- หน้าแรก
- เจ้าหน้าที่ตรวจความปลอดภัยระดับเทพ
- ตอนที่ 48 คลื่นลมระลอกใหม่ ยังมีอีกหนึ่งลูกอยู่บนฟ้า!!
ตอนที่ 48 คลื่นลมระลอกใหม่ ยังมีอีกหนึ่งลูกอยู่บนฟ้า!!
ตอนที่ 48 คลื่นลมระลอกใหม่ ยังมีอีกหนึ่งลูกอยู่บนฟ้า!!
ตอนที่ 48 คลื่นลมระลอกใหม่ ยังมีอีกหนึ่งลูกอยู่บนฟ้า!!
ห้องประชุมเงียบกริบลงในพริบตา
ผู้จัดการชะงักไปครู่หนึ่ง: "คิดๆ ดูก็ใช่นะ!"
"จากความนิยมและทรัพย์สินของฟางหยางในตอนนี้ ดูเหมือนว่าตำแหน่งแชมป์ของเขาจะถูกกำหนดไว้ตายตัวแล้ว"
"พูดไปก็น่าขำนะ"
"ผลิตภัณฑ์จำลองยังไม่ทันเปิดตัวเลย ผลลัพธ์ก็ถูกกำหนดซะแล้ว"
บรรดาหัวหน้างานคนอื่นๆ ได้ยินดังนั้นก็ต่างพากันมองหน้าเลิ่กลั่ก
ตอนนั้นเอง มีคนเสนอขึ้นมาว่า: "หรือเราจะแก้ไขกฎกันสักหน่อยดีไหมครับ เช่น แบ่งเงินรางวัลให้ท็อป 3 หรือท็อป 10 หรือไม่ก็แบ่งให้เขาแค่ 3 ส่วนพอ"
"ใช่ครับ ขืนเป็นแบบนี้ ผู้สนับสนุนของผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ ก็ไม่มีความอยากจะเปย์เลย ต่อให้พวกเขาจะเปย์สนับสนุนยังไง ก็ไม่มีทางแซงฟางหยางได้หรอกครับ"
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ทุกคนต่างพากันพยักหน้าเห็นด้วย
ถึงแม้ฟางหยางจะมีความนิยมสูงมาก แต่ถึงอย่างนั้นรายการของเราก็มียอดคนดูหลักล้านอยู่แล้ว
ถ้าพวกเขารู้ว่าเงินรางวัลจากการเปย์จะต้องตกไปอยู่ในมือของฟางหยางอย่างแน่นอน แล้วใครจะยังอยากเปย์อีกล่ะ?
แล้วการทำรางวัลนี้ขึ้นมาจะมีความหมายอะไร?
หรือว่าถึงตอนนั้นจะมีแค่แฟนคลับของฟางหยางคนเดียวที่เปย์?
นี่มันผิดไปจากความตั้งใจเดิมของพวกเขาตั้งแต่แรกแล้ว
คิ้วของผู้จัดการขมวดเข้าหากันเป็นปม
ปัญหานี้ค่อนข้างรับมือยากจริงๆ จะปล่อยไว้แบบไม่สนใจเลยมันก็รู้สึกแปลกๆ
แต่ถ้าจะเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจที่เคยตกลงกันไว้ตั้งแต่แรกอย่างลวกๆ นั่นยิ่งเป็นไปไม่ได้
ในฐานะรายการวาไรตี้ระดับท็อปของประเทศ คำพูดที่พูดออกไปแล้วถ้าดึงกลับมา ย่อมต้องถูกเพื่อนร่วมวงการหัวเราะเยาะ และถูกชาวเน็ตด่าจนเละแน่ๆ
การตัดสินใจที่สำคัญขนาดนี้ จะนึกอยากเปลี่ยนก็เปลี่ยน แบบนั้นก็แปลว่าเงินรางวัล 100 ล้านก็อาจจะถูกเปลี่ยนได้ทุกเมื่อน่ะสิ?
