- หน้าแรก
- ผู้พิทักษ์ขบวนรถไฟดารา
- ตอนที่ 14 ภารกิจแห่งการพิทักษ์! อันดับที่สี่บนทำเนียบจัดอันดับถูกเปิดเผย!
ตอนที่ 14 ภารกิจแห่งการพิทักษ์! อันดับที่สี่บนทำเนียบจัดอันดับถูกเปิดเผย!
ตอนที่ 14 ภารกิจแห่งการพิทักษ์! อันดับที่สี่บนทำเนียบจัดอันดับถูกเปิดเผย!
ตอนที่ 14 ภารกิจแห่งการพิทักษ์! อันดับที่สี่บนทำเนียบจัดอันดับถูกเปิดเผย!
หวงเฉวียนปรายตามองเธอ จากนั้นก็หันไปมองปี่จี้ที่กำลังนวดขาให้หลินเช่อด้วยความสำนึกในบุญคุณ
“หึ”
“ก็ไม่เลวนี่”
“คราวนี้พวกเราก็มีคนซักผ้าให้แล้ว”
...
หน้าด่านเจียหลิง กองทัพทั้งสองประจันหน้ากัน
จิตสังหารอบอวลไปทั่วฟ้าดิน แม้แต่เสียงลมที่พัดผ่านก็ยังฟังดูคล้ายเสียงโหยหวนของภูตผีและเสียงหมาป่าหอน
ขวัญกำลังใจของฝั่งจักรวรรดิเทียนโต่วนั้นฮึกเหิมอย่างมาก
ก็แหงล่ะ สำนักถังเพิ่งจะคว้าอันดับสี่ในทำเนียบไปครอง แถมยังได้รางวัลระดับเทพมาแบบเต็มๆ
โดยเฉพาะไต้มู่ไป๋ที่ยืนอยู่หน้าขบวนรบด้วยท่าทางโอหังและกร่างสุดๆ
เขาชี้ไปที่กำแพงเมืองสูงตระหง่านของด่านเจียหลิงแล้วตะโกนสุดเสียงว่า
“เฮ้ย! พวกแกที่อยู่ตรงนั้นน่ะ!”
“เห็นหรือยัง นี่แหละคือความแตกต่างของความแข็งแกร่ง!”
“สำนักถังของพวกเราได้อันดับสี่เชียวนะ! นั่นคือตัวตนที่แม้แต่สวรรค์ยังให้การยอมรับ!”
“ถ้าพวกแกรู้จักคิดล่ะก็ เปิดประตูเมืองแล้วยอมแพ้ซะดีๆ ไม่งั้นถ้าเสี่ยวซานสร้างอาวุธลับควอนตัมพวกนั้นเสร็จเมื่อไหร่ เขาจะยิงพวกแกให้พรุนเป็นรังผึ้งเลยคอยดู!”
เอ้าซือข่าเองก็ผสมโรงด้วย เขาแกว่งไส้กรอกในมือไปมา
“ใช่เลยๆ!”
