- หน้าแรก
- ผมแค่เห็นผี ไหงผู้กำกับดันชมว่าแอคติ้งเทพซะงั้น
- บทที่ 25 ลาก่อน หม่ากั๋วเสียง
บทที่ 25 ลาก่อน หม่ากั๋วเสียง
บทที่ 25 ลาก่อน หม่ากั๋วเสียง
"ฉันบอกนายแล้วไงว่าเขาตายด้วยโรคประจำตัว ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับฉันเลย ทำไมไม่ไขกุญแจมือให้เร็วกว่านี้หน่อยล่ะ?" หลินเซียวลูบข้อมือตัวเองพร้อมบ่นกระปอดกระแปด
"หึ! ใครจะไปรู้ล่ะ ก็ตอนนั้นมีแค่นายคนเดียวที่อยู่ในห้องนี่" จางจิ่งกวงพูดด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์
...ดูเหมือนว่าความสงสัยนี้จะไม่มีทางลบล้างไปได้แฮะ
แต่โชคดีที่ภารกิจนี้เสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว
ทันทีที่ผู้เป็นแม่สิ้นใจ เสียงแจ้งเตือนก็ดังก้องขึ้นในหัวของเขา
"ติ๊ง!"
"ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ทำภารกิจระดับง่าย — ตามหาเด็กที่หายไป — สำเร็จ"
"ได้รับรางวัลภารกิจ — ค่าความชื่นชอบ *** +1, กล่องของขวัญสุดเซอร์ไพรส์ 1 กล่อง"
"ติ๊ง!"
"เนื่องจากโฮสต์มีอัตราความสำเร็จในภารกิจนี้สูงมาก จึงได้รับของขวัญแทนคำขอบคุณจากวิญญาณอาฆาต!"
"ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับรางวัลเพิ่มเติม — ลูกอมแรงอาฆาต 1 เม็ด"
เมื่อได้ยินว่าในที่สุดภารกิจก็เสร็จสิ้นแถมยังได้รับรางวัลเพิ่มเติม ความขุ่นเคืองของหลินเซียวที่ถูกใส่กุญแจมือก็ลดลงไปมากทันที
"อ้อ จริงสิ นายบอกว่ามีเรื่องจะคุยกับฉันไม่ใช่เหรอ? รีบไปกันเถอะ" จู่ๆ หลินเซียวก็พอนึกขึ้นได้
"ไม่ต้องรีบ ไปที่สถานีตำรวจกันก่อนเถอะ"
ทั้งสองคนเดินออกจากโรงพยาบาลแล้วขึ้นรถไป
"สรุปว่ามันเรื่องอะไรกันแน่?" หลินเซียวถามอย่างงุนงง
"สัมภาษณ์สื่อน่ะสิ! คดีใหญ่ในชุมชนตงเฉิงแบบนี้ปิดเป็นความลับไม่ได้หรอก พวกเราก็เลยทำได้แค่พยายามควบคุมกระแสสังคมให้อยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้นักข่าวพวกนั้นไปเขียนข่าวแบบผิดๆ และในฐานะที่นายเป็นคนพบเบาะแสของคดีแถมยังเป็นคนจับตัวคนร้าย นักข่าวก็จะต้องมาขอถ่ายรูปนาย นายก็แค่ให้ความร่วมมือไปตามน้ำก็พอ"
"ตกลง ไม่มีปัญหา" หลินเซียวตอบตกลงอย่างว่าง่าย
"แล้วก็ หม่ากั๋วเสียงคนนี้... รปภ. เฒ่าที่นายจับตัวมาได้ ชื่อจริงของเขาคือ หม่าว่าน เมื่อยี่สิบปีก่อน เขาเคยก่อคดีอุกฉกรรจ์ในเมืองข้างเคียง ตอนนั้นตำรวจได้ออกหมายจับพร้อมกับตั้งค่าหัวเขาไว้ด้วย เงินก้อนนี้จะมอบให้นายด้วยตัวเองต่อหน้านักข่าว แล้วนายก็จะได้รับรางวัลในฐานะพลเมืองดีเด่นด้วย"
พอได้ยินแบบนี้ ดวงตาของหลินเซียวก็เป็นประกายขึ้นมาทันที
ถึงเขาจะไม่ได้สนใจตำแหน่งพลเมืองดีเด่นที่ดูเลื่อนลอยนั่นสักเท่าไหร่
แต่เขาก็ยังสนใจเงินค่าหัวนั่นมากๆ อยู่ดี
หม่ากั๋วเสียงคนนั้นฆ่าคนไปตั้งยี่สิบกว่าคน เป็นอาชญากรที่โหดเหี้ยมและชั่วช้าสุดๆ
เงินรางวัลก็ควรจะเกินหนึ่งล้านสิ!
ด้วยความคาดหวังอย่างเต็มเปี่ยม เพียงแค่สิบนาที รถก็มาจอดเทียบหน้าทางเข้าสถานีตำรวจ
งานแถลงข่าวภายในสถานีตำรวจถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว รอแค่เขามาถึงเท่านั้น
หลังจากหลินเซียวมาถึง นักข่าวก็สุ่มถามคำถามสองสามข้อ
จากนั้นผู้กำกับการตำรวจก็มอบเช็คขนาดเท่าโต๊ะทำงานให้หลินเซียว แล้วงานแถลงข่าวก็จบลง
กว่าทุกอย่างจะเสร็จสิ้น หลินเซียวก็เหนื่อยสายตัวแทบขาด
"ฉันไม่ได้จะวิจารณ์สถานีตำรวจของนายหรอกนะ แต่หม่ากั๋วเสียงนั่นฆ่าคนไปตั้งยี่สิบสามสิบคน อาชญากรตัวเอ้ขนาดนี้ พวกนายให้แค่ห้าหมื่นเองเหรอ? ขี้เหนียวเกินไปแล้วมั้ง" หลินเซียวที่นั่งอยู่ในรถของจางจิ่งกวงจ้องมองเช็คด้วยความไม่พอใจ
"พอใจเถอะน่า นายต้องรู้ด้วยนะว่าหมายจับของหม่ากั๋วเสียงออกเมื่อยี่สิบปีก่อน ค่าหัวนี้ไม่ได้เพิ่มขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อสักหน่อย ห้าหมื่นเมื่อยี่สิบปีที่แล้วก็ไม่ใช่จำนวนน้อยๆ เลยนะ" จางจิ่งกวงพูดอย่างหงุดหงิด
เฮ้อ เขาก็พูดถูก ฉันควรจะพอใจได้แล้ว
มีดีกว่าไม่มีล่ะนะ
"แล้วตอนนี้นายจะพาฉันไปไหนเนี่ย?"
"ไปที่สถานกักกัน เพื่อไปเจอหม่ากั๋วเสียงคนนั้นไง"
"ทำไมฉันต้องไปเจอเขาด้วยล่ะ?"
จางจิ่งกวงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเข้ม "เรื่องนี้มันซับซ้อนมาก..."
"ฉันไม่ได้บอกนายเหรอ? ว่าหม่ากั๋วเสียง หรือชื่อจริงก็คือหม่าว่านคนนี้ เคยก่อคดีอุกฉกรรจ์หลายคดีเมื่อยี่สิบปีก่อน"
"ต่อมา ตำรวจท้องที่ได้วางกำลังปิดล้อมเพื่อจับกุมหม่าว่าน แต่โชคร้ายที่เขาก็ยังหนีรอดไปได้"
"มันจะไปซับซ้อนตรงไหนล่ะ? ก็แค่หมายความว่าแผนการของตำรวจยังไม่รัดกุมพอก็แค่นั้น" หลินเซียวถามอย่างสงสัย
"ถ้ามันง่ายแบบนั้นก็ดีน่ะสิ การปิดล้อมครั้งนั้นแน่นหนามาก มีการระดมกำลังตำรวจกว่าร้อยนาย ยังไม่รวมเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนทั่วไปที่ให้ความร่วมมือในปฏิบัติการอีก ตามหลักแล้ว เขาไม่น่าจะมีทางหนีรอดไปได้เลย"
"แต่เขาก็ยังหนีไปได้ แถมการหลบหนีของเขายังแปลกประหลาดมาก ราวกับว่าคนเป็นๆ หายตัววับไปในอากาศอย่างนั้นแหละ"
"นายก็เลยอยากให้ฉันไปถามเขาว่าตอนนั้นเขาหนีรอดไปได้ยังไงงั้นสิ?" หลินเซียวถามกลับ
"ไม่ใช่แค่นั้นหรอก ในช่วงยี่สิบปีที่หม่าว่านใช้ชื่อปลอมว่าหม่ากั๋วเสียง เพื่อหลบหนีการจับกุม เขาถึงขั้นไปทำศัลยกรรมพลาสติก เปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นคนละคนเลยทีเดียว"
"แต่เราไปตรวจสอบโรงพยาบาลมาทุกแห่งแล้ว กลับไม่มีประวัติการทำศัลยกรรมของหม่ากั๋วเสียงเลย แน่นอนว่านายอาจจะบอกว่าเขาไปทำที่คลินิกเถื่อนใต้ดินก็ได้"
"ทว่าเมื่อไม่กี่วันก่อน ตอนที่หม่ากั๋วเสียงยังไม่ได้สติ พวกเราได้เชิญศัลยแพทย์ตกแต่งระดับท็อปของประเทศมาตรวจดูใบหน้าของเขา"
"คนที่ลงมีดผ่าตัดให้ผู้ต้องสงสัยรายนี้เป็นอัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะอย่างแน่นอน เทคนิคของเขาสามารถทำให้ศัลยแพทย์ตกแต่งทั่วโลกต้องรู้สึกละอายใจได้เลย ทุกรอยกรีดนั้นสมบูรณ์แบบ ถ้าฉันไม่ได้เห็นด้วยตาตัวเอง ฉันคงไม่เชื่อว่ามีคนแบบนี้อยู่บนโลก!" จางจิ่งกวงเว้นจังหวะ "นั่นคือคำพูดของอาจารย์หมอท่านนั้นแบบเป๊ะๆ เลยนะ"
"เว่อร์ไปมั้ง" หลินเซียวเดาะลิ้น
"นั่นสิ ขนาดตรวจเสร็จแล้ว อาจารย์หมอท่านนั้นยังขอเวลาอีกสักสองสามชั่วโมง เพื่อที่จะได้ชื่นชมงานศิลปะชิ้นนี้ให้เต็มตาเลยนะ"
การเรียกใบหน้าของหม่ากั๋วเสียงว่าเป็นงานศิลปะ อาจารย์หมอคนนั้นคงจะเสียสติไปแล้วแน่ๆ
"ก็เพราะคำพูดเหล่านี้นี่แหละที่ทำให้พวกเรามั่นใจว่าคนแบบนี้ไม่มีทางเป็นแค่หมอศัลยกรรมเถื่อนในคลินิกใต้ดินแน่ๆ พวกเราถึงขั้นสงสัยว่าคนคนนี้นี่แหละที่ช่วยหม่ากั๋วเสียงหลบหนีการจับกุมในตอนนั้น แล้วก็ช่วยเขาเปลี่ยนใบหน้าในภายหลัง"
"และสิ่งที่เราอยากให้นายทำก็คือ หาสืบให้ได้ว่าใครคือหมอศัลยกรรมที่อยู่เบื้องหลังหม่ากั๋วเสียง"
"แต่การสอบปากคำอาชญากรมันน่าจะเป็นหน้าที่ของพวกนายที่เป็นตำรวจต้องทำเองไม่ใช่เหรอ?" หลินเซียวถามอย่างงุนงง
"ไม่หรอก หลังจากที่หม่ากั๋วเสียงถูกจับกุม สภาพจิตใจของเขาก็ผิดปกติไปมาก ไม่ว่าพวกเราจะถามอะไร เขาก็ไม่ยอมปริปากพูดอะไรเลย แต่ว่าในช่วงสองวันที่ผ่านมา เขากลับยื่นคำขาดมาเรื่องเดียว นั่นก็คือเขาต้องเจอนายให้ได้"
หลินเซียวจมอยู่ในห้วงความคิดหลังจากได้ยินแบบนั้น
ทำไมหม่ากั๋วเสียงถึงต้องเจอเขาให้ได้กันล่ะ?