ถึงเวลานั้นอย่าว่าแต่ผู้เข้าแข่งขันคนอื่นเลย ถ้าฟางหยางรู้การตัดสินใจนี้ แล้วเขาทิ้งงานไม่ทำขึ้นมา ผลที่ตามมาคงไม่อยากจะคิด
เขาจะกล้าเสี่ยงไหม?
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ไม่กล้า!
ด้วยความนิยมของฟางหยางในปัจจุบัน มีเพื่อนร่วมวงการกี่คนที่อิจฉา มีคนกี่คนที่ตาร้อน
ไม่ได้พูดเกินจริงเลยนะ ทันทีที่แตกหักกับฟางหยาง จะต้องมีคนมากมายแย่งกันจ่ายค่าฉีกสัญญาแทนเขาอย่างแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยความสามารถของฟางหยางเอง ค่าฉีกสัญญาก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
พูดอีกอย่างก็คือ ฟางหยางได้เปลี่ยนจากผู้เข้าแข่งขันธรรมดาๆ กลายมาเป็นเสาหลักที่เขาไม่กล้าล่วงเกินไปแล้วในช่วงเวลาเพียงไม่กี่วัน!
เมื่อคิดได้แบบนี้ ผู้จัดการก็ตัดสินใจเด็ดขาดในใจทันที
เขามองไปที่ทุกคนและพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นทรงพลัง
"เลิกพูดได้แล้ว!"
"หัวข้อนี้ไม่มีความหมายอะไรเลย"
"ตกลงกันไว้ที่ 5 ส่วน! ก็คือ 5 ส่วน มีแต่จะให้เพิ่ม ห้ามให้น้อยลงเด็ดขาด!"
"ตอนที่พวกคุณเถียงกันอยู่ที่นี่ เคยคิดถึงปัญหาข้อหนึ่งบ้างไหม"
"ความนิยมของฟางหยางในตอนนี้ มันเกินกว่าที่เราจะควบคุมได้แล้ว"
"เขาสามารถปัดก้นเดินหนีไปได้ทุกเมื่อ ผมเชื่อว่ามีคนมากมายพร้อมจะเชิญเขาไปถ่ายทำรายการทำนองนี้"
"ถึงเวลานั้น เขาก็ไม่มีปัญหาอะไร เงินก็ยังหาได้เหมือนเดิม"
"แล้วพวกเราล่ะ?"
"พวกเราก็ทำได้แค่มองตาปริบๆ และถูกคนอื่นสูบเลือดจนตายในที่สุด"
"ผลลัพธ์สุดท้าย อย่าว่าแต่ได้กำไรเลย แค่ไม่ขาดทุนก็หัวเราะออกแล้ว"
ฮือฮา~
เมื่อทุกคนได้ฟังการวิเคราะห์ของผู้จัดการแล้ว ต่างก็รู้สึกหวั่นไหว สีหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัวย้อนหลัง
ใช่สิ! พวกเขาคิดเข้าข้างตัวเองเกินไป นึกว่าตัวเองเป็นนายจ้างมาจ่ายเงินเดือน
แต่สถานะในตอนนี้มันสลับกันโดยไม่รู้ตัวไปนานแล้ว
พวกเขานี่แหละที่ต้องพึ่งพาฟางหยางจ่ายเงินเดือนให้
ที่น่าขันก็คือ พวกเขายังจะมาถกเถียงกันว่าจะจ่ายให้ฟางหยางน้อยลงดีไหม
คุณทำแบบนี้ เขาก็ทำกลับ ถึงเวลาล้มโต๊ะขึ้นมา คนที่เสียใจก็คือพวกเขานี่แหละ
ผู้จัดการมองสีหน้าของทุกคนแล้วยิ้มอย่างอ่อนใจ
"มีเสียย่อมมีได้"
"พวกคุณต้องมองในแง่ดีเข้าไว้"
"เวลาเพียงไม่กี่วัน ฟางหยางนำยอดทราฟฟิกจากภายนอกเข้ามาให้รายการถึง 2 ล้านกว่า"
"แค่ยอดทราฟฟิกพวกนี้ถ้าต้องจ่ายเงินซื้อ ก็ต้องใช้เงินมหาศาลแล้ว"
"แล้วอีกอย่าง นี่มันเพิ่งจะกี่วันเอง"
"ถ้ารายการออกอากาศต่อไปเรื่อยๆ มันจะขนาดไหน? จะทะลุ 5 ล้าน หรือถึง 10 ล้านไหม?"
