- หน้าแรก
- เจ้าหน้าที่ตรวจความปลอดภัยระดับเทพ
- ตอนที่ 40 ระเบิด? จักรวรรดินิยมไม่เคยล้มเลิกความตั้งใจที่จะทำลายพวกเรา!
ตอนที่ 40 ระเบิด? จักรวรรดินิยมไม่เคยล้มเลิกความตั้งใจที่จะทำลายพวกเรา!
ตอนที่ 40 ระเบิด? จักรวรรดินิยมไม่เคยล้มเลิกความตั้งใจที่จะทำลายพวกเรา!
ตอนที่ 40 ระเบิด? จักรวรรดินิยมไม่เคยล้มเลิกความตั้งใจที่จะทำลายพวกเรา!
บรรยากาศในที่เกิดเหตุเงียบสงัดลงในพริบตา
ซี้ด...
ทุกคนอดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกตะลึง
บนผิวหนังที่เหี่ยวย่นของคุณตา... ปรากฏรอยแผลเป็นนับไม่ถ้วน
ทั้งแผลเล็ก แผลใหญ่ พาดผ่านไขว้กันไปมา
มันช่างน่ากลัวและสยดสยองเหลือเกิน
ทว่า ในเวลานี้... กลับไม่มีใครรู้สึกหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย
ตรงกันข้าม สายตาทุกคู่ที่มองไปยังคุณตา กลับเปี่ยมไปด้วยความเคารพยกย่อง
ดวงตาเบิกกว้างด้วยความเลื่อมใส!
คนที่มีสามัญสำนึก ย่อมดูออกว่ารอยแผลเป็นเหล่านี้ คือร่องรอยของกระสุนและคมดาบ
ถึงขั้นมองเห็นเศษเหล็กที่ฝังอยู่ใต้ผิวหนังได้อย่างชัดเจน
ในที่สุด ฟางหยางก็เข้าใจความหมายที่แท้จริงของคำพูดที่คุณตาพร่ำบอกมาตลอด
ที่แท้ สาเหตุที่ทำให้เครื่องตรวจจับโลหะส่งเสียงร้องเตือน ก็คือเศษกระสุนที่ฝังอยู่ในร่างกายของคุณตานี่เอง!!
เขาจึงรีบส่งยิ้มและถามอย่างนอบน้อม "คุณตาครับ เมื่อก่อนคุณตาเคยเป็นทหารใช่ไหมครับ?"
คุณตาค่อยๆ ดึงเสื้อเชิ้ตลง
ใบหน้าเผยรอยยิ้มอย่างภาคภูมิใจ "ใช่แล้ว! สมัยก่อนฉันเคยไปรบในสงครามเกาหลี"
ทว่า เมื่อคุณตาพูดจบ
เขากลับพบว่าทุกคนเอาแต่มองเขาด้วยสายตางุนงง
เขาก็เลยเข้าใจได้ในทันที
จึงรีบเปิดกระเป๋าเป้ แล้วหยิบเหรียญตราต่างๆ ออกมาเป็นกำๆ
พร้อมกับอธิบายอย่างภาคภูมิใจ
"นี่คือเหรียญตราชัยชนะสงครามเกาหลี!!"
"นี่คือเหรียญตราเกียรติยศชั้นหนึ่ง!"
"นี่คือเหรียญตราเสรีภาพและเอกราช!"
"นี่คือเหรียญตรานักรบเกียรติยศ!"
"นี่คือ..."
ฟางหยางยืนมองคุณตาอธิบายถึงความหมายของเหรียญตราทีละเหรียญ
ถึงแม้เขาจะฟังไม่เข้าใจทั้งหมด
แต่ในขณะนี้ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเคารพและเลื่อมใส
ใบหน้าอันแสนธรรมดาของคุณตา ทำให้ทุกคนรู้สึกศรัทธาอย่างสุดซึ้ง
แต่ในขณะที่ทุกคนกำลังตั้งใจฟังคุณตาเล่าเรื่องราวอยู่นั้น
ทันใดนั้น!