“ลูกพี่ไต้พูดถูก ข้าว่าวิหารวิญญาณยุทธ์น่ะเก่งแต่รังแกพวกเดียวกันเองนั่นแหละ”
“การจัดอันดับครั้งนี้เขาประกาศให้รู้กันทั่วทั้งทวีปเลยนะ พวกแกเข้าใจถึงน้ำหนักของมันบ้างไหมเนี่ย”
ทั้งสองคนรับส่งมุกกันไปมา เรียกเสียงหัวเราะครืนใหญ่จากกองทัพเทียนโต่ว
ในทางกลับกัน ทหารที่คอยปกป้องเมืองของวิหารวิญญาณยุทธ์กลับมีสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก
แม้พวกเขาจะยังคงเชื่อมั่นในสมเด็จพระสันตะปาปา แต่ผลกระทบจากทำเนียบการจัดอันดับก็รุนแรงเกินไปจริงๆ
ในตอนนั้นเอง
เหนือบนกำแพงเมือง ร่างสีม่วงร่างหนึ่งก็ค่อยๆ เดินออกมา
ปี๋ปี่ตง
นางไม่ได้โกรธเคืองเพราะเสียงโหวกเหวกของไต้มู่ไป๋ บนใบหน้าที่งดงามไร้ที่ติของนางมีเพียงความดูแคลนอย่างสุดซึ้งเท่านั้น
นางเคาะคทาลงบนพื้นเบาๆ
เสียงนั้นไม่ได้ดังมากนัก แต่มันกลับกระจายไปทั่วทั้งสนามรบอย่างชัดเจน
เสียงหัวเราะอึกทึกก่อนหน้านี้เงียบหายไปในทันที
ปี๋ปี่ตงมองลงมาจากเบื้องบนไปยังถังซานและคนอื่นๆ สายตาของนางราวกับกำลังมองดูฝูงมดปลวกที่ไม่รู้จักที่ตาย
“ช่างเป็นฝูงกบในกะลาเสียจริง”
นางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“แค่ได้อันดับสี่ ก็ทำเอาพวกเจ้าหลงตัวเองขนาดนี้เชียวหรือ”
“สิ่งที่เรียกว่ารางวัลนั่นก็เป็นเพียงแค่ความช่วยเหลือจากภายนอก”
“ขยะก็ยังเป็นขยะอยู่วันยังค่ำ ต่อให้เจ้าจะติดเขี้ยวให้มด มันก็กัดช้างให้ตายไม่ได้หรอก”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ ปี๋ปี่ตงก็เชิดคางขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาสีม่วงของนางเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง
“สำนักถังงั้นหรือ”
“เมื่อเผชิญหน้ากับพลังที่แท้จริง พวกเจ้าไม่คู่ควรแม้แต่จะถือรองเท้าให้พวกเราด้วยซ้ำ”
“ในโลกใบนี้ มีเพียงรากฐานและความแข็งแกร่งที่แท้จริงเท่านั้นที่เป็นนิรันดร์”
“ส่วนพวกเจ้าก็เป็นแค่กลุ่มขอทานที่โชคดีเก็บเศษขยะมาได้เท่านั้นแหละ”
คำพูดเหล่านี้ช่างทิ่มแทงใจดำเสียนี่กระไร
ไต้มู่ไป๋ที่เพิ่งจะทำหน้าตายียวนไปเมื่อครู่ ใบหน้าก็เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำราวกับตับหมูในทันที
“นังแก่...”
เขากำลังจะสบถด่ากลับ แต่ก็ถูกมือของถังซานห้ามเอาไว้
ใบหน้าของถังซานมืดครึ้มประดุจน้ำ
แม้เขาจะพยายามอย่างเต็มที่ที่จะรักษาสีหน้าให้สงบนิ่ง แต่คำว่า ‘ขอทาน’ ของปี๋ปี่ตงก็ทิ่มแทงเขาอย่างจัง
สำนักถังคือผลจากความพยายามของเขาทั้งสองชาติภพ เขาไม่มีวันยอมให้ใครมาดูถูกมันเด็ดขาด!
“ปี๋ปี่ตง ปากดีไปก็เปล่าประโยชน์”
ถังซานกล่าวอย่างเย็นชา
“การจัดอันดับบอกทุกอย่างไว้หมดแล้ว สำนักถังได้อันดับสี่ นั่นคือรากฐานของพวกเรา!”
ปี๋ปี่ตงหัวเราะในลำคอ กำลังจะโต้แย้ง
ในตอนนั้นเอง
เมฆสีทองบนท้องฟ้าก็ปั่นป่วนขึ้นอีกครั้ง
เสียงฟ้าร้องดังกึกก้องไปทั่วขอบฟ้า ดึงดูดความสนใจของทุกคน
การจัดอันดับใหม่กำลังจะถูกประกาศออกมาแล้ว
ในเวลานี้ ไม่ว่าจะอยู่บนกำแพงเมืองด่านเจียหลิงหรือในค่ายกองทัพเทียนโต่ว ทุกคนต่างก็กลั้นหายใจ
โดยเฉพาะปี๋ปี่ตง ดวงตาของนางฉายแววเด็ดเดี่ยว
ในมุมมองของนาง ในสามอันดับแรก จะต้องมีที่ยืนสำหรับวิหารวิญญาณยุทธ์อย่างแน่นอน หรืออาจจะเป็นอันดับหนึ่งเลยด้วยซ้ำ!
