- หน้าแรก
- พระสนมหงสาเคียงเทพจักรพรรดิ
- บทที่ 12 ใครกันแน่ที่ต้องคุกเข่า?
บทที่ 12 ใครกันแน่ที่ต้องคุกเข่า?
บทที่ 12 ใครกันแน่ที่ต้องคุกเข่า?
บทที่ 12 ใครกันแน่ที่ต้องคุกเข่า?
"...ไสหัวไปซะ!"
"คุณหนูรองกำลังพักผ่อนอยู่เจ้าค่ะ คุณหนูใหญ่จะเข้าไปไม่ได้นะเจ้าคะ"
"คุณชายใหญ่สั่งไว้ว่าห้ามผู้ใดรบกวนคุณหนูรอง โปรดอย่าทำให้พวกบ่าวต้องลำบากใจเลยเจ้าค่ะ คุณหนู"
...
"บังอาจนัก! ชุนหลาน ตงฮุ่ย นังบ่าวสารเลวทั้งสองคน นี่พวกเจ้ากล้าขวางทางข้าอย่างนั้นรึ?"
หลัวโย่วโหรวขมวดคิ้วแน่น ถลึงตาจ้องมองอย่างดุดัน นับตั้งแต่ก้าวเข้ามาในเรือนที่ห่างไกลผู้คนแห่งนี้ นังบ่าวสองคนนี้ก็เอาแต่พล่ามไม่หยุดเพื่อพยายามขวางทางนาง พี่ใหญ่ช่างตาแหลมเลือกคนได้เก่งจริงๆ เพียงแค่คืนเดียว พวกมันก็หันไปเข้าข้างนังแพศยานั่นเสียแล้ว
เมื่อเห็นสีหน้าและน้ำเสียงที่เกรี้ยวกราดของหลัวโย่วโหรว ชุนหลานและตงฮุ่ยก็รีบก้มหน้าขออภัย "บ่าวไม่กล้าเจ้าค่ะ!"
เฉียวถงและเฉียวอวี่ สบโอกาสรีบเข้ามาดึงตัวพวกนางไปคนละทาง "ชุนหลาน ตงฮุ่ย เรื่องของเจ้านาย พวกเราจะไปยุ่งทำไมกัน? มาทางนี้เถอะ มาคุยประสาพี่น้องกับพวกข้าดีกว่า!"
ชุนหลานและตงฮุ่ยร้อนใจเป็นอย่างมาก แต่กลับถูกดึงตัวไว้แน่นจนสะบัดไม่หลุด ทำได้เพียงมองดูหลัวโย่วโหรวเตะประตูที่ปิดสนิทให้เปิดออกอย่างแรง
หลัวโย่วโหรวแค่นเสียงเย็นชาใส่ชุนหลานและตงฮุ่ย ก่อนจะก้าวข้ามธรณีประตู ทว่าจู่ๆ กลับมีน้ำจากแจกันสาดโครมเข้าที่ใบหน้าของนางอย่างจัง ดอกไม้หลากหลายสีสันทั้งแดง เหลือง น้ำเงิน และเขียว แปะติดอยู่บนใบหน้าพร้อมกับหยาดน้ำที่เปียกชุ่มหยดติ๋ง
"กรี๊ด..."
หลัวโย่วโหรวชะงักอึ้งไปเพียงครู่เดียว ก่อนจะยกมือขึ้นกุมหน้าและกรีดร้องออกมาสุดเสียง
"คุณหนู..."
เฉียวถงและเฉียวอวี่ ต่างก็ตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน พวกนางเลิกสนใจชุนหลานกับตงฮุ่ย แล้วรีบถลันเข้าไปช่วยคุณหนูของตน คนหนึ่งช่วยเช็ดหน้า อีกคนช่วยหยิบเศษดอกไม้ออก
ทั้งสองลงมืออย่างรวดเร็วและจัดการทำความสะอาดทุกอย่างจนหมดจด ทว่าหลัวโย่วโหรวยังคงรู้สึกถึงกลิ่นเหม็นประหลาดชวนคลื่นไส้ที่ติดอยู่บนใบหน้า นางยกมือขึ้นชี้หน้าอย่างเคียดแค้น "พวกเจ้า..."
