เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 37 ก็ยังไม่ตายไม่ใช่เหรอ

ตอนที่ 37 ก็ยังไม่ตายไม่ใช่เหรอ

ตอนที่ 37 ก็ยังไม่ตายไม่ใช่เหรอ


ตอนที่ 37

ก็ยังไม่ตายไม่ใช่เหรอ

“เจอมาตั้งหลายครั้งแล้ว ที่โรงแรมครั้งหนึ่ง ที่โซนสวนสนุกครั้งหนึ่ง...”

เสี่ยวเป่าไม่ได้สังเกตสีหน้าของเธอยกนิ้วขึ้นมานับจำนวนครั้งที่พวกเขาเจอกัน

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวนั่งเหม่อลอยตั้งแต่ได้ยินประโยคแรก ภายในใจหวนคิดพิจารณาปฏิกิริยาของมู่อวี้เฉิงที่แรกเจอ       เสี่ยวเป่า

หลังจากที่เจอหน้ากันมาหลายครั้ง มู่อวี้เฉิงสังเกตเห็นอะไรหรือไม่?

เสี่ยวเป่าดูเหมือนเขามาก และอายุก็พอจะคาดเดาได้

เธอควรจะทำอย่างไรหากเขารู้ว่าเสี่ยวเป่าคือลูกชายของเขา เธอจะชิงตัวเสี่ยวเป่ากลับมาจากมู่อวี้เฉิงได้หรือไม่...

“แล้วเราก็เจอกันที่โรงเรียนด้วย คุณลุงสุดหล่อทิ้งเบอร์ติดต่อไว้ให้เสี่ยวเป่า!” เสี่ยวเป่าดูมีความสุขมากเมื่อพูดถึงเรื่องนี้

จู่ ๆ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็กลับมามีสติอีกครั้ง

“โรงเรียนอนุบาลเหรอ? ไปเจอกันที่นั่นได้ยังไง?”

แรงดึงดูดช่างดึงดูดสายเลือดให้มาเจอกันจริง ๆ ไม่อย่างนั้นมู่อวี้เฉิงจะไปโรงเรียนอนุบาลทำไม?

ความประหลาดใจทำให้เธอลืมควบคุมการแสดงออกของตัวเอง เสี่ยวเป่าตกใจกับท่าทางของเธอมากและค่อย ๆ สารภาพว่า “เสี่ยวเป่าเจอคุณลุงตอนวิ่งไปรับลูกบอล หม่ามี้เป็นอะไรไป?”

“ไม่มีอะไร” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสงบลงและถามว่า “บอกหม่ามี้ได้มั้ยว่าคุยอะไรกันบ้าง?”

หากเสี่ยวเป่าพูดอะไรที่กระตุ้นให้เกิดความสงสัย หลังจากนี้เธอคงจะต้องไปประจันหน้ากับมู่อวี้เฉิง

เสี่ยวเป่าดูตื่นเต้นขึ้นมาอีกครั้งเมื่อพูดถึงหัวข้อบทสนทนาที่พวกเขาพูดคุยกันและจ้องมองถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยดวงตาที่เป็นประกาย

“คุณลุงสุดหล่อบอกว่ายังไม่มีแฟน เสี่ยวเป่าจะช่วยแม่จีบคุณลุงเอง! หม่ามี้สวยขนาดนี้ ส่วนคุณลุงก็หล่อเหมาะสมกับหม่ามี้มาก!”

ดวงตาของถงเหมี่ยวเหมี่ยวสั่นระริก “ชอบเขามากเลยเหรอ?”

“ก็คุณลุงดูคล้ายเสี่ยวเป่าเลย หม่ามี้คิดว่างั้นมั้ย?”    เสี่ยวเป่าพูดด้วยความไร้เดียงสา

สีหน้าของถงเหมี่ยวเหมี่ยวเปลี่ยนไปทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น

แม้แต่เสี่ยวเป่ายังดูออกว่าพวกเขาทั้งสองดูคล้ายคลึงกันมาก ดังนั้นมู่อวี้เฉิงก็น่าจะเห็นไม่ต่างกัน

ไม่ จะปล่อยให้ปล่อยเขาเจอหน้ากันอีกไม่ได้

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคิดและยกมือขึ้นมาลูบผมนุ่มของ    เสี่ยวเป่า พูดเบา ๆ ว่า “เสี่ยวเป่า หม่ามี้คงอยู่กับเขาไม่ได้หรอก ทีหลังอย่าไปรบกวนคุณลุงอีกตกลงมั้ย?”

