- หน้าแรก
- โลกทั้งใบกลายเป็นเกมออนไลน์ ที่กฎการเล่นเปลี่ยนไปทุกเดือน
- บทที่ 24 - "ฉันชื่อ...เถี่ยชุย นายเรียกฉันว่าชุยจื่อก็ได้"
บทที่ 24 - "ฉันชื่อ...เถี่ยชุย นายเรียกฉันว่าชุยจื่อก็ได้"
บทที่ 24 - "ฉันชื่อ...เถี่ยชุย นายเรียกฉันว่าชุยจื่อก็ได้"
ตอนนั้นเองหลาวทู่ก็เพิ่งจะนึกขึ้นได้
เขาลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ดวงตาทอประกายความตื่นเต้นอย่างบ้าคลั่ง หันขวับไปมองมอนสเตอร์ที่ถาโถมมาราวกับคลื่น พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือด้วยความตื่นเต้น
"พี่อี้"
"ก็แปลว่าถ้าเราหาตัวแม่ขั้นสุดยอดของมอนสเตอร์พวกนี้เจอ เราก็ใช้ปืนนัดเดียวฆ่ามอนสเตอร์ทั้งหมดในกิจกรรมระดับโลกครั้งนี้ได้เลยน่ะสิ?"
"จะได้รางวัลมหาศาลขนาดไหนเนี่ย?"
"ต่อไปดาวดวงนี้คงต้องเปลี่ยนมาใช้นามสกุลเฉินแล้วมั้ง?"
"ในทางทฤษฎีมันก็เป็นแบบนั้นแหละ"
เฉินอี้จ้องเขม็งไปที่ตัวแม่เผ่าแมลงที่ตัวใหญ่กว่ามอนสเตอร์ตัวอื่นเป็นเท่าตัว "แต่ตัวแม่ตัวนี้เป็นแค่จักรพรรดินีเผ่าแมลงระดับหนึ่ง ควบคุมมอนสเตอร์เผ่าแมลงไว้แค่หมื่นตัวเท่านั้น"
"ส่วนตัวที่ควบคุมมอนสเตอร์เผ่าแมลงทั้งโลกน่ะ คือจักรพรรดินีเผ่าแมลงระดับเก้า"
"แต่ไม่ต้องพูดถึงระดับเก้าหรอก แค่ระดับสอง เราจะหาให้เจอท่ามกลางคลื่นแมลงที่แน่นขนัดขนาดนี้ก็ยากแล้ว"
ถ้าหาเจอ จะฆ่าได้ไหม?
ได้สิ
ปืนซุ่มยิงของเขา ทำดาเมจเป็นเปอร์เซ็นต์แบบความเสียหายจริง
ต่อให้แกจะเป็นจักรพรรดินีเผ่าแมลงระดับหนึ่ง หรือระดับเก้าก็เถอะ
ขอแค่โดนกระสุนของเขาเข้าไป 33 นัด ต่อให้เป็นเง็กเซียนฮ่องเต้เสด็จมา ก็จะฆ่าให้ดู
ต่อให้เป็นเทพลงมาจุติ ขอแค่กล้าโชว์หลอดเลือดล่ะก็ จะตบหน้าสั่งสอนให้ดูเลย
แต่ถ้าจักรพรรดินีเผ่าแมลงระดับเก้ามาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าเขาจริงๆ เขาจะกล้ายิงไหม?
ไม่กล้าแหงๆ!
เขาแค่มีสกิลทำดาเมจเจาะเกราะได้ ไม่ได้แปลว่าเขามีพลังป้องกันไร้เทียมทานซะหน่อย บอสระดับนั้น แค่ถลึงตาใส่เขาทีเดียว เขาก็คงม่องเท่งแล้วมั้ง
เพราะงั้นเขาเลยยังไม่บ้าพอ ที่จะไปตามหาจักรพรรดินีเผ่าแมลงระดับเก้าเพื่อวัดดูว่าใครจะดวงแข็งกว่ากัน
ยิ่งไปกว่านั้นโลกก็กว้างใหญ่ขนาดนี้
ผีที่ไหนจะไปรู้ล่ะว่าไอ้จักรพรรดินีเผ่าแมลงระดับเก้านั่น มันไปหลบซ่อนอยู่ซอกหลืบไหน?
และในเวลานี้
กระดานจัดอันดับเมืองเหยียนเฉิงที่ลอยเด่นอยู่เหนือหัว อันดับหนึ่งก็มีคะแนนสังหารพุ่งไปเกือบ 237 แต้มแล้ว!
ฆ่ามอนสเตอร์เผ่าแมลง 1 ตัว จะได้คะแนนสังหาร 1 แต้ม
การที่สามารถฆ่ามอนสเตอร์ได้มากมายขนาดนี้ในเวลาอันสั้น คงต้องเป็นคนที่เก่งกาจระดับหนึ่งคนต้านหมื่นคนแล้วแน่ๆ
ในขณะที่เฉินอี้กำลังครุ่นคิดอยู่นั้นเอง
"ครืนนนน!!!"
เสียงคำรามของเครื่องยนต์ก็ดังกระหึ่มใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนมาดังอยู่ข้างหูพวกเขา
เมื่อหันไปมอง ก็เห็นเฮลิคอปเตอร์ที่ถูกปลดอาวุธออก ค่อยๆ ร่อนลงจอดบนดาดฟ้าตึกของพวกเขา
ชายวัยกลางคนในชุดเครื่องแบบทหาร ใบหน้าเคร่งขรึมกระโดดลงมาจากที่นั่งข้างคนขับ เขาเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเฉินอี้ ทำความเคารพหนึ่งครั้ง แล้วจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
"ผมชื่อ หลี่กั่ว"
"ที่มาในครั้งนี้ เพราะมีภารกิจพิเศษอยากให้คุณเข้าร่วม"
"พวกเราใช้ดาวเทียมตรวจสอบ พบว่าด้านนอกคลื่นแมลงของเมืองเหยียนเฉิง มีมอนสเตอร์เผ่าแมลงรูปร่างใหญ่โตมโหฬารอยู่ตัวหนึ่ง พวกเราสันนิษฐานว่าตัวแม่ตัวนี้น่าจะเป็นหัวโจกของมอนสเตอร์ตัวอื่นๆ"
"ถ้าเราสามารถฆ่ามันได้"
"มอนสเตอร์พวกนั้นก็อาจจะขาดคนควบคุม และแตกพ่ายหนีไปกระจัดกระจาย ซึ่งจะทำให้เมืองเหยียนเฉิงรอดพ้นวิกฤตนี้ไปได้อย่างปลอดภัย"
"ผลงานของคุณในกิจกรรมคิวปิด พวกเราเห็นหมดแล้ว คุณมีไอเทมปืนที่สามารถทำดาเมจเป็นเปอร์เซ็นต์ได้ ตอนนี้จึงอยากเชิญชวนคุณให้มาร่วม 'ปฏิบัติการเด็ดหัว' กับพวกเรา"
"แน่นอน—"
เมื่อเห็นเฉินอี้เงียบ ชายวัยกลางคนก็หยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ "ถ้าคุณไม่ยินดีที่จะออกรบ จะให้เราขอยืมไอเทมในมือคุณชั่วคราวก็ได้"
"และเมื่อเรากลับมาอย่างปลอดภัย จะนำมันมาคืน พร้อมมอบค่าตอบแทนอย่างงามให้กับคุณ"
เฉินอี้ขมวดคิ้วเล็กน้อย เงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะชี้ไปที่ตัวแม่ในคลื่นแมลงที่เขาจ้องมองมาตลอด "พวกคุณหมายถึงไอ้ตัวนี้เหรอ?"
"ไม่ใช่ ตัวใหญ่กว่านี้อีก"
"ใหญ่กว่านี้อีก? ถ้างั้นก็ต้องเป็นจักรพรรดินีเผ่าแมลงระดับสองเป็นอย่างน้อยน่ะสิ?"
