- หน้าแรก
- เลิกกับแฟนเฮงซวย ชีวิตฉันก็รวยจากของอร่อย
- บทที่ 16 ฉันคิดว่านายแปลกๆ ไปหน่อยนะ
บทที่ 16 ฉันคิดว่านายแปลกๆ ไปหน่อยนะ
บทที่ 16 ฉันคิดว่านายแปลกๆ ไปหน่อยนะ
บทที่ 16 ฉันคิดว่านายแปลกๆ ไปหน่อยนะ
"ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ จะเสร็จเดี๋ยวนี้แล้วค่ะ" ซูม่านหนิงใช้ที่คีบหยิบแผ่นแป้งเครปจีนขึ้นมาวางบนกระทะแบนเพื่อนาบให้เกรียม ในขณะที่คนที่ยืนรออยู่ตรงหน้าเธอนั้นเอาแต่กลืนน้ำลายไม่หยุด
กลิ่นมันหอมยั่วยวนใจจริงๆ
หลังจากจ้องมองแผงลอยตรงหน้าด้วยความหวัง ซูม่านหนิงก็วางผักกาดหอม แตงกวาหั่นฝอย และวัตถุดิบอื่นๆ ลงบนแผ่นแป้งเครปจีน จากนั้นจึงใช้ที่คีบม้วนแผ่นแป้งเบาๆ บรรจุลงในถุงกระดาษ แล้วยื่นส่งให้กับคนที่อยู่หน้าแผงลอย
ความคืบหน้าของภารกิจ 1 ต่อ 100
ชายคนนั้นรับแป้งเครปจีนมาด้วยมือข้างหนึ่ง สแกนรหัสเพื่อจ่ายเงิน แล้วอ้าปากกัดคำโตทันที
ความกรอบของแผ่นแป้งเครปจีนเมื่อผสมผสานกับความสดกรอบของผักกาดหอมและแตงกวาหั่นฝอย ทำให้เกิดรสชาติที่พิเศษไม่ธรรมดาอย่างยิ่ง แม้ว่าวัตถุดิบจะดูธรรมดามากและแผ่นแป้งก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษ แต่รสชาตินั้นกลับอร่อยกว่าที่แผงลอยเล็กๆ ร้านอื่นขายอย่างเห็นได้ชัด
"ไม่เลวเลย อร่อยมาก"
หลังจากได้ชิมแล้ว ชายคนนั้นถึงได้รู้ว่าเงิน 15 หยวนที่จ่ายไปนั้นคุ้มค่ามาก
ซูม่านหนิงยิ้มบางๆ จะไม่ให้อร่อยได้อย่างไรนั่นคือของที่ซื้อมาจากห้างสรรพสินค้าระบบ ของแบบนี้หาซื้อข้างนอกไม่ได้หรอก
ชายคนนั้นกัดกินคำโตอีกคำ "เอาอย่างนี้แล้วกัน ทำเพิ่มให้ฉันอีกสองชิ้นนะ ฉันอยากจะซื้อกลับบ้าน"
"ได้เลยค่ะ" ซูม่านหนิงหยิบแผ่นแป้งอีกสองแผ่นขึ้นมาวางบนกระทะเพื่อนาบให้เกรียม
เนื่องจากเธอทอดแผ่นแป้งเตรียมไว้ล่วงหน้าจากที่บ้านแล้ว ตอนนี้การทำแป้งเครปจีนจึงรวดเร็วมาก กระทะย่างสามารถวางแป้งได้พร้อมกันสามแผ่น ดังนั้นการทำสองชิ้นพร้อมกันจึงใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น
ซูม่านหนิงบรรจุแป้งเครปจีนทั้งสองชิ้นลงในถุงพลาสติกแล้วยื่นส่งให้กับคนตรงหน้า
ความคืบหน้าของภารกิจ 3 ต่อ 100
ชายคนนั้นจ่ายเงินอย่างเต็มใจและเดินจากไปพร้อมกับถือถุงแป้งเครปจีนด้วยความสุข
ทันทีที่คนนั้นเดินจากไป ก็มีคนอีกสองคนก้าวเข้ามาทันที และเหมือนกับคนก่อนหน้านี้ ทันทีที่พวกเขาเห็นราคา ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถามคำถามสองสามคำถาม
ซูม่านหนิงอธิบายให้ฟังอย่างอดทนว่าวัตถุดิบที่ใช้มีคุณภาพสูง แต่ทั้งสองคนกลับแสดงสีหน้าครึ่งเชื่อครึ่งไม่เชื่อ
"สุภาพบุรุษเมื่อครู่นี้ตอนแรกก็คิดว่าแพงเหมือนกันค่ะ แต่หลังจากได้ลองชิมชิ้นหนึ่งแล้ว เขาก็ซื้อเพิ่มอีกสองชิ้นเพื่อนำกลับบ้าน ฉันรับรองได้เลยค่ะว่าแป้งเครปจีนที่นี่อร่อยเด็ดแน่นอน"
เมื่อได้ยินเธอพูดเช่นนี้ ทั้งสองคนก็เริ่มรู้สึกหวั่นไหว และเมื่อได้กลิ่นหอมโชยมา มันก็ดูหอมมากจริงๆ
"งั้นทำมาให้พวกเราคนละชิ้นแล้วกัน"
"ได้เลยค่ะ" ซูม่านหนิงยังคงวุ่นอยู่กับการนาบแผ่นแป้งบนกระทะต่อไป
...
ภายในเลานจ์บาร์ที่เปิดไฟสลัวๆ กู้เป่ยเฉินนั่งอยู่ข้างเคาน์เตอร์บาร์ และเจียงหวยนั่งอยู่ข้างๆ เขาพอดี
ในแก้วมีเหล้าสีน้ำตาลอ่อนอยู่เล็กน้อย ทั้งสองชนแก้วกันแล้วยกขึ้นจิบ
"ช่วงนี้นายกำลังยุ่งเรื่องของซูม่านหนิงอยู่หรือเปล่า" กู้เป่ยเฉินเอ่ยถาม
เจียงหวยไม่ได้รู้สึกแปลกใจ ในเมื่อวันนี้เขาบังเอิญเจอหวังหู่ที่ร้านกาแฟ หลังจากกลับไปแล้ว หวังหู่ก็คงจะเล่าเรื่องนี้ให้กู้เป่ยเฉินฟังอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม เจียงหวยรู้สึกแปลกใจและสงสัยมากที่กู้เป่ยเฉินเอ่ยปากถามถึงซูม่านหนิง
"ฉันคิดว่านายแปลกๆ ไปหน่อยนะ" เจียงหวยยิ้มอย่างมีเลศนัย
"แปลกตรงไหน"
"นายน่ะ คนแก่แดดอย่างนาย ไปรู้จักกับเด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกับเธอได้อย่างไรกัน" เจียงหวยพูดจาเย้าแหย่
"ฉัน แก่เหรอ" กู้เป่ยเฉินชี้ นิ้วเข้าหาตัวเองอย่างไม่ยากจะเชื่อ "ถ้าฉันจำไม่ผิด นายอายุมากกว่าฉันปีหนึ่งนะ"
เจียงหวย "..." ฟังดูแล้วมันก็ใช่
ปีนี้เจียงหวยอายุ 29 ปี ซึ่งมากกว่ากู้เป่ยเฉินหนึ่งปีจริงๆ
ทว่าในจิตใต้สำนึกเจียงหวยมักจะรู้สึกว่ากู้เป่ยเฉินอายุมากกว่าเขาเสมอ เพราะความสุขุมและเยือกเย็นที่กู้เป่ยเฉินแสดงออกมาเป็นประจำนั้น ดูไม่เหมือนสิ่งคนในวัยเดียวกับเขาควรจะมีเลย
"บอกมาเถอะ นายไปเจอเธอได้อย่างไรกันแน่" เมื่อความอยากรู้อยากเห็นถูกจุดประกายขึ้นมาแล้ว เขาก็ย่อมไม่ยอมแพ้ง่ายๆ จนกว่าจะได้คำตอบ
กู้เป่ยเฉินไม่มีเวลามานั่งคุยเรื่องไร้สาระอื่นๆ กับเขา "นายตอบคำถามของฉันก่อนสิ"
