- หน้าแรก
- ผมแค่เห็นผี ไหงผู้กำกับดันชมว่าแอคติ้งเทพซะงั้น
- บทที่ 3: รอดพ้นความตาย ภารกิจสำเร็จลุล่วง
บทที่ 3: รอดพ้นความตาย ภารกิจสำเร็จลุล่วง
บทที่ 3: รอดพ้นความตาย ภารกิจสำเร็จลุล่วง
มืออันเย็นเฉียบและเหี่ยวย่นข้างนั้นคว้าหมับเข้าที่คอของหลินเซียว
เรี่ยวแรงมหาศาลทำเอาเขาหายใจไม่ออก
ในวินาทีนี้ หลินเซียวไม่ลังเลอีกต่อไป
เขาเงื้อค้อนในมือขึ้น
และพยายามทุบมันไปยังบานกระจกอย่างสุดชีวิต
แต่เขาคำนวณพลาดไป
"อึก... ขยับไม่ได้!"
หลินเซียวพยายามรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดเพื่อยกค้อนในมือขึ้น ทว่าไม่ว่าจะพยายามมากแค่ไหน ค้อนนั้นก็ไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย
ร่างกายของเขาราวกับสูญเสียการควบคุมไปแล้ว
แต่ถึงอย่างนั้น มือขวาของเขาก็ยังคงหวีผมอย่างพิถีพิถันต่อไป
ทันใดนั้น รอยยิ้มแสยะอันบิดเบี้ยวก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของ "หลินเซียว" ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม
พูดตามตรง การที่สีหน้าแบบนั้นมาปรากฏขึ้นอย่างกะทันหันบนใบหน้าอันแข็งทื่อและซีดเซียวราวกับซากศพนั้น เป็นอะไรที่น่าสะพรึงกลัวอย่างถึงที่สุด
หลินเซียวพยายามเมินเฉยต่อใบหน้าอันน่าสยดสยองนั่น เขาพยายามหยุดการกระทำของตัวเองอย่างสุดกำลัง พร่ำบอกตัวเองให้หยุด
แต่มันก็ไร้ประโยชน์
สิ่งเดียวที่เขาทำได้คือการจ้องมองสบตากับดวงตาสีดำอันกลวงโบ๋และชั่วร้ายของ "หลินเซียว" ฝั่งตรงข้าม
มือที่บีบคอของเขาเริ่มรัดแน่นขึ้นเรื่อยๆ
พร้อมกับเสียงข้างหูที่ยังคงตะโกนก้อง "ไอ้โง่ ไอ้โง่ ทำไมแกไม่หันมา? ทำไมแกถึงไม่หันมาล่ะ?!"
มือที่กดอยู่บนหลังของเขาดูเหมือนจะเกรี้ยวกราดไม่แพ้กับเสียงนั้น
มันจิกหนังบนแผ่นหลังของหลินเซียวอย่างแรง ราวกับพยายามจะฉีกกระชากเนื้อก้อนนั้นออกมา
ความเจ็บปวดแสนสาหัสทำเอาหลินเซียวอยากจะหันกลับไปด่าไอ้สารเลวข้างหลังนั่นเหลือเกินว่า 'ไปตายซะ เลิกดึงสักทีได้ไหม!'
โชคร้ายที่ร่างกายของเขาอยู่นอกเหนือการควบคุม แม้แต่ความปรารถนาเล็กๆ นี้ก็ไม่อาจเป็นจริงได้
หมอกมัวในห้องน้ำเริ่มก่อตัวหนาทึบขึ้นเรื่อยๆ
และสิ่งที่หลินเซียวทำได้ในตอนนี้มีเพียงการนับจำนวนครั้งที่หวีผมเท่านั้น
เวลาล่วงเลยไปทีละนิด
เหลือหวีไปทางขวาอีกแค่สามครั้งเท่านั้น
ภารกิจนี้ใกล้จะจบลงแล้ว
มือขวาที่ไร้การควบคุมของหลินเซียวจับหวีสางไปตามเส้นผม
นี่คือการหวีครั้งที่สามจากครั้งสุดท้าย
หลินเซียวรู้สึกราวกับว่าคอของเขาใกล้จะถูกบีบจนหลุดเป็นท่อนแล้ว
แต่โชคดีที่ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ จากข้างหลังเขาอีก
ดูเหมือนว่าวิญญาณร้ายข้างหลังเขาจะยอมแพ้ในการดิ้นรนกับหลินเซียว มันเลิกส่งเสียง และปล่อยมือที่จิกหลังของเขาออก
การหวีครั้งที่สองจากสุดท้าย
มือที่บีบคอของเขากลับมารัดแน่นขึ้นอีกครั้ง
หลินเซียวตาเหลือกขึ้น และมีฟองฟอดออกจากปากจากการถูกบีบคอ
อย่างไรก็ตาม แม้ร่างกายจะใกล้ถึงขีดจำกัด แต่สติของหลินเซียวกลับแจ่มชัดยิ่งขึ้น
ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่า หากเขาหนีไม่รอดในการหวีครั้งสุดท้าย
คอของเขาคงจะต้องถูกบิดจนขาดกระเด็นอย่างแน่นอน
การหวีครั้งสุดท้ายกำลังจะมาถึงแล้ว
ในจังหวะนั้น ประกายบางอย่างที่คล้ายกับความโหยหาก็ปรากฏขึ้นในดวงตาอันเยียบเย็นและไร้ชีวิตชีวาของ "หลินเซียว" ในกระจก
เพราะในเวลานี้ หลินเซียวตัวจริงกำลังจะถูกบีบคอจนตาย
เวลาไหลผ่านไป และการหวีผมครั้งสุดท้ายก็ใกล้จะเสร็จสิ้น
หลินเซียวกำลังจะตาย
ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง!
"กริ๊งๆๆๆๆ!!!"
เสียงนาฬิกาปลุกบาดแก้วหูดังแผดขึ้นมาอย่างกะทันหัน
เสียงอันดังกึกก้องทำให้หมอกสีเทาที่ปกคลุมไปทั่วทั้งห้องถึงกับสั่นสะเทือน
และ "หลินเซียว" คนนั้นก็หันไปมองต้นเสียงด้วยสีหน้ามึนงงและแข็งทื่อ
ในวินาทีนั้นเอง หลินเซียวก็กลับมาควบคุมร่างกายของตัวเองได้อีกครั้ง!
"ตอนนี้แหละ!"
หลินเซียวไม่ลังเลอีกต่อไป ขณะที่เขาหวีผมครั้งสุดท้ายเสร็จ เขาก็เงื้อค้อนในมือขึ้นแล้วทุบมันลงบนกระจกอย่างสุดแรงเกิด
"ปัง!"
"เพล้ง—"
กระจกแตกกระจาย
และร่างครึ่งท่อนของหลินเซียวตัวปลอมที่ยื่นออกมาจากกระจกก็มลายหายวับไปอย่างไร้ร่องรอยราวกับหมอกควันทันที
หมอกสีเทาทั่วทั้งห้องก็อันตรธานหายตามไปด้วย
หลินเซียวไม่สนใจความรู้สึกอึดอัดทรมานอย่างหนักที่คอและปอดของตนเอง
เขารีบตะเกียกตะกายพาร่างกายไปที่สวิตช์ไฟพร้อมกับไอสำลักอย่างหนัก
เขาตบสวิตช์เปิด
ไฟในห้องน้ำสว่างพรึบขึ้นมาทันที
"แค่กๆๆ!"
แม้เขาจะไอไม่หยุดจนรู้สึกเหมือนคอแทบจะพัง แต่หลินเซียวไม่เคยรู้สึกปลอดภัยขนาดนี้มาก่อนเลยตอนที่ยืนอยู่ใต้แสงไฟ
ผ่านไปพักใหญ่ หลินเซียวถึงเพิ่งจะสูดหายใจเข้าปอดได้เต็มอิ่ม
เขาหันกลับไปมองที่กระจก
เศษกระจกที่แตกกระจายเกลื่อนกลาดอยู่เต็มพื้นกระเบื้องสีขาว
แม้ว่า "หลินเซียวตัวปลอม" จะหายไปแล้ว แต่หลินเซียวก็ยังคงรู้สึกหนาวเหน็บอยู่ในใจ
"เจ้านั่นคงออกมาไม่ได้อีกแล้วใช่ไหม?"