เสี่ยวเป่าที่เอนกายอยู่ข้างเตียงมองดูด้วยแววตาสับสน

“ทำไม? ก็คุณลุงสุดหล่อบอกว่ายังไม่มีแฟน...”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวชะงักเล็กน้อย ร่องรอยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูกแวบเข้ามาในดวงตา

“แต่เขามีภรรยามีลูกเป็นของตัวเองแล้ว จะมาอยู่กับไม่ได้หรอก เพราะงั้นเสี่ยวเป่าควรอยู่ให้ห่างจากเขา”

เสี่ยวเป่าอยากจะถามต่อแต่สัมผัสได้ถึงความรู้สึก   แปลก ๆ จากหม่ามี้ จึงอ้าปากค้างและตอบตกลงอย่างเชื่อฟัง

“เข้าใจแล้วฮะหม่ามี้”

ทันทีที่พวกเขาสองคนคุยกันเสร็จ เสียงฝีเท้าหน้าห้องผู้ป่วยและเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวนึกว่ามู่อวี้เฉิงเดินกลับมาจึงชำเลืองมองเสี่ยวเป่า

“คุณถง เดี๋ยวป้าไปเปิดให้ค่ะ” แม่ซุนที่อยู่ด้านข้างลุกขึ้นเดินไปที่ประตูและพาเจ้าหน้าที่ตำรวจสองนายเดินเข้ามา

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถอนหายใจโล่งอกเมื่อเห็นพวกเขา         สีหน้าเธอกลับมามีชีวิตชีวาเล็กน้อย

“คุณถงใช่มั้ยครับ พวกเรามาสอบถามเหตุการณ์จากคุณ ไม่ทราบว่าตอนนี้คุณพอจะสะดวกให้ปากคำมั้ยครับ?” เจ้าหน้าที่ตำรวจหันไปมองเสี่ยวเป่าที่อยู่ข้างเตียง

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองตามสายตาเขาและยิ้มเบา ๆ “ไม่มีปัญหาค่ะ เชิญตามได้เลย”

“หลังจากตรวจสอบแล้วทางเราพบว่าคุณถูก                   ถงอวิ๋นเหยียนพาผลักออกไปกลางถนนหลังจากมีปากเสียงกัวโจวเพ่ยฮวา”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้าเงียบ ๆ

“ไม่ทราบว่าคุณขัดแย้งอะไรกับพวกเขาถึงได้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นครับ?” เจ้าหน้าที่ตำรวจถาม

ขัดแย้ง?

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวลดระดับสายตาลง ดวงตาดูเย็นชาขึ้นเล็กน้อย

เธอไม่เคยขัดแย้งอะไรกับตระกูลถงเลย มีแต่ตระกูลถงที่คอยบีบบังคับให้เธอยอมจำนน

เธอแค่เลือกที่จะไม่ร่วมมือด้วย แบบนี้เรียกว่าขัดแย้งได้หรือเปล่า?

“คุณถงครับ?” เธอเงียบไปนานจนเจ้าหน้าที่ตำรวจส่งเสียงเรียกอีกครั้ง

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้สติคืนมาอีกครั้งและยิ้มขอโทษ

“ฉันกับครอบครัวไม่ค่อยลงรอยกันสักเท่าไหร่น่ะค่ะ พวกเธอมาขอความช่วยเหลือจากฉัน แต่ฉันปฏิเสธไป”

เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสองนายมองหน้ากันทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้นและรู้ดีว่าเธอจะไม่ให้การอะไรเพิ่มเติมอีก

“แต่ว่าพวกเขาเป็นสมาชิกในครอบครัวของคุณ             คุณอยากจะแจ้งความคดีอาญากับพวกเขาจริงเหรอครับ?”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหรี่ตาลงจนทำให้คนอื่นเห็นสีหน้าของเธอไม่ชัดนัก

“คนทำผิดก็ต้องรับผิดสิคะ แค่ทำตามกระบวนการไปก็พอ ฉันไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับพวกเขาอีก”

เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสองคนตกใจราวกับนึกไม่ถึงว่าเธอจะไม่แยแสครอบครัวขนาดนี้ แต่เมื่อถึงนึกสิ่งที่พวกเธอทำพวกเขาก็รู้สึกสึกได้ว่าการตัดสินใจของถงเหมี่ยวเหมี่ยวนั้นสมเหตุสมผล

“ได้ครับ งั้นทางเราจะขังตัวไว้ก่อน” เจ้าหน้าที่ตำรวจพูดและขอตัวกลับไป

ณ สถานีตำรวจ

โจวเพ่ยฮวากับถงอวิ๋นเหยียนรอจนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสองนายกลับมาแล้วจึงวิ่งแจ้นเข้าไปถามไถ่

“คุณตำรวจคะ...”