พนักงานตรวจความปลอดภัยที่กำลังมองดูจอภาพเอ็กซเรย์ ก็ร้องอุทานขึ้นมา
"รีบสกัดสัมภาระใบนั้นไว้!"
"ข้างในมีระเบิด!"
"ระวัง!"
พร้อมกับกดปุ่มสัญญาณเตือนภัยที่อยู่ข้างๆ อย่างแรง
เสียงสัญญาณเตือนภัยดังแผดก้องไปทั่วบริเวณ
ทุกคนรู้สึกเหมือนแก้วหูจะแตก!
คนที่ตั้งสติได้เร็ว ก็รีบวิ่งหนีเอาชีวิตรอด ทิ้งสัมภาระไว้ไม่เหลียวหลัง
ส่วนคนอื่นๆ พอได้สติ...
ก็รีบวิ่งตามออกไปเช่นกัน
เพียงชั่วพริบตา
ประตูทางออกของสนามบิน ก็กลายเป็นทะเลมนุษย์
ผู้โดยสารจำนวนมากที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว ได้ยินเสียงสัญญาณเตือนภัย
เห็นคนวิ่งหนีกันอลหม่าน
ก็เลยพากันวิ่งหนีตามสัญชาตญาณ
แม้แต่เพื่อนร่วมงานของฟางหยาง ก็ยังตกใจจนอยากจะวิ่งหนี
แต่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้... กลับมีคนๆ หนึ่ง
เขาไม่เพียงแต่จะไม่วิ่งหนี
แต่กลับพุ่งตัวไปทับกระเป๋าเดินทางที่มีระเบิดซ่อนอยู่
และเอาตัวบังกระเป๋าใบนั้นไว้แน่น
พร้อมกับตะโกนสุดเสียง "รีบหนีไป!! หนีไป!!"
ในขณะเดียวกันผู้จัดการทั่วไปของสนามบิน กำลังนั่งสั่งงานอยู่ในห้องทำงาน
จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงสัญญาณเตือนภัย
เขารีบผุดลุกขึ้นยืนทันที
ถามด้วยสีหน้าตื่นตระหนก "เกิดอะไรขึ้น? เสียงสัญญาณเตือนภัยมาจากไหน?"
ยังไม่ทันขาดคำ
พนักงานคนหนึ่งก็วิ่งหน้าตั้งเข้ามาในห้อง
"ท่านผู้จัดการครับ เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!"
"ที่จุดตรวจความปลอดภัยฝั่งทางออก ตรวจพบระเบิดครับ!"
เมื่อได้ยินรายงาน...
ผู้จัดการทั่วไปถึงกับอึ้งไปเลย!
ระเบิด!!
มีระเบิดจริงๆ เหรอ!
ต้องรู้ไว้นะว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา อุบัติเหตุทางเครื่องบินส่วนใหญ่ล้วนเกิดจากน้ำมือมนุษย์
โดยเฉพาะการจี้เครื่องบินและวัตถุระเบิด... ถือเป็นสาเหตุหลักของโศกนาฏกรรมทางอากาศเลยทีเดียว
ด้วยเหตุนี้ ทางสนามบินจึงต้องทุ่มงบพัฒนาระบบเทคโนโลยี
และเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจความปลอดภัย
เพื่อป้องกันไม่ให้มีวัตถุระเบิดเล็ดลอดขึ้นเครื่องบินไปได้
แล้วนี่มันโผล่มาจากไหนอีกล่ะเนี่ย?
หรือว่าจะเป็นระเบิดที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ?
ในเวลานี้ เขาไม่มีเวลามามัวคิดหาคำตอบ
เขารีบลุกขึ้นและวิ่งออกไปนอกห้องทำงานพร้อมกับตะโกนสั่งการ "เร็วเข้า! รีบไปอพยพผู้โดยสารเดี๋ยวนี้"
อีกด้านหนึ่ง
เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจใกล้เคียง ก็ได้รับแจ้งเหตุและรีบเดินทางมาถึงสถานที่เกิดเหตุเช่นกัน
ในเวลานี้ สถานการณ์ในที่เกิดเหตุวุ่นวายจนแทบควบคุมไม่ได้
ฟางหยางมองดูคุณตาที่นอนทับกระเป๋าเดินทางไว้แน่น
ใบหน้าของเขาไม่ได้มีแค่ความซาบซึ้ง... แต่ยังแฝงไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน
คุณตาอายุขนาดนี้แล้ว
พอได้ยินว่ามีอันตราย
กลับไม่ลังเลเลยที่จะเอาชีวิตตัวเองเข้าแลก
คนแบบนี้!
