดอะไรออกมา? คุณหนูอย่างข้าสั่งให้เจ้าคุกเข่าลงบนเศษกระเบื้อง ไม่ใช่เฉียวถงกับเฉียวอวี่ !" หลัวโย่วโหรวตวาดลั่น "เฉียวถง เฉียวอวี่ พวกเจ้ายังยืนบื้ออยู่อีกทำไม? หรือรอจะคุกเข่าบนเศษกระเบื้องจริงๆ?"
"คะ... คุณหนู..." ใบหน้าของเฉียวถงและเฉียวอวี่ เลิ่กลั่ก "คือว่า นังเด็กโง่นั่นไม่ได้โง่แล้วเจ้าค่ะ..."
ที่พวกนางมาครั้งนี้ ก็เพื่อมาดูลาดเลาอาการของคุณหนูรองด้วยตัวเองไม่ใช่หรือ? จากที่สังเกตมาจนถึงตอนนี้ เห็นได้ชัดว่าคุณหนูรองไม่เพียงแต่หายดีแล้ว ทว่ายังจดจำเรื่องราวในอดีตได้ทั้งหมด มิเช่นนั้นนางจะคิดลงโทษพวกตนที่มักจะรังแกนางอยู่บ่อยๆ ได้อย่างไร? นี่คือคำตอบที่คุณหนูรองกำลังบอกพวกนาง
หลัวโย่วโหรวค่อยๆ สงบสติอารมณ์ลง เมื่อนึกขึ้นได้ถึงจุดประสงค์เดิมที่มาที่นี่
นางเชิดคางขึ้น หรี่ตามองสำรวจหลัวโย่วอิงอยู่นาน "นี่ นังโง่ แววตาของเจ้าดูเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนจริงๆ ด้วย หายดีแล้วจริงๆ หรือ? เจ้ารู้หรือไม่ว่าตัวเองเป็นใคร? แล้วรู้หรือไม่ว่าคุณหนูอย่างข้าเป็นใคร?"
การหยั่งเชิงอันแสนตื้นเขินนี้ ก็เพียงเพื่ออยากรู้ว่าอีกฝ่ายจดจำอะไรได้มากน้อยแค่ไหน
หลัวโย่วอิงแค่นเสียงหยัน "รู้แล้วจะทำไม? ไม่รู้แล้วจะทำไม? เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วจะสามารถทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้?"
รูม่านตาของหลัวโย่วโหรวหดเกร็งลงเล็กน้อย นางถอนหายใจ "เจ้าจำได้ทุกอย่างจริงๆ ด้วย"
"ใช่ ข้าจำได้หมดทุกอย่าง! ทุกรอยแผลที่พวกเจ้าฝากไว้บนร่าง ข้าจำได้ขึ้นใจ!" บาดแผลและความเจ็บปวดของนาง ล้วนเป็นเครื่องยืนยันถึงความโหดร้ายที่คนพวกนี้กระทำต่อเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ไร้ทางสู้
"หึ หลัวโย่วอิง ต่อให้เจ้าจำได้แล้วจะทำไม?" หว่างคิ้วของหลัวโย่วโหรวเต็มไปด้วยความขยะแขยงและเหยียดหยาม "เจ้าก็น่าจะรู้ว่าเมื่อก่อนตัวเองทั้งโง่เขลาและเบาปัญญา เจ้าคิดว่าคนในตระกูลจะเชื่อคำพูดของอดีตคนบ้า หรือจะยอมเชื่อคำพูดของคุณหนูอย่างข้า? ในด้านฐานะ ข้าคือคุณหนูใหญ่สายตรงแห่งตระกูลหลัว ส่วนเจ้าเป็นแค่เด็กป่าเถื่อนไร้หัวนอนปลายเท้าที่แม่ของเจ้าพามาด้วย ส่วนในด้านพรสวรรค์ ข้าคือผู้ฝึกยุทธ์ระดับหลอมกายาขั้นที่ 3 ในขณะที่เจ้าเป็นเพียงคนธรรมดา คนธรรมดาคิดจะมาต่อกรกับผู้ฝึกยุทธ์ ช่างไม่เจียมตัวเอาเสียเลย"
ทำไมตระกูลจะต้องทอดทิ้งนางที่มีอนาคตก้าวไกลไร้ขีดจำกัด แล้วไปเข้าข้างผู้หญิงธรรมดาในตระกูลที่แทบจะไร้ประโยชน์ด้วยเล่า?
