- หน้าแรก
- เจ้าหน้าที่ตรวจความปลอดภัยระดับเทพ
- ตอนที่ 38 ปิดอวน ความสละสลวยของภาษาจีน!
ตอนที่ 38 ปิดอวน ความสละสลวยของภาษาจีน!
ตอนที่ 38 ปิดอวน ความสละสลวยของภาษาจีน!
ตอนที่ 38 ปิดอวน ความสละสลวยของภาษาจีน!
ไม่จำเป็นต้องมีกระบวนท่าอะไรมากมาย
แค่ใช้ความเร็วและพละกำลังที่เขามี
หมัดเดียว!
เปรี้ยง!!
ในขณะที่ยังไม่มีใครทันตั้งตัว
ฟางหยางก็สอยร่วงไปหนึ่งคน
ชายที่โดนต่อยร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะสลบเหมือดไปทันที
ชั่วพริบตานั้น ทุกคนถึงกับช็อก
เกิดอะไรขึ้น?
วาร์ปได้เหรอ?
ความเร็วนี้มันเร็วจนน่าขนลุก
ยังไม่ทันจะได้ขยับตัว
ก็มีคนสลบไปแล้ว?
ตอนนี้ ฟางหยางแค่ยืนอยู่เฉยๆ
พวกนักเลงหัวไม้ต่างก็ถูกข่มขวัญด้วยรัศมีอำนาจอันน่าเกรงขามของเขา
ลนลาน!
พวกเขาลนลานกันไปหมด
ยืนลังเล ทำอะไรไม่ถูก
ปกติก็เอาแต่รังแกคนไม่มีทางสู้เลยหลงคิดว่าตัวเองแน่
พอมาเจอของจริงเข้า...ถึงได้รู้ว่าฝีมือต่างกันราวฟ้ากับเหว
ฟางหยางยิ้มเยาะพลางกวาดสายตามอง "เข้ามาสิ พวกแกมีกันตั้งเยอะแยะ จะไปกลัวอะไร?"
ทว่า ประโยคนี้กลับทำให้พวกนักเลงหัวไม้ใจฝ่อหนักกว่าเดิม
มีคนหนึ่งทนไม่ไหว ตะโกนลั่น "เฮ้ย! วิ่งสิวะ รออะไรอยู่!"
ฟึ่บ~~
ในพริบตาเดียว ทุกคนก็วิ่งหางจุกตูด
โกยแน่บกันอย่างไม่คิดชีวิต
บ้าไปแล้ว
ต่อยหมัดเดียวก็สลบเหมือด
ใครจะกล้าไปแหยมด้วยล่ะ?
ไอ้หมอนี่มันปีศาจชัดๆ!
เหตุการณ์บนเวที ทำเอาผู้ชมทั้งห้องถึงกับอ้าปากค้าง
"หนี... หนีไปแล้วเหรอ?"
"ตกลงหมอนี่เป็นใครกันแน่? หรือว่าจะเป็นสายลับที่ตำรวจส่งมา?"
หลินเฟิงมองลูกน้องที่วิ่งหนีป่าราบ แซงหน้าเขาไปไกลลิบ ถึงกับอึ้งไปเลย
เอาจริงๆ ถ้าตอนนี้เขาขยับตัวได้...
เขาก็อยากจะวิ่งหนีเหมือนกันนั่นแหละ!