ดอกไม้สีเหลืองดอกเล็กๆ ที่ยังคงติดอยู่บนหลังมือ สะดุดตาหลัวโย่วโหรวจนทำให้นางรู้สึกขัดใจขึ้นมาอีกครั้ง นางสะบัดมือออกอย่างรังเกียจราวกับกำลังสะบัดเศษขยะทิ้ง
เมื่อดอกไม้ดอกเล็กถูกสะบัดหลุดออกไป โทสะของหลัวโย่วโหรวก็พุ่งทะยานจนถึงขีดสุด แววตาของนางวาวโรจน์ราวกับพ่นไฟได้ นางถลึงตาจ้องมองตัวการที่อยู่ภายในห้อง พร้อมกับแผดเสียงแหลมปรี๊ดสั่งการ
"เฉียวถง เฉียวอวี่ จับตัวนางไว้เดี๋ยวนี้!"
เป็นนางนั่นเอง เป็นนางที่เพิ่งสาดน้ำใส่นางเมื่อครู่นี้
ช่างเป็นความอัปยศอดสูอย่างหาที่เปรียบไม่ได้!
ตั้งแต่เกิดมา หลัวโย่วโหรวไม่เคยถูกปฏิบัติอย่างหยาบคายเช่นนี้มาก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการถูกสาดด้วยน้ำสกปรกที่ใช้ปลูกดอกไม้
ดอกไม้ป่าดอกเล็กๆ เหล่านั้นสามารถพบเห็นได้ทั่วไปนอกเมืองเฉียนมู่ เด็กหญิงจากครอบครัวยากจนมักจะเด็ดมาปักไว้ในแจกันเพราะมีสีสันสดใสหลากหลายและอยู่ได้นานหลายวัน
ในหมู่ชนชั้นสูงของตระกูลหลัว มีเพียงหลัวโย่วอิงเท่านั้นที่ทำตัวประหลาด นางชอบเก็บดอกไม้ป่าและวัชพืชมาเชยชมจนมักจะถูกพวกบ่าวไพร่หัวเราะเยาะอยู่เสมอ แต่มั่นใจได้เลยว่าหลังจากวันนี้เป็นต้นไป ไม่ว่าเมื่อใดที่มีคนพูดถึงดอกไม้ป่า ชื่อของคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลหลัวอย่างนางจะต้องถูกนำไปเชื่อมโยงด้วยเป็นแน่
ให้อภัยไม่ได้เด็ดขาด!
"เฉียวถง เฉียวอวี่ พังแจกันนั่นซะ วันนี้ข้าอยากจะเห็นนังโง่นี่คุกเข่าลงบนเศษกระเบื้องแตก!"
เมื่อคุณหนูกำลังโกรธจัด เฉียวถงและเฉียวอวี่ จึงไม่กล้าชักช้า คนหนึ่งพุ่งเข้าไปจับตัวหลัวโย่วอิง ส่วนอีกคนพุ่งเข้าไปแย่งแจกันในมือนาง
"คุณหนูรอง ท่านทำให้คุณหนูใหญ่โกรธ ท่านเดือดร้อนหนักแล้ว!"
"คุณหนูรอง ส่งแจกันมาให้ข้าเถอะ หากท่านยอมเชื่อฟัง ท่านก็อาจจะไม่ต้องเจ็บตัวมากนัก แต่ถ้าท่านดื้อดึง ก็จะมีแต่ความยากลำบากรออยู่ ท่านคงไม่อยากเจ็บตัวไปมากกว่านี้ใช่ไหมเจ้าคะ?"
ทั้งสองพยายามทั้งเกลี้ยกล่อมและข่มขู่
"เฉียวถง เฉียวอวี่ ใช่ไหม?" หลัวโย่วอิงบิดขี้เกียจอย่างเนิบนาบ ก่อนจะค่อยๆ ยกแจกันปากกว้างในมือขึ้น "หืม? อยากจับตัวข้างั้นรึ? อยากได้เจ้านี่ใช่ไหม?"
นางแย้มยิ้ม ก่อนจะฟาดแจกันลงกับพื้นกระดานด้านข้างอย่างแรง พริบตาเดียวแจกันปากกว้างก็แตกกระจายเป็นชิ้นๆ
หลัวโย่วอิงชี้ไปที่เศษกระเบื้องแตกบนพื้น "พวกเจ้าจะคุกเข่าลงไปเอง? หรือจะให้ข้าช่วยสงเคราะห์ดีล่ะ?"
ว่าไงนะ?
ไม่ใช่แค่สองคนนั้น แต่แม้กระทั่งหลัวโย่วโหรวเองก็ยังตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก