- หน้าแรก
- สไนเปอร์ของฉันที่มีปากกระบอกกว้างสามกิโลเมตร
- บทที่ 60 - ไอ้เจ้านี่มันจะเวอร์เกินไปหน่อยไหม?
บทที่ 60 - ไอ้เจ้านี่มันจะเวอร์เกินไปหน่อยไหม?
บทที่ 60 - ไอ้เจ้านี่มันจะเวอร์เกินไปหน่อยไหม?
「ตัวเลือกอัปเกรด —— ปรับเปลี่ยนรูปร่าง!」
「เมื่อเปิดใช้งานการปรับเปลี่ยนรูปร่างของอาวุธชิ้นนี้ อาวุธจะเกิดอาการ 'ท้องร่วง' อย่างหนัก ส่งผลให้เปลวเพลิงที่พ่นออกมา กลายเป็นกรดในกระเพาะอาหารสีเหลืองทองแทน」
「กรดในกระเพาะอาหารไม่มีคุณสมบัติติดไฟ แต่มีฤทธิ์กัดกร่อนสูงมาก」
「คำเตือน: หากทำการเปลี่ยนรูปร่างไปแล้ว จะไม่สามารถยกเลิกหรือย้อนกลับได้」
"ทำไมปืนพ่นไฟถึงต้องท้องร่วง?"
เฉินเจียงจ้องหน้าต่างระบบตรงหน้าด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามเสียงเรียบ
"เอ่อ..."
ปาโก่วที่ชะโงกหน้ามาดูหน้าต่างระบบที่ลูกพี่แชร์ให้ ก็มีสีหน้ามึนตึ้บไม่แพ้กัน เขาตอบเสียงตะกุกตะกักว่า "เรื่องนี้... ผมก็ไม่รู้เหมือนกันพี่ แต่ขนาดปืนพ่นไฟมันยังดูดบุหรี่ได้เลย ผมว่าแค่ท้องร่วงก็... พอรับได้มั้งพี่"
"แต่ก็ยังดีนะ อย่างน้อยมันก็แค่ท้องเสียแล้วพ่นอ้วกเป็นกรดในกระเพาะ..."
"..."
เฉินเจียงหันขวับไปมองหน้าปาโก่วด้วยสายตาเรียบเฉย "พอเถอะ นายหยุดพูดเหอะ ฉันยังไม่ได้กินข้าวเลยนะ"
"อะแฮ่ม"
ปาโก่วกระแอมแก้เก้อ พยักหน้าหงึกๆ หลบสายตาลูกพี่แล้วมองไปทางอื่น "ถึงไอ้การที่ปืนพ่นไฟมันพ่นอ้วกออกมาเป็นกรดในกระเพาะเนี่ยมันจะหลุดโลกไปหน่อย แต่เอาจริงๆ มันอาจจะมีประโยชน์ก็ได้นะพี่ ใครจะไปรู้ล่ะ เกิดวันหน้าเราไปเจอพวกเผ่าพันธุ์หรือสัตว์กลายพันธุ์แปลกๆ ที่ต้องใช้ของเหลวที่มีฤทธิ์กัดกร่อนสูงๆ ถึงจะฆ่าตายได้ขึ้นมาล่ะ"
"เอาไว้ก่อนแล้วกัน"
เฉินเจียงส่ายหน้า เขาตัดสินใจไม่เปิดใช้งานการปรับเปลี่ยนรูปร่างในตอนนี้ เพราะสิ่งที่เขาต้องการตอนนี้คืออาวุธที่สามารถแผดเผาไอ้พวกเผ่าแมลงสุดแหวะพวกนั้นให้ไหม้เป็นจุณ ไม่ใช่อาวุธที่เอาไว้พ่นอ้วกใส่ศัตรู
จากนั้นเขาก็หันไปถามปาโก่วด้วยสีหน้าจริงจัง "ตอนนี้นายมีเศษไอเทมพังๆ เหลืออยู่อีกเท่าไหร่?"