“จับพวกเธอเข้าไปขังไว้ แล้วอีกสองสามวันก็ทำตามกระบวนการได้เลย”

เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินผ่านพวกเธอไปโดยไม่สนใจไยดีหญิงชั่วช้าทั้งสอง

ใบหน้าของแม่และลูกสาวแดงก่ำทันทีเมื่อได้ยินคำว่ากุมขัง พวกเธอหันไปมองถงกัวฮุยและเริ่มพูดฟ้อง

“ทั้งหมดเป็นความผิดของนังบ้าถงเหมี่ยวเหมี่ยวคนเดียว! ถ้ามันนึกถึงตระกูลถงบ้าง พวกเราคงจะไม่เป็นอย่างนี้!”

“ใช่! เพราะเห็นว่าเป็นครอบครัวเดียวกัน เราก็แค่ขอให้มันกลับมาช่วยตระกูลถง ถึงมันไม่ช่วยก็ช่างปะไร แต่กลับมาทำร้ายพวกเราแบบนี้! ทรยศหักหลังพวกเดียวกัน!”

ทั้งสองคนพูดสาปแช่งขณะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจพาตัวออกไป

ถงกัวฮุยโกรธจัดเมื่อเห็นภรรยาและลูกสาวถูกพาตัวไปจึงรีบขับรถไปยังโรงพยาบาลที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยู่ทันที

“คุณคะ มาหาใครเหรอคะ?”

แม่ซุนเปิดประตูออกไปเห็นชายคนหนึ่งกำลังโกรธจัดจึงพยายามปิดกั้นประตูเอาไว้

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่อยู่ในห้องผู้ป่วยได้ยินเสียงเธอจึงเงยหน้าขึ้นมอง

“แม่ซุนให้เขาเข้ามาค่ะ แล้วช่วยหาเสี่ยวเป่าออกไปที”

แม่ซุนที่ได้รับคำสั่งเช่นนั้นรีบพาเสี่ยวเป่าออกไปอย่างไม่เต็มใจนัก

“แกบอกตำรวจว่าอะไร? รู้มั้ยว่าตำรวจมันจับแม่กับน้องสาวแกไปแล้ว!” ถงกัวฮุยตะคอกเสียงทันทีที่เดินเข้าประตูมา

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ตอบสนองอะไรหลังจากได้ยินเสียงตะคอก เธอยังคงปอกเปลือกส้มที่เหลืออยู่อีกครึ่งซีกให้เสี่ยวเป่าอย่างใจเย็น

“หูหนวกหรือไง? ไม่ได้ยินที่ฉันพูดเหรอ? โทรหาตำรวจเดี๋ยวนี้! บอกให้เขาปล่อยตัวแม่กับน้องสาวแกซะ!” ถงกัวฮุยก้าวไปคว้าผลส้มในมือเธอและขวางมันทิ้ง

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูมือที่ว่างเปล่าและนิ่งไปสองสามวินาที จากนั้นจึงตอบสนองด้วยการเงยหน้าขึ้น จ้องมองชายตรงหน้าด้วยสายตาเยาะเย้ย

“มันเป็นการตัดสินใจของตำรวจ เกี่ยวอะไรกับฉันด้วย? ฉันก็แค่ผู้ถูกกระทำ”

“ก็ถ้าแกไม่บอกตำรวจว่าไม่ยกโทษให้ ทางตำรวจจะตัดสินใจแบบนี้เหรอ! แกนี่มันคนปลิ้นปล้อน! ตระกูลถงก็ขอโทษแกไปแล้ว แกยังจะต้องเอาคืนกันแบบนี้ด้วยเหรอ!”

ถงกัวฮุยขมวดคิ้วขณะร้องคำราม คำพูดของเขาเต็มไปด้วยความไม่พอใจที่มีต่อถงเหมี่ยวเหมี่ยว

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคุ้นเคยต่ออุปนิสัยของเขาเป็นอย่างดี เธอฟังแต่ไม่ได้เก็บคำพูดพวกนี้มาใส่ใจ จากนั้นเบะปากอย่างไม่ไยดี

“ไม่ต้องมาขอโทษอะไรฉัน ฉันโดนทุบจนเกือบจะตายแล้วด้วยซ้ำ”

ทันทีที่เธอพูดจบ ถงกัวฮัวก็ตวาดเสียงดัง “แขนขาก็ยังอยู่ครบไม่ใช่เหรอ? ตอนนี้ทางตำรวจกำลังพาตัวพวกเธอไป! แกปล่อยพวกเธอไม่ได้หรือไง!”

จบบทที่ ตอนที่ 37 ก็ยังไม่ตายไม่ใช่เหรอ

คัดลอกลิงก์แล้ว