เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 60 - ไอ้เจ้านี่มันจะเวอร์เกินไปหน่อยไหม?

บทที่ 60 - ไอ้เจ้านี่มันจะเวอร์เกินไปหน่อยไหม?

บทที่ 60 - ไอ้เจ้านี่มันจะเวอร์เกินไปหน่อยไหม?


「ตัวเลือกอัปเกรด —— ปรับเปลี่ยนรูปร่าง!」

「เมื่อเปิดใช้งานการปรับเปลี่ยนรูปร่างของอาวุธชิ้นนี้ อาวุธจะเกิดอาการ 'ท้องร่วง' อย่างหนัก ส่งผลให้เปลวเพลิงที่พ่นออกมา กลายเป็นกรดในกระเพาะอาหารสีเหลืองทองแทน」

「กรดในกระเพาะอาหารไม่มีคุณสมบัติติดไฟ แต่มีฤทธิ์กัดกร่อนสูงมาก」

「คำเตือน: หากทำการเปลี่ยนรูปร่างไปแล้ว จะไม่สามารถยกเลิกหรือย้อนกลับได้」

"ทำไมปืนพ่นไฟถึงต้องท้องร่วง?"

เฉินเจียงจ้องหน้าต่างระบบตรงหน้าด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามเสียงเรียบ

"เอ่อ..."

ปาโก่วที่ชะโงกหน้ามาดูหน้าต่างระบบที่ลูกพี่แชร์ให้ ก็มีสีหน้ามึนตึ้บไม่แพ้กัน เขาตอบเสียงตะกุกตะกักว่า "เรื่องนี้... ผมก็ไม่รู้เหมือนกันพี่ แต่ขนาดปืนพ่นไฟมันยังดูดบุหรี่ได้เลย ผมว่าแค่ท้องร่วงก็... พอรับได้มั้งพี่"

"แต่ก็ยังดีนะ อย่างน้อยมันก็แค่ท้องเสียแล้วพ่นอ้วกเป็นกรดในกระเพาะ..."

"..."

เฉินเจียงหันขวับไปมองหน้าปาโก่วด้วยสายตาเรียบเฉย "พอเถอะ นายหยุดพูดเหอะ ฉันยังไม่ได้กินข้าวเลยนะ"

"อะแฮ่ม"

ปาโก่วกระแอมแก้เก้อ พยักหน้าหงึกๆ หลบสายตาลูกพี่แล้วมองไปทางอื่น "ถึงไอ้การที่ปืนพ่นไฟมันพ่นอ้วกออกมาเป็นกรดในกระเพาะเนี่ยมันจะหลุดโลกไปหน่อย แต่เอาจริงๆ มันอาจจะมีประโยชน์ก็ได้นะพี่ ใครจะไปรู้ล่ะ เกิดวันหน้าเราไปเจอพวกเผ่าพันธุ์หรือสัตว์กลายพันธุ์แปลกๆ ที่ต้องใช้ของเหลวที่มีฤทธิ์กัดกร่อนสูงๆ ถึงจะฆ่าตายได้ขึ้นมาล่ะ"

"เอาไว้ก่อนแล้วกัน"

เฉินเจียงส่ายหน้า เขาตัดสินใจไม่เปิดใช้งานการปรับเปลี่ยนรูปร่างในตอนนี้ เพราะสิ่งที่เขาต้องการตอนนี้คืออาวุธที่สามารถแผดเผาไอ้พวกเผ่าแมลงสุดแหวะพวกนั้นให้ไหม้เป็นจุณ ไม่ใช่อาวุธที่เอาไว้พ่นอ้วกใส่ศัตรู

จากนั้นเขาก็หันไปถามปาโก่วด้วยสีหน้าจริงจัง "ตอนนี้นายมีเศษไอเทมพังๆ เหลืออยู่อีกเท่าไหร่?"