ในเมื่อกระจกแตกไปแล้ว หากปราศจากสื่อกลางที่จะใช้ออกมา สิ่งนั้นก็ควรจะหายไปแล้วสิ
หลังจากที่จิตใจเริ่มสงบลงบ้างแล้ว หลินเซียวก็หยิบโทรศัพท์ที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ ขึ้นมา
อุปกรณ์เครื่องนี้นี่เองที่เป็นตัวส่งเสียงและรบกวนผีเมื่อครู่นี้
นั่นจึงทำให้เขาสามารถทุบกระจกได้ในเสี้ยววินาทีเป็นตาย
"โชคดีนะที่ฉันตั้งนาฬิกาปลุกเผื่อเอาไว้ก่อน ไม่งั้นคราวนี้ฉันคงตายหยั่งเขียดไปแล้ว"
ตั้งแต่ตอนที่เพิ่งเริ่มภารกิจ หลินเซียวก็คิดเผื่อไว้แล้วว่าถ้าเกิดค้อนใช้การไม่ได้ขึ้นมาจะทำยังไง
เพราะยังไงมันก็เป็นแค่ค้อนธรรมดา ไม่ใช่ดาบเหรียญทองแดงปราบผี เขาจึงไม่ค่อยแน่ใจว่ามันจะได้ผลไหม
นั่นเป็นเหตุผลที่เขาตั้งนาฬิกาปลุกไว้ตอน 00:01 น. ตั้งแต่เริ่มทำภารกิจ เพื่อเป็นหลักประกันความปลอดภัยอีกชั้นหนึ่ง
โชคดีที่หลินเซียวทำถูกแล้ว
ถ้าไม่ใช่เพราะนาฬิกาปลุกเรือนนี้ เขาอาจจะถูกบีบคอจนตายไปแล้วก็ได้
หลินเซียวพักเหนื่อยอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเปิดโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดปิดฟังก์ชันบันทึกวิดีโอที่กำลังดำเนินอยู่
จากนั้นเขาก็กดปุ่มเล่นวิดีโอเบาๆ
วิดีโอเริ่มต้นขึ้นด้วยภาพตอนที่หลินเซียวดึงมือออกจากหน้ากล้อง สีหน้าของเขาดูจริงจังและตึงเครียด ในมือซ้ายถือค้อน ส่วนมือขวาถือหวี ดูแปลกประหลาดเป็นอย่างมาก
เขาเห็นตัวเองในวิดีโอเดินไปที่หน้ากระจก หลับตาลงและนับเลขอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็เริ่มหวีผม
จู่ๆ ไฟก็ดับลง และวิดีโอก็มืดสนิท
แต่โชคดีที่อาศัยแสงจันทร์เพียงเล็กน้อยและแสงสะท้อนจากกระจก จึงยังพอมองเห็นได้ลางๆ
การหวีผมในครั้งแรกๆ ไม่มีปัญหาอะไร แต่ราวๆ สิบวินาทีต่อมา เสียงอันน่าขนลุกในวิดีโอก็เริ่มร้องเรียก "หลินเซียว หลินเซียว"
พอได้ยินอีกครั้ง หลินเซียวก็ยิ่งมั่นใจว่าเสียงที่ทั้งแหบแห้งและเย็นเยียบขนาดนั้น ไม่มีทางเป็นเสียงที่มนุษย์เปล่งออกมาได้แน่
เสียงอันน่าสะพรึงกลัวนี้ราวกับสามารถปลุกความหวาดกลัวต่อสิ่งลี้ลับที่มีอยู่ในสัญชาตญาณดั้งเดิมของมนุษย์ให้ตื่นขึ้นมาได้เพียงแค่ได้ยิน
"แต่ทำไมถึงไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าเลยล่ะ? หรือว่าเสียงมันเบาเกินไป?"