จะทำให้เขาไม่รู้สึกตื้นตันใจได้อย่างไร
ลองถามใจตัวเองดูสิ
ถ้าเปลี่ยนเป็นตัวเขาเอง เขาคงไม่ทำแบบนั้นแน่
คงจะวิ่งหนีให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
แต่ที่เขาไม่วิ่งหนีในตอนนี้ ก็เพราะเขารู้ดีว่า ในนั้นไม่มีระเบิดซ่อนอยู่
แต่คุณตาล่ะ...
คุณตาไม่รู้นี่นา
แต่ถึงอย่างนั้น คุณตาก็ยังคงเสียสละตัวเองโดยไม่ลังเล
นี่แหละคือ จิตวิญญาณและความเสียสละของนักรบรุ่นก่อน
ชาวเน็ตในห้องถ่ายทอดสดเห็นฉากนี้แล้ว ก็รู้สึกซาบซึ้งใจจนน้ำตาไหล แต่สิ่งที่พวกเขารู้สึกมากกว่านั้นคือความกังวล
[ความนิยม] +1+1+1+1.
—— [น้ำตาจะไหลเลยอ่ะ คุณตาอายุขนาดนี้แล้ว แกไม่ลังเลเลยนะ ต่อให้เป็นแค่เสี้ยววินาทีก็เถอะ แกกระโดดทับกระเป๋าเลย นี่สิถึงจะเรียกว่าไอดอลที่เราควรติดตาม นี่สิถึงจะเรียกว่าวีรบุรุษที่เราควรยกย่อง!]
—— [ฟางหยางนี่ก็ใจกล้าเกินไปแล้วนะ มีระเบิดยังไม่ยอมวิ่งหนีอีก? หรือว่าเขาอยากจะเป็นฮีโร่เหมือนกัน เงินเดือนแค่ไม่กี่พัน จะเอาชีวิตไปเสี่ยงทำไม!]
—— [คุณตาแกมีเหรียญตราเต็มตัวเลยนะ แต่แกไม่เอามาอวดอ้าง พอมีอันตราย แกกลับพุ่งเข้าไปเป็นคนแรก รู้สึกเป็นเกียรติมากเลยที่คนรุ่นเรายังได้เห็นวีรบุรุษตัวเป็นๆ แบบนี้ แกพิสูจน์ให้เห็นเลยว่า อุดมการณ์ของแกคืออะไร!]
—— [เหรียญตราทุกเหรียญ ล้วนมีเรื่องราวอันน่าทึ่งซ่อนอยู่ ปู่ของฉันก็เป็นทหารผ่านศึกสงครามเกาหลีเหมือนกัน น่าเสียดายที่ท่านจากไปแล้ว พอเห็นคุณตาท่านนี้ ก็ทำให้นึกถึงคุณปู่ขึ้นมาเลย ตอนนี้ฉันขอแค่ให้คุณตาปลอดภัยก็พอ!]
ช่างภาพยืนกระสับกระส่ายอยู่ข้างๆ เหมือนมดบนกระทะร้อน
ตั้งแต่เสียงสัญญาณเตือนภัยดังขึ้น จนถึงตอนนี้ ก็เพิ่งจะผ่านไปแค่ไม่กี่สิบวินาทีเท่านั้น
เขามองดูผู้คนแตกตื่นวิ่งหนีออกจากสนามบิน
แต่ฟางหยางกลับยังคงยืนนิ่ง
เขาเริ่มจะทนไม่ไหวแล้ว
"พี่ เมื่อไหร่เราจะหนีกันล่ะ? คนอื่นเขาหนีกันไปหมดแล้วนะ"
คุณตาก็หันมาดุฟางหยาง "หนีไปสิ! มัวยืนบื้ออยู่ทำไม!"
