เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 - วิธีลอบสังหารแบบนี้ เพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรก

บทที่ 3 - วิธีลอบสังหารแบบนี้ เพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรก

บทที่ 3 - วิธีลอบสังหารแบบนี้ เพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรก


เฉินเจียงสะบัดหัวไล่ความมึนงงเพื่อให้สติกลับคืนมา แล้วรีบกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว

ดูเหมือนจะเป็นโกดังร้าง

พื้นรอบๆ มีฝุ่นหนาเตอะปกคลุมอยู่ มองเห็นรอยเท้าสะเปะสะปะมากมายได้อย่างชัดเจน น่าจะมีคนจำนวนไม่น้อยเพิ่งเดินผ่านโกดังนี้ไปเมื่อไม่นานมานี้

ดูทรงแล้วพวกนี้คงขี้เกียจน่าดู ขนาดทำความสะอาดยังไม่คิดจะทำ

"ที่นี่ที่ไหนเนี่ย?"

ปาโก่วกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว เมื่อแน่ใจว่าไม่มีอันตรายใดๆ แล้ว จึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก "พรสวรรค์นี่มหัศจรรย์เป็นบ้า ไม่คิดเลยว่าจะใช้แบบนี้ได้จริงๆ"

มาอยู่โลกนี้ได้สามเดือนแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ใช้พรสวรรค์ของตัวเอง ก็แหม เมื่อก่อนมีก้อนพลังงานให้ล้างผลาญเล่นเยอะขนาดนี้ที่ไหนล่ะ

ยิ่งไปกว่านั้น ก้อนพลังงานของพรรค์นี้ก็เป็นของควบคุมอย่างเข้มงวดอยู่แล้วด้วย

"ไม่รู้สิ"

เฉินเจียงส่ายหน้า ตอบอย่างเร่งรีบ "แต่รอยเท้าที่นี่เยอะมาก แถมยังดูใหม่ๆ อยู่เลย น่าจะเป็นโกดังที่มีเจ้าของ รีบหนีไปให้ไกลที่สุดจะดีกว่า ในโลกแบบนี้ พวกที่สามารถยึดครองโกดังใหญ่ขนาดนี้ได้ คงไม่ใช่พวกนักบุญแน่ๆ"

จากนั้นเขาก็กวาดสายตามองไปรอบๆ เพื่อมองหาประตูใหญ่ของโกดัง

ต้องรีบออกไปที่ถนนให้เร็วที่สุด ปล้นรถสักคัน แล้วหนีออกจากเมือง 18 ไปให้ไว ถึงจะถือว่าปลอดภัยจริงๆ

ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมถึงไม่ปล้นรถที่หน้าร้านไอเทมนั่นเลย

ก็เป็นเพราะระบบคอมพิวเตอร์ออนบอร์ดของรถทุกคันในเมือง 18 เชื่อมต่อกับสถานีบังคับใช้กฎหมาย และรถทุกคันที่ออกมาจากโรงงาน ทางสถานีก็แอบเจาะระบบทำช่องโหว่ระดับสูงสุดทิ้งเอาไว้หมดแล้ว

พูดง่ายๆ ก็คือ ถ้าพวกเขาปล้นรถแล้วหนีไปต่อหน้าต่อตาสถานีบังคับใช้กฎหมาย พวกนั้นก็แค่ใช้สิทธิ์ระดับสูงสุดสั่งดับเครื่องรถได้ง่ายๆ แล้วพวกเขาก็ต้องนอนรอความตายอยู่ตรงนั้นแหละ

นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมพวกเขาถึงต้องรอให้รถของหมาจื่อมารับ รถออฟโรดหุ้มเกราะของหมาจื่อเป็นรถดัดแปลงเถื่อน ไม่มีช่องโหว่ที่สถานีบังคับใช้กฎหมายทิ้งไว้

และเหตุผลที่ปาโก่วรู้สึกเสียดายก้อนพลังงานก้อนนั้นนักหนา ก็เพราะพวกเขาอยากมีรถที่ประกอบขึ้นเองมาตลอดน่ะสิ แบบนั้นจะทำงานสะดวกขึ้นเยอะ แถมยังเขี่ยหมาจื่อทิ้งไปได้เลย กวาดของที่ปล้นมาได้ไว้คนเดียว ไม่ต้องไปแบ่งให้หมาจื่อที่แทบไม่ต้องรับความเสี่ยงอะไรเลยไปฟรีๆ ตั้งครึ่งนึง

แต่ถ้าพวกเขาลงมือได้เด็ดขาดพอ ปล้นรถมาได้ก่อนที่สถานีบังคับใช้กฎหมายจะรู้ตัว ก็สามารถขับหนีไปได้สบายๆ ขอแค่ไม่โดนเพ่งเล็งก็ไม่มีปัญหา

ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะจากไปนั้นเอง

จู่ๆ สปอตไลท์หลายดวงบนเพดานโกดังก็สาดแสงลงมา ส่องสว่างโกดังที่เดิมทีเคยมืดสลัวให้สว่างเจิดจ้าราวกับตอนกลางวันในชั่วพริบตา

พวกเขาสามารถมองเห็นแม้กระทั่งฝุ่นละอองเล็กๆ ที่ปลิวว่อนอยู่ในลำแสงได้อย่างชัดเจน

"แปะ แปะ แปะ!"

