- หน้าแรก
- เกิดใหม่ในโลกพ่อมดพร้อมระบบสายเปย์สุดโกง
- บทที่ 28 ความลับ
บทที่ 28 ความลับ
บทที่ 28 ความลับ
บทที่ 28 ความลับ
ก่อนเข้าไปในถ้ำ ฟีลิน่ายกมือขึ้นขวางกาลอเรียกับหลี่ซือเจ๋อไว้ สีหน้าเคร่งเครียด
"ระวังตัวด้วยนะ"
"ข้างในนี้ยังมีสิ่งมีชีวิตอันเดดอยู่อีกเพียบ กลิ่นอายน่าจะระดับอัศวิน ดูจากความชื้นในอากาศกับกลิ่นเหม็นเน่าพวกนี้ ฉันเดาว่าน่าจะเป็นซอมบี้"
"ซอมบี้มีพละกำลังพื้นฐานเกิน 3.0 อึดทนทานต่อการโจมตีได้ดี พลังโจมตีก็เกือบๆ 3 มีแค่ความคล่องตัวที่ค่อนข้างต่ำ แต่พวกมันปล่อยพิษโรคระบาดกับพิษซอมบี้รอบตัวได้"
"พวกเธอสองคนเป็นสายโจมตีระยะประชิด คงไม่ค่อยเหมาะที่จะเข้าไปสู้ ให้โครงกระดูกของฉันทะยอยเข้าไปลากพวกมันออกมาทีละตัวดีกว่า"
หลี่ซือเจ๋อยังไม่เท่าไหร่ แต่กาลอเรียรู้สึกหน้าชาไปเลย เธอแอบคิดในใจ
ฉันเป็นถึงรองสารวัตรตำรวจเชียวนะ อุตส่าห์มาช่วยแท้ๆ สุดท้ายกลับได้แค่ยืนดูเฉยๆ งั้นเหรอ
โคตรน่าอายเลย
โชคดีที่ซอมบี้ในเหมืองมีแค่สามสิบหกตัว แต่ทั้งสามคนก็ต้องใช้เวลาเกือบชั่วโมงในการไล่จับและทำสัญญากับพวกมัน โครงกระดูกเปราะบางอีกสิบสองตัวก็โดนทุบจนไฟวิญญาณแตกสลายตายสนิท
หลังจากแน่ใจว่าไม่มีซอมบี้เหลืออยู่ในเหมืองแล้ว กาลอเรียกับฟีลิน่าก็ร่ายเวท "ทำความสะอาด" โยนเข้าไปในถ้ำติดๆ กันหลายครั้ง
พอรู้สึกว่าอากาศสดชื่นขึ้น ฟีลิน่าตรวจสอบจนแน่ใจว่าไม่มีสารพิษตกค้างในอากาศแล้ว ทั้งสามจึงค่อยๆ เดินเข้าไปในถ้ำใต้ดิน
หลังจากสำรวจรอบๆ ก็ยืนยันได้ว่าที่นี่เป็นเหมืองแร่ร้างจริงๆ ไม่มีแร่หลงเหลืออยู่มากมายอย่างที่คิดไว้
เทศบาลเมืองภูเขาหมอกเทาคงไม่ทำงานชุ่ยๆ หรอก ก่อนจะประกาศขายก็ต้องตรวจสอบด้วยวิธีเฉพาะทางแล้วว่าแร่ถูกขุดไปจนหมดเกลี้ยง
โครงสร้างของเหมืองแร่ได้รับการเสริมความแข็งแรงด้วยเวทมนตร์ จึงยังคงมั่นคงแข็งแรงดี
พื้นที่ภายในเหมืองใต้ดินกว้างขวางมาก กะคร่าวๆ น่าจะมีพื้นที่ใช้สอยเกือบสามหมื่นตารางเมตร ถือว่าได้ที่ดินผืนนี้มาฟรีๆ เลยทีเดียว
"ระวัง"
จู่ๆ ฟีลิน่าก็ตะโกนลั่น เธอจับสังเกตถึงความผิดปกติได้ แต่มันก็สายเกินไปเสียแล้ว
อากาศกระเพื่อมไหวราวกับผิวน้ำ วิญญาณโปร่งแสงครึ่งซีกโผล่พรวดออกมาจากผนังถ้ำด้านข้าง พุ่งทะลุเข้าไปในร่างของหลี่ซือเจ๋อ เขาหน้ามืดวูบไปทันที สติสัมปชัญญะเริ่มเลือนราง