"ถึงวันนั้น รายการของเราจะต้องดังเป็นพลุแตก อย่าว่าแต่แบ่งให้เขา 5 ส่วนเลย ต่อให้ต้องให้มากกว่านั้นผมก็ยินดี"
"เพราะฉะนั้น ผมตัดสินใจแล้ว!"
"ควักออกมาเลย 8 ส่วน แชมป์รับไปคนเดียว 7 ส่วน ส่วนอีก 1 ส่วนที่เหลือ เอาไปแบ่งให้ท็อป 10!"
"แบบนี้ไม่เพียงแต่จะตอบสนองฟางหยางได้ แต่ยังตอบสนองความต้องการของผู้สนับสนุนของผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ ด้วย"
"ต่อให้พวกเขาจะไม่เต็มใจแค่ไหน แต่พอมองดูความนิยมของฟางหยาง พวกเขาก็ต้องหุบปาก!"
"อย่าลืมสิว่าพวกแอนตี้แฟนเมื่อกี่วันก่อน หายตัวไปทีละคนๆ ได้ยังไง..."
เมื่อเหล่าหัวหน้างานด้านล่างได้ยินว่าจะต้องเอาออกมาแบ่งถึง 8 ส่วน และแชมป์ได้ไปคนเดียว 7 ส่วน ทุกคนก็ถึงกับตะลึงงัน
มีคนเสนอความเห็นคัดค้านทันที: "ผู้จัดการ... นี่มัน... ไม่เยอะไปหน่อยเหรอครับ?"
ผู้จัดการแค่นเสียงเย็นชา: "เยอะเหรอ?"
"ผมขอถามพวกคุณคำถามนึงนะ"
"ก่อนที่ฟางหยางจะมา ทราฟฟิกปกติของรายการเราอยู่ที่เท่าไหร่? 3 ล้านกว่าใช่ไหม"
"ถ้าพูดถึงกำลังซื้อของคน 3 ล้าน สมมติว่ามียอดเปย์ 1 ล้าน"
"แต่ตอนนี้การเข้ามาของฟางหยางทำให้ความนิยมเพิ่มขึ้น 2 ล้าน ตีซะว่ายอดเปย์เพิ่มขึ้น 660,000"
"5 ส่วนของ 1 ล้านคือ 500,000 และ 2 ส่วนของ 1.66 ล้านคือ 330,000!"
"ดูเหมือนเราจะแจกออกไปเยอะมาก"
"แต่ในความเป็นจริง เราเสียน้อยลงนิดเดียวเท่านั้น"
"และอีกอย่าง บัญชีมันไม่ได้คิดกันแบบนี้"
"ยิ่งฟางหยางได้รับความนิยมสูงขึ้น ความนิยมของคนในรายการทั้งหมดก็จะถูกดึงให้สูงขึ้นไปอีกระดับ"
"ถึงตอนนั้น ต่อให้จะเป็น 2 ส่วน ก็ยังสูงกว่าแต่ก่อนอยู่ดี"
"ผมขอถามพวกคุณ การค้านี้จะทำหรือไม่ทำ?"