"หนึ่งร้อยสามสิบสองชิ้นครับพี่"

"อืม"

เฉินเจียงพยักหน้ารับ ฝั่งเขามีเหลืออยู่ร้อยสี่สิบห้าชิ้น รวมกันแล้วก็เป็นสองร้อยเจ็ดสิบเจ็ดชิ้น

จำนวนเท่านี้น่าจะพออัปเกรดปืนพ่นไฟกระบอกนี้ไปได้ไกลระดับนึงเลย เพราะมันเป็นแค่ไอเทมระดับ 1 ดาว คงไม่เปลืองวัตถุดิบเท่าไหร่

ถ้าเป็นการอัปเกรดไอเทมระดับ 2 ดาว ในการอัปเกรดครั้งแรกของแต่ละตัวเลือก จะต้องใช้ไอเทม 1 ดาว 3 ชิ้น และการอัปเกรดครั้งต่อๆ ไป จะต้องใช้เพิ่มขึ้นครั้งละ 1 ชิ้น

แต่ถ้าเป็นการอัปเกรดไอเทมระดับ 1 ดาว การอัปเกรดครั้งแรกของแต่ละตัวเลือก จะใช้ไอเทม 1 ดาวแค่ 2 ชิ้นเท่านั้น ส่วนการอัปเกรดครั้งต่อๆ ไป ก็ใช้เพิ่มขึ้นครั้งละ 1 ชิ้นเหมือนเดิม

ในบรรดาตัวเลือกการอัปเกรดทั้ง 4 อย่างของปืนพ่นไฟเพลิงกัลป์ ได้แก่ ขนาดปากกระบอก, ระยะยิง, ความจุกระสุน, และแรงถีบกลับ...

เขาตั้งใจจะเทหน้าตักอัปเกรด 'ขนาดปากกระบอก' ไปก่อนแค่อย่างเดียว

ขอแค่ขนาดปากกระบอกมันกว้างพอ เขามั่นใจว่าแค่ฉีดอัดเข้าไปทีเดียว ก็ส่งไอ้ฝูงแมลงพวกนั้นไปคุยกับรากมะม่วงได้ยกฝูงแน่นอน

...

「ติ๊ง! ใช้ไอเทมระดับ 1 ดาว จำนวน 2 ชิ้น」

「ทำการอัปเกรด ขนาดปากกระบอก ของไอเทมระดับ 1 ดาว ปืนพ่นไฟเพลิงกัลป์ เป็น +1」

「ขนาดปากกระบอกได้รับการอัปเกรดจาก 6 ซม. เป็น 10 ซม.」

...

อัปเกรดครั้งเดียว ขนาดปากกระบอกกว้างขึ้นตั้ง 4 ซม. เลยเหรอเนี่ย?

ถือว่าไม่เลวเลย!

เฉินเจียงพยักหน้าอย่างพอใจ แล้วก็กดอัปเกรดรัวๆ โดยไม่ลังเล

...

「ติ๊ง! ใช้ไอเทมระดับ 1 ดาว จำนวน 3 ชิ้น」

「ทำการอัปเกรด ขนาดปากกระบอก ของไอเทมระดับ 1 ดาว ปืนพ่นไฟเพลิงกัลป์ เป็น +2」

「ขนาดปากกระบอกได้รับการอัปเกรดจาก 10 ซม. เป็น 14 ซม.」

「...」

「ติ๊ง! ใช้ไอเทมระดับ 1 ดาว จำนวน 21 ชิ้น」

「ทำการอัปเกรด ขนาดปากกระบอก ของไอเทมระดับ 1 ดาว ปืนพ่นไฟเพลิงกัลป์ เป็น +20」

「ขนาดปากกระบอกได้รับการอัปเกรดจาก 82 ซม. เป็น 86 ซม.」

"เยี่ยม"

เฉินเจียงมองดูเศษไอเทมพังๆ ที่กองอยู่ข้างตัวซึ่งร่อยหรอไปเยอะ แล้วหันไปมองปืนพ่นไฟในมือ... ที่ตอนนี้ขนาดปากกระบอกมันใหญ่เบ้อเริ่มเทิ่มจนสามารถยัดตัวปาโก่วเข้าไปได้ทั้งคน! ปืนพ่นไฟขนาดปากกระบอก 86 ซม.! ใหญ่ขนาดนี้ เอาไปทำลายล้างได้สบายๆ

การอัปเกรดครั้งนี้ ผลาญเศษไอเทมพังๆ ไปทั้งหมด 230 ชิ้น ตอนนี้พวกเขาก็เหลือวัตถุดิบติดตัวแค่ 47 ชิ้นเท่านั้น แทบจะเกลี้ยงสต็อกแล้ว

