171 ฟิน
171 ฟิน
ภายในคฤหาสน์ยามดึกสงัด ในห้องที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายความคลาสสิก มอเรียนนั่งอยู่ท่ามกลางแสงไฟสลัวรอบด้าน เขาก้มหน้าลงเงียบๆ อ่านเรื่องราวที่อาจารย์แมวขีดเขียนลงบนกระดาษให้เขาดู
หนึ่งคนกับอีกหนึ่งตัวไม่ได้ปริปากพูดอะไรออกมากันเลยสักคำ แต่กลับสื่อสารกันได้อย่างมีประสิทธิภาพสุดๆ ภายในห้องที่เงียบสงัด มีเพียงเสียงปลายปากกาเสียดสีกับกระดาษเบาๆ ดังแกรกกราก ผสมผสานไปกับเสียงลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอของดันเต้และโคนีเลีย
เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ไม่อาจทราบได้
"และนี่ก็คือเรื่องราวทั้งหมดจนถึงตอนนี้เมี้ยว"
อาจารย์แมวที่หมอบอยู่บนโต๊ะแล้วตวัดปลายปากกาเขียนประโยคสุดท้ายเสร็จสิ้น
มอเรียนพยักหน้าหงึกหงัก สีหน้าบ่งบอกถึงความฟินแบบสุดขีด แถมยังดูคาดหวังกับเรื่องราวตอนต่อไปเอามากๆ เขาหันกลับไปมองดันเต้กับโคนีเลียที่กำลังหลับสนิทเป็นตายอยู่บนเตียงเหมือนเด็กทารก แล้วก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก เขาต้องคอยหันไปเช็กเป็นระยะๆ ว่าสองคนนั้นตื่นหรือยัง เพราะเขากลัวว่าขณะที่กำลังอ่าน ดันเต้อาจจะโผล่พรวดมายืนอยู่ข้างหลัง แล้วจ้องเขม็งมาที่เขาด้วยตาสยดสยองก็เป็นได้ ซึ่งมอเรียนเชื่อหมดใจเลยว่าดันเต้ทำเรื่องพรรค์นี้ได้แน่ๆ
แต่ยังดีที่ไม่มีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้น อาจจะเป็นเพราะดันเต้กับโคนีเลียต่างก็รับรู้ได้ว่ามีอีกฝ่ายอยู่ข้างกาย ดังนั้นต่อให้ที่นี่จะเป็นสถานที่ที่อันตรายที่สุดในโลกเงาระดับ 6 พวกเขาก็ยังหลับสนิทได้อย่างไร้กังวล มอเรียนรับปากกามาจากอาจารย์แมว พร้อมกับทำเนียนเลียนแบบดันเต้ด้วยการเอื้อมมือไปขยี้หัวมันเล่นเบาๆ แล้วเขียนลงบนกระดาษว่า
"จะว่าไปนะอาจารย์แมว ผมสงสัยมาตั้งแต่แรกแล้ว ว่าทำไมตอนเขียนหนังสือ นายถึงต้องเติมคำว่า 'เมี้ยว' ต่อท้ายประโยคด้วยล่ะ?"
อีันที่จริงมอเรียนก็แอบสงสัยเรื่องนี้มาตั้งแต่ช่วงหัวค่ำแล้วล่ะ แต่ก็พยายามเก็บความสงสัยไว้ไม่ยอมถามออกไป ทว่าทันทีที่อาจารย์แมวเห็นคำถามของมอเรียน มันก็ชูอุ้งเท้าหน้าขึ้นมาตะปบปากกาในมือมอเรียนออกด้วยความโมโหทันที
"เมี้ยวๆๆ! ยุ่งอะไรด้วยเล่า! มันเป็นความเคยชินของข้าต่างหากเมี้ยว!"
อาจารย์แมวบังคับปากกาให้ขีดเขียนตัวหนังสือเหล่านั้นลงบนกระดาษอย่างแรง ดูเหมือนมันจะหงุดหงิดเอาเรื่องที่โดนมอเรียนตั้งคำถามแบบนี้กับมัน
มอเรียนได้แต่หัวเราะแห้งๆ แล้วกะจะยื่นมือไปลูบหัวอาจารย์แมวอีกรอบ แต่คราวนี้อาจารย์แมวกลับเบี่ยงตัวหลบ ไม่ยอมให้จับอีกแล้ว
ในขณะที่ทั้งคู่กำลังหยอกล้อกันจนเกิดเสียงกุกกักอยู่นั้นเอง ดันเต้ก็ยกมือขยี้ตาพลางลุกพรวดขึ้นมานั่งบนเตียง อาศัยจังหวะที่ดันเต้ยังสะลึมสะลือ มอเรียนกับอาจารย์แมวก็มองตารู้ใจกันอย่างรวดเร็ว รีบเก็บกวาดซ่อนกระดาษบนโต๊ะจนเกลี้ยง
"?"