ฟางหยางยิ้มอย่างอ่อนใจ
เขาหันไปมองเจ้าของกระเป๋า "รบกวนเปิดกระเป๋าเดินทางให้ผมตรวจสอบหน่อยครับ"
ข้างๆ กันนั้น มีชายหนุ่มอายุประมาณ 30 ปี ยืนอยู่
เขายืนอึ้งอยู่กับที่
พอได้ยินเสียงเรียกของฟางหยาง เขาถึงได้สติกลับมา
"ระเบิดเหรอ?"
"กระเป๋าฉันมีระเบิดตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย?"
ยังไม่ทันขาดคำ
ผู้จัดการทั่วไปและผู้บริหารระดับสูงหลายคน ก็วิ่งกระหืดกระหอบมาถึง
วินาทีที่เห็นหน้าฟางหยาง...
มุมปากของผู้จัดการทั่วไปก็กระตุกยิกๆ
นั่นไง!
ระหว่างทางก็แอบคิดอยู่แล้ว ว่าต้องเกี่ยวกับฟางหยางแน่ๆ
แล้วก็เป็นอย่างที่คิดจริงๆ
แบบนี้ก็ไม่แปลกใจล่ะ
แต่ทว่า... เขาเพิ่งสังเกตเห็นว่า ฟางหยางไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกเลย
กลับยืนนิ่งสงบ
นี่แหละที่ทำให้เขารู้สึกแปลกใจ
เขาจึงเอ่ยถาม "ฟางหยาง เกิดอะไรขึ้น? ได้ยินมาว่าที่จุดตรวจของพวกคุณเจอะระเบิดเหรอ?"
ฟางหยางยักไหล่อย่างจนใจ "คุณต้องถามผู้โดยสารท่านนี้ดูครับ"
ผู้โดยสารหนุ่มยิ้มแห้งๆ "อ๋อ... ผมนึกออกแล้ว..."
"นี่อาจจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดก็ได้ครับ"
"ในกระเป๋าผมไม่มีระเบิดหรอก มีแต่พาวเวอร์แบงก์"
"สงสัยพวกเขาคงจะคิดว่ามันเป็นระเบิดล่ะมั้ง"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น
ทุกคนต่างก็มองหน้ากันอย่างงุนงง
คุณตาลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้างงงวย
"อ้าว? ไม่ใช่ระเบิดเหรอ?"
ผู้โดยสารหนุ่มเดินไปที่กระเป๋าเดินทาง
เปิดรหัสล็อก...
แล้วหยิบวัตถุที่มีลักษณะคล้ายระเบิดแบบมัดรวมออกมาให้ทุกคนดู
ลักษณะภายนอกดูเหมือนแท่งกระบอกหลายๆ แท่งนำมามัดรวมกันเป็นรูปทรงกระบอก
ถ้าไม่สังเกตดีๆ ก็คงคิดว่าเป็นระเบิดไดนาไมต์จริงๆ
เขาหยิบสายชาร์จและโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกง
แล้วเสียบสายชาร์จเข้ากับวัตถุชิ้นนั้นต่อหน้าทุกคน
ติ๊ด~~~
ที่แท้... มันก็คือพาวเวอร์แบงก์จริงๆ
ทีนี้ ก็เคลียร์กันได้แล้ว
ผู้จัดการทั่วไปยิ้มแห้งๆ พลางส่ายหน้า
"ไม่เป็นไรครับๆ ขอแค่ไม่ใช่ระเบิดก็พอแล้ว"
"ผมขอแนะนำนิดนึงนะครับ"
"วันหลังรบกวนอย่าพกของแบบนี้มาอีกเลยนะครับ"
"สิ่งของที่อาจก่อให้เกิดความตื่นตระหนก ก็ไม่อนุญาตให้นำผ่านจุดตรวจความปลอดภัยเหมือนกันครับ"
"ถึงแม้มันจะเป็นพาวเวอร์แบงก์ แต่รูปทรงมันเหมือนระเบิดมากเลย"
"เพราะฉะนั้น เพื่อความปลอดภัย เดี๋ยวพวกเราขออนุญาตนำไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งนะครับ หวังว่าคุณจะให้ความร่วมมือ"
ผู้โดยสารหนุ่มพยักหน้ารับอย่างเต็มใจ "ได้เลยครับ ไม่มีปัญหา นี่มันก็เป็นเรื่องที่ควรทำอยู่แล้วครับ!"