คงต้องหาทางไปโกยวัตถุดิบมาตุนไว้อีกสักรอบให้ได้

และการอัปเกรดขนาดปากกระบอกมาถึงระดับ +20 นี่ก็ถือว่ามาสุดทางแล้ว เพราะถ้าจะอัปเกรดให้เป็น +21 ระบบบังคับว่าจะต้องอัปเกรดตัวเลือกอื่นๆ ให้มีระดับตามมาให้ทันด้วย

ซึ่งแน่นอนว่า ตอนนี้เขาไม่มีเศษไอเทมพังๆ มากพอจะไปอัปเกรดอย่างอื่นแล้ว

"ไปกันเถอะ"

เฉินเจียงเหลือบมองไปด้านหลัง ทิศทางที่เมือง 18 หายวับไปจากสายตา "หาที่พักสายตากันก่อนดีกว่า"

เขาไม่ได้คิดจะกลับไปเปิดศึกกับเผ่าแมลงตอนนี้หรอก เหตุผลแรกคือ... ลำพังแค่ปืนพ่นไฟในมือ มันยังเอาไม่อยู่หรอกนะที่จะไปลุยกับแมลงนับแสนตัวแบบนั้น

เหตุผลที่สองคือ... พวกเขาไม่ได้นอนมานานมากแล้ว

ถึงแม้ประสบการณ์ในดินแดนรกร้างหลายเดือนที่ผ่านมา จะสอนให้พวกเขารู้จักวิธีรีดเร้นอะดรีนาลีนมาต่อกรกับความง่วงงุนในสมองได้อย่างชำนาญ

แต่ถ้าหากร่างกายขาดการพักผ่อนติดต่อกันเป็นเวลานานเกินไป...

มันอาจจะทำให้เกิดภาพหลอน หูแว่ว หรือหน้ามืดตาลายได้ ซึ่งอาการพวกนี้ ถ้าเกิดกำเริบขึ้นมาตอนกำลังสู้รบอยู่ล่ะก็... มีหวังได้ไปเฝ้ายมบาลแน่ๆ

ส่วนเรื่องเมือง 18... ยังไงซะเขาก็ต้องกลับไปจัดการให้เรียบร้อยอยู่ดี

ถึงเมือง 18 จะโดนหลุมยุบยักษ์กลืนหายไปแล้ว แต่ตอนที่เขาขับรถออกมา เขาหันไปดูแล้วเห็นว่า มีซากเมืองร้างอีกแห่งที่อยู่ไกลออกไป ซึ่งมันไม่ได้โดนผลกระทบจากหลุมยุบนั้น

ในซากเมืองร้างนั่น มีเศษไอเทมพังๆ ที่เขาต้องการอยู่เพียบ

แต่ตอนนี้... ขอหาที่งีบก่อนก็แล้วกัน

ไม่นานนัก

รถหุ้มเกราะก็แล่นมาถึงซากเหมืองร้างแห่งหนึ่ง ที่นี่ยังไม่โดนฝูงเผ่าแมลงยึดครอง และอยู่ห่างจากเมือง 18 พอสมควร

พวกเขาเคยผ่านมาแถวนี้แล้ว แต่ไม่ได้เข้าไปข้างใน เพราะตอนนั้นมีผู้เล่นเผ่ามนุษย์กลุ่มหนึ่งยึดเป็นฐานที่มั่นอยู่

และในดินแดนรกร้างแห่งนี้... การเข้าไปผูกมิตรกับคนแปลกหน้า ไม่ใช่ความคิดที่ฉลาดนักหรอก

ตอนนั้น พวกเขาก็เลยเลือกที่จะขับเลี่ยงไปทางอื่น

แต่นอนนี้ที่นี่ไม่มีใครอยู่แล้ว เพราะคนกลุ่มนั้นเพิ่งจะยกขบวนกันเข้าไปในเมือง 18 หมดแล้ว ส่วนชะตากรรมของพวกเขาตอนนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง... ก็คงตอบยาก ได้แต่ภาวนาให้พระเจ้าคุ้มครองพวกเขาก็แล้วกัน