วินาทีนี้ ทั้งห้องประชุมเงียบกริบ
หลังจากที่ทุกคนคิดทบทวนอย่างละเอียดแล้ว ต่างก็รู้สึกตาเป็นประกาย
สมกับที่เป็นผู้จัดการจริงๆ
การจัดการครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะไม่เสียหายมากนัก แต่ยังพลิกฟื้นสถานการณ์ทั้งหมดให้กลับมามีชีวิตชีวาได้
แถมยังได้ชื่อเสียงกลับมาอีกด้วย
ที่สำคัญที่สุดก็คือ สามารถรั้งตัวฟางหยางให้อยู่ต่อได้ดีขึ้น
เรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว!!
การประชุมครั้งนี้เริ่มต้นอย่างรวดเร็วและจบลงอย่างรวดเร็วเช่นกัน
ไม่ถึงสิบนาที ทุกอย่างก็ตกลงกันเสร็จสรรพ
ทางด้านฟางหยาง เลขาธิการสวี่และคณะเดินทางมาถึงเครื่องบิน
ทุกคนต่างพากันปรบมือแสดงความยินดีจากใจจริง
เลขาธิการสวี่ตบไหล่ฟางหยางพร้อมรอยยิ้ม: "ขอบใจมากนะ ครั้งนี้เธอช่วยฉันไว้มากจริงๆ"
"เธอขับรถเป็นไหม ฉันอยากจะจ้างเธอมาเป็นคนขับรถให้ฉันน่ะ!!"
ทันทีที่พูดประโยคนี้ออกมา ทุกคนก็ถึงกับช็อก!
คนขับรถของเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ประจำกรุงปักกิ่ง!!
นั่นเป็นตำแหน่งที่ใกล้ชิดกับผู้บังคับบัญชามากที่สุดเลยนะ
เหนือกว่าตำแหน่งผู้ติดตามก่อนหน้านี้ด้วยซ้ำ
ต้องรู้ไว้นะว่า คนขับรถของผู้ใหญ่ระดับสูงทุกคน สุดท้ายแล้วจะมีอนาคตที่ดีงามมากๆ
ทำไมน่ะเหรอ! เพราะพวกเขารู้เยอะเกินไปยังไงล่ะ
อยู่กับเจ้านายทุกวัน ไม่อยากรู้ก็ต้องรู้
ตอนที่เจ้านายเกษียณ ย่อมต้องจัดการเรื่องต่างๆ ให้เขาอย่างเรียบร้อยแน่นอน
ดังนั้นในตอนนี้ พวกเขามองไปที่ฟางหยางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉา
แต่ไม่มีใครริษยาหรอก ในสายตาพวกเขา นี่คือสิ่งที่ฟางหยางสมควรได้รับ
แม้แต่ผู้จัดการทั่วไปก็ไม่ได้พูดอะไร ถึงแม้เขาจะไม่อยากให้ฟางหยางจากไปก็ตาม
แต่คนเก่งๆ แบบนี้กลับต้องมาเป็นแค่พนักงานตรวจความปลอดภัย มันดูจะใช้งานผิดประเภทไปหน่อย
เขาแอบหวังให้ฟางหยางมีอนาคตที่ดีกว่านี้
แต่ทว่า ผลลัพธ์กลับไม่เกินคาด
ฟางหยางปฏิเสธอีกครั้ง เขาตอบกลับด้วยสีหน้าแหยๆ: "เอ่อ... ฝีมือการขับรถของผมไม่ค่อยดีน่ะครับ"
"ให้ผมเป็นคนขับรถ ท่านออกไปไหนคงต้องใส่หมวกกันน็อกด้วยมั้งครับ"
"ผมขอทำงานเป็นพนักงานตรวจความปลอดภัยของผมต่อไปเงียบๆ ดีกว่าครับ"
สำหรับคำตอบแบบนี้ คนที่ไม่รู้จักเขาต่างก็ประหลาดใจและไม่เข้าใจ
แต่สำหรับตากล้องและผู้กำกับเจียงแล้ว มันเป็นเรื่องที่เดาไว้แล้วไม่ผิดเพี้ยน
เลขาธิการสวี่ก็ยิ้มอย่างอ่อนใจ "เอาล่ะ คนเรามีปณิธานต่างกัน ไม่บังคับกันหรอก วันหน้าถ้ามีเรื่องลำบากอะไร มาหาฉันได้นะ"
ฟางหยางยิ้มแฉ่ง: "ได้เลยครับ!"
ตอนนั้นเอง ผู้จัดการทั่วไปก็ก้าวออกมาและพูดด้วยรอยยิ้ม: "ก่อนหน้านี้บอกไว้ว่าจะให้รางวัลนายไม่ใช่เหรอ"
"วันนี้นายก็ช่วยงานใหญ่ของสนามบินไว้ได้ หลีกเลี่ยงความเสียหายของเครื่องบินไปได้หนึ่งลำ"
"ฉันตัดสินใจจะมอบเงิน 3 ล้านให้ เป็นรางวัลส่วนตัวสำหรับนาย"
3 ล้าน!
เงินอีกแล้ว!
ใบหน้าของผู้กำกับเจียงกระตุกโดยไม่รู้ตัว
คนในเหตุการณ์ที่ไม่รู้เรื่องก็อดสูดหายใจลึกไม่ได้ อิจฉากันจนตาตื่น
ส่วนชาวเน็ตในห้องไลฟ์สดก็ถึงกับสติแตกกันไปเลย
【ไอ้บ้าเอ๊ย! วันแรก 1 หมื่น วันที่สอง 1 ล้าน วันที่สาม 2 ล้าน วันที่สี่ 3 ล้าน! นี่แม่งรวมกัน 6 ล้านแล้วนะ 4 วันหาได้ 6 ล้าน ให้ฉันไปปล้นยังไม่ได้เยอะขนาดนี้เลย】
【บรรลุแล้ว เดี๋ยวจะไปสมัครเป็นพนักงานตรวจความปลอดภัย พี่น้องรอฟังข่าวดีว่าฉันรวยได้เลย ถึงตอนนั้นจะแจกอั่งเปาให้พี่น้องในห้องไลฟ์คนละ 588 ให้พวกนายไปหาน้องๆ นวดกันเลย】
【ฉันแม่งสติแตกแล้วโว้ยย ถ้ามีความสามารถแบบฟางหยางนะ ต่อให้บังคับให้ขับรถหรูอยู่คฤหาสน์กินอาหารหรูทุกวันฉันก็ยอม!】
【พี่ชาย เสียงดีดลูกคิดของนายฉันได้ยินทะลุสายเน็ตมาเลยนะ นายกะจะไม่ยอมเสียเปรียบเลยใช่มั้ย?】
【ดูออกเลยว่าฟางหยางเป็นคนค่อนข้างชิล เขาชอบชีวิตที่ไร้กังวล นี่แหละคือชีวิตไม่ใช่เหรอ? การก้าวไปสู่จุดสูงสุดของอำนาจอาจจะเป็นตัวเลือกของคนส่วนใหญ่ แต่การที่เขาเลือกจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขไปตลอดชีวิตกลับมีความหมายมากกว่า】
ในสถานที่เกิดเหตุ ทุกคนต่างมีสีหน้าผ่อนคลายสบายใจ
ทั่วทั้งสนามบินนอกจากที่ตรงนี้ที่ค้นเจอระเบิด ก็ไม่พบที่อื่นอีก
ซึ่งมันก็เป็นเรื่องปกติ เพราะการตรวจความปลอดภัยของสนามบินนั้นเข้มงวดมาก คนที่จะแอบแฝงเข้ามาได้จริงๆ ย่อมต้องมีน้อย
ทว่า ในขณะที่ทุกคนคิดว่าเรื่องราวจบลงและกำลังผ่อนคลายอย่างเต็มที่นั้น...
