เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

170 แผนล่อเหยื่อสุดคลาสสิก

170 แผนล่อเหยื่อสุดคลาสสิก

170 แผนล่อเหยื่อสุดคลาสสิก


"รับทราบค่ะ ท่านมาร์ควิส"

ลิซลินน่าโค้งคำนับให้กับมอเรียนราวกับเป็นสาวใช้มืออาชีพ ก่อนจะเดินไปที่ห้องนอนของเจ้าเมือง แล้วปลุกเจ้าเมืองที่สลบไสลไม่ได้สติให้ตื่นขึ้นมา ก่อนจะออกคำสั่งกับเขาร่ายยาวเป็นชุด หลังจากนั้นเธอก็รีบนำพาสมุนรับใช้ลงไปที่ชั้นหนึ่งอย่างรวดเร็ว

ไม่นานนัก เจ้าเมืองก็ทำตัวประหนึ่งเป็นคนรับใช้ พาพวกดันเต้ทั้งสามคนไปยังห้องสวีทที่หรูหราไม่แพ้ห้องนอนของตัวเองด้วยท่าทีนอบน้อม ทันทีที่ทั้งสามก้าวเข้าห้อง ก็พากันทิ้งตัวลงนอนแผ่หรา ดันเต้กับโคนีเลียทิ้งตัวลงบนโซฟาตามความเคยชิน ส่วนมอเรียนเลือกไปนั่งที่โต๊ะทำงาน

"ไม่เลว ถือว่าเป็นผู้จัดการโรงแรมที่ใช้ได้เลยนะเนี่ย"

ดันเต้เอ่ยปากชมเบาๆ

และในจังหวะนั้นเอง เมื่อแน่ใจแล้วว่าอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย อาจารย์แมวก็มุดพรวดออกมาจากเงาของดันเต้ มันรีบวิ่งไปยังโต๊ะที่มอเรียนนั่งอยู่ แล้วดึงกระดาษออกมาแผ่นหนึ่ง จากนั้นก็ใช้พลังเวทบังคับปากกาให้เขียนข้อความยุกยิกๆ ลงไป พอเขียนเสร็จ มันก็ชูกระดาษให้ทั้งสามคนดู ข้อความบนนั้นเขียนเอาไว้ว่า

"พวกเจ้าบ้าไปแล้วเรอะ! คิดจะหลอกใช้เคาน์เตสคนนี้จริงๆ ดิ? ขืนยัยนั่นจับได้แล้วแผนแตกขึ้นมาจะทำยังไงเมี้ยว?!"

มอเรียนที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะรับปากกามาจากอาจารย์แมว แล้วเขียนตอบลงไปว่า

"ถ้าไม่รีดเค้นประโยชน์ของยัยนั่นให้คุ้มค่าจนหยดสุดท้ายก่อนทิ้งไป มันจะไม่เป็นการเสียของแย่เหรอ?"

เพราะยังไงซะ การจะไปควานหาตัวและตามไล่จับผู้ท้าทายที่เหลือก็ค่อนข้างจะเหนื่อยเปล่าและยุ่งยากอยู่ไม่น้อย ถ้าเคาน์เตสคนนี้สามารถสร้างประโยชน์ให้พวกเขาได้เต็มที่ก่อนจะโดนเชือดทิ้งก็คงจะดีไม่น้อย พอถึงตอนกลางวัน ทันทีที่เคาน์เตสกับพวกสมุนรับใช้ออกมาจากตัวอาคารและโดนแสงแดด พลังต่อสู้ของพวกมันก็จะลดลงเหลือแค่หนึ่งในสิบเท่านั้น เรียกได้ว่าถึตอนนั้นต่อให้คิดอยากจะหนีก็หนีไม่รอด ต้องยอมเป็นเนื้อบนเขียงให้แก๊งสามคนของดันเต้สับเล่นอยู่ดี

อาจารย์แมวเริ่มคล้อยตาม ยังไงซะตอนที่อยู่คฤหาสน์บนเขาแล้วโดนดันเต้ปิดบังข้อมูลจนต้องลุ้นระทึกผ่านค่ำคืนสุดสยองขวัญมาแล้ว ตอนนี้มันก็ไม่มีอะไรต้องกลัวอีกแล้วล่ะ

"แต่คืนนี้จะจับพวกสาวกลัทธิคืนชีพได้จริงๆ เหรอเมี้ยว?"