"หนึ่งร้อยสามสิบสองชิ้นครับพี่"
"อืม"
เฉินเจียงพยักหน้ารับ ฝั่งเขามีเหลืออยู่ร้อยสี่สิบห้าชิ้น รวมกันแล้วก็เป็นสองร้อยเจ็ดสิบเจ็ดชิ้น
จำนวนเท่านี้น่าจะพออัปเกรดปืนพ่นไฟกระบอกนี้ไปได้ไกลระดับนึงเลย เพราะมันเป็นแค่ไอเทมระดับ 1 ดาว คงไม่เปลืองวัตถุดิบเท่าไหร่
ถ้าเป็นการอัปเกรดไอเทมระดับ 2 ดาว ในการอัปเกรดครั้งแรกของแต่ละตัวเลือก จะต้องใช้ไอเทม 1 ดาว 3 ชิ้น และการอัปเกรดครั้งต่อๆ ไป จะต้องใช้เพิ่มขึ้นครั้งละ 1 ชิ้น
แต่ถ้าเป็นการอัปเกรดไอเทมระดับ 1 ดาว การอัปเกรดครั้งแรกของแต่ละตัวเลือก จะใช้ไอเทม 1 ดาวแค่ 2 ชิ้นเท่านั้น ส่วนการอัปเกรดครั้งต่อๆ ไป ก็ใช้เพิ่มขึ้นครั้งละ 1 ชิ้นเหมือนเดิม
ในบรรดาตัวเลือกการอัปเกรดทั้ง 4 อย่างของปืนพ่นไฟเพลิงกัลป์ ได้แก่ ขนาดปากกระบอก, ระยะยิง, ความจุกระสุน, และแรงถีบกลับ...
เขาตั้งใจจะเทหน้าตักอัปเกรด 'ขนาดปากกระบอก' ไปก่อนแค่อย่างเดียว
ขอแค่ขนาดปากกระบอกมันกว้างพอ เขามั่นใจว่าแค่ฉีดอัดเข้าไปทีเดียว ก็ส่งไอ้ฝูงแมลงพวกนั้นไปคุยกับรากมะม่วงได้ยกฝูงแน่นอน
...
「ติ๊ง! ใช้ไอเทมระดับ 1 ดาว จำนวน 2 ชิ้น」
「ทำการอัปเกรด ขนาดปากกระบอก ของไอเทมระดับ 1 ดาว ปืนพ่นไฟเพลิงกัลป์ เป็น +1」
「ขนาดปากกระบอกได้รับการอัปเกรดจาก 6 ซม. เป็น 10 ซม.」
...
อัปเกรดครั้งเดียว ขนาดปากกระบอกกว้างขึ้นตั้ง 4 ซม. เลยเหรอเนี่ย?
ถือว่าไม่เลวเลย!
เฉินเจียงพยักหน้าอย่างพอใจ แล้วก็กดอัปเกรดรัวๆ โดยไม่ลังเล
...
「ติ๊ง! ใช้ไอเทมระดับ 1 ดาว จำนวน 3 ชิ้น」
「ทำการอัปเกรด ขนาดปากกระบอก ของไอเทมระดับ 1 ดาว ปืนพ่นไฟเพลิงกัลป์ เป็น +2」
「ขนาดปากกระบอกได้รับการอัปเกรดจาก 10 ซม. เป็น 14 ซม.」
「...」
「ติ๊ง! ใช้ไอเทมระดับ 1 ดาว จำนวน 21 ชิ้น」
「ทำการอัปเกรด ขนาดปากกระบอก ของไอเทมระดับ 1 ดาว ปืนพ่นไฟเพลิงกัลป์ เป็น +20」
「ขนาดปากกระบอกได้รับการอัปเกรดจาก 82 ซม. เป็น 86 ซม.」
"เยี่ยม"
เฉินเจียงมองดูเศษไอเทมพังๆ ที่กองอยู่ข้างตัวซึ่งร่อยหรอไปเยอะ แล้วหันไปมองปืนพ่นไฟในมือ... ที่ตอนนี้ขนาดปากกระบอกมันใหญ่เบ้อเริ่มเทิ่มจนสามารถยัดตัวปาโก่วเข้าไปได้ทั้งคน! ปืนพ่นไฟขนาดปากกระบอก 86 ซม.! ใหญ่ขนาดนี้ เอาไปทำลายล้างได้สบายๆ
