เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 28 ทำไมจะต้องอธิบายให้คุณฟัง

ตอนที่ 28 ทำไมจะต้องอธิบายให้คุณฟัง

ตอนที่ 28 ทำไมจะต้องอธิบายให้คุณฟัง


ตอนที่ 28

ทำไมจะต้องอธิบายให้คุณฟัง

ช่วงบ่ายถงเหมี่ยวเหมี่ยวส่งโครงการข้อเสนอแนะที่แก้ไขแล้วไปให้ทางมู่กรุ๊ปเป็นการส่วนตัว

ประธานมู่ที่นั่งอยู่ในห้องทำงานกำลังมองดู             แผนการธุรกิจ

ขณะที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวนั่งลงบนโซฟาตรงข้ามเขา

ไม่กี่วินาทีต่อมา มู่อวี้เฉิงปิดเอกสารโครงการลงและเงยหน้าขึ้น “ประมาณนี้แหละ ตอนนี้มาเซ็นสัญญากันสักที”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้าและเริ่มพูดหารือกับเขา

หลังจากการเจรจาต่อรองได้มีการประกาศสัญญาความร่วมมือขั้นพื้นฐาน

มู่อวี้เฉิงพูดเบา ๆ ว่า “เดี๋ยวผมให้คนเอาเอกสารลงนามไปให้คุณที่บริษัทอีกที”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้าและเตรียมตัวที่จะกลับออกไป

ทว่าโทรศัพท์มือถือของมู่อวี้เฉิงกลับดังขึ้นก่อนและเป็นสายเรียกเข้าจากผู้เฒ่าตระกูลมู่

เขากดรับสาย “มีอะไรหรือเปล่าครับคุณปู่?”

“ไม่มีอะไร ฉันแค่อยากจะให้แกแวะมากินข้าวเย็นกับฉันที่คฤหาสน์สักหน่อย” เสียงของผู้เฒ่าที่อยู่ปลายสายดังลอดออกมา

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวนั่งอยู่ที่เดิมด้วยอาการงุนงง

เธอเคยเจอท่านผู้เฒ่าตระกูลมู่แค่ครั้งถึงสองครั้งเท่านั้นแต่เขาเป็นคนที่สูงส่งและมีเกียรติมาก

ในขณะเดียวกันเขากลับเป็นคนเขียนสัญญาบีบบังคับให้เธอกับมู่อวี้เฉิงแต่งงานกัน

มู่อวี้เฉิงไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติของ                         ถงเหมี่ยวเหมี่ยว

และเขาตอบรับสัญญากับชายชราว่าจะไปกินอาหารเย็นด้วยในตอนค่ำ

จากนั้นจึงวางสายโทรศัพท์

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเห็นเขากดวางสายแล้วจึงถามด้วยความเป็นห่วง “ท่านผู้เฒ่ายังแข็งแรงดีหรือเปล่าคะ?”

มู่อวี้เฉิงเงยหน้ามองเธอและตอบว่า “ยังแข็งแรงดี”

“อือ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้าและไม่ได้ถามอะไรต่อ

ทั้งสองมองหน้ากันและไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก

จู่ ๆ บรรยากาศก็เริ่มตึงเครียดขึ้น

หลังจากนั้นไม่นานน้ำเสียงเรียบนิ่งของมู่อวี้เฉิงก็ดังขึ้นทำลายความเงียบสงบ “ตอนที่คุณหนีไป คุณปู่โกรธมากจริง ๆ รวมถึงตัดเยื่อใยที่มีให้ตระกูลถงด้วย”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตกใจมากเมื่อได้ยินเช่นนั้น

ตระกูลถง...

มันช่างเป็นชื่อที่ห่างไกลจากตัวเธอเหลือเกิน

นอกจากนี้เธอยังเกือบลืมไปแล้วว่ายังมีสมาชิกในครอบครัวเหลืออยู่

เธอหวนนึกถึงเรื่องราวในปีนั้นตอนที่ซ่งอวี่ซีมาบอกว่าเธอกำลังตั้งครรภ์กับมู่อวี้เฉิง

เธอกลับบ้านไปบอกพ่อว่าเธอกำลังจะยกเลิกการหมั้น

แต่มันกลับทำให้พ่อโกรธจัดจนพูดข่มขู่เธอว่า                 “ถงเหมี่ยวเหมี่ยว ถ้าแกจะหนีงานหมั้นไปแบบนี้ก็อย่าได้กลับมาเหยียบตระกูลถงอีกตลอดชีวิต!”