อาจารย์แมวเขียนถาม

มอเรียนไม่ได้อธิบายอะไรให้มากความ เขาแค่รับกระดาษกับปากกามา แล้วลุกขึ้นเดินไปยื่นให้ดันเต้ที่นอนแหมะอยู่บนโซฟา ส่วนดันเต้ก็รับมาอย่างอารมณ์ดี เห็นได้ชัดว่ามอเรียนรู้ใจว่าเขากำลังคิดจะทำอะไร จากนั้นดันเต้ก็ตวัดปากกาเขียนลงไปว่า

"เป้าหมายภารกิจที่ 2: โค่นเคาน์เตสลิซลินน่า หากภารกิจล้มเหลว หลังจากหมดเวลาภารกิจ เคาน์เตสลิซลินน่าจะถูกเคลื่อนย้ายไปยังพิกัดแบบสุ่มในโลกเดิมของผู้ท้าทาย"

ทว่า...พอเขียนจบปุ๊บ กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ดันเต้จึงเริ่มเขียนใหม่อีกครั้งอย่างรวดเร็ว

"เป้าหมายภารกิจที่ 2: ตามหาเคาน์เตสลิซลินน่าและเอาชนะเธอให้ได้..."

เขายังคงใช้วิธีสุ่มคำไปเรื่อยๆ แบบเดิม เนื่ิองจากเนื้อหาคร่าวๆ ของเป้าหมายภารกิจน่ะมีความชัดเจนอยู่แล้ว สิ่งเดียวที่ต่างออกไปคือการใช้คำเท่านั้นแหละ ขอแค่รู้ชื่อจริงของเคาน์เตส เนื้อหาของภารกิจก็เดาทางได้ไม่ยากแล้ว

ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมตอนที่พวกดันเต้มาบังเอิญเจอกับลิซลินน่าก่อนหน้านี้ ระบบถึงไม่ยอมแจ้งเตือนเป้าหมายภารกิจที่ 2 สักทีน่ะเหรอ? เหตุผลนั้นง่ายนิดเดียว นั่นก็เป็นเพราะพวกเขายังขาดกระบวนการสืบสวนและขั้นตอนการอนุมานที่รัดกุมยังไงล่ะ โลกเงาก็เลยไม่สามารถประเมินได้ว่าพวกเขาได้ยืนยันตัวตนของบอสใหญ่ได้จริงๆ แล้วหรือเปล่า

ขืนโลกเงาอัปเดตข้อมูลให้ดื้อๆ มันก็เท่ากับเป็นการช่วยผู้ท้าทายยืนยันและตรวจสอบตัวตนของศัตรูระดับบอสไปในตัว นี่แหละคือผลพวงจากการข้ามขั้นตอนมากจนเกินไป จนแม้แต่โลกเงาก็ยังสับสน ตัดสินใจไม่ถูกว่าควรจะแสดงภารกิจที่ซ่อนอยู่ออกมาให้ดูดีไหม แต่ด้วยความที่ดันเต้จับทางรูปประโยคของเป้าหมายภารกิจที่ 3 ได้แล้ว คราวนี้เขาจึงใช้เวลาสุ่มไม่นานก็คลำหาคำตอบที่ถูกต้องเจอ

[เป้าหมายภารกิจที่ 2: สืบสวนแผนการร้ายของเผ่าแวมไพร์ พร้อมตามหาเคาน์เตสลิซลินน่าที่กบดานอยู่ในเมืองให้พบแล้วเอาชนะเธอให้ได้ หากภารกิจนี้ล้มเหลว หลังจากหมดเวลาภารกิจ เคาน์เตสลิซลินน่าจะถูกเคลื่อนย้ายไปยังพิกัดแบบสุ่มในโลกเดิมของผู้ท้าทาย]