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ สีหน้าของเจียงหวยก็พลันเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันที "ฉันเป็นทนายความที่มีจรรยาบรรณวิชาชีพนะ ฉันจะบอกเรื่องนี้กับคนอื่นง่ายๆ ได้อย่างไรกัน"
"นายแค่ไม่ต้องคิดว่าฉันเป็นมนุษย์ก็พอ"
"..." ทนายความผู้ฝีปากกล้าเป็นธรรมชาติต้องพลันหมดคำพูดไปชั่วขณะ หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็ยกนิ้วชี้ขึ้นมา "ทำไมเมื่อก่อนฉันไม่ยักษ์กะเห็นเลยว่านายเป็นคนหน้าหนาขนาดนี้"
"นายจะบอกหรือไม่บอก" กู้เป่ยเฉินจ้องมองเขาด้วยสายตาเย็นชา
ภายใต้สายตาเช่นนั้น ไม่นานเจียงหวยก็ยอมจำนน เขาส่งโทรศัพท์มือถือของตนเอง เปิดโพสต์ก่อนหน้านี้แล้วยื่นส่งให้กู้เป่ยเฉิน
"นายดูเอาเองแล้วกัน แล้วจะรู้"
กู้เป่ยเฉินรับโทรศัพท์มา นิ้วมือเลื่อนหน้าจอไปเรื่อยๆ ด้านล่างมีข้อความแสดงความคิดเห็นมากมายอยู่แล้ว
เจียงหวยพูดด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง "ฉันไม่รู้จริงๆ ว่าคนพวกนี้คิดอะไรอยู่ตอนนี้ พวกเขาคิดว่าการกุข่าวลือมันไม่มีต้นทุนเลยหรือไง หรือคิดว่าอยากจะทำอะไรบนอินเทอร์เน็ตก็ได้ ทั้งๆ ที่ไม่รู้อะไรเลยแท้ๆ แต่กลับเอารูปของเธอไปโพสต์ลงบนอินเทอร์เน็ตและดึงดูดความคิดเห็นที่มุ่งร้ายตั้งมากมาย เธอ ก็แค่ตั้งแผงลอยขายของ มันผิดตรงไหนกัน เธอไปยั่วโมโหหรือล่วงเกินใครเข้าล่ะ ทำไมต้องมาถูกคาดเดาในแง่ร้ายแบบนี้ด้วย เลื่อนลงไปดูสิ สิ่งที่คนพวกนั้นพูดมันน่ารังเกียจจริงๆ"
กู้เป่ยเฉินอ่านความคิดเห็นทีละข้อความ คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว
ความคิดเห็น เด็กผู้หญิงสมัยนี้ ในตาขยิบมีแต่เรื่องเงินๆ ทองๆ เท่านั้น เพื่อเงินแล้วพวกเธอสละได้ทุกอย่างนั่นแหละ
ความคิดเห็น จริงด้วย อาศัยความที่ตัวเองยังเด็กและหน้าตาดีไปยั่วยวนพวกคนรวย
ความคิดเห็น แบบนี้ก็ถือเป็นความสามารถของเธอเหมือนกันนะ บางคนอยากจะยั่วยวนแต่ทำไม่ได้ ถูกเลี้ยงดูปีหนึ่งได้เงินตั้งหลายแสนหรือเป็นล้าน นี่ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะหาได้ในเวลาสั้นๆ จากการทำงานหรอก
ความคิดเห็น ฉันได้ยินมาว่าเมื่อก่อนเธอเคยมีแฟน แต่เพิ่งเลิกกันไปได้ไม่นาน ฉันเดาว่าเธอคงจะทิ้งเขาหลังจากไปคบกับคนรวยนั่นแหละ
มือของกู้เป่ยเฉินชะงักไป และเขาจ้องมองตัวอักษรบนหน้าจอเป็นเวลานาน
จากนั้นเขาก็ส่งโทรศัพท์คืนให้เจียงหวย "ช่วยฉันหน่อยสิ"
"ช่วยอะไรล่ะ บอกมาเลย"
...