แต่ฉากที่ทำให้ทุกคนต้องฮาก็คือ
พวกนักเลงหัวไม้เพิ่งจะวิ่งไปถึงประตู
ก็ต้องเบรกตัวโก่ง ทำหน้าเหมือนเห็นผี
ถอยกรูดกลับมาอย่างลนลาน
เพราะที่ประตู... ปรากฏร่างของตำรวจหน่วยสวาทพร้อมโล่ปราบจลาจล ยืนเรียงหน้ากระดานอย่างเป็นระเบียบค่อยๆ ต้อนพวกนักเลงกลับเข้ามา
จากนั้น ตำรวจนับร้อยนายก็กรูเข้ามาในห้อง
ปิดล้อมพื้นที่เกิดเหตุไว้ทั้งหมด
ผู้กำกับเจียงแหวกวงล้อมเข้ามา ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
แต่พอเห็นฟางหยาง มุมปากของเขาก็กระตุกยิ้มขึ้นมาทันที
ภาพการต่อสู้เมื่อครู่นี้ เขาเห็นชัดเต็มสองตา
เขายิ้มและเอ่ยทักทาย "ฟางหยาง นายคือดาวนำโชคของกรมตำรวจเราจริงๆ นะ"
"ไขคดีใหญ่ๆ ได้ทุกวัน ถ้านายย้ายมาอยู่ปักกิ่งเร็วกว่านี้ ป่านนี้ฉันคงได้เลื่อนขั้นเป็นรองอธิบดีไปแล้วล่ะ"
เมื่อได้ยินดังนั้น
หัวหน้าทีมฉีก็พยักหน้าเห็นด้วย
"เมื่อกี้ตอนที่นายกล้าต่อปากต่อคำกับมันบนเวที"
"ฉันล่ะใจหายใจคว่ำแทนเลย"
"เด็กสมัยนี้ ทำไมถึงใจกล้าบ้าบิ่นกันจังนะ?"
ฟางหยางหัวเราะแห้งๆ "ที่ผมกล้าพูด ก็เพราะผมมีวิธีแฉมันยังไงล่ะครับ"
"เอ่อ.. ตอนนี้คนร้ายก็โดนจับแล้ว ผมกลับบ้านไปพักผ่อนได้หรือยังครับ"
ยังไม่ทันขาดคำ...
ก็มีตำรวจนายหนึ่งวิ่งหน้าตั้งเข้ามารายงาน
"ผู้กำกับเจียงครับ มีเรื่องผิดปกติครับ!"
"เมื่อกี้เพื่อนตำรวจที่สถานีโทรมาบอกว่า ลองเช็กบัญชีทรัพย์สินของหมอนี่ดูแล้ว"
"ปรากฏว่ามีเงินในบัญชีแค่ไม่กี่ล้านหยวนเองครับ"
เมื่อได้ยินรายงาน...
สีหน้าของทุกคนก็เคร่งเครียดขึ้นมาทันที
นี่มันผิดปกติมากๆ
แชร์ลูกโซ่แก๊งนี้ แตกต่างจากแชร์ลูกโซ่ทั่วไป
แชร์ลูกโซ่ทั่วไป ต้องแบ่งเงินกันเป็นทอดๆ
เพราะงั้น สมาชิกส่วนใหญ่ก็เลยมักจะยากจน
แต่เงินทั้งหมดของแชร์ลูกโซ่แก๊งนี้ เข้ากระเป๋าหลินเฟิงคนเดียวเลยนะ
เขาไม่ต้องแบ่งเงินให้ใครเลยสักแดงเดียว
และจากคำพูดของเขาในงานสัมมนา...
เขาก็บอกเองว่า ตอนนี้มีสมาชิกในเว็บไซต์มากกว่า 1 ล้านคน!
ถ้าคิดจากเงินลงทุนคนละ 69,800 หยวน...
นั่นแปลว่า เขาต้องมีเงินอย่างน้อย 7 หมื่นล้านหยวนเลยนะ!!
จำนวนเงินมหาศาลขนาดนี้ เขาจะไม่มีเงินได้ยังไง!
ถ้าไม่มีเงิน แล้วเขาจะจ้างคนมาช่วยฟอกเงินไปทำไม
ถ้าคิดตามตรรกะนี้ ก็เป็นไปได้แค่กรณีเดียวเท่านั้น!
เขาเอาเงินไปซ่อนไว้
ผู้กำกับเจียงหันขวับไปมองหลินเฟิง เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงดุดัน "ตอนนี้แกก็หนีไม่รอดแล้ว บอกมาซะดีๆ ว่าเอาเงินไปซ่อนไว้ที่ไหน!"
หลินเฟิงกัดฟันทนความเจ็บปวด
ฝืนยิ้มอย่างกวนโอ๊ย "เงินอะไร? ฉันมีเงินอยู่แค่นี้แหละ"
คำตอบของเขาทำเอาผู้ชมในห้องนั่งไม่ติด
นักลงทุนทุกคนเริ่มเดือดดาล
ไม่มีเงินเหรอ?