ในขณะเดียวกันนั้นเอง ผู้ท้าทายคนอื่นๆ ต่างก็ได้รับข้อความแจ้งเตือนนี้เช่นกัน

"หึๆๆ"

ดันเต้กลั้นขำไม่อยู่จนต้องหัวเราะออกมาเบาๆ

ป่านนี้ ทางฝั่งของเคาน์เตสลิซลินน่าเองก็คงจะเริ่มแผนล่อเหยื่อแล้วเหมือนกัน พอพวกสาวกลัทธิคืนชีพจอมโลภได้เห็นข้อความแจ้งเตือนที่อัปเดตจากโลกเงา พวกมันจะต้องหลงคิดไปว่า คืนนี้ ณ วินาทีนี้ มีผู้ท้าทายคนอื่นทำผลงานความคืบหน้าครั้งใหญ่ในเป้าหมายภารกิจที่ 2 ได้สำเร็จแล้วแน่ๆ! แถมเผลอๆ อาจจะใกล้เคลียร์ภารกิจสำเร็จแล้วด้วยซ้ำ

และในตอนที่พวกมันเพิ่งเห็นระบบโลกเงาแจ้งเตือนว่าบอสใหญ่คือ 'เคาน์เตส' แล้วก็บังเอิญสุดๆ ที่ดันไปเจอว่าในเมืองมีกองอัศวินลาดตระเวนกำลังไล่ล่าแวมไพร์สาวที่บาดเจ็บสาหัสและอยู่ในสภาพอ่อนแอสุดๆ อยู่พอดี...

พวกมันจะคิดยังไงล่ะ? ไม่ต้องสงสัยเลย โอกาสชุบมือเปิบลาสช็อตบอส เก็บชิ้นปลามันมาเสิร์ฟให้ถึงที่แล้วยังไงล่ะ! นี่มันเป็นโอกาสทองที่จะช่วยเพิ่มแต้มประเมินผลของรางวัลตอนจบของโลกเงาชัดๆ แถมถูกป้อนมาให้จ่อถึงปากแบบนี้ พวกมันจะไม่มีทางสงสัยเลยว่านี่คือกับดัก

มนุษย์กับแวมไพร์อาจจะฮั้วกันจัดฉากได้ แต่ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือแวมไพร์ ก็ไม่มีหน้าไหนไปฮั้วกับโลกเงาได้หรอก! เพราะยังไงซะ การแจ้งเตือนของโลกเงาก็ต้องเป็นความจริงและเชื่อถือได้อย่างเป็นกลางที่สุด แถมคนที่กำลังวิ่งไล่ตามแวมไพร์สาวก็เป็นอัศวินทางการของเมืองอีก พวกสาวกลัทธิคืนชีพที่สังเกตเห็นเหตุการณ์นี้ย่อมไม่มีทางปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดมือไปแน่ๆ พวกมันจะต้องโผล่หัวไปแจมเพื่อพยายามจับแวมไพร์สาวให้ได้อย่างแน่นอน จากนั้นพวกมันก็จะพบกับความผิดหวังเมื่อรู้ว่านี่ไม่ใช่เคาน์เตสที่พวกมันตามหา แต่เป็นแค่สมุนรับใช้เพียงเท่านั้น

แต่หลังจากนั้นไม่นานนัก ก็จะมีอัศวินมาบอกกับพวกมันว่า ท่านเจ้าเมืองมีธุระด่วนอยากหารือด้วย พร้อมเสนอรางวัลก้อนโตและให้ข้อมูลลับเกี่ยวกับตัวเคาน์เตสอีกต่างหาก จากนั้นพวกมันก็จะถูกพาตัวมาที่คฤหาสน์ของเจ้าเมือง แล้วก็โดนซุ่มโจมตี...โดยไม่มีโอกาสให้หนีรอดแม้แต่น้อย