จู่ๆ!
ผู้อำนวยการก็รีบวิ่งหน้าตั้งเข้ามา ร้องตะโกนเสียงหลง: "ผู้จัดการใหญ่ครับ เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!!"(ผู้จัดการทั่วไปก็คือผู้จัดการใหญ่)
ทุกคนต่างหันไปมองด้านหลัง
ผู้จัดการใหญ่ถามด้วยความสงสัย: "เกิดอะไรขึ้น? ระเบิดไม่ได้กู้เสร็จแล้วเหรอ? หรือว่ายังมีอีก?"
"ใช่ครับ!" ผู้อำนวยการมีสีหน้าหวาดผวา: "เมื่อกี้ทางหอบังคับการบินส่งข่าวมา"
"เที่ยวบิน CZ327 เครื่องบินโบอิ้ง 777-200ER หมายเลข B-2056 บอกว่าพวกเขาพบระเบิดเวลาบนเครื่องบิน!!"
"และตอนนี้พวกเขากำลังบินอยู่เหนือมหาสมุทรแปซิฟิก ไม่สามารถลงจอดได้ครับ!!"
"อะไรนะ!!" ผู้จัดการใหญ่หน้าถอดสี
ทุกคนในที่นั้นต่างก็ตื่นตระหนก
แม้แต่ฟางหยางเองก็ยังใจหายวาบ เขามองไปที่ระเบิดเวลาข้างๆ
เวลาหยุดอยู่ที่ 20 นาที
แต่ปัญหาคือ เวลาที่เหลือบนเครื่องบินลำนั้นคงไม่ถึง 20 นาทีแล้ว อาจจะแค่ 10 นาที หรือไม่ถึงด้วยซ้ำ!
และที่บัดซบที่สุดคือ เครื่องบินไม่สามารถลงจอดได้ในตอนนี้ หมายความว่าไม่มีทางที่จะมีผู้เชี่ยวชาญกู้ระเบิดตัวจริงไปช่วยพวกเขาได้เลย
สิบนาที! แค่สิบนาทีเท่านั้น! แถมยังอยู่บนฟ้าอีกต่างหาก
ทุกคนสัมผัสได้ถึงความสิ้นหวัง เข้าใจความหมายของคำว่าไร้หนทางช่วยเหลืออย่างแท้จริง
ลองนึกภาพดูสิว่าผู้โดยสารบนเครื่องบินตอนนี้จะหวาดกลัวขนาดไหน นี่ไม่ใช่รถยนต์หรือรถไฟที่ยังพอกระโดดหนีได้ แต่นี่แม่งคือเครื่องบิน!
จะให้กระโดดยังไง! ถึงข้างล่างจะเป็นทะเล แต่การตกจากความสูงหมื่นเมตร ผิวน้ำก็แข็งเหมือนคอนกรีตนั่นแหละ ร่างกายแหลกละเอียดแน่!
ต่อให้เครื่องบินลงจอดฉุกเฉินบนผิวน้ำได้สำเร็จ ลองไม่พูดถึงความยากในการลงจอดนะ ต่อให้รอดมาได้ พวกเขาจะหนีไปไหน?
มหาสมุทรแปซิฟิกกว้างใหญ่ขนาดนั้น เวลาแค่สิบนาที ไม่พอให้พวกเขาว่ายไปได้ไกลหรอก ถึงตอนที่ระเบิดทำงาน ยังไงก็ต้องตายอยู่ดี!
ต่อให้ว่ายน้ำเก่งแค่ไหน หลบแรงระเบิดพ้น แต่จะหลบความกว้างใหญ่ไพศาลของทะเลได้เหรอ จะหลบการโจมตีของสัตว์ร้ายในมหาสมุทรได้ไหม?