แล้วเงินที่พวกเราโดนหลอกไปล่ะ?
แบบนี้มันยอมกันได้ที่ไหน?
หลายคนกรูกันเข้าไป ตะโกนด่าทอให้เขาคืนเงิน
แต่หลินเฟิงก็ทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อน ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้
แถมยังแอบยิ้มเยาะ
ในสถานการณ์ตอนนี้...
ถ้าโดนจับเข้าคุก อย่างมากก็โดนจำคุกแค่ 10 ปี
ข้อหาฉ้อโกงเงินจำนวนมากน่ะเหรอ...
ไม่มีหลักฐานสักหน่อย!!
แต่ปัญหาคือ เงินของนักลงทุนโดนหลอกไปจริงๆ
แล้วเงินพวกนั้นมันหายไปไหนล่ะ?
อยู่ที่ไหน!
ผู้กำกับเจียงก็รู้ดีว่าเรื่องนี้มันชักจะบานปลายแล้ว
รับมือยากจริงๆ!
สถานการณ์เริ่มจะเลวร้ายลงเรื่อยๆ
สงสัยคงต้องจับตัวกลับไปเค้นความจริงซะแล้ว
ในระหว่างที่กำลังตึงเครียดกันอยู่นั้นเอง ฟางหยางก็ก้าวออกมายืนข้างหน้า
เขาไม่ได้มองไปที่หลินเฟิง
แต่มองไปยังชายหนุ่มที่นั่งคุดคู้ตัวสั่นอยู่ตรงมุมห้อง
แล้วค่อยๆ เอ่ยถาม "นายอยากรู้ไหม ว่าทำไมวันนี้ถึงมีตำรวจมาจับนาย?"
ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองฟางหยางอย่างงุนงง ชี้มาที่ตัวเอง "คุณถามผมเหรอครับ?"
ชายหนุ่มคนนี้ ก็คือเพื่อนสนิทของชายหนุ่มที่โดนจับที่สนามบินเมื่อตอนกลางวันนั่นเอง
คนพวกนี้ไม่ได้เป็นแค่พวกนักเลงหัวไม้ แต่ยังเป็นหนึ่งในขบวนการฟอกเงินด้วย
พวกเขาต้องรู้แน่ๆ ว่าหลินเฟิงเอาเงินไปซ่อนไว้ที่ไหน
ฟางหยางไม่ได้ตอบคำถามนั้น
แต่กลับพูดขึ้นมาลอยๆ "เพื่อนของนายคนหนึ่ง โดนจับที่สนามบิน"
"แล้วเขาก็แฉวีรกรรมของนายตอนเด็ก ที่ไม่ยอมใส่กางเกงในไปแอบดูแม่หม้ายอาบน้ำออกมาหมดแล้วด้วย"
"นายคิดว่า... ตอนนี้นายยังมีทางรอดอยู่อีกเหรอ?"
ตู้ม~~
คำพูดของฟางหยาง ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องตลกไร้สาระ
แต่สำหรับชายหนุ่ม มันกลับสร้างความตกตะลึงอย่างใหญ่หลวง
เขานึกถึงเพื่อนที่เขาเพิ่งจะหลอกให้มาทำงานด้วยทันที
คำพูดนี้ มันชัดเจนยิ่งกว่าสิ่งใด
เขาโดนซัดทอดแล้ว
หนีไม่พ้นแน่ๆ!
เขาจึงรีบปฏิเสธด้วยความหวาดกลัว "ผมแค่รับหน้าที่ฟอกเงิน ผมไม่ได้ร่วมมือกับพวกเขาสร้างแชร์ลูกโซ่นะครับ"
ฟางหยางยิ้มมุมปาก "คำแก้ตัวพวกนี้ เอาไว้ไปบอกตำรวจที่โรงพักแล้วกัน ส่วนนายจะได้ไปนอนคุกกี่ปี ก็ขึ้นอยู่กับสิ่งที่นายจะพูดในตอนนี้"
"ตอนนี้ ฉันขอถามนายแค่คำถามเดียว"
"เขาเอาเงินไปซ่อนไว้ที่ไหน!! อย่ามาตอบว่าไม่รู้นะ ฉันไม่อยากฟัง!"