"ขอบใจนะโลกเงา ช่องประกาศรวมของแกนี่มันใช้งานได้ดีจริงๆ"

ดันเต้แอบเขียนแซวเพิ่มไปอีกประโยคข้างๆ คำตอบที่ถูกต้อง ถึงจะไม่รู้ว่าโลกเงาจะมองเห็นข้อความนี้ไหมก็เถอะ แต่เขาก็เริ่มตั้งตารอคำวิจารณ์ของตัวเองตอนสรุปผลคะแนนซะแล้วสิ

เมื่อเห็นดันเต้ปิดจ๊อบ มอเรียนก็หยิบกระดาษกับปากกาคืนมา แล้วเขียนลงไปว่า

"เอาล่ะ ได้เวลาพักผ่อนแล้ว ผมกับอาจารย์แมวจะเฝ้ายามกะแรก พวกนายสองคนเฝ้ากะดึกนะ"

เมื่อเขียนเสร็จแล้วเขาก็ชูให้ดันเต้กับโคนีเลียที่นอนแผ่บนโซฟาดู

ดันเต้เลิกคิ้วด้วยความงุนงง

จริงๆ มันควรจะเป็นผมกับมอเรียนจับคู่กัน ส่วนโคนีเลียก็คู่กับอาจารย์แมวไม่ใช่เรอะ?

เขาอยากจะอ้าปากท้วงอะไรสักหน่อย แต่มอเรียนกลับไม่มีท่าทีจะส่งกระดาษกับปากกาให้เขาเลยแม้แต่น้อย ส่วนทางด้านอาจารย์แมวก็กระโดดไปเกาะบนหัวมอเรียน ราวกับเป็นการประกาศจุดยืนอันแน่วแน่ว่าจะอยู่ทีมเดียวกับหมอนี่

ไอ้แมวเวร แกไปสนิทชิดเชื้อกับไอ้จิ้งจอกเฒ่าตัวนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ฟะ...

ดันเต้อยากจะพ่นคำด่าออกมาใจจะขาด แต่พอเห็นว่าแมวบ้านตัวเองดูจะมีแผนการบางอย่างในใจ เขาก็ได้แต่ปลงตก

ดันเต้กับโคนีเลียหันมามองหน้ากันแวบหนึ่ง ก่อนจะเลิกใส่ใจและแยกย้ายกันไปจับจองพื้นที่บนเตียงคิงไซส์คนละฝั่ง ไม่นานนัก ทั้งคู่ก็ผล็อยหลับไป

เมื่อแน่ใจว่าทั้งสองคนหลับสนิทแล้ว มอเรียนกับอาจารย์แมวก็เริ่มเปิดวงสนทนา มอเรียนนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน ส่วนอาจารย์แมวก็นอนหมอบใช้ปากกาขีดเขียนยุกยิกๆ ไปมา มันเริ่มเปิดคอร์สติวเข้มแบบตัวต่อตัวให้กับมอเรียน เพื่ออัปเดตเรื่องราวต่างๆ ที่เขาพลาดไป ซึ่งเรื่องทั้งหมดนี้ก็เป็นเรื่องที่มันแอบไปตีเนียนหลอกถามมาจากโคนีเลียตอนที่อยู่ด้วยกันนั่นเอง

"บทที่หนึ่ง คงต้องเล่าย้อนไปตั้งแต่ตอนที่เด็กหนุ่มได้พบกับเด็กสาว ตอนนั้นพวกเขายังเป็นแค่คนธรรมดาสองคน...ไม่สิ ตอนนั้นโคนีเลียยังเป็นคนอยู่ แต่ดันเต้น่ะเริ่มไม่ค่อยจะเหมือนมนุษย์มนาแล้วล่ะ เมี๊ยว..."

จบบทที่ 170 แผนล่อเหยื่อสุดคลาสสิก

คัดลอกลิงก์แล้ว