ชายวัยกลางคนในชุดสูทสวมหมวกทรงกลมใบเล็ก เดินปรบมือเข้ามาอย่างมาดมั่น ท่ามกลางลูกน้องที่ถือปืนไรเฟิลขนาบข้าง เขาหยุดยืนห่างจากเฉินเจียงไม่ถึงห้าเมตร มองเฉินเจียงด้วยสายตาชื่นชม แล้วเอ่ยปากขึ้น

"พวกคุณ น่าจะเป็นคนของกลุ่มผู้สัญจรยามราตรีสินะ"

"ได้ยินชื่อเสียงของกลุ่มผู้สัญจรยามราตรีมานานแล้วว่า ไปมาไร้ร่องรอย คนธรรมดาไม่มีทางหาตัวเจอ บนโลกนี้ไม่มีที่ไหนที่พวกคุณเข้าไปไม่ได้ วันนี้ได้พบตัวจริง สมคำร่ำลือจริงๆ"

"โกดังแห่งนี้ของแก๊งหมาป่าเยือกเย็น ด้านนอกมีคนเฝ้าเวรยามอย่างแน่นหนาตั้งสามสิบกว่าคน พวกคุณยังสามารถลอบเข้ามาได้อย่างเงียบเชียบโดยไม่ทำให้ใครตื่นตัวได้เลย"

"ดี ดีมาก!"

ชายวัยกลางคนหน้าเหลี่ยมคนนี้เอ่ยชมเชยยกใหญ่ ก่อนจะส่งเสียงกระแอมเบาๆ แล้วปรบมือ ลูกน้องที่อยู่ด้านข้างก็ประคองบัตรเครดิตสีดำใบเล็กๆ ด้วยสองมือ ก้าวมาข้างหน้าหนึ่งก้าว

"นี่คือบัตรเครดิตที่ไม่ได้ตั้งรหัสป้องกันใดๆ ข้างในมีเงินอยู่ 1,000,000 พอยต์เครดิต เป็นราคาที่เราตกลงกันไว้"

"ในเมื่อพวกคุณมาแล้ว บัตรใบนี้ก็ยกให้พวกคุณ"

"ทำตามกฎของกลุ่มผู้สัญจรยามราตรี รับเงินก่อน ค่อยทำงาน"

"ภายในสามวัน ฉันต้องเห็นหัวของตาแก่นั่น มีปัญหาอะไรไหม?"

มาถึงตอนนี้ ปาโก่วยืนอึ้งแดกไปเรียบร้อยแล้ว นี่พวกเขาทะลุมิติหลงเข้ามาในสถานที่เจรจาซื้อขายของแก๊งมาเฟียหรือเปล่าเนี่ย แล้วไอ้ที่บอกว่าต้องเห็นหัวภายในสามวันมันคืออะไรวะ?

พวกตูไม่ใช่นักฆ่าเฟ้ย จำคนผิดแล้วพี่ชาย!

แต่ถ้าตอนนี้ขืนบอกไปว่าแค่ผ่านมาเฉยๆ ไม่มีเจตนาอื่น พวกคุณหาคนผิดแล้ว ขอตัวลาก่อน ไอ้พวกนี้มันจะเชื่อไหมล่ะ?

แล้วถ้าเชื่อ พวกมันจะยอมปล่อยให้พวกเขาเดินออกไปง่ายๆ หรือไง?

มุมปากของเฉินเจียงกระตุกเล็กน้อย จ้องมองแขกที่ไม่ได้รับเชิญที่จู่ๆ ก็โผล่มายัดเงินหนึ่งล้านพอยต์เครดิตใส่มือ เขาแข็งใจตอบกลับไปว่า "คน..."