"อืม!"
ผู้จัดการทั่วไปโบกมือ
ลูกน้องก็เดินเข้าไปแกะพาวเวอร์แบงก์ออกมาตรวจสอบทันที
ปรากฏว่าข้างในมีแต่สายไฟและแผงวงจร
แม้แต่ท่อพลาสติกที่ใช้ทำเป็นปลอกหุ้ม ก็ยังลองเอามาถือดูแล้ว
ก็เบาหวิว
ข้างในไม่มีอะไรเลย
ผู้จัดการทั่วไปยิ้มบางๆ "ตกใจหมดเลย"
"ขอโทษด้วยนะครับ ที่ทำให้คุณต้องเสียเวลา"
ผู้โดยสารหนุ่มโบกมือปฏิเสธ "ไม่เป็นไรครับๆ! ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวก่อนนะครับ~~"
"แบบนั้นได้ยังไงล่ะครับ พวกเราแกะของคุณออกมา ก็ต้องประกอบกลับให้เหมือนเดิมสิครับ"
"ไม่เป็นไรครับ! เดี๋ยวผมเอากลับไปประกอบเองได้"
ในตอนนั้นเอง
จู่ๆ ฟางหยางก็โพล่งขึ้นมา "คุณกลัวความแตก ก็เลยอยากจะรีบหนีไปใช่ไหมล่ะ"
เมื่อประโยคนี้หลุดออกมา
ทุกคนในที่นั้นถึงกับอึ้งไปเลย!
ผู้โดยสารหนุ่มถามด้วยสีหน้างุนงง "คุณหมายความว่ายังไงครับ? ผมไม่เข้าใจ ก็เมื่อกี้ตรวจสอบเสร็จแล้วไม่ใช่เหรอ?"
ผู้จัดการทั่วไปและคนอื่นๆ ก็หันไปมองฟางหยางด้วยความสงสัย
"นั่นสิ ก็ตรวจสอบเสร็จแล้วไม่ใช่เหรอ?"
ฟางหยางยิ้มกริ่ม "ใครบอกล่ะครับ ปลอกพลาสติกนั่นยังไม่ได้ตรวจสอบเลยนะ"
เมื่อได้ยินดังนั้น
สีหน้าของผู้โดยสารหนุ่มก็เปลี่ยนเป็นซีดเผือด
แต่ไม่นาน เขาก็ปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติ แล้วแกล้งหัวเราะ "คุณนี่ช่างมีอารมณ์ขันจริงๆ นะครับ"
"นั่นมันก็แค่ท่อพลาสติก เบาหวิวขนาดนั้น จะเอาอะไรไปซ่อนได้ล่ะครับ"
"แล้วอีกอย่าง ถ้าคุณจะตรวจสอบมัน คุณก็ต้องผ่าพาวเวอร์แบงก์ของผมสิ?"
"พาวเวอร์แบงก์รุ่นนี้เป็นรุ่นลิมิเต็ดอิดิชันเลยนะ ถ้าคุณทำมันพัง ผมไม่รับเงินชดเชยหรอกนะ จะบอกให้"
ผู้จัดการทั่วไปขมวดคิ้ว
สีหน้าเริ่มจะหนักใจ
"ฟางหยาง คุณแน่ใจเหรอ?"
"เมื่อกี้ผมก็ลองยกขึ้นมาดูแล้วนะ มันเบามากเลย ไม่น่าจะมีของซ่อนอยู่ข้างในได้หรอก"
"ถ้า... เกิดว่าผ่าออกมาแล้วไม่เจออะไร... เรื่องมันจะบานปลายเอานะ"
คนอื่นๆ ก็พยักหน้าเห็นด้วย
ต่างก็คิดว่าฟางหยางน่าจะระแวงเกินไป
ทว่า ฟางหยางกลับส่ายหน้าอย่างสงบนิ่ง
"ผมไม่แน่ใจหรอกครับ!"