เสียงตะโกนที่ฟังดูโกรธจัดยังคงดังก้องอยู่ในหู

และเป็นปีเดียวกันที่เธอเดินทางออกจากเมืองเป่ยบินลัดฟ้าไปต่างประเทศ

ใช้ชีวิตโดดเดี่ยวเพียงลำพังในต่างแดน ไร้หนทางที่ไปต้องทุกข์ทรมานนับครั้งไม่ถ้วน

แต่ครอบครัวกลับไม่เคยโทรหาเธอสักครั้งเดียว

ความรักในครอบครัวจืดชืดลงจนเธอหยุดคิดถึงความเป็นญาติพี่น้อง

ถึงแม้ว่าตอนนี้เธอจะกลับมาเหยียบประเทศจีนแล้ว แต่เธอก็ไม่เคยคิดจะกลับไปดูดำดูดีอีกเลย

เธอรู้สึกว่าในสายตาของพ่อเธอ เธอเป็นเพียงแค่เครื่องมือแสวงหาผลกำไรเท่านั้น!

มู่อวี้เฉิงสังเกตเห็นสีหน้าผิดแปลกของถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงอดถามไม่ได้ว่า “ทำไม?”

“เอ่อ ไม่มีอะไรนี่?”

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวดึงสติกลับมาและยิ้มปกปิดความรู้สึก “อันที่จริงคุณไม่บอกเรื่องตระกูลถงให้ฉันรู้ก็ได้ค่ะ เพราะตระกูลถงไม่เกี่ยวข้องอะไรกับฉันแล้ว ฉันต้องขอโทษท่านผู้เฒ่าด้วยนะคะที่จากไปโดยไม่ลา ถ้าเกิดมีโอกาสฉันจะไปขอโทษท่านด้วยตัวฉันเอง”

เธอลุกขึ้นและพูดต่ออย่างใจเย็น “เริ่มมืดแล้ว ฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ”

มู่อวี้เฉิงขมวดคิ้ว

เขาเงยหน้ามองถงเหมี่ยวเหมี่ยวและถามว่า “ไม่มีอะไรจะบอกผมหน่อยเหรอ?”

ข่าวที่เขาถูกคู่หมั้นทอดทิ้งไปแพร่สะพัดเป็นวงกว้างอยู่นาน

และถึงแม้ว่าเขาจะไม่สนใจเกี่ยวกับชื่อเสียง

แต่เขาก็ยังรู้สึกอึดอัดอยู่ในใจ

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวชะงัก

เธอเข้าใจความหมายของมู่อวี้เฉิงดีว่าเขาต้องการให้เธออธิบาย

แต่เธอกลับตวาดเสียงและพูดประชดประชัน “มู่อวี้เฉิง คุณจะให้ฉันพูดอธิบายไปเพื่ออะไร ในโลกนี้สิ่งสุดท้ายที่ฉันจะทำก็คือการอธิบายให้คุณฟัง!”

เธอพูดและเดินจากไป

มู่อวี้เฉิงขมวดคิ้วมองดูเธอเดินหายไป

เขารู้สึกได้ถึงถ้อยคำเย็นชาและแรงเสียดสีที่ไหลออกมาจากกระดูกของถงเหมี่ยวเหมี่ยว

ขณะที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังเยาะเย้ยอยู่ในใจ

มู่อวี้เฉิงไม่มีเธออยู่ในใจด้วยซ้ำ หนำซ้ำยังมีลูกกับผู้หญิงคนนั้น แล้วทำไมเขาจะต้องเอ่ยขอให้เธอพูดอธิบายด้วย?

อา...

ผู้ชายคนนี้กลับกลอกจริง ๆ!

ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถอนหายใจและเดินออกจากมู่กรุ๊ปไปโดยไม่หันกลับมามอง

...

คืนนั้นมู่อวี้เฉิงกลับไปที่บ้านหลังเก่าประจำตระกูลมู่

บ้านหลังเก่าตั้งอยู่บนยอดเขาชวีหลงทางตอนใต้ของเมืองเป่ย

เป็นบ้านเก่าโบราณที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมา

ภายในตัวบ้านมีศาลานั่งพักและน้ำตกหิน ทำให้ผู้คนที่เดินผ่านมาเห็นภาพลวงตาราวกับเดินข้ามผ่านกาลเวลา

แต่เมื่อเดินเข้ามาในห้องนักเล่น เฟอร์นิเจอร์ภายในกลับดูทันสมัย

“นายน้อยกลับมาแล้วเหรอครับ”

พ่อบ้านคนแรกสังเกตเห็นว่ามู่อวี้เฉิงยืนอยู่ตรงบริเวณทางเข้าจึงเดินเข้ามาทักทาย

“ลุงหลิว วันนี้มีแขกมาบ้านหรือเปล่า?”