เขาไม่ได้ยุ่งเกี่ยวอะไรกับตาแก่นั่นอีกเลยหลังจากจับกุมตัวมาได้ไม่ใช่เหรอ?
"ตกลง ฉันจะลองดู แต่ฉันก็ไม่คิดว่าจะได้เรื่องอะไรหรอกนะ" หลินเซียวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบตกลง
"ไม่เป็นไร พวกเราจะคอยช่วยนายเอง"
รถแล่นไปกว่าหนึ่งชั่วโมง ในที่สุดก็มาถึงสถานกักกันเมืองต้าเจียง
ทันทีที่หลินเซียวและจางจิ่งกวงเดินเข้าไป พวกเขาก็พบว่ามีคนมารออยู่ข้างในมากมายแล้ว
แม้แต่เจ้าหน้าที่เจี่ย อาจารย์ของจางจิ่งกวงก็อยู่ในนั้นด้วย
หลังจากพูดคุยกันสั้นๆ พวกเขาก็มอบหูฟังขนาดจิ๋วเท่าเม็ดถั่วลิสงให้หลินเซียว
"คุณหลิน เดี๋ยวตอนที่คุณไปเจอหม่ากั๋วเสียง ห้ามไปยั่วโมโหเขากระตุ้นเขาเด็ดขาดเลยนะครับ สภาพจิตใจของเขาตอนนี้ย่ำแย่มากๆ เราจะบอกคุณผ่านหูฟังเองว่าควรจะพูดอะไร คุณแค่ทำตามคำแนะนำของพวกเราก็พอ" เจ้าหน้าที่เจี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
หลินเซียวพยักหน้าเป็นเชิงว่าเข้าใจแล้ว
จากนั้นเขาก็สอดหูฟังเข้าไปในหู แล้วเดินเข้าไปในห้องเยี่ยมญาติที่ติดตั้งกระจกนิรภัยเอาไว้
ทันทีที่หลินเซียวเดินเข้าไป เขาก็เห็นหม่ากั๋วเสียงนั่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของกระจกนิรภัย
ทว่ารูปลักษณ์ของเขาในตอนนี้กลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ปากและแขนขาของเขาถูกพันด้วยผ้าพันแผลอย่างแน่นหนา ดวงตาที่แดงก่ำและรอยคล้ำใต้ตานั้นก็ชัดเจนมากๆ ราวกับว่าเขาไม่ได้นอนมาเป็นเวลานาน
แถมสายตาของเขายังดูหวาดระแวง ดวงตากลอกกลิ้งไปมาอยู่ตลอดเวลา ท่าทางที่ดูหวาดกลัวและตื่นตระหนกนั้นแสดงออกมาชัดเจนอย่างปิดไม่มิด
ขณะที่หลินเซียวยังคงสงสัยว่าคนคนนี้กลายสภาพมาเป็นแบบนี้ได้ยังไง
คำแนะนำของเจ้าหน้าที่เจี่ยก็ดังผ่านหูฟังมาว่า "คุณหลิน นั่งลงบนเก้าอี้ตรงหน้าหม่ากั๋วเสียงเลยครับ แต่ค่อยๆ ขยับตัวนะครับ ห้ามไปยั่วให้เขาคลั่งเด็ดขาด"
หลินเซียวได้ยินดังนั้น จึงเดินไปที่เก้าอี้ด้วยความระมัดระวังอย่างมาก
แต่ก่อนที่ก้นของเขาจะได้สัมผัสกับที่นั่งเสียด้วยซ้ำ
หม่ากั๋วเสียงคนนั้นก็เหลือบมาเห็นหลินเซียวที่อยู่ตรงหน้าเข้าเสียก่อน
ในวินาทีนั้น หม่ากั๋วเสียงดูราวกับว่าได้คว้าเอาเชือกช่วยชีวิตเอาไว้
เขาสปริงตัวลุกพรวดขึ้นจากที่นั่ง โถมตัวเข้าใส่กระจกนิรภัย แล้วกรีดร้องด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
"ช่วยฉันด้วย! ได้โปรด ช่วยฉันที! ตอนนี้มีแค่แกเท่านั้นที่จะช่วยฉันได้!"