เฉินอี้เลียริมฝีปากที่แห้งผาก หรี่ตาลง แล้วเริ่มคิดคำนวณในใจอย่างเงียบๆ
จักรพรรดินีเผ่าแมลงระดับสอง 1 ตัว สามารถควบคุมระดับหนึ่งได้ 100 ตัว
จักรพรรดินีเผ่าแมลงระดับหนึ่ง 1 ตัว สามารถควบคุมมอนสเตอร์เผ่าแมลงได้ 10,000 ตัว
นั่นก็แปลว่า ถ้าฆ่ามอนสเตอร์เผ่าแมลงระดับสองได้ 1 ตัว ก็เท่ากับฆ่ามอนสเตอร์เผ่าแมลงไป 1,000,000 ตัวเลยทีเดียว
แม้จะดูเสี่ยงไปหน่อย
แต่ผลตอบแทนมันล่อตาล่อใจซะเหลือเกิน
เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ ตบไหล่หลาวทู่เบาๆ "งานนี้ฉันจะไปคนเดียว นายไม่ต้องไปหรอก พลังของนายตามไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร"
"ได้ไงล่ะ!"
หลาวทู่รีบโวยวายทันที สีหน้าร้อนรนพูดรัวๆ ว่า "พี่อี้ พวกเราเป็นทีมเดียวกันนะ พี่จะทิ้งฉันไว้ได้ไง?"
"ไม่มีพี่ ฉันรู้สึกไม่ปลอดภัยเลยนะเว้ย"
"เชื่อฉันเถอะ"
เฉินอี้ส่ายหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะโน้มตัวไปกระซิบข้างหูหลาวทู่เบาๆ "รออยู่ที่นี่ เดี๋ยวค่อยมารับฉัน เข้าใจมั้ย?"
หลาวทู่อึ้งไปชั่วขณะ สัญชาตญาณเกือบจะหันไปมองชายวัยกลางคนในชุดเครื่องแบบที่ยืนอยู่ข้างๆ แต่เขาก็ชะงักไว้ได้ทัน หยุดคิดไปครู่หนึ่งก่อนจะเค้นเสียงแหบพร่าออกมา
"เข้าใจแล้ว"
"พี่อี้วางใจเถอะ มีฉันอยู่ทั้งคน ไม่มีปัญหาแน่นอน"
"อืม เข้าใจก็ดีแล้ว"
เฉินอี้ตบไหล่หลาวทู่ โดยไม่พูดอะไรอีก เขาเดินตามชายวัยกลางคนขึ้นไปนั่งบนเฮลิคอปเตอร์
อาวุธปืนใช้ไม่ได้แล้วก็จริง
แต่ยานพาหนะที่ปลดอาวุธออกแล้ว อย่างเช่นรถถัง หรือเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธ ก็ยังใช้งานได้ตามปกติ แค่มันไม่มีพลังโจมตีแล้วเท่านั้นเอง
และในเวลานี้ ภายในห้องโดยสารของเฮลิคอปเตอร์ นอกจากเขาแล้วก็ยังมีคนนั่งอยู่อีกสองคน
คนหนึ่งเป็นชายร่างยักษ์กล้ามโตยังกับตึก
อีกคนเป็นสาวน้อยโลลิที่สูงไม่ถึงเมตรครึ่ง
เพียงแต่เธอไม่ได้ใส่ชุดสไตล์โลลิอะไรแบบนั้น ท่อนบนใส่เสื้อครอปแขนสั้นเปิดสะดือสีดำ ส่วนท่อนล่างเป็นกางเกงขาสั้นรัดรูป
รูปร่างจัดว่าใช้ได้เลย
ดูสะดุดตาเป็นพิเศษ
กระทั่งเฉินอี้เองก็ยังเผลอมองไปหลายตา
"มองอะไร?"