ยิ่งไปกว่านั้น หลินเซียวยังมองไม่เห็นเลยว่าวิญญาณร้ายที่ยืนอยู่ข้างหลังเขาเมื่อครู่นั้นแท้จริงแล้วคือตัวอะไรกันแน่
เมื่อดูจากวิดีโอแล้ว ด้านหลังเขานั้นว่างเปล่า ไม่มีใครอยู่เลยแม้แต่คนเดียว
ราวกับว่าสิ่งที่เขาได้ยินนั้นเป็นเพียงภาพหลอน
'หรือว่าผีตัวนั้นจะล่องหนได้?' หลินเซียวคิดพลางขมวดคิ้ว
จากนั้นเขาก็นึกถึงบทลงโทษของภารกิจนี้ขึ้นมาได้กะทันหัน
"บทลงโทษหากล้มเหลว – แขกล่องหนปริศนาจะเข้ามาเยือนในบ้านของคุณ ถึงแม้คุณจะมองไม่เห็นเขา แต่คุณก็ห้ามปล่อยให้เขาพบตัวคุณโดยเด็ดขาด มิฉะนั้น..."
สิ่งนั้นก็คือแขกล่องหนงั้นเหรอ?
สมมติว่าสิ่งนั้นคือแขกล่องหน การที่มันเอาแต่เร่งเร้าให้เขาหันกลับไป บางทีอาจเป็นเพราะการหันกลับไปจะทำให้ภารกิจล้มเหลว
และหลังจากนั้นก็จะมีเรื่องน่าสะพรึงกลัวเกิดขึ้น
"โชคดีนะที่ฉันไม่ได้หันกลับไป" หลินเซียวเอ่ยอย่างโล่งอก
วิดีโอยังคงเล่นต่อไป
หลินเซียวที่กำลังจ้องหน้าจออย่างตั้งใจ จู่ๆ ก็สังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างเกี่ยวกับเงาสะท้อนของเขาในกระจก
ขณะที่เขายังคงหวีผมอยู่นั้น เงาสะท้อนในกระจกกลับเอียงคออย่างกะทันหัน
"นั่นคงเป็นตอนที่ฉันถูกสลับตัวสินะ"
หลังจากนั้น การเคลื่อนไหวของหลินเซียวและเงาสะท้อนของเขาก็ไม่เหมือนกันอีกต่อไป
ต่อมา หลินเซียวในกระจกก็ยื่นมือออกมาจากบานกระจกและคว้าหมับเข้าที่คอของหลินเซียวหน้าตาเฉย
ใบหน้าของเขาเริ่มบิดเบี้ยวมากขึ้นเรื่อยๆ และเสียงจากข้างหลังก็เริ่มเร่งเร้ามากยิ่งขึ้น
มันเอาแต่ถามหลินเซียวว่าทำไมเขาถึงไม่ยอมหันกลับไป
ทันใดนั้น นาฬิกาปลุกก็ดังขึ้น หลินเซียวที่ได้สติกลับมาจึงใช้ค้อนทุบกระจกจนแตกละเอียด
หลินเซียวตัวปลอมในกระจกก็อันตรธานหายตามไปด้วย
ในท้ายที่สุด หลินเซียวที่กำลังหวาดกลัวสุดขีดก็รีบตะเกียกตะกายไปเปิดไฟ และวิดีโอก็แทบจะจบลงเพียงเท่านั้น
"ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์สำหรับการบันทึกวิดีโอสำเร็จ ตอนนี้ เพียงแค่อัปโหลดวิดีโอลงบนอินเทอร์เน็ต ภารกิจก็จะเสร็จสิ้นอย่างเป็นทางการ" จู่ๆ ระบบก็แจ้งเตือนขึ้นมา
หลินเซียวถอนหายใจอย่างโล่งอก เขารีบเปิดแอปพลิเคชัน Bilibili ในโทรศัพท์ขึ้นมา และล็อกอินเข้าสู่บัญชีที่ไม่ได้ใช้งานมานาน
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ตั้งชื่อวิดีโอส่งๆ ไปว่า "ทำไมถึงไม่ยอมให้ฉันหวีผม!!!" แล้วกดอัปโหลดวิดีโอ
"ภารกิจเสร็จสิ้น ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ***ความประทับใจ +1 และคุณได้รับ กล้องถ่ายวิญญาณ *1"