การอัปเกรดครั้งนี้ ผลาญเศษไอเทมพังๆ ไปทั้งหมด 230 ชิ้น ตอนนี้พวกเขาก็เหลือวัตถุดิบติดตัวแค่ 47 ชิ้นเท่านั้น แทบจะเกลี้ยงสต็อกแล้ว
คงต้องหาทางไปโกยวัตถุดิบมาตุนไว้อีกสักรอบให้ได้
และการอัปเกรดขนาดปากกระบอกมาถึงระดับ +20 นี่ก็ถือว่ามาสุดทางแล้ว เพราะถ้าจะอัปเกรดให้เป็น +21 ระบบบังคับว่าจะต้องอัปเกรดตัวเลือกอื่นๆ ให้มีระดับตามมาให้ทันด้วย
ซึ่งแน่นอนว่า ตอนนี้เขาไม่มีเศษไอเทมพังๆ มากพอจะไปอัปเกรดอย่างอื่นแล้ว
"ไปกันเถอะ"
เฉินเจียงเหลือบมองไปด้านหลัง ทิศทางที่เมือง 18 หายวับไปจากสายตา "หาที่พักสายตากันก่อนดีกว่า"
เขาไม่ได้คิดจะกลับไปเปิดศึกกับเผ่าแมลงตอนนี้หรอก เหตุผลแรกคือ... ลำพังแค่ปืนพ่นไฟในมือ มันยังเอาไม่อยู่หรอกนะที่จะไปลุยกับแมลงนับแสนตัวแบบนั้น
เหตุผลที่สองคือ... พวกเขาไม่ได้นอนมานานมากแล้ว
ถึงแม้ประสบการณ์ในดินแดนรกร้างหลายเดือนที่ผ่านมา จะสอนให้พวกเขารู้จักวิธีรีดเร้นอะดรีนาลีนมาต่อกรกับความง่วงงุนในสมองได้อย่างชำนาญ
แต่ถ้าหากร่างกายขาดการพักผ่อนติดต่อกันเป็นเวลานานเกินไป...
มันอาจจะทำให้เกิดภาพหลอน หูแว่ว หรือหน้ามืดตาลายได้ ซึ่งอาการพวกนี้ ถ้าเกิดกำเริบขึ้นมาตอนกำลังสู้รบอยู่ล่ะก็... มีหวังได้ไปเฝ้ายมบาลแน่ๆ
ส่วนเรื่องเมือง 18... ยังไงซะเขาก็ต้องกลับไปจัดการให้เรียบร้อยอยู่ดี
ถึงเมือง 18 จะโดนหลุมยุบยักษ์กลืนหายไปแล้ว แต่ตอนที่เขาขับรถออกมา เขาหันไปดูแล้วเห็นว่า มีซากเมืองร้างอีกแห่งที่อยู่ไกลออกไป ซึ่งมันไม่ได้โดนผลกระทบจากหลุมยุบนั้น
ในซากเมืองร้างนั่น มีเศษไอเทมพังๆ ที่เขาต้องการอยู่เพียบ
แต่ตอนนี้... ขอหาที่งีบก่อนก็แล้วกัน
ไม่นานนัก
รถหุ้มเกราะก็แล่นมาถึงซากเหมืองร้างแห่งหนึ่ง ที่นี่ยังไม่โดนฝูงเผ่าแมลงยึดครอง และอยู่ห่างจากเมือง 18 พอสมควร
พวกเขาเคยผ่านมาแถวนี้แล้ว แต่ไม่ได้เข้าไปข้างใน เพราะตอนนั้นมีผู้เล่นเผ่ามนุษย์กลุ่มหนึ่งยึดเป็นฐานที่มั่นอยู่
และในดินแดนรกร้างแห่งนี้... การเข้าไปผูกมิตรกับคนแปลกหน้า ไม่ใช่ความคิดที่ฉลาดนักหรอก
ตอนนั้น พวกเขาก็เลยเลือกที่จะขับเลี่ยงไปทางอื่น
แต่นอนนี้ที่นี่ไม่มีใครอยู่แล้ว เพราะคนกลุ่มนั้นเพิ่งจะยกขบวนกันเข้าไปในเมือง 18 หมดแล้ว ส่วนชะตากรรมของพวกเขาตอนนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง... ก็คงตอบยาก ได้แต่ภาวนาให้พระเจ้าคุ้มครองพวกเขาก็แล้วกัน
