เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 45 โง่จริงหรือแกล้งโง่

ตอนที่ 45 โง่จริงหรือแกล้งโง่

ตอนที่ 45 โง่จริงหรือแกล้งโง่


ตอนที่ 45

โง่จริงหรือแกล้งโง่

แม่ซุนที่นอกตัวบ้านหลังเก่ากอดเสี่ยวเป่าด้วยมือข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างหนึ่งถือโทรศัพท์ด้วยความลังเลว่าจะกดโทรแจ้งตำรวจดีหรือไม่

แต่ขณะที่เธอกำลังกดหมายเลขโทรออก เสียงรถยนต์ก็ดังขึ้นมาจากไม่ไกล

รถยนต์เบนท์ลีย์ขับมาจอดข้างบ้านหลังเก่าของ             ถงเหมี่ยวเหมี่ยว

แม่ซุนกลัวว่าคนที่มาใหม่จะเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดจึงวางเสี่ยวเป่าลงและคอยไปยืนป้องกันเสี่ยวเป่าอยู่ทางด้านหน้า

หลังจากประตูรถเบนท์ลีย์เปิดออก ร่างที่คุ้นเคยก็ปรากฏขึ้น

ก่อนที่แม่ซุนจะตอบสนองอะไร เสี่ยวเป่าที่อยู่ข้าง ๆ เธอก็วิ่งออกไป

“คุณลุงสุดหล่อ! ช่วยหม่ามี้ด้วย! หม่ามี้โดนจับตัวไป!”

เสี่ยวเป่าจับขามู่อวี้เฉิงแล้วจ้องมองตั้งแต่ปลายเท้าจรดใบหน้า ดวงตาเต็มไปด้วยหยดน้ำตา

มู่อวี้เฉิงขมวดคิ้วเมื่อได้ยินคำพูดของเขา

ตอนที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวโทรมาขอความช่วยเหลือจากเขาเธอยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเสี่ยวเป่าอยู่ที่ไหน

แต่หลังจากนั้นไม่นานเธอกลับช่วยเสี่ยวเป่าออกมาได้ และตกอยู่ในอันตรายเสียเอง

เขาเริ่มไม่มั่นใจว่าผู้หญิงคนนี้ฉลาดหรือโง่กันแน่

“ท่านประธานครับ?” ลู่หมิงที่ลงมาจากรถยืนรอคำสั่งการจากเขา

มู่อวี้เฉิงมองดูท่าทางที่น่าสงสารของเสี่ยวเป่าและสั่งการว่า “ขึ้นไปดู”

เสี่ยวเป่าวิตกกังวลมากขณะมองดูลู่หมิงเดินขึ้นไปข้างบน เขาร้องไห้และดึงขากางเกงของมู่อวี้เฉิงเอาไว้แน่น

มู่อวี้เฉิงไม่รู้จะจัดการกับเสี่ยวเป่าอย่างไรจึงจับมือเขาและเดินตามเข้าไป

ลู่หมิงเดินเข้าไปในบ้านหลังเก่าและเห็นว่าผู้คุ้มกันกำลังพยุงถงเหมี่ยวเหมี่ยวขึ้นไปที่ชั้นบน

ดูเหมือนว่าอาการของถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะแย่มากแทบไม่สามารถยืนทรงตัวได้

ลู่หมิงไม่สามารถยืนลังเลได้นาน เขาพุ่งทะยานเข้าไปข้างหน้าผู้คุ้มกัน เตะต่อยจนผู้คุ้มกันทั้งสองล้มลงในคราวเดียว จากนั้นจึงหันกลับมาประคองถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังจะล้มลง

“ใครวะ!” ถงกัวฮุยที่ได้ยินเสียงดังรีบวิ่งขึ้นไปยังชั้นบน เขาเห็นผู้คุ้มกันสองคนนอนนิ่งอยู่บนพื้นขณะที่คนแปลกหน้ากำลังประคองถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยู่

“วางมันลง! ไม่งั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือนแก!” ถงกัวฮุยตะคอกและกำลังจะเรียกหาใครสักคน

ลู่หมิงวางถงเหมี่ยวเหมี่ยวเอาไว้บนโซฟา จากนั้นจึงขมวดคิ้วและหันหน้ากลับมา

“คุณถงคุยกับผมอยู่เหรอครับ?”

ถงกัวฮุยหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นเขา

“ผู้... ผู้ช่วยลู่ ทำไมมาอยู่ที่นี่ได้?” ถงกัวฮุยพูดและหันกลับไปมองประตูบ้านหลังเก่าด้วยสายตาเหลือเชื่อ

เสี่ยวเป่าเดินจูงมือมู่อวี้เฉิงเข้ามาอยู่ปรากฏตัวต่อหน้าเขา

“คุณมู่ ทำไมถึงมาอยู่นี่นี่...” ถงกัวฮุยไม่รู้ว่าควรจะตอบโต้อย่างไร

เสี่ยวเป่ารีบสะบัดมือมู่อวี้เฉิงทิ้งโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อยเมื่อเห็นถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยู่บนโซฟา และรีบวิ่งเข้าไปหาเธอ

“หม่ามี้! เสี่ยวเป่ามาช่วยแล้ว!”

เสี่ยวเป่าที่วิ่งเข้าไปหาถงเหมี่ยวเหมี่ยวเห็นรอยบวมแดงบนใบหน้าของเธอชัดเจน ขณะที่ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำขึ้นเรื่อย ๆ

“ไอ้คนชั่ว! แกตีหม่ามี้! แกตีหม่ามี้! เสี่ยวเป่าเกลียดแก!” เสี่ยวเป่าหันหลังกลับวิ่งเข้าไปทุบตีถงกัวฮุยทั้งที่กำลังร้องไห้อยู่

ทว่าเรียวแรงของเด็กน้อยไม่ได้ทำให้ถงกัวฮุยรู้สึกเจ็บปวดเลย กระนั้นการเห็นมู่อวี้เฉิงยืนอยู่ตรงหน้ากลับทำให้เขาตื่นตระหนก

“คุณมู่ ผม...” ถงกัวฮุยเพียงพูดออกมาได้แค่ครึ่งเดียว คนตรงหน้าก็เดินผ่านเขาไปโซฟาทำราวกับว่าหูหนวก

มู่อวี้เฉิงได้ยินเสี่ยวเป่าตะโกนร้องว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวถูกตี เขาจึงมองดูใบหน้าของคนบนโซฟาแล้วจู่ ๆ ก็โมโหขึ้นมาจนควบคุมตัวเองไม่ได้

บรรยากาศภายในบ้านหลังเก่าดูกดดันจนน่าตกใจ

มู่อวี้เฉิงเดินเข้าไปหาคนบนโซฟาและจ้องมองด้วยสีหน้ามืดมน

“เป็นยังไงบ้าง? เดินไหวมั้ย?” เขามองดูรอยสีแดงสดบนใบหน้าของถงเหมี่ยวเหมี่ยวขณะที่ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีแดงเล็กน้อย

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้หันไปมองเขา เพียงแค่ส่ายหน้าเบา ๆ “ไม่เป็นไร ฉันยังไหว”

เธอพูดและเอื้อมมือออกไปจับโซฟาเพื่อพยุงตัวขึ้น

เธอยังไม่หายจากอาการป่วยดีและต้องวิ่งเต้นตลอดทั้งคืน หนำซ้ำยังถูกถงกัวฮุยตบถึงสองครั้ง การลุกขึ้นยืนด้วยตัวเองจึงดูยากลำบากมากสำหรับเธอ

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก้าวขาออกมาได้เพียงก้าวเดียวและแทบจะล้มชนโต๊ะกาแฟ

จู่ ๆ มู่อวี้เฉิงก็รู้สึกโกรธขึ้นมาเมื่อเห็นว่าเธอระมัดระวังตัวแล้วแต่ก็ยังล้มลงอยู่ดี

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคิดว่าตัวเองกำลังจะล้มลง แต่จู่ ๆ มือแกร่งก็ยื่นเข้ามาประคองเอวเธอไว้

หลังจากนั้นเธอก็ได้กลิ่นหอมสดชื่นวนเวียนอยู่รอบกาย

“มู่อวี้เฉิง” เธอรับรู้ได้ถึงเจตนารมณ์ของเขาและอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา

ทันทีที่เธอพูดจบ เขาก็อุ้มเธอขึ้นมาโดยไม่รีรอให้เธอปฏิเสธ

“คุณทำอะไร!” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตื่นตระหนกแต่สีหน้ายังคงดูโกรธจัด

ทว่าเขากลับไม่ได้สะทกสะท้านถึงความโกรธของเธอเลย ยังคงอุ้มเธอออกไปด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย

“เดี๋ยวผมพาคุณออกไปก่อน อย่าดิ้น”

การปรากฏตัวของมู่อวี้เฉิงนั้นอยู่เหนือความคาดหมายของเธอ ดังนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงทำได้เพียงยอมรับชะตากรรม

ขณะที่เขาเดินมาถึงปากประตู ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดขึ้นว่า “เดี๋ยวก่อน”

