เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 47 มีใครอีกคนอยู่ในใจเสมอ

ตอนที่ 47 มีใครอีกคนอยู่ในใจเสมอ

ตอนที่ 47 มีใครอีกคนอยู่ในใจเสมอ


ตอนที่ 47

มีใครอีกคนอยู่ในใจเสมอ

เสี่ยวเป่าร้องไห้หนักมากจนมู่อวี้เฉิงไม่ต้องการทำให้      ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหนักใจอีกต่อไปและเดินเข้าไปในคอนโดกับพวกเขา

คอนโดมีเนียมที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเช่าอยู่นั้นมีขนาดพอเหมาะสำหรับเธอและเสี่ยวเป่า ถึงแม้จะไม่ได้มีขนาดใหญ่มากแต่กลับดูอบอุ่นเรียบร้อยเป็นระเบียบ

มู่อวี้เฉิงมองดูรอบ ๆ และรู้สึกมีความสุขอย่างอธิบายไม่ถูกเมื่อไม่พบร่องรอยของผู้ชายอีกคน

“คุณกับเสี่ยวเป่าเข้าไปนอนกันในห้องใหญ่นะคะ ส่วนฉันจะเข้าไปนอนในห้องเสี่ยวเป่า”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เสี่ยวเป่าแล้วหันกลับไปมองมู่อวี้เฉิงที่ไม่ได้ดูเหมือนเป็นคนนอกแม้แต่น้อย

หลังจากนั้นไม่นานเขาก็เข้ามานั่งลงที่โซฟาในบ้านเธอ

มู่อวี้เฉิงเลิกคิ้วขึ้นโดยไม่ได้ออกความคิดเห็นอะไรเมื่อได้ยินข้อเสนอแนะของเธอ

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคิดว่าเขาไม่เข้าใจจึงพูดอธิบายเพิ่มเติม

“เตียงเสี่ยวเป่าเล็กเกินไปสำหรับคุณ แต่น่าจะพอดีสำหรับฉัน”

เธอพูดและหันหน้าไปมองทางห้องนอนของเสี่ยวเป่าจนเผยให้เห็นแก้มที่บวมเป่งปะทะเข้ากับสายตาของมู่อวี้เฉิง

“รู้แล้ว คุณไปกินยาเถอะ ไม่กินยาแบบนี้เดี๋ยวหน้าก็บวมเหมือนหมูเอาหรอก”

มู่อวี้เฉิงขมวดคิ้วทำหน้าบึ้งตึง ดวงตาจับจ้องไปที่ใบหน้าบวมแดงอย่างไม่ลดละจนเกิดอาการหงุดหงิดขึ้นมา

เขาควรจะมาให้ถึงเร็วกว่านี้

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวลืมอาการบาดเจ็บบนใบหน้าไปชั่วขณะ แต่หลังจากได้ยินคำพูดของเขาความเจ็บปวดใบหน้าก็ร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง

“คุณนั่นแหละหัวหมู” เธอจ้องมู่อวี้เฉิงและตอบโต้กลับเบา ๆ

* หัวหมู(猪头) เป็นคำสแลงที่มีความหมายว่าโง่หรือซื่อบื้อ

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตอบรับและไม่ปล่อยโอกาสให้มู่อวี้เฉิงตอบโต้กลับ เธอหันหลังเดินไปหยิบถุงน้ำแข็งออกมาจากตู้เย็นแล้วนำมาประคบเข้ากับใบหน้า

ขณะที่เธอกำลังนั่งประคบน้ำแข็งอยู่บนโซฟา เสี่ยวเป่าก็เดินออกมาจากห้องนอนอย่างมีความสุข

“หม่ามี้ ผมจัดห้องเสร็จแล้ว!”

เสี่ยวเป่ายกชุดเครื่องนอนจากห้องเล็กไปยังห้องใหญ่ เขาจัดแจงทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงหันมาขอคำชมเชยจากถงเหมี่ยวเหมี่ยว

ความไม่พอใจของถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่มีต่อมู่อวี้เฉิงจางหายไปทันทีเห็นท่าทางที่น่ารักของเสี่ยวเป่า จนรอยยิ้มอ่อนโยนค่อย ๆ เปิดกว้างขึ้น

“เสี่ยวเป่าสุดยอด ตอนนี้ไปอาบน้ำได้แล้วจ๊ะคนเก่ง”

เสี่ยวเป่าที่ได้รับการอบรบเลี้ยงดูจากเธอเติบโตขึ้นมาเป็นคนมีเหตุมีผลและมีความรับผิดชอบ ถึงแม้ว่าเขาจะยังเด็กอยู่แต่เขาก็สามารถทำอะไรได้ด้วยตัวเอง