แสงสีทองควบแน่นรวมกัน และตัวอักษรขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้น
【อันดับที่สามของทำเนียบการจัดอันดับขุมกำลัง!】
【จักรวรรดิวิญญาณยุทธ์ (เดิมคือวิหารวิญญาณยุทธ์)!】
เงียบกริบ
สนามรบที่แต่เดิมตึงเครียด บัดนี้กลับเงียบสงัดจนแทบจะได้ยินเสียงเข็มตก
สายลมหยุดนิ่ง
หมู่เมฆหยุดชะงัก
สีหน้าของทุกคนแข็งค้างอยู่บนใบหน้า
ความดูแคลนบนใบหน้าของปี๋ปี่ตงยังไม่ทันจะได้ถูกเก็บกลับไป มันก็แข็งทื่ออยู่ที่มุมปากของนาง
อันดับสาม?
จะเป็นไปได้แค่อันดับสามได้อย่างไร?
นางกำคทาในมือแน่นจนข้อขาวซีด
วิหารวิญญาณยุทธ์สั่งสมอำนาจมานานนับพันปี!
ครอบครองราชทินนามพรหมยุทธ์มากที่สุดในทวีป!
และยังสถาปนาตนเองเป็นจักรวรรดิอีกด้วย!
ความแข็งแกร่งขนาดนี้กลับได้แค่อันดับสามงั้นหรือ?
“เป็นไปไม่ได้...”
พรหมยุทธ์เสือดาวปีศาจที่ยืนอยู่ด้านหลังปี๋ปี่ตงอดไม่ได้ที่จะร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ
“พวกเราจะอยู่อันดับสามได้อย่างไร แล้วสองอันดับแรกเป็นใครกัน”
“หรือว่าจะมีขุมกำลังที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าจักรวรรดิวิญญาณยุทธ์ของเราอีกงั้นหรือ”
ในขณะนี้ สภาพจิตใจของคนในวิหารวิญญาณยุทธ์ถึงกับพังทลาย
และค่ายเทียนโต่วเบื้องล่าง หลังจากหายจากอาการตกตะลึง ก็ระเบิดเสียงหัวเราะที่พยายามกลั้นไว้ออกมา
โดยเฉพาะไต้มู่ไป๋ที่หัวเราะจนท้องแข็ง
“โอ๊ย! ขำจะตายอยู่แล้ว!”
“เมื่อกี้ใครนะที่พูดเรื่องความแข็งแกร่งกับรากฐาน”
“พูดมาตั้งนาน สุดท้ายพวกแกก็อยู่เหนือกว่าพวกเราแค่อันดับเดียวเนี่ยนะ”
“ข้าว่าไอ้อันดับสามนี่มันก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษหรอก ก็แค่ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเองนั่นแหละ!”
...
แม้เขาจะพูดเช่นนั้น แต่คิ้วของถังซานกลับขมวดแน่นยิ่งขึ้นไปอีก
วิหารวิญญาณยุทธ์อยู่อันดับสาม
สำนักถังอยู่อันดับสี่
นั่นหมายความว่าในโลกใบนี้ ยังมีสัตว์ประหลาดร่างยักษ์อีกสองตัวที่คอยกดทับพวกเขาอยู่
สำนักเฮ่าเทียนอยู่อันดับหก สำนักถังอยู่อันดับสี่ และวิหารวิญญาณยุทธ์อยู่อันดับสาม
ที่ว่างที่เหลือ...