ดันเต้มองท่าทีลุกลี้ลุกลนของทั้งสองด้วยสายตาเคลือบแคลงสงสัย
'เมื่อกี้พวกแกแอบนินทาผมอยู่ใช่ไหม?'
ดันเต้หรี่ตามองไปที่โต๊ะทำงานด้วยสายตาจับผิดพลางเอ่ยถามเสียงเบา
อาจารย์แมวกับมอเรียนพร้อมใจกันส่ายหัวดิก
'เหอะ'
ดูจากปฏิกิริยาโอเวอร์แอคติ้งของพวกนั้นแล้ว ดันเต้ฟันธงได้เลยว่าเมื่อกี้ไอ้สองตัวนี้ต้องกำลังนั่งนินทาเขาอยู่ชัวร์ๆ แต่เขาก็ขี้เกียจจะเก็บมาใส่ใจ ขอแค่ไม่ได้มานั่งจับกลุ่มเมาท์มอยซุบซิบเรื่องของเขาเหมือนพวกสาวๆ ก็ถือว่าช่างมันเถอะ จากนั้นดันเต้ก็เลิกสนใจไอ้แมวเวรกับตาจิ้งจอกเฒ่า ก่อนจะตวัดสายตาไปมองนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนัง แม้จะยังไม่ดึกมาก แต่ก็ใกล้จะล่วงเข้าสู่ช่วงกลางดึกแล้ว
'ไง จะเปลี่ยนเวรกันเลยไหม?'
มอเรียนกระซิบถาม
ดันเต้ส่ายหัว ก่อนจะหันไปมองโคนีเลียที่ยังคงหลับสนิท
'ปล่อยให้เธอได้นอนต่ออีกสักหน่อยเถอะ'
"!"
ทันทีที่เห็นแววตาและน้ำเสียงสุดแสนจะอ่อนโยนของดันเต้ มอเรียนก็ถึงกับกลั้นอาการไม่อยู่ คว้าตัวอาจารย์แมวมากอดหมับ ส่วนอาจารย์แมวเองก็ตื่นเต้นสุดขีด จนกวัดแกว่งแขนขาไปมาอย่างตื่นเต้น
"..."
ดันเต้ขมวดคิ้วยุ่ง มองภาพหนึ่งคนกับอีกหนึ่งตัวตรงหน้า
สรุปพวกแกจะเห็นด้วยหรือจะค้านกันแน่?
แล้วนี่ตกลงว่ากำลังดีใจหรือเสียใจอยู่ฟะ?
ดันเต้เริ่มรู้สึกว่า ตั้งแต่อาจารย์แมวกับมอเรียนเริ่มสนิทกัน บางครั้งพวกนี้ก็ทำตัวเพี้ยนๆ เหมือนคนป่วยจิตเรื้อรังยังไงยังงั้น
ดันเต้: 'สรุปว่าพวกแกมีอคติอะไรกับผมจริงๆ สินะ?'
อาจารย์แมว: 'เปล่าสักหน่อยเมี้ยว'
มอเรียน: 'จะเป็นไปได้ยังไงล่ะ คนที่มีอคติกับนาย ถ้านายไม่ส่งไปลงนรกแล้ว ก็คงกำลังต่อคิวรอลงนรกกันอยู่นั่นแหละ'
......
หลังจากที่ทั้งสามนั่งกระซิบกระซาบคุยเล่นกันไปได้สักพัก ดันเต้ก็เห็นว่าได้เวลาพอสมควรแล้ว เขาจึงเดินไปที่เตียงอีกฝั่ง แล้วตบไปที่ไหล่อันบอบบางของโคนีเลียเบาๆ
"..."