พูดสั้นๆ ก็คือ นางไม่ได้กลัวว่าเรื่องราวจะถูกเปิดโปง แต่นางก็ไม่อยากทิ้งความประทับใจแย่ๆ ไว้ให้กับเหล่าผู้อาวุโส
"หลัวโย่วอิง ทางที่ดีเจ้าควรหุบปากให้สนิท อย่าได้เที่ยวไปใส่ร้ายข้าส่งเดช อีกอย่าง ตอนที่พี่ใหญ่กลับมา เจ้าก็บอกเขาไปว่าบาดแผลทั้งหมดบนตัวเจ้าเป็นฝีมือของติงซื่อ"
ไอ้บ่าวสุนัขรับใช้ติงซื่อ นางสั่งให้มันจัดการนังโง่นี่ที่ภูเขาเฉียนมู่ แต่ไม่เพียงมันจะทำงานพลาด มันยังหายหัวไปอีก
หึ บ่าวรับใช้ไร้ประโยชน์เช่นนี้ เหมาะที่สุดที่จะเอามาเป็นแพะรับบาป
โยนความผิดทุกอย่างให้ติงซื่อที่ตายไปแล้วงั้นหรือ?
ในที่สุดหลัวโย่วอิงก็ตระหนักถึงความไร้ยางอายของหลัวโย่วโหรว นางอุทานออกมาว่า "ที่แท้บ่าวรับใช้ก็มีไว้เพื่อรับเคราะห์แทนเจ้าสินะ!" นางก้มมองเศษกระเบื้องบนพื้น "เช่นนั้นก็ให้เฉียวถงกับเฉียวอวี่ มารับเคราะห์บ้างสิ"
สีหน้าของเฉียวถงและเฉียวอวี่ เปลี่ยนไปทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น ส่วนหลัวโย่วโหรวก็ขมวดคิ้วมุ่น "หลัวโย่วอิง อย่าได้ใจให้มันมากนัก"
การยุยงอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้ แสดงว่าอีกฝ่ายไม่ได้เห็นนางอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย หากนางปล่อยให้เฉียวถงกับเฉียวอวี่ คุกเข่าลงบนเศษกระเบื้องจริงๆ สิ่งที่นางทำมาทั้งหมดในวันนี้ก็คงสูญเปล่า
"เฉียวถง เฉียวอวี่ ดูเหมือนคุณหนูรองของเราจะยังสติไม่ค่อยดีเท่าไหร่ พวกเจ้าจงไปช่วยเรียกสติให้นางหน่อย ให้นางรู้ว่าอะไรควรทำและอะไรไม่ควรทำ และในบรรดารุ่นเยาว์ของตระกูล นางสมควรจะติดตามใคร!"
"เจ้าค่ะ คุณหนู พวกบ่าวจะทำให้คุณหนูรองตาสว่างเอง!"
ทั้งสองพุ่งตัวเข้าไปเพื่อจับตัวนาง แต่หลัวโย่วอิงวิ่งไปหลบหลังโต๊ะ แล้วตะโกนไปทางประตู "พี่ใหญ่ ช่วยด้วย!"
"หลัวโย่วอิง เลิกเล่นตุกติกได้แล้ว!" กล้าใช้ลูกไม้นี้เชียวหรือ นางตะโกนสั่ง "เฉียวถง เฉียวอวี่ สั่งสอนนางแทนข้าให้หลาบจำ!"
"เจ้าอยากจะสั่งสอนใคร?" เสียงทุ้มต่ำเยือกเย็นของบุรุษดังขึ้นจากทางประตูเบื้องหลัง ทำเอาร่างของหลัวโย่วโหรวสั่นสะท้าน
"พะ... พี่ใหญ่..."