"จะผ่าหรือไม่ผ่า มันไม่ได้อยู่ที่ผม แต่อยู่ที่คุณ!"
เมื่อประโยคนี้หลุดออกมา ผู้จัดการทั่วไปก็สะดุ้งสุดตัว!
คำพูดของฟางหยางอาจจะฟังดูไม่มีเหตุผล
แต่มันกลับแฝงความหมายบางอย่างที่ชัดเจน
ฟางหยางไม่ได้ใส่ใจเลยว่าจะผ่าหรือไม่ผ่า ต่อให้ปล่อยผู้โดยสารคนนี้ไป เขาก็ไม่เดือดร้อน
ก็แน่ล่ะ เขาเป็นแค่พนักงานกินเงินเดือนนี่นา
ไม่ต้องมารับผิดชอบอะไรอยู่แล้ว
คนที่ต้องตัดสินใจว่าจะผ่าหรือไม่ผ่า ไม่ใช่ฟางหยาง
แต่เป็นผู้จัดการทั่วไปต่างหาก
เพราะเขาคือผู้บริหารสูงสุดของสนามบินแห่งนี้
ถ้าเกิดเขาตัดสินใจผิดพลาด ปล่อยให้ของผิดกฎหมายเล็ดลอดไปได้
เขานี่แหละที่จะต้องรับผิดชอบเต็มๆ
ส่วนฟางหยางน่ะเหรอ ไม่มีปัญหาอะไรหรอก
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ผู้จัดการทั่วไปก็ใจสั่นรัว
คำพูดประโยคเดียว ทำให้เขาตาสว่างเลยทีเดียว
....
ในทันทีนั้น เขาก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจัง แล้วสั่งการอย่างเด็ดขาด "ผ่าเลย!"
"ถ้ามีปัญหาอะไร ฉันรับผิดชอบเอง!!"
เมื่อได้ยินคำสั่งนี้ ผู้โดยสารหนุ่มก็เริ่มลนลาน
เขาขึ้นเสียงข่มขู่ทันที
"พวกคุณลองคิดดูให้ดีนะ ถ้าพวกคุณผ่า ผมจะฟ้องร้องพวกคุณ"
"ผมจะไม่เรียกร้องแค่ค่าเสียหายนะ แต่จะฟ้องพวกคุณข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วย!!"
พนักงานที่ยืนอยู่ข้างๆ หันไปมองผู้จัดการทั่วไป
แววตาเต็มไปด้วยความลังเลใจ
แต่ทว่า หลังจากที่ผู้จัดการทั่วไปได้วิเคราะห์สถานการณ์อย่างถี่ถ้วนแล้ว...
เขาก็ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดและยืนยันคำสั่งเดิม "ฉันเชื่อในตัวฟางหยาง ผ่าเลย!"
"รับทราบครับ!"
ขณะที่พนักงานเริ่มใช้มีดกรีดท่อพลาสติก...
สีหน้าของผู้โดยสารหนุ่มก็เปลี่ยนเป็นขาวซีด
เขาพยายามจะเข้าไปห้าม
แต่ก็ไม่กล้าและไม่สามารถทำได้ด้วย
ได้แต่ยืนมองท่อพลาสติกถูกผ่าออกต่อหน้าต่อตา
ทันใดนั้น!
พนักงานก็ร้องอุทานขึ้นมา "ท่านผู้จัดการครับ มีของแปลกๆ ซ่อนอยู่จริงๆ ด้วย!"
"ในท่อพลาสติกนี้เหมือนจะมีท่ออีกชั้นซ่อนอยู่ครับ!"
จริงด้วย!
ผู้จัดการทั่วไปได้ยินดังนั้น ก็ตื่นเต้นจนเนื้อเต้น
รีบชะโงกหน้าเข้าไปดูใกล้ๆ
และเขาก็ได้เห็นว่า หลังจากที่พนักงานผ่าท่อพลาสติกสีเทาชั้นนอกออกแล้ว...
ข้างในก็มีหลอดทดลองใสๆ ซ่อนอยู่
มีทั้งหมด 3 หลอด!