โชคดีที่ฟีลิน่าหยิบน้ำยาชำระล้างถุงหนึ่งสาดใส่หลี่ซือเจ๋ออย่างรวดเร็ว ควันสีดำจางๆ ลอยคลุ้งขึ้นมา วิญญาณร้ายกรีดร้องโหยหวนก่อนจะหลุดออกจากร่างของหลี่ซือเจ๋อ
หลี่ซือเจ๋อสะดุ้งตื่น รู้สึกเย็นยะเยือกไปทั้งตัวเหมือนโดนสาดด้วยน้ำแข็ง น้ำยาชำระล้างค่อยๆ ซึมซาบเข้าสู่ร่างกาย ความอบอุ่นจึงค่อยๆ แผ่ซ่านขึ้นมาจากภายใน
หลี่ซือเจ๋อรู้สึกหงุดหงิดเป็นบ้า
นี่เป็นครั้งที่สองแล้วนะที่โดนวิญญาณเล่นงาน ร่างกายเขาเป็นอะไรไปเนี่ย
แถมก่อนหน้านี้สลาฟ ผู้อำนวยการที่ดินก็เตือนไว้แล้วว่ามีวิญญาณเร่ร่อน แต่พอมาถึงก็ไม่เห็นมีสักตัว นึกว่าเป็นข่าวลือซะอีก ที่ไหนได้ดันโดนสิงร่างแถมเกือบจะโดนกลืนกินวิญญาณไปซะแล้ว ยังดีที่ฟีลิน่าช่วยไว้ได้ทัน
วิญญาณร้ายคำรามใส่ทั้งสามคนกลางอากาศ แต่พอสัมผัสได้ถึงพลังงานที่น่าสะพรึงกลัวจากสองในสามคน ส่วนอีกคนที่เป็นแค่คนธรรมดาก็มีน้ำยาชำระล้างที่ทำอันตรายมันได้
สัญชาตญาณจึงสั่งให้มันพยายามจะหลบหนีไป
ฟีลิน่ารีบหยิบเอ็นสัตว์สองม้วนออกมาจากกระเป๋าแล้วนำไปจุ่มน้ำยาชำระล้าง
เธอร่ายเวทมือผู้วิเศษควบคุมเอ็นสัตว์ทั้งสองม้วนให้สานตัวกันเป็นกรงขังเปล่งประกายสีทองอ่อนๆ ขังวิญญาณร้ายเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้มันหนีไปได้ จากนั้นก็ร่าย 'เวทมนตร์สื่อสารวิญญาณ' หวังจะทำสัญญากับวิญญาณดวงนี้
วิญญาณร้ายในกรงดิ้นรนต่อต้านอย่างหนัก ยอมเอาวิญญาณของตัวเองเข้าพุ่งชนกรงขังที่ชุบน้ำยาชำระล้างเพื่อหวังจะหลบหนีออกไปให้ได้
น่าเสียดายที่มันมีพลังอ่อนด้อยเกินกว่าจะหลุดรอดไปได้ หลี่ซือเจ๋อคอยใช้น้ำยาชำระล้างช่วยฟีลิน่าเสริมพลังกรงขังอยู่ข้างๆ ใบหน้าขาวซีดของฟีลิน่าซีดเผือดลงเรื่อยๆ เหงื่อผุดพรายเต็มใบหน้าราวกับคนหมดแรง
สถานการณ์ยืดเยื้ออยู่ครู่หนึ่ง ฟีลิน่าก็เผยรอยยิ้มดีใจและพ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมา ในที่สุดก็สามารถทำสัญญากับวิญญาณร้ายได้สำเร็จ
"โชคดีจริงๆ"
จากคำอธิบายของฟีลิน่า หลี่ซือเจ๋อกับกาลอเรียถึงได้รู้ว่าวิญญาณร้ายดวงนี้มีความแค้นฝังลึกอย่างรุนแรง
โดยปกติแล้วนักเวทสายความตายจะไม่สามารถทำสัญญากับวิญญาณอาฆาตประเภทนี้ได้
แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีข้อยกเว้น มีนักเวทสายความตายบางคนศึกษาเจาะลึกจนพบว่า หากสามารถช่วยปลดเปลื้องความแค้นของ "วิญญาณอาฆาต" ได้ ก็จะสามารถทำสัญญาได้อย่างราบรื่น
แถมวิญญาณอาฆาตประเภทนี้ยังมีศักยภาพในการพัฒนาตัวเองสูงกว่าวิญญาณเร่ร่อนทั่วไป สามารถเติบโตแข็งแกร่งขึ้นพร้อมกับผู้ใช้เวทมนตร์ได้
แต่ถ้าหากไม่สามารถปลดเปลื้องความแค้นได้ในระยะเวลาอันสั้น มันก็จะย้อนกลับมาทำร้ายผู้ใช้เวทมนตร์สายความตายเสียเอง ซึ่งต้องใช้เวลานานมากในการเยียวยา
จากการตอบสนองของเวทมนตร์สื่อสารวิญญาณ ฟีลิน่ารับรู้ได้ว่าความแค้นของวิญญาณดวงนี้คือการฆ่าผู้กองวิลสัน
ใช่แล้ว วิลสันคนที่ตายไปในภารกิจก่อนหน้านี้ของหลี่ซือเจ๋อและพรรคพวกนั่นแหละ
ฟีลิน่าถึงได้บอกว่าโชคดีมาก วิญญาณอาฆาตรับรู้ได้ว่าความแค้นได้รับการชำระสะสางแล้วผ่านพันธสัญญาทางวิญญาณที่เป็นเอกลักษณ์ของเวทมนตร์สื่อสารวิญญาณ จึงยินยอมทำสัญญากับฟีลิน่าแต่โดยดี และเมื่อทำสัญญาสำเร็จ ฟีลิน่าก็ได้รับรู้ถึงสาเหตุแห่งความแค้นของวิญญาณดวงนี้ไปด้วย
วิญญาณดวงนี้คือน้องชายของอดีตเจ้าของเหมืองชื่อว่าบ็อบบี้ พี่ชายของเขาดันไปล่วงรู้ความลับของตระกูลไวส์เคานต์ไวส์แมนเมื่อราวๆ หกปีก่อน ไวส์เคานต์จึงสั่งการลับให้วิลสันมาฆ่ายกครัวพี่ชายของเขาที่เขตเหมืองแร่ร้างแห่งนี้ ตัวบ็อบบี้เองก็ถูกวิลสันบีบคอตายกับมือ หลี่ซือเจ๋อก็นึกขึ้นได้ถึงคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญที่เคยได้ยินมาเมื่อหกปีก่อนตอนที่เขายังเด็ก ครอบครัวของบ็อบบี้ในเขตเหมืองประสบเหตุถูกสัตว์ประหลาดอันเดดที่จู่ๆ ก็โผล่มาที่เมืองภูเขาหมอกเทาฆ่าตายยกครัว
พอกาลอเรียได้ยินฟีลิน่าเล่าว่าวิลสันเป็นคนฆ่าล้างโคตรครอบครัวของบ็อบบี้ เธอก็กำดาบอัศวินในมือแน่น ฟาดฟันเข้าใส่ผนังถ้ำด้วยความโกรธแค้นจนเศษหินปลิวว่อน "ไอ้ตำรวจเลววิลสัน ไอ้ระยำไวส์เคานต์ไวส์แมนด้วย กล้าฆ่าล้างครอบครัวประชาชนของตัวเองเพียงเพื่อปกปิดความลับเนี่ยนะ"
พอพูดถึง 'ความลับ' กาลอเรียก็กะพริบตาปริบๆ มองหลี่ซือเจ๋อกับฟีลิน่า เรื่องราวของทั้งคู่ก่อนหน้านี้ทำให้เธออดคิดเชื่อมโยงไปในทางที่ไม่ดีไม่ได้ เธอเบิกตากว้างถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ให้ตายเถอะ ไม่มั้ง"