ถังซานสัมผัสได้ถึงแรงกดดันอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
บนม่านฟ้าสวรรค์ ภาพฉากต่างๆ เปลี่ยนไป
มันเริ่มแสดงข้อมูลหลักของจักรวรรดิวิญญาณยุทธ์
【สมาชิกแกนนำ: ปี๋ปี่ตง (ผู้สืบทอดเทพปีศาจ, ร่างกึ่งเทพ)】
【เชียนเหรินเสวี่ย (เทพทูตสวรรค์)】
【หกปุโรหิตใหญ่แห่งโถงปุโรหิต (ราชทินนามพรหมยุทธ์ระดับ 96 ขึ้นไป)】
【หมายเหตุ: มหาปุโรหิตเซียนเต้าหลิวสิ้นชีพไปแล้วหลังจากการเสียสละตนเองเพื่อการทดสอบเทพทูตสวรรค์】
ทันทีที่ข้อความเหล่านี้ปรากฏขึ้น ทั่วทั้งโลกก็เกิดความโกลาหล
เซียนเต้าหลิวตายแล้ว?
อัครพรหมยุทธ์ผู้นั้น ผู้ที่ได้ชื่อว่าไร้พ่ายบนท้องฟ้า กลับตายไปแล้วงั้นหรือ?
แถมเขายังตายเพราะสละชีวิตตัวเองเพื่อให้เชียนเหรินเสวี่ยได้เป็นเทพ!
ถังซานมองดูข้อมูลบนม่านฟ้าสวรรค์ รูม่านตาของเขาหดตัวลงในทันที
เชียนเหรินเสวี่ย... เทพทูตสวรรค์?
ปี๋ปี่ตง... กึ่งเทพ?
นี่คือรากฐานที่แท้จริงของจักรวรรดิวิญญาณยุทธ์งั้นหรือ?
เมื่อนำมาเปรียบเทียบกันแล้ว พลังของสำนักถังก็ดูจะบางเบาไปหน่อยจริงๆ
...
ขบวนรถไฟดารา ตู้เสบียงชมวิว
หลินเช่อพิงโซฟาถือแก้วกาแฟที่เริ่มจะเย็นชืดแล้ว
เขามองดูข้อมูลบนม่านฟ้าสวรรค์และส่ายหน้าเบาๆ
“เซียนเต้าหลิวตายแล้ว”
“เชียนเหรินเสวี่ยกลายเป็นเทพ และปี๋ปี่ตงก็เกือบจะถึงขั้นนั้นแล้ว”
“ดูเหมือนว่าเนื้อเรื่องจะดำเนินมาถึงช่วงท้ายแล้วสินะ”
เขาวางแก้วลง สายตาเรียบเฉย
“ศึกเทพคู่สินะ...”
“การมาเยือนในช่วงเวลานี้นับว่าน่าสนใจไม่เลว”
สำหรับคนพื้นเมืองของทวีปโต้วหลัว นี่คือสงครามที่อาจทำให้โลกแตกสลายได้เลยทีเดียว
แต่สำหรับหลินเช่อ มันเหมือนกับละครเวทีที่กำลังจะเริ่มแสดงมากกว่า
เขาหันศีรษะไปมองปี่จี้ที่ยังคงคุกเข่าอยู่บนพื้น
ในเวลานี้ ปี่จี้เพิ่งจะหายจากอาการตกตะลึงอย่างหนัก
ตบะหนึ่งล้านหนึ่งแสนปี
นี่คือความสูงที่นางไม่กล้าแม้แต่จะฝันถึง
และสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นของขวัญที่ชายตรงหน้ามอบให้ราวกับเป็นเรื่องง่ายๆ
ปี่จี้เงยหน้าขึ้น และในดวงตาสีมรกตคู่นั้นก็มีเงาของหลินเช่อสะท้อนอยู่
“ท่านผู้สูงส่ง...”
น้ำเสียงของนางยังคงสั่นเครือเล็กน้อย
จบตอน