เขาตั้งใจจะถ่วงเวลาดูก่อน เพื่อประเมินสถานการณ์

ก็แหงล่ะ เขาไม่ใช่นักฆ่าจากไอ้กลุ่มผู้สัญจรยามราตรีสับปะรังเคอะไรนั่นซะหน่อย ว่าแต่ชื่อกลุ่มนี่มันตั้งได้เห่ยชะมัด หยั่งกะพวกปัญญาอ่อน

แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้พูดอะไรต่อ

ก็เห็นชายวัยกลางคนที่เป็นหัวหน้าแก๊งคนนั้น มองไปที่ป้อมปืนกลหมุนอัตโนมัติดาบเหล็กกล้าที่ปาโก่วแบกอยู่บนบ่าแล้วชะงักไปนิดนึง ก่อนจะหัวเราะร่วนออกมา "ดูท่าฉันจะตาถั่วซะแล้ว ตอนแรกนึกว่าวิธีลอบสังหารของพวกคุณ จะเป็นแนวใส่ชุดดำพรางตัวใช้มีดใช้ดาบแบบโบราณๆ ซะอีก"

"ไม่นึกเลยว่า วิธีการลอบสังหารของพวกคุณ จะเป็นการแบกป้อมปืนกลหมุนอัตโนมัติมาด้วย"

"วิธีลอบสังหารแบบนี้ เพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรกจริงๆ"

"ก็จริงนะ ใช้ป้อมปืนกลหมุนอัตโนมัติแบบนี้ คงเอาหัวกลับมาไม่ได้หรอก ดีไม่ดีอาจจะไม่เหลือแม้แต่ซากศพด้วยซ้ำ"

"สมแล้วที่เป็นคนของกลุ่มผู้สัญจรยามราตรี"

"นับว่าเป็นการเปิดมิติใหม่ของการลอบสังหารจริงๆ"

"ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่ต้องเอาหัวมันกลับมาหรอก แค่เอาคลิปวิดีโอตอนไอ้แก่หมาตายคาที่มาให้ฉันดูก็พอ ฉันแค่อยากมั่นใจว่าไอ้แก่หมานั่นมันตายชัวร์ๆ แค่นี้ทำได้ไหม?"

"..."

มุมปากของเฉินเจียงกระตุกอีกครั้ง เขาลอบชำเลืองมองป้อมปืนกลหมุนอัตโนมัติดาบเหล็กกล้าที่ปาโก่วแบกอยู่บนบ่าอย่างไม่ตั้งใจ อยู่ๆ ก็ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาพูดดี

ไอ้หมอนี่ตรงหน้าปักใจเชื่อไปแล้วว่าพวกเขาคือคนของกลุ่มผู้สัญจรยามราตรี

รู้สึกตะหงิดๆ ว่างานนี้ ท่าทางจะเหยียบตาปลาเข้าหลายตาเลยแฮะ

เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เตรียมจะเล่นละครตามน้ำไปให้เนียนๆ ในเมื่อดูเหมือนว่าไอ้หมอนี่จะไม่เคยเห็นหน้าตาที่แท้จริงของพวกผู้สัญจรยามราตรี งั้นก็น่าจะหลอกให้เชื่อได้อยู่

จากนั้นเขาก็ตีหน้าขรึม เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "ภายในสามวัน แกจะได้เห็นในสิ่งที่อยากเห็น"

"ดี คุยง่ายดี!"

ชายวัยกลางคนคนนี้ก็ไม่ใช่คนชอบเยิ่นเย้อ เขาโบกมือสั่งให้ลูกน้องเอาบัตรเครดิตที่ไม่มีการลงทะเบียนชื่อซึ่งมีเงินหนึ่งล้านพอยต์เครดิตอยู่ข้างใน พร้อมกับเมมโมรีการ์ดขนาดเท่าเล็บมือไปยื่นให้เฉินเจียง

"ในเมมฯ นี้ มีข้อมูลทุกอย่างของเป้าหมายที่จะต้องสังหารในครั้งนี้ รวมถึงหน้าตาและสถานที่ที่มันไปบ่อยๆ ด้วย"

ส่วนเฉินเจียงก็ตีหน้าขรึมรับบัตรเครดิตนิรนามกับเมมโมรีการ์ดมา วางมาดนิ่งขรึมพยักหน้าเบาๆ ไม่พูดอะไรต่อ หันหลังเดินออกจากโกดังไปทันที

เมื่อพ้นจากสายตาของคนพวกนั้นแล้ว

เฉินเจียงกับปาโก่วก็มองหน้ากัน ความหวาดเสียวแล่นปราดเข้าเกาะกุมหัวใจ แต่พวกเขาก็ไม่กล้าชักช้า รีบโบกรถคันหนึ่งที่วิ่งผ่านมา ยิงคนในรถจนสลบแล้วยัดใส่ท้ายรถ

จากนั้นทั้งสองก็ขึ้นไปขับรถ เหยียบคันเร่งมิดไมล์พุ่งทะยานออกนอกเมืองไปทันที

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 3 - วิธีลอบสังหารแบบนี้ เพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรก

คัดลอกลิงก์แล้ว