ความลับแบบไหนกันที่ถึงขั้นต้องฆ่าปิดปาก
ที่ไรซ์สั่งให้ฟีลิน่าฆ่าคน ก็เพราะข้อหาสายลับและก่อกบฏ
และการกระทำอันโหดเหี้ยมของไวส์เคานต์ไวส์แมน ก็มีแนวโน้มสูงที่จะเป็นเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะมองมุมไหน ความลับนี้ก็ต้องเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมที่ร้ายแรงมากแน่ๆ
หลี่ซือเจ๋อคิดลึกไปกว่านั้น และแทบจะยืนยันข้อสันนิษฐานของตัวเองได้เลย แต่เดิมเขาก็สงสัยอยู่แล้วว่าไรซ์เพิ่งจะมาอยู่ที่เมืองเกอเล่อได้แค่เดือนเดียว ทำไมถึงอาศัยข้อมูลที่แม่นยำค้นหาเป้าหมายอย่างวิลสันกับฟีลิน่าที่มีแนวโน้มสูงที่จะเข้าร่วมกับองค์กรสายลับของประเทศศัตรูเจอได้อย่างง่ายดาย
นี่แสดงให้เห็นชัดเจนว่าเบื้องหลังของเขามีเครือข่ายข่าวกรองที่ทรงพลังซ่อนอยู่ในรัฐอาณาจักรวิญญาณชาด หลังจากที่จับกุมไรซ์ได้สำเร็จ หลี่ซือเจ๋อเคยตั้งคำถามนี้ต่อหน้าสเวน คำตอบที่ได้รับในตอนนั้นคือ ข้อมูลที่ไรซ์ได้มานั้นมาจากภายในสหพันธรัฐเฟทิงทั้งหมด
เห็นได้ชัดว่าองค์กร 'ผู้แฝงตัว' ต้องการหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่จับได้คนหนึ่งแล้วสาวไส้ไปถึงอีกคนเป็นพรวนจนแหล่งข่าวถูกเปิดโปง จึงจงใจแยกแหล่งข่าวกับไรซ์ออกจากกัน ไม่ให้ไรซ์ติดต่อกับแหล่งข่าวโดยตรง แต่ยอมเสียเวลาส่งข้อมูลอ้อมผ่านสหพันธรัฐเฟทิงแทน
นี่หมายความว่าอย่างไร
หลี่ซือเจ๋อเข้าใจว่า นี่แสดงว่าแหล่งข่าวคนนั้นต้องเป็นผู้มีอำนาจและตำแหน่งสูงส่งในรัฐอาณาจักรวิญญาณชาด ซึ่งจะเปิดเผยตัวตนไม่ได้เด็ดขาด และความสำคัญรวมถึงสถานะของแหล่งข่าวคนนั้นในองค์กรก็ต้องสูงกว่าไรซ์ด้วย
มาตอนนี้ เมื่อนำข้อมูลที่ฟีลิน่าได้จากวิญญาณบ็อบบี้มาวิเคราะห์ร่วมกัน หลี่ซือเจ๋อสันนิษฐานว่านายกเทศมนตรีเมืองเกอเล่อ หรือก็คือไวส์เคานต์ไวส์แมนคนปัจจุบันนั่นแหละที่เป็นแหล่งข่าวคนนั้น และน่าจะทรยศต่อรัฐอาณาจักรวิญญาณชาดมาตั้งแต่เจ็ดแปดปีก่อนแล้ว
กาลอเรียกับฟีลิน่ายืนฟังบทวิเคราะห์ของหลี่ซือเจ๋อเงียบๆ ต่างก็เห็นพ้องต้องกันว่ามีความเป็นไปได้สูงมาก ไม่คิดเลยว่าสถานการณ์จะเลวร้ายถึงขั้นนี้