ดูจากสภาพแล้ว ซากเหมืองร้างตรงหน้านี้น่าจะเป็นเหมืองถ่านหินเก่า

"จึ๊ ไม่น่าเชื่อเลยนะ ระดับเทคโนโลยีล้ำยุคอย่างเมือง 18 ดันยังต้องมานั่งขุดถ่านหินอยู่อีกเหรอเนี่ย?" ปาโก่วกวาดสายตามองไปรอบๆ พลางเดาะลิ้นด้วยความแปลกใจ

ก็แหงล่ะ ในเมื่อก้อนพลังงานและแม็กกาซีนพลังงานของเมือง 18 มันใช้ดีและทรงพลังขนาดนั้น ถ้าเทียบกันแล้ว ถ่านหินมันก็แค่ของเล่นกิ๊กก๊อกเท่านั้นแหละ

"นี่แหละเหตุผลที่ว่าทำไมที่นี่ถึงกลายเป็นเหมืองร้างยังไงล่ะ"

เฉินเจียงตอบกลับเรียบๆ สายตายังสอดส่องไปรอบๆ "ไปดูกันเถอะ ว่าพอจะมีที่ให้ซุกหัวนอนได้บ้างไหม"

"ได้เลยพี่"

ถึงแม้ทั้งสองคนจะพูดคุยกันด้วยท่าทีสบายๆ แต่ในมือก็กระชับปืนไว้แน่น สายตากวาดมองทุกซอกทุกมุมที่ดูน่าสงสัยอย่างระแวดระวัง ไม่มีใครรับประกันได้หรอกว่า จะไม่มีผู้เล่นเผ่ามนุษย์คนไหนแอบซุ่มรอจังหวะเสียบพวกเขาจากมุมมืด

ในดินแดนรกร้าง เรื่องที่เจอบ่อยที่สุดก็คือ ผู้เล่นที่ตายเพราะโดนลอบกัดจากมุมมืดนี่แหละ

ตอนนั้นเอง—

สายตาของทั้งคู่ก็ปะทะเข้ากับ... รถคันหนึ่ง!

"แม่ร่วง!"

ปาโก่วชะงักกึก อุทานออกมาด้วยความตกตะลึง "ไอ้เจ้านี่มันจะเวอร์เกินไปหน่อยไหม?!"

สิ่งที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาคือ... รถบรรทุกเหมืองแร่ขนาดมหึมา!

แต่จุดเด่นมันไม่ได้อยู่ที่ตัวรถหรอกนะ... มันอยู่ที่ใต้ท้องรถต่างหาก!

รถบรรทุกคันนี้มีล้อแค่ 4 ล้อ

แต่ล้อแต่ละข้าง... สูงตั้งเกือบ 4 เมตร!

ลองกะระยะจากพื้นไปจนถึงหลังคากระบะท้ายรถดู... น่าจะสูงเป็นสิบเมตรได้เลยมั้ง!

ปาโก่วเดินไปยืนเทียบความสูงใกล้ๆ ล้อยักษ์นั่น กะขนาดดูแล้วก็หันไปหาเฉินเจียง "พี่เห็นป่ะ! ผมยังสูงไม่ถึงครึ่งนึงของล้อรถมันเลยพี่!"

จากนั้นเขาก็แหงนหน้ามองขึ้นไปที่ห้องโดยสาร ซึ่งอยู่สูงจากพื้นดินปาเข้าไปหกเจ็ดเมตร มุมปากของเขากระตุกยิกๆ "นี่ถ้าไม่มีวิชาตัวเบา คงปีนขึ้นไปถึงห้องโดยสารไม่ได้สินะพี่?"

ไอ้รถคันที่เห็นอยู่ตรงหน้านี้ มันคือรถบรรทุกถ่านหินขนาดยักษ์ที่ใช้กันเฉพาะในเหมืองแร่นี่แหละ

มันไม่ได้มีความสามารถพิเศษอะไรเลย นอกจากความสามารถเดียวคือ... ใหญ่!

ใหญ่โคตรๆ!

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 60 - ไอ้เจ้านี่มันจะเวอร์เกินไปหน่อยไหม?

คัดลอกลิงก์แล้ว