สรุปสั้นๆ คำเดียว! ถ้าเกิดการระเบิดขึ้น ทุกคน 250 ชีวิตบนเครื่อง ต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย!!
จะทำยังไงดี? ไม่มีทางเลย!
ผู้จัดการใหญ่หันไปมองผู้อำนวยการด้วยความโกรธ: "มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น? ทำไมถึงยังมีเครื่องบินที่กำลังบินอยู่อีก?"
ผู้อำนวยการตอบกลับด้วยสีหน้าขมขื่น: "เครื่องบินลำนี้เพิ่งซ่อมบำรุงมาตลอด วันนี้เพิ่งจะขึ้นบินเป็นวันแรก"
"ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ตามหลักแล้วไม่น่าจะมีใครขึ้นไปบนเครื่องได้ เว้นแต่..."
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา ทุกคนก็ชะงักไป
ความหมายของคำพูดนี้ชัดเจนมาก... มีหนอนบ่อนไส้ในบริเวณสนามบิน!
ร้อยทั้งเก้าสิบเก้าต้องเป็นช่างซ่อมบำรุงที่เอาเข้าไปแน่ๆ!
มิฉะนั้นไม่มีคำอธิบายอื่น ถ้าไม่ใช่อย่างนั้น เขาไม่มีความจำเป็นต้องเลือกเครื่องบินที่กำลังซ่อมบำรุง เลือกเที่ยวบินปกติไปเลย พอขึ้นบินก็กดระเบิดทันที ไม่ต้องรอมาจนถึงวันนี้
คิดมาถึงตรงนี้ ผู้จัดการใหญ่ก็โกรธจนลมออกหู หน้าเขียวปัด กำหมัดแน่น
โกรธ! โกรธจนถึงขีดสุด!
เขาคิดไม่ออกเลย ในฐานะช่างซ่อมบำรุงเครื่องบิน คุณภาพชีวิตของเขาก็ถือว่าดีกว่าคนทั่วไปตั้งเยอะ คนแบบนี้ทำไมถึงต้องไปเป็นผู้ก่อการร้ายด้วย เขาหวังอะไรกัน!
แต่ในเวลานี้ ยังไม่ใช่เวลาที่จะไปจับคน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการหาวิธีช่วยเหลือผู้โดยสารบนเครื่องบินให้ได้
ตอนนั้นเอง ผู้กำกับเจียงก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมา วิดีโอคอลไปหาตำรวจที่กำลังคุมตัวฟ่านเจียนเฉียงอยู่
ไม่นาน ปลายสายก็รับสาย
"ผู้กำกับเจียง? มีอะไรครับ มีคำสั่งอะไรหรือเปล่า?"
"ไอ้เวรเอ๊ย หันกล้องไปที่ไอ้หมอนั่น ถามมันซิว่าระเบิดบนเที่ยวบินนั้นต้องตัดสายไหน"
สิ่งที่ตอบกลับมาคือเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
"ไม่ทันแล้วโว้ย!"
"คิดไม่ถึงล่ะสิ? ฮ่าฮ่าฮ่า!!"
"ให้ตายพวกแกก็คิดไม่ถึงใช่ไหมล่ะ ถ้าฉันเดาไม่ผิด ตอนนี้พวกเขาน่าจะอยู่เหนือมหาสมุทรแปซิฟิกแล้วมั้ง"
"พรุ่งนี้ในข่าวคงจะได้เห็นข่าวเครื่องบินจากสนามบินนานาชาติปักกิ่งระเบิดแน่ๆ พวกมันต้องตายกันหมด!!!"