เรียงกันอยู่อย่างเป็นระเบียบ
ขนาดพอดีเป๊ะ
แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาพวกเขามากที่สุดก็คือ...
ของเหลวประหลาดที่บรรจุอยู่ในหลอดทดลองนั้น
มันดูเหมือนของเหลว...
แต่ก็มีลักษณะข้นๆ คล้ายกับเสมหะ
จากนั้น...ท่อพลาสติกท่อที่สองก็ถูกผ่าออก
ข้างในก็มีหลอดทดลองใสแบบเดียวกันอีก 3 หลอด
ท่อที่สาม... ท่อที่สี่... ท่อที่ห้า...
จนกระทั่งท่อที่ดูเหมือนจะบรรจุระเบิดถูกผ่าออกจนหมด
รวมแล้วมีหลอดทดลองเล็กๆ ซ่อนอยู่ถึง 30 หลอด
บนหลอดทดลองมีสติกเกอร์ภาษาอังกฤษติดอยู่
[diphtheria-toxin, dt] และ [Pertussis toxin, PTX]
เมื่อเห็นหลอดทดลองวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะ
ทุกคนในที่นั้นก็อึ้งไปเลย
ผู้จัดการทั่วไปยิ่งแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง
มิน่าล่ะ เมื่อกี้ถึงถือแล้วรู้สึกเบาหวิว
ใครจะไปคิดล่ะ
ใครจะไปคาดคิด!
ว่าข้างในนั้นจะมีของแบบนี้ซ่อนอยู่
ถ้าเมื่อกี้ฟางหยางไม่เตือนเขา...
ต่อให้ตาย เขาก็คงคิดไม่ถึงหรอกว่าจะมีการลักลอบขนของเถื่อนด้วยวิธีพิสดารแบบนี้
นี่แหละที่ทำให้เขารู้สึกตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก
โชคดีนะที่เขาเชื่อใจฟางหยาง
ยอมรับฟังคำแนะนำ
ไม่อย่างนั้น...
วันนี้คงปล่อยให้ไอ้พวกลักลอบขนของเถื่อนหนีรอดไปได้ชัวร์ๆ!
ถ้าเป็นแค่พวกหนีภาษีธรรมดาๆ ก็ยังพอทำใจได้
อย่างมากก็สูญเสียแค่เงิน
แต่ของที่อยู่ตรงหน้านี้...
คนมีหัวคิดก็น่าจะดูออกว่ามันไม่ใช่ของดีแน่ๆ
เรื่องนี้ทำให้เขาแอบรู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมาเลยทีเดียว
"ฟางหยาง ของพวกนี้คืออะไร คุณรู้ไหม?"
ฟางหยางยิ้มแล้วก็พยักหน้ารับ
ทำไมเขาจะไม่รู้ล่ะ
อันที่จริง ตั้งแต่ที่พนักงานตรวจความปลอดภัยตะโกนว่ามีระเบิด...
เขาก็รู้ความจริงแล้วล่ะ
แต่ปัญหาคือ เขาพูดตรงๆ ไม่ได้ไงก็เลยต้องปล่อยเลยตามเลย
ไหนๆ เรื่องมันก็ดำเนินมาถึงขั้นนี้แล้ว
เขาก็ไม่จำเป็นต้องปิดบังอีกต่อไป
เขาหยิบหลอดทดลองสองหลอดขึ้นมาจากโต๊ะ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "หลอดนี้เขียนว่า diphtheria-toxin dt ก็คือ สารพิษตีบตัน (Diphtheria toxin)!"
"ส่วนหลอดนี้ Pertussis toxin, PTX ก็คือ สารพิษไอกรน (Pertussis toxin)"
เมื่อได้ยินคำอธิบายของฟางหยาง
ทุกคนก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง!
รูม่านตาของผู้จัดการทั่วไปก็หดเกร็งอย่างรุนแรง
นี่มันสารพิษนี่นา!!