ราวกับสัมผัสได้ถึงสายตาของเฉินอี้ สาวน้อยโลลิค่อยๆ ลืมตาขึ้น เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาและกังวานใส "เห็นโลลิไม่ใส่ชุดโลลิแล้วแปลกใจมากเหรอไง?"
"ต้องเป็นตาลุงแก่ตัณหากลับแบบไหนกัน ถึงจะชอบของพรรค์อย่างชุดโลลิน่ะ?"
"นี่มันอคติชัดๆ!"
และในตอนนั้นเอง—
"แฮะๆ"
ชายร่างยักษ์ดั่งตึกระฟ้าที่นั่งอยู่ในเฮลิคอปเตอร์ กล้ามเนื้อบนตัวแน่นเปรี๊ยะจนแทบจะปริแตกออกมา มุมปากพยายามบิดเป็นรอยยิ้มที่เป็นมิตร ก่อนจะตะโกนเสียงดังอย่างตะกุกตะกัก
"เธอ... น้องสาวฉัน น่ารักใช่มั้ยล่ะ"
"ฉันชื่อ... เถี่ยชุย (ค้อนเหล็ก) นายเรียกฉันว่า ชุยจื่อ (ไอ้ค้อน) ก็ได้"
เฉินอี้ขมวดคิ้วไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่หยิบหูฟังตัดเสียงรบกวนขึ้นมาสวม สีหน้าของชายร่างยักษ์ตรงหน้าดูไม่ค่อยปกติเท่าไหร่ เวลาพูดหัวก็สั่นกระตุกจนควบคุมไม่ได้
ตอนนี้เฮลิคอปเตอร์บินขึ้นสู่ท้องฟ้าแล้ว
เสียงใบพัดดังสนั่นอื้ออึงอยู่ข้างหูพวกเขา
เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะล้วงบุหรี่มวนหนึ่งออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นให้ชายร่างยักษ์
แววตาของชายร่างยักษ์เป็นประกายขึ้นมาทันที ขณะที่เขากำลังจะเอื้อมมือทั้งสองข้างไปรับบุหรี่ ก็ถูกสาวน้อยโลลิข้างๆ ปัดมือออก
"ห้ามรับนะ!"
"ฉันไม่ชอบให้พี่สูบบุหรี่!"
ชุยจื่อเห็นดังนั้น ก็มีท่าทีร้อนรน รีบคว้าตัวน้องสาวโลลิไว้ ก่อนจะพูดรัวอย่างตะกุกตะกักด้วยใบหน้าร้อนรน
"เธอ... เธอจะไปรู้อะไร?"
"นี่มัน... ธรรมเนียมปฏิบัติขั้นสูงสุดของลูกผู้ชายเลยนะ พี่น้องคนนี้... เห็นหัวฉันถึงได้แบ่งบุหรี่ให้"
"เอามาให้ฉันเร็ว"
เฉินอี้เห็นดังนั้น ก็เบือนหน้าไปมองนอกหน้าต่างด้วยสีหน้าซับซ้อนโดยไม่ได้พูดอะไร ชายร่างยักษ์ตรงหน้านี้มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นผู้ป่วยโรคสมองพิการ สติปัญญาน่าจะหยุดอยู่แค่ตอนเด็ก แถมร่างกายก็ยังทำงานไม่สัมพันธ์กันอีก
คนแบบนี้ ก่อนที่เกมจะจุติลงมา อย่าว่าแต่ถูกรังแกเลย แค่ถูกคนมองเหยียดในชีวิตประจำวันก็เป็นเรื่องปกติเกินกว่าปกติเสียอีก
แต่หลังจากเกมจุติลงมาเท่านั้น
ไม่รู้ว่าเขาไปใช้วิธีไหน ถึงได้รับสกิลที่ค่อนข้างทรงพลังมาครอบครอง ถึงได้ถูกจับตามองและถูกดึงตัวมาร่วมปฏิบัติการเด็ดหัวในครั้งนี้
(จบแล้ว)