ได้ยินแบบนั้น ทุกคนในที่เกิดเหตุต่างก็โกรธจนกัดฟันกรอด อดไม่ได้ที่จะด่ากราดออกมา
ผู้กำกับเจียงก็รู้ว่าการจะได้คำตอบจากปากหมอนี่แทบจะเป็นไปไม่ได้ แต่เขาจะทำยังไงได้ล่ะ? มันก็เหมือนหมอที่พยายามรักษาม้าที่ตายแล้วนั่นแหละ
ณ ตอนนี้ ทุกคนต่างหมดหนทาง บรรยากาศแห่งความสิ้นหวังแผ่ปกคลุมไปทั่วทั้งห้องโดยสาร
ชาวเน็ตในห้องไลฟ์สดต่างก็ร้อนใจจนแทบคลั่ง
【ไอ้สารเลว!! ตอนนี้ยังจะพอช่วยได้ไหม? เหลือเวลาอีกแค่ไม่กี่นาทีแล้ว ยกเว้นจะมีเทพเทวดามาช่วย แต่ปัญหาคือ...มีไหมล่ะ? ไม่มีทาง!! ฉันนึกภาพออกเลยว่าผู้โดยสารบนเครื่องตอนนี้จะหวาดกลัวและสิ้นหวังกันขนาดไหน】
【นี่แหละคือเหตุผลที่ฉันไม่เคยนั่งเครื่องบิน ถ้าเกิดเรื่องขึ้นมา ร้องเรียกฟ้าฟ้าก็ไม่ตอบ ร้องเรียกดินดินก็ไม่รับ ตายแบบไม่มีที่ฝัง!! สิ่งเดียวที่เราทำได้ตอนนี้คือไว้อาลัยให้พวกเขาเถอะ พวกเขาหมดหวังแล้ว】
【อย่าลืมสิยังมีฟางหยางอยู่นะ เขายังไม่ได้พูดอะไรเลย บางทีเขาอาจจะสร้างปาฏิหาริย์ได้ก็ได้ อย่าลืมสิว่า สำหรับเขา...ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้!!】
【ฝันอยู่เหรอแก อยู่ห่างกันตั้งหลายพันกิโลเมตร ฟางหยางจะแปลงร่างเป็นซุปเปอร์ไซย่าบินไปช่วยได้หรือไง? หรือว่าเขาจะถอดจิตไปช่วยกู้ระเบิดได้? ฉันนึกไม่ออกเลยว่าจะมีวิธีไหนช่วยได้ อย่าไปกดดันเขาเลย】
ในเวลานี้ แม้แต่ฟางหยางเองก็หมดหนทาง ถึงแม้เขาจะมีระบบ แต่เขาก็ยังเป็นคนธรรมดา ไม่สามารถเอื้อมมือไปไกลขนาดนั้นเพื่อช่วยพวกเขาได้
แต่พอเห็นวิดีโอคอลของผู้กำกับเจียงเมื่อสักครู่ จู่ๆ เขาก็ปิ๊งไอเดียขึ้นมา
เขารีบหันไปตะโกนบอกผู้จัดการใหญ่: "เร็วเข้า! หาวิธีวิดีโอคอลไปหาพวกเขา ให้ผมดูระเบิดหน่อย!"
"ผมจะสอนพวกเขาเองว่าต้องตัดสายไหน!"
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา ทุกคนก็ถึงกับอึ้ง!
แบบนี้ก็ได้เหรอ? ปัญหาคือมันเหลือเวลาแค่ไม่กี่นาทีเองนะ วงจรระเบิดเวลาถ้าไม่ศึกษากันเป็นครึ่งชั่วโมงขึ้นไป จะไปเข้าใจได้ยังไง เวลาแค่ไม่กี่นาทีจะทำอะไรได้?
แต่ตอนนี้ มีวิธีอื่นอีกเหรอ? ไม่มีแล้ว! นี่เป็นโอกาสเดียวและโอกาสสุดท้ายแล้ว
ดังนั้น ในที่เกิดเหตุจึงไม่มีใครโต้แย้ง ผู้อำนวยการศูนย์การบินไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขารีบหยิบโทรศัพท์ส่งลิงก์วิดีโอคอลไปที่เครื่องบินลำนั้นทันที