ปกติแล้ว ศุลกากรสนามบินก็มักจะตรวจพบสารชีวภาพจำพวกนี้อยู่บ่อยๆ
ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นของที่ส่งมาจากห้องปฏิบัติการในต่างประเทศ
และสามารถจัดส่งผ่านช่องทางปกติได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
แต่ของที่อยู่ตรงหน้านี้ กลับถูกลักลอบนำเข้ามาด้วยวิธีที่ลับลมคมนัยสุดๆ
ซึ่งจุดประสงค์ของมัน... ย่อมไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน!
ชาวเน็ตในห้องถ่ายทอดสดต่างก็เดือดพล่านขึ้นมาทันที
+1+1+1+1....
—— [พระเจ้าช่วย สารพิษเนี่ยนะ? ของพวกนี้ก็เอามาลักลอบขนได้ด้วยเหรอ? เอาไปทำอะไรได้ล่ะ? เอาไปขายได้ไหม ถ้าขายได้ ฉันว่าฉันคงรวยเละแน่ๆ วันๆ นึงฉันคายพิษ (พ่นคำด่า) ออกมาได้ตั้งเยอะแยะ คงเก็บใส่ชามได้เป็นชามๆ เลยล่ะ]
—— [นายเป็นปีศาจหรือไง? แค่คิดถึงพิษที่นายพ่นออกมา ฉันก็ขยะแขยงจนกินข้าวกลางวันไม่ลงแล้ว ความจริงแล้ว สารพิษพวกนี้ส่วนใหญ่เขาเอาไปใช้ในงานวิจัยทางชีววิทยาแหละ ไม่ใช่ของหายากอะไรหรอก แต่ที่ฉันไม่เข้าใจคือ ทำไมมันต้องลักลอบขนเข้ามาด้วย]
—— [ฉันล่ะสงสัยจริงๆ ว่าตาฟางหยางนี่มีตาทิพย์หรือไงนะ? ถึงได้จับสังเกตได้ทุกเรื่องเลย? สายตาของนายมันทะลุทะลวงยิ่งกว่าเครื่องเอ็กซเรย์อีกนะเนี่ย? จะเวอร์เกินไปแล้วมั้ง บอกตรงๆ นะ ฉันเริ่มสงสารไอ้พวกลักลอบขนของเถื่อนพวกนี้แล้วล่ะ อุตส่าห์หาวิธีลักลอบขนที่โคตรจะฉลาดมาได้แท้ๆ
ถ้าเป็นเวลาปกติ คงรอดไปได้ชิลๆ แล้ว ดันมาเจอตาฟางหยางเข้าให้ ซวยจริงๆ]
—— [เมื่อก่อนมีคนบอกว่า ในคุกน่ะมีแต่พวกหัวกะทิทั้งนั้น ฉลาดๆ กันทั้งนั้น ตอนนั้นฉันก็นึกว่าพูดเล่น แต่ตอนนี้ฉันเพิ่งจะเชื่อว่ามันเป็นเรื่องจริง ไอ้พวกลักลอบขนของเถื่อนนี่มันฉลาดแกมโกงกันทุกคนเลยนะ โชคร้ายของพวกมันที่ดันมาเจอตาฟางหยาง ฉันอยากจะตั้งฉายาให้เขาว่า 'ฟางโฮล์มส์' ซะแล้วสิ]
เมื่อผู้จัดการทั่วไปได้ยินว่าเป็นไวรัส เขาก็ตระหนักได้ทันทีว่าเรื่องนี้ไม่ธรรมดาแล้ว
รีบเอ่ยถาม "ลักลอบขนของพวกนี้เข้ามาทำไม?"
ฟางหยางปรายตามองผู้โดยสารแวบหนึ่งแล้วพูดช้าๆ ว่า "จักรวรรดินิยมไม่เคยล้มเลิกความตั้งใจที่จะทำลายประเทศของเราหรอกครับ!"
คำพูดนี้... ทำเอาคนฟัง
ถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก
ช่างภาพทนเก็บความสงสัยไว้ไม่ไหว เอ่ยถามขึ้นมา "พี่... หมายความว่ายังไงอ่ะครับ?"
ฟางหยางถอนหายใจยาว "พวกนายไม่เคยได้ยินคำว่า 'สงครามชีวภาพ' เหรอ?"