มู่อวี้เฉิงส่งกระเป๋าเอกสารในมือให้เขา เปลี่ยนรองเท้าและเดินเข้าไปในบ้าน

“วันนี้คุณหนูซ่งมาพบนายท่านครับ” ลุงหลิวตอบตามความเป็นจริง

ทันทีที่เขาพูดจบ น้ำเสียงสดใสของซ่งอวี่ซีก็ดังขึ้น        “อวี้เฉิงกลับมาแล้ว!”

มู่อวี้เฉิงขมวดคิ้วและพูดอย่างใจเย็น “คุณหนูซ่ง”

ซ่งอวี่ซีรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยแต่หลังจากนั้นไม่นานก็กลับมาควบคุมตัวเองได้อีกครั้ง

มู่อวี้เฉิงเมินเธอและพูดทักทายท่านผู้เฒ่า “คุณปู่”

ผู้เฒ่ามู่นั่งหลังตรงอยู่บนโซฟา เส้นผมบนขมับทั้งสองข้างมีสีขาวล้วน แต่รูปลักษณ์หน้าตายังคงดูสง่างาม

เขามองเห็นปฏิสัมพันธ์ของทั้งสองคนและพยักหน้า    เบา ๆ “ไหน ๆ ก็กลับมาแล้วมากินข้าวกันสักที” เขาพูดและพยุงไม้เท้าเพื่อลุกขึ้นยืน

“คุณปู่มู่ เดี๋ยวหนูช่วยนะคะ” ซ่งอวี่ซีขยิบตาและก้าวไปข้างหน้า

ผู้เฒ่ามู่ไม่ได้ปฏิเสธ

ขณะที่กลุ่มคนเดินเข้าไปนั่งในห้องอาหาร

ซ่งอวี่ซีประพฤติตัวดีมีคุณธรรมเป็นพิเศษระหว่างทานอาหารเย็น

“คุณปู่มู่ลองชิมอันนี้ดูสิคะ” เธอใช้ตะเกียบคีบอาหารให้ผู้เฒ่ามู่และเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจภายในบริษัทให้เขาฟัง ทำให้ผู้เฒ่ามู่มีความสุขอย่างมาก

มู่อวี้เฉิงนั่งกินข้าวเงียบ ๆ ไม่ได้ตอบรับประเด็นหัวข้อที่   ซ่งอวี่ซีคอยหยิบยกขึ้นมา

แต่เมื่อไหร่ที่ผู้เฒ่ามู่ปริปากพูด เขาจะตอบรับครั้งถึงสองครั้ง

หลังจากเวลาอาหารเย็นจบลง ผู้เฒ่ามู่ขอให้ซ่งอวี่ซีไปเดินย่อยอาหารในสวนหลังบ้านก่อน จากนั้นจึงเรียกมู่อวี้เฉิงให้ตามไปที่ห้องสมุด

ซ่งอวี่ซีมองดูทั้งสองคนเดินหายไปด้วยสายตาที่คาดหวัง

เธอรู้ว่าชายชราจะพูดอะไรคราวเมื่อเรียกเขาเข้าไป

เธอคิดถึงเรื่องนี้แล้วจึงไปเดินยิ้มย่อยอาหารอยู่ในสวน

ลุงหลิวเข้ามาเสิร์ฟชาในห้องสมุดและเดินออกไป

ผู้เฒ่ามู่มองดูหลานชาที่นั่งเงียบ ๆ อยู่บนโซฟา จิบน้ำชาตรงหน้าแล้วถามว่า “แกรู้มั้ยว่าที่ปู่เรียกแกขึ้นมาเพราะจะคุยเรื่องอะไร?”

มู่อวี้เฉิงส่ายหน้า “ไม่รู้ครับ”

“ตอนนี้แกก็ไม่เด็กแล้วนะ ถึงเวลาคิดเรื่องสำคัญในชีวิตแล้ว”

ผู้เฒ่ามู่วางถ้วยชาในมือลงและค่อย ๆ พูดว่า “อวี่ซีเป็นคนที่ใช้ได้ทีเดียว และเธอก็จริงใจกับแกมาก”

สีหน้าของมู่อวี้เฉิงมืดมนลง

เขาเงยหน้ามองผู้เฒ่ามู่แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาที่ออกเชิงขำขันว่า “นี่คุณปู่จะบงการชีวิตการแต่งงานของผมอีกแล้วเหรอครับ?”

จบบทที่ ตอนที่ 28 ทำไมจะต้องอธิบายให้คุณฟัง

คัดลอกลิงก์แล้ว