ความคืบหน้าของภารกิจ 48 ต่อ 100
จนกระทั่งเวลา 21.00 นาฬิกา ซูม่านหนิงยังคงง่วนอยู่หลังแผงลอย
หลังจากออกมาตั้งแผงขายแป้งเครปจีนแล้ว เธอก็ได้ตระหนักว่าภารกิจนี้ยากกว่าการขายไส้กรอกแป้งอย่างเห็นได้ชัด
ในวันที่เธอตั้งแผงขายไส้กรอกแป้ง เธอขายได้ 100 ไม้ในเวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น หลายคนซื้อครั้งละหลายๆ ไม้ ภารกิจจึงเสร็จสิ้นอย่างรวดเร็วมาก
แต่แป้งเครปจีนไม่ได้เป็นที่นิยมเท่ากับไส้กรอกแป้ง และราคาก็แพงกว่าไส้กรอกแป้งด้วย หลังจากออกมานานกว่าสองชั่วโมง ภารกิจยังไม่เสร็จสิ้นถึงครึ่งหนึ่งเลยด้วยซัน
อย่างไรก็ตาม ซูม่านหนิงไม่ได้รู้สึกว่ามันยุ่งยากหรือหมดความอดทนอยากจะกลับบ้าน แม้ว่าความยากของภารกิจจะสูงกว่า แต่รางวัลที่ได้รับก็ย่อมมากกว่าด้วย การขายแป้งเครปจีนให้หมดจะได้รับรางวัลถึง 4 ล้านหยวน ซึ่งมากกว่าภารกิจไส้กรอกแป้งนั้นมากนัก
ท้องฟ้ามืดสนิทแล้ว แต่ยังมีผู้คนจำนวนมากออกมาหาของกิน
ผู้คนระลอกแล้วระลอกเล่าหลั่งไหลเข้ามาในถนนคนเดินสายอาหาร ทางเดินระหว่างแผงลอยคลาคล่ำไปด้วยผู้คน
แผงลอยของซูม่านหนิงก็ถูกห้อมล้อมไปด้วยผู้คนจำนวนมากเช่นกัน แต่ละคนเมื่อได้กลิ่นหอมนั้น ต่างก็ถูกดึงดูดเข้ามาและไม่สามารถเดินจากไปได้
ทว่าลูกค้าที่มาซื้อแป้งเครปจีนโดยพื้นฐานแล้วจะซื้อเพียงคนละหนึ่งชิ้นเท่านั้น ดังนั้นภารกิจนี้จึงดำเนินไปได้อย่างเชื่องช้ากว่ามากเมื่อเทียบกัน
ซูม่านหนิงยื่นแป้งเครปจีนที่ทำเสร็จใหม่ๆ ให้กับเด็กสาวที่อยู่หน้าแผงลอย เด็กสาวรับไปด้วยความยินดีแล้วจึงจ่ายเงิน
ความคืบหน้าของภารกิจ 52 ต่อ 100
ซูม่านหนิงถอนหายใจในใจ อย่างน้อยมันก็ผ่านพ้นไปกว่าครึ่งหนึ่งแล้ว
ตอนนี้เป็นเวลาเลย 21.00 นาฬิกามาแล้ว ถนนคนเดินสายอาหารที่นี่ปิดตอน 24.00 นาฬิกา ยังพอมีเวลาเหลืออีกสองถึงสามชั่วโมง ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ที่จะทำภารกิจแป้งเครปจีนนี้ให้สำเร็จ
ซูม่านหนิงมีความอดทนเหลือเฟือที่จะอยู่ต่ออีกสองสามชั่วโมง สิ่งสำคัญคือเธอหวังว่าจะขายให้หมดในคราวเดียว เพื่อที่เธอจะได้ไม่ต้องออกมาอีกเป็นครั้งที่สองสำหรับภารกิจนี้