โคนีเลียลืมตาขึ้นมาทันที แววตาของเธอตื่นตัวราวกับพร้อมเปิดโหมดต่อสู้ได้ทุกเมื่อ แต่พอเห็นใบหน้าของดันเต้ เธอก็คลายความระแวดระวังลงทันที แถมความง่วงยังตีตื้นกลับมาอีกรอบ
'ไปนั่งที่โซฟาเถอะ ถ้ายังง่วงอยู่ก็งีบต่ออีกหน่อยก็ได้'
ดันเต้เอ่ยขึ้นมาเสียงเบา
โคนีเลียพยักหน้ารับ ก่อนจะงัวเงียลุกขึ้นจากเตียง แล้วเดินไปทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาอย่างว่าง่าย
เข้าสู่ช่วงครึ่งหลังของคืน
มอเรียนกับอาจารย์แมวรีบทิ้งตัวลงนอนพักผ่อนอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ดันเต้กับโคนีเลียนั่งเฝ้ายามด้วยกันอยู่บนโซฟา อันที่จริง มอเรียนกับอาจารย์แมวเป็นฝ่ายเสียเปรียบอยู่นิดหน่อย เพราะไม่รู้ว่าเคาน์เตสลิซลินน่าจะโผล่มาเคาะประตูรายงานความคืบหน้าของภารกิจตอนไหนในช่วงครึ่งหลังของคืนนี้
แต่อาจารย์แมวก็เป็นพวกนอนดึกอยู่แล้ว แถมตอนกลางวันก็ยังมุดเข้าไปอู้ในเงาของดันเต้ได้อีก ส่วนมอเรียน ในเมื่อนานๆ ทีหมอนี่จะโชว์ความใจป้ำยอมเสียสละแบบนี้ ต่อให้เขาจะไม่รู้จุดประสงค์ที่แท้จริง ดันเต้ก็ขี้เกียจจะไปคาดคั้นหาความจริงแล้ว แต่ก็เดาได้ไม่ยากหรอกว่าไอ้สองตัวนี้ก็แค่อยากจะหาเวลาสุมหัวกันนินทาเขาเท่านั้นแหละ
เวลาผ่านไปทีละนาที
บรรยากาศในห้องเงียบสงัดยิ่งกว่าเดิม โคนีเลียดูเหมือนจะยังง่วงอยู่มาก คนที่เพิ่งถูกปลุกขึ้นมากลางดึกมักจะโดนความง่วงจู่โจมซ้ำได้ง่ายๆ เสมอ สุดท้ายเธอก็นั่งสัปหงกอยู่บนโซฟา สัปหงกไปสัปหงกมา หัวก็ค่อยๆ เอนไปพิงซบลงบนไหล่ของดันเต้เสียอย่างนั้น ส่วนดันเต้ก็นั่งนิ่งเป็นรูปปั้นประหนึ่งหมากรุกที่ไม่มีการขยับเขยื้อนใดๆ เขาทอดสายตามองไปที่ภาพวาดบนผนังห้อง คล้ายกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่
"..."
อาจจะเป็นเพราะสัญชาตญาณ ทำให้ดันเต้รู้สึกตะหงิดๆ เหมือนมีสายตากำลังแอบจ้องเขาอยู่ เขาจึงกวาดสายตามองไปรอบๆ ห้อง และในไม่ช้าเขาก็สังเกตเห็นว่า —— มอเรียนกับอาจารย์แมวที่นอนอยู่บนเตียงกำลังแอบดูเขาอยู่!
ดันเต้: 'พวกแกยังไม่นอนอีกเหรอ?'
อาจารย์แมว & มอเรียน: 'กำลังพยายามหลับอยู่เนี่ย'
ดันเต้: "..." 'ไอ้พวกปัญญาอ่อนเอ๊ย'
......
จนกระทั่งแสงสีเทาอมฟ้าเริ่มสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง ถึงแม้ท้องฟ้าจะยังดูมืดครึ้มอยู่บ้าง แต่ก็เป็นสัญญาณบ่งบอกว่ารุ่งสางกำลังจะมาเยือน
"ก๊อกๆ"
ในที่สุดก็มีเสียงเคาะประตูห้องนอนดังขึ้น จากนั้นเสียงของเคาน์เตสลิซลินน่าก็ดังแว่วมาจากหน้าประตู
"ท่านมาร์ควิสคะ ข้าต้องขออภัยด้วย ที่คืนนี้จับพวกมนุษย์มาได้แค่สามคนเท่านั้น"
ผ่านไปเพียงไม่นาน มอเรียนที่นอนอยู่บนเตียงก็ลืมตาขึ้น แต่เขาไม่มีท่าทีว่าจะลุกขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย เขาตอบกลับไปว่า
"เจ้าทำได้ดีมากแล้ว ฟ้าใกล้จะสางแล้ว เจ้าไปพักผ่อนเถอะ แล้วให้สมุนรับใช้ของเจ้าพาสมุนรับใช้ของข้าไปสืบสวนพวกมนุษย์เหล่านั้นแทนก็แล้วกัน"
พอดันเต้ที่นั่งอยู่บนโซฟาได้ยินเสียงมอเรียนสั่งการแบบนั้น เขาก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วแล้วหันไปมองคนที่นอนแหมะอยู่บนเตียง แต่มอเรียนหลับตาปี๋เตรียมจะนอนหลับต่อแล้ว
หมายความว่าไงฟะเนี่ย?
ไม่คิดจะลุกไปทำงานเลยว่างั้น?
แกจะแอบงีบหลับสบายใจเฉิบอยู่ในห้อง แล้วปล่อยให้ผมกับโคนีเลียไปเป็นคนใช้แรงงานเนี่ยนะ?
จริงอยู่ที่ว่ามาร์ควิสแวมไพร์ผู้สูงศักดิ์ควรหลีกเลี่ยงการออกไปรับแสงแดดในตอนกลางวัน ซึ่งมันก็ฟังดูสมเหตุสมผลอยู่หรอก แต่ดันเต้กลับรู้สึกว่ามอเรียนมันกำลังสูบเลือดสูบเนื้อ ขูดรีดแรงงานเพื่อนร่วมทีมชัดๆ!
น่าจับไอ้หมอนี่ไปชั่งกิโลขายชะมัด!
สมควรแล้วที่โดนพ่อตัวเองกระทืบปางตาย!