ดูจากสภาพแล้ว ซากเหมืองร้างตรงหน้านี้น่าจะเป็นเหมืองถ่านหินเก่า
"จึ๊ ไม่น่าเชื่อเลยนะ ระดับเทคโนโลยีล้ำยุคอย่างเมือง 18 ดันยังต้องมานั่งขุดถ่านหินอยู่อีกเหรอเนี่ย?" ปาโก่วกวาดสายตามองไปรอบๆ พลางเดาะลิ้นด้วยความแปลกใจ
ก็แหงล่ะ ในเมื่อก้อนพลังงานและแม็กกาซีนพลังงานของเมือง 18 มันใช้ดีและทรงพลังขนาดนั้น ถ้าเทียบกันแล้ว ถ่านหินมันก็แค่ของเล่นกิ๊กก๊อกเท่านั้นแหละ
"นี่แหละเหตุผลที่ว่าทำไมที่นี่ถึงกลายเป็นเหมืองร้างยังไงล่ะ"
เฉินเจียงตอบกลับเรียบๆ สายตายังสอดส่องไปรอบๆ "ไปดูกันเถอะ ว่าพอจะมีที่ให้ซุกหัวนอนได้บ้างไหม"
"ได้เลยพี่"
ถึงแม้ทั้งสองคนจะพูดคุยกันด้วยท่าทีสบายๆ แต่ในมือก็กระชับปืนไว้แน่น สายตากวาดมองทุกซอกทุกมุมที่ดูน่าสงสัยอย่างระแวดระวัง ไม่มีใครรับประกันได้หรอกว่า จะไม่มีผู้เล่นเผ่ามนุษย์คนไหนแอบซุ่มรอจังหวะเสียบพวกเขาจากมุมมืด
ในดินแดนรกร้าง เรื่องที่เจอบ่อยที่สุดก็คือ ผู้เล่นที่ตายเพราะโดนลอบกัดจากมุมมืดนี่แหละ
ตอนนั้นเอง—
สายตาของทั้งคู่ก็ปะทะเข้ากับ... รถคันหนึ่ง!
"แม่ร่วง!"
ปาโก่วชะงักกึก อุทานออกมาด้วยความตกตะลึง "ไอ้เจ้านี่มันจะเวอร์เกินไปหน่อยไหม?!"
สิ่งที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาคือ... รถบรรทุกเหมืองแร่ขนาดมหึมา!
แต่จุดเด่นมันไม่ได้อยู่ที่ตัวรถหรอกนะ... มันอยู่ที่ใต้ท้องรถต่างหาก!
รถบรรทุกคันนี้มีล้อแค่ 4 ล้อ
แต่ล้อแต่ละข้าง... สูงตั้งเกือบ 4 เมตร!
ลองกะระยะจากพื้นไปจนถึงหลังคากระบะท้ายรถดู... น่าจะสูงเป็นสิบเมตรได้เลยมั้ง!
ปาโก่วเดินไปยืนเทียบความสูงใกล้ๆ ล้อยักษ์นั่น กะขนาดดูแล้วก็หันไปหาเฉินเจียง "พี่เห็นป่ะ! ผมยังสูงไม่ถึงครึ่งนึงของล้อรถมันเลยพี่!"
จากนั้นเขาก็แหงนหน้ามองขึ้นไปที่ห้องโดยสาร ซึ่งอยู่สูงจากพื้นดินปาเข้าไปหกเจ็ดเมตร มุมปากของเขากระตุกยิกๆ "นี่ถ้าไม่มีวิชาตัวเบา คงปีนขึ้นไปถึงห้องโดยสารไม่ได้สินะพี่?"
ไอ้รถคันที่เห็นอยู่ตรงหน้านี้ มันคือรถบรรทุกถ่านหินขนาดยักษ์ที่ใช้กันเฉพาะในเหมืองแร่นี่แหละ
มันไม่ได้มีความสามารถพิเศษอะไรเลย นอกจากความสามารถเดียวคือ... ใหญ่!
ใหญ่โคตรๆ!
(จบแล้ว)