เสี่ยวเป่าพยักหน้าหงิกหงักและไม่ได้ลังเลแม้แต่น้อยที่ต้องไปอาบน้ำเพียงลำพัง ถึงอย่างนั้นเขากลับไม่ลืมพูดเตือน  มู่อวี้เฉิงกก่อนเดินเข้าห้องน้ำ

“คุณลุงสุดหล่อ เสี่ยวเป่าไปอาบน้ำแป๊บเดียวห้ามหนีไปไหนนะ!” พูดจบก็เดินเข้าห้องน้ำไป

หลังจากนั้นจึงเหลือเพียงถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับมู่อวี้เฉิงนั่งตรงข้ามกันอยู่ในห้องนั่งเล่น

บรรยากาศภายในห้องนั่งเล่นเงียบมากมีเพียงเสียงน้ำกระเซ็นเป็นครั้งคราว เงียบจนพวกเขาได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยกมือข้างหนึ่งคนมากดถุงน้ำแข็งขณะที่สายตากวาดมองไปรอบห้อง อุณหภูมิบนฝ่ามือกำลังร้อนผ่าวช่างแตกต่างกับก้อนน้ำแข็งในมือเธอนัก

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอต้องอยู่กับมู่อวี้เฉิงเพียงลำพัง แต่ครั้งนี้เธอกลับรู้สึกแปลก ๆ  ในใจ

จู่ ๆ มู่อวี้เฉิงก็ปริปากพูดทำลายความเงียบระหว่างพวกเขา

“คุณบอกว่าคุณแต่งงานแล้ว แต่จากที่ผมมองดูในห้องนี้ไม่มีของอะไรที่เกี่ยวข้องกับผู้ชายคนนั้นเลย” กล่าวอีกนัยหนึ่งคือการแต่งงานที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดถึงก่อนหน้านี้เป็นเพียงแค่เรื่องโกหก

“ทำไมต้องโกหกผมด้วย?” เขาพูดเข้าประเด็นและหันไปจ้องตาถงเหมี่ยวเหมี่ยวโดยไม่กะพริบตา

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่ไม่ทันระวังตัวดวงตาสั่นเทาเล็กน้อยระหว่างที่พวกเขาจ้องหน้ากัน ถึงอย่างนั้นเธอพยายามที่จะไม่หลบสายตาเขา

“ก็ถ้าฉันบอกว่าฉันแต่งงานแล้ว ฉันจะได้ไม่ต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับปัญหาไร้สาระ”

“เช่น?” มู่อวี้เฉิงถามเสียงทุ้ม

เช่นใครบางคนค้นพบตัวตนที่แท้จริงของเสี่ยวเป่า

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดตอบเงียบ ๆ ในใจขณะที่ใบหน้ายังคงสงบนิ่ง

“ก็ถ้าฉันบอกว่าฉันแต่งงานแล้ว คุณซ่งจะได้ไม่เข้าใจเรื่องระหว่างเราผิดไป”

คุณซ่ง?

มู่อวี้เฉิงตกตะลึง ผู้หญิงคนเดียวที่อยู่ข้างกายเขาและมีนามสกุลว่าซ่งคือซ่งอวี่ซี

“คุณแต่งงานแล้วแล้วมันเกี่ยวอะไรกับเธอ?”

ฟังจากน้ำเสียงของถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้วดูเหมือนว่าเธอจะสนใจซ่งอวี่ซีมาก

มู่อวี้เฉิงขมวดคิ้วและมองดูเธอด้วยความสับสน

เหตุการณ์ในปีนั้นยังคงปรากฏชัดเจนอยู่ในใจของ         ถงเหมี่ยวเหมี่ยว

ซ่งอวี่ซีผู้เย่อหยิ่งมาเยี่ยมเธอถึงหน้าประตูบ้าน แสดงภาพถ่ายบนเตียงและใบเสร็จการตรวจครรภ์ให้เธอดู

จู่ ๆ ความไม่พอใจที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสั่งสมมาตลอดทั้งห้าปีก็ระเบิดออกมา ร่างกายเธอเปล่งรัศมีความเย็นชาตั้งแต่ภายในสู่ภายนอก

“นั่นแหละที่ฉันอยากถามคุณ”

หากมู่อวี้เฉิงไม่นอกใจระหว่างที่พวกเขาหมั้นหมายกัน เธอคงจะไม่อุ้มท้องเสี่ยวเป่าหนีไป

มู่อวี้เฉิงมองดูด้วยความสับสนมากขึ้น

เขากับซ่งอวี่ซีไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันเลย ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไปเอามาโยงหากันได้อย่างไร?

นอกจากนี้...

“ในเมื่อคุณยังไม่ได้แต่งงาน แล้วเรื่องเสี่ยวเป่าเป็นมายังไง?”

เมื่อพิจารณาจากอายุของเสี่ยวเป่าแล้วมันใกล้เคียงกับช่วงเวลาที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหนีหายไป

มู่อวี้เฉิงยังคงให้ความสนใจในเรื่องนี้

ทำไมปีนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวถึงตัดสินใจหนีไป?

“คุณอยากจะพูดอะไรกันแน่?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคอยระมัดระวังเรื่องราวเกี่ยวกับเสี่ยวเป่าเสมอ

“ที่คุณหนีไปเพราะเสี่ยวเป่าใช่มั้ย? ระหว่างที่เราหมั้นกันอยู่ คุณมีความสัมพันธ์กับผู้ชายคนอื่นเหรอ?”

ในเมื่อมีโอกาสได้ถามแล้ว มู่อวี้เฉิงจึงถามทุกอย่างภายในครั้งเดียว

คำพูดของเขาชัดเจนมากว่าตอนนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวนอกใจไปมีผู้ชายอื่น

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่โดนกล่าวหากลับใบหน้ามืดมนลงทันที

ถึงแม้ว่าเธอจะไม่อยากยอมรับมัน แต่มันเป็นความจริงที่ว่าไอ้ผู้ชายเฮงซวยตรงหน้าเป็นผู้ชายคนเดียวในชีวิตของเธอ

แล้วเขามาพูดจาแบบนี้กับเธอได้ยังไง?

เห็น ๆ กันอยู่ว่าเขาเป็นคนทรยศหักหลังก่อน

เธอกัดปากอยากจะถามมู่อวี้เฉิงกลับ

คำพูดบางอย่างกำลังหลุดออกจากปากแต่จู่ ๆ ก็เงียบไปอีกครั้ง

ในเมื่อเขาเข้าใจผิดไปแล้วก็ปล่อยให้เข้าใจผิดแบบนี้ไปเสียจะดีกว่า

นอกจากนี้เธอจะได้ไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครมาแย่งลูกไปอีก

“ก็เป็นอย่างที่คุณคิดนั่นแหละค่ะ” หลังจากลังเลอยู่พักหนึ่ง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็พูดคำตอบกำกวมออกไป

คำตอบดังกล่าวทำให้คนขี้หึงหงุดหงิดได้สำเร็จ

มู่อวี้เฉิงโกรธมากจนไม่ทันได้สังเกตเห็นความคลุมเครือในคำตอบของเธอ และบรรยากาศรอบตัวเขาดูกดดันมากขึ้นจนน่าตกใจ

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวชี้กระจ่างความสงสัยของเขาด้วยตัวเธอเอง

และกลับกลายเป็นว่าระหว่างที่เธอหมั้นหมายกับเขา     ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมีใจให้ชายอื่นเสมอมา! เธอถึงกลับปล่อยปละละเลยงานหมั้นและตั้งท้องลูกของชายคนนั้น!

“ถ้างั้นทำไมคุณถึงหมั้นกับผม? อยู่กินกับผู้ชายคนนั้นไม่ดีกว่าเหรอ?”

ทำไมต้องให้เราสองคนมาเสียเวลา และทิ้งเขาไว้กับเรื่องยุ่งเหยิงพวกนี้ด้วย?

สีหน้าของมู่อวี้เฉิงมืดมนลง

“ทำไมคุณถึงยอมปล่อยมือจากผู้ชายคนนั้น? เพราะทรัพย์สินของตระกูลมู่เหรอ คุณกะจะให้ตระกูลมู่ช่วยพยุงตระกูลถงใช่มั้ย?”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเม้มปาก ตอนนี้ต่อให้พูดอธิบายอะไรออกไปมันก็ไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว

ตามจริงแล้วเป็นอย่างที่มู่อวี้เฉิงคิด เหตุผลเธอตัดสินใจเข้าพิธีหมั้นกับเขาก็เพราะว่าทรัพย์สินของตระกูลมู่

แต่เธอไม่ได้สนใจเรื่องเงินทองเลย เป็นถงกัวฮุยต่างหาก

ตั้งแต่ต้นจนจบมันเป็นแผนการของถงกัวฮุย และเขายอมทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง

ถงกัวฮุยไม่เคยลังเลแม้แต่น้อยที่จะบีบบังคับให้ลูกสาวตัวเองหมั้นหมายกับคนอื่น

ความเงียบของเธอเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีในการกระตุ้นอารมณ์โมโหของมู่อวี้เฉิง

“ในเมื่อคุณท้องลูกของเขาแล้ว และยังหักหลังทรยศตระกูลมู่ก็แล้วทำไมไม่แต่งงานกับเขาซะเลยล่ะ?”

สายตาเฉียบคมของมู่อวี้เฉิงที่จ้องมองมาทาง                   ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นดั่งโซ่กุญแจที่ล็อกตัวเธอเอาไว้ไม่ให้เธอหันหนีไปทางอื่น

จบบทที่ ตอนที่ 47 มีใครอีกคนอยู่ในใจเสมอ

คัดลอกลิงก์แล้ว