"ผมจะบอก! ผมจะบอก!" ชายหนุ่มโพล่งขึ้นมาอย่างร้อนรน "เงินถูกซ่อนไว้ที่..."
ยังไม่ทันพูดจบ…
"หุบปาก!"
หลินเฟิงตวาดลั่น!
"แกโง่หรือเปล่าฮะ?"
"เงินพวกนั้นถูกฟอกจนสะอาดหมดแล้ว!"
"ถ้าพวกเขาไม่มีหลักฐาน พวกเราก็จะไม่โดนลงโทษหนักหรอก"
"นี่แกอยากจะติดคุกตลอดชีวิตหรือไงฮะ?"
เมื่อได้ยินคำขู่
ชายหนุ่มก็ชะงักไปทันที รีบเปลี่ยนคำให้การ "เอ่อ... ผมไม่รู้หรอกครับว่าอยู่ที่ไหน..."
ให้ตายเถอะ!
ผู้กำกับเจียงและพรรคพวกแทบจะกระอักเลือดออกมา
หัวหน้าทีมฉียิ่งโกรธจนฟันกรามแทบหัก
เกือบจะได้คำตอบอยู่แล้วเชียว
ดันมาตกม้าตายซะนี่...!
หัวหน้าทีมฉีสะบัดมือ ชี้ไปที่หลินเฟิง
"เอากระดาษกาวปิดปากมันไว้ซะ"
"แล้วเอาตัวพวกมันทั้งหมดกลับไปสอบสวนให้ละเอียด"
"โดยเฉพาะไอ้คนที่บอกว่าไม่รู้นี่ จัดหนักให้มันเป็นพิเศษเลยนะ!"
ตำรวจนายหนึ่งแสยะยิ้มรับคำสั่ง "ได้เลยครับหัวหน้า รับรองว่าจะทำให้มันนึกขึ้นมาให้ได้เลย"
หลังจากแก๊งแชร์ลูกโซ่ถูกคุมตัวออกไปจนหมด
ผู้ชมในห้องสัมมนาก็เริ่มลนลาน
พวกเขาพากันกรูกันเข้ามา อ้อนวอนให้ตำรวจช่วยตามเงินที่โดนหลอกไปกลับมาให้ที
แต่หัวหน้าทีมฉีกลับมองพวกเขาด้วยสายตาเย็นชาแล้วพูดเรียบๆ ว่า "พวกคุณนี่ก็หน้าไม่อายจริงๆ นะ เพิ่งจะมารู้ตัวว่าโดนหลอกเอาตอนนี้เหรอ?"
"ลนลานแล้วสิ? กลัวแล้วใช่ไหมล่ะ?"
"เมื่อกี้ตอนที่ฟางหยางยืนอยู่บนเวที พวกคุณยังด่าเขาฉอดๆๆ อยู่เลยไม่ใช่เหรอ?"
"คุณ.. ใช่ คุณนั่นแหละ สรรหาคำด่ามาได้เจ็บแสบมาก ถ้าแน่จริงตอนนี้ก็อย่ามาทวงเงินสิ"
"แล้วก็คุณ คุณ คุณด้วย พวกคุณทุกคนนั่นแหละ ด่าอะไรไว้บ้าง ผมจำได้หมดแหละ"
"วันนี้ ผมจะทวงความยุติธรรมให้ฟางหยางเอง"
"ต่อให้หาเงินมาคืนได้ ผมก็จะคืนให้พวกคุณเป็นคิวสุดท้าย ถ้าเงินไม่พอ ก็ถือว่าพวกคุณซวยไปก็แล้วกัน"
ผู้กำกับเจียงมองหัวหน้าทีมฉีที่กำลังเดือดดาลด้วยความประหลาดใจ
หัวหน้าทีมฉีขึ้นชื่อว่าเป็นคนใจเย็น
แต่วันนี้ทำไมถึงได้โกรธเป็นฟืนเป็นไฟขนาดนี้
เมื่อสอบถามเรื่องราวทั้งหมด...
เขาก็โมโหจนเลือดขึ้นหน้าเหมือนกัน หันไปตวาดใส่กลุ