มู่อวี้เฉิงงุนงงแต่ฝีเท้ากลับหยุดลง

จู่ ๆ คนที่อยู่ในอ้อมกอดเขาก็แข็งแกร่งขึ้น

“ถงกัวฮุย ฉันจะจดจำสิ่งที่แกทำลงไปในวันนี้ให้ขึ้นใจ แล้วแกจำเอาไว้เลยว่าวันหนึ่งจะฉันเอาคืนแกเป็นสองเท่า!” ใบหน้าของถงเหมี่ยวเหมี่ยวมืดมนลงขณะที่น้ำเสียงเย็นชาขึ้น

ถงกัวฮุยที่อยู่ไม่ไกลนักได้ยินเสียงเธอชัดเจน เขาเหลือบมองคนที่อุ้มเธออยู่และอดไม่ได้ที่จะตัวสั่นสะท้าน

กว่าเขาจะได้สติคืนมา พวกเขาก็ออกจากบ้านไปแล้ว

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้พูดอะไรอีกจนกระทั่งเดินมาถึงตีนเขา

“ขอบคุณค่ะ ช่วยวางฉันลงที” เธอเหนื่อยและอยากกลับบ้าน

หลังจากเธอพูดจบ เขาคนนั้นยังคงไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยเธอลงและยังคงอุ้มพาเธอเดินไปข้างหน้า

“รถฉันจอดอยู่ตรงนั้น” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดเตือนเขาเมื่อเหลือบเห็นเบนท์ลีย์ที่เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้

มู่อวี้เฉิงยังคงเงียบเหมือนเดิม เขารอให้ลู่หมิงเปิดประตูรถแล้วจึงเข้าไปนั่งโดยที่ยังมีถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยู่ในอ้อมกอด

เสี่ยวเป่ารีบปีนตามขึ้นไปบนรถทันทีเมื่อเห็นว่าทั้งสองคนเข้าไปในรถยนต์คันเดียวกัน

ขณะที่แม่ซุนกับลู่หมิงยืนอยู่ข้างนอกรถ

เสี่ยวเป่าปีนขึ้นไปรถและเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของ         ถงเหมี่ยวเหมี่ยว มองดูเธอทั้งที่น้ำตาคลอเบ้า

“หม่ามี้เจ็บมั้ย เสี่ยวเป่าเป่าฟู่ ๆ ให้ จะไม่เจ็บอีก...”    เสี่ยวเป่าพูดขณะที่น้ำตายังไหลลงมาไม่หยุด

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเช็ดน้ำตาให้เขาด้วยความทุกข์ใจ

มู่อวี้เฉิงเฝ้าดูปฏิสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกเงียบ ๆ จากนั้นจึงเอื้อมมือไปหยิบขวดน้ำเย็นออกมาจากตู้เย็นขนาดเล็ก

“ขอบคุณค่ะ แต่ฉันไม่หิว” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวปฏิเสธขวดน้ำเย็นที่มู่อวี้เฉิงมอบมาให้โดยไม่แม้แต่จะคิด

ทันทีที่พูดจบ ถงมู่อวี้เฉิงก็กดขวดน้ำเย็นลงบนใบหน้าของเธอ

มู่อวี้เฉิงไม่ได้ออกแรงมากนัก ถึงอย่างนั้น                           ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ยังสะดุ้งโหยงและเผลอครางออกมาเบา ๆ

เสี่ยวเป่าร้องไห้หนักกว่าเดิมเมื่อได้ยินเสียงร้องของหม่ามี้

“หม่ามี้ เสี่ยวเป่าผิดเอง! เสี่ยวเป่าซื่อบื้อจนถูกคนร้ายจับตัวไป...”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวว้าวุ่นใจมากจนไม่มีเวลาสนใจมู่อวี้เฉิงที่อยู่ข้าง ๆ เธอรีบหันไปกอดปลอบเสี่ยวเป่า

“เสี่ยวเป่าคนเก่ง หม่ามี้ไม่เป็นอะไร หยุดร้องไห้ได้แล้วโอเคมั้ย?”

มู่อวี้เฉิงออกแรงมากขึ้นกว่าเดิมเมื่อได้ยินคำพูดของเธอ

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกัดฟันแน่นและหันไปจ้องเขา แต่กลับได้ยินเสียงเยาะเย้ยว่า “เกือบจะเสียโฉมอยู่แล้วยังบอกว่าไม่เป็นอะไรอีก นี่คุณโง่จริงหรือแกล้งโง่กันแน่”

จบบทที่ ตอนที่ 45 โง่จริงหรือแกล้งโง่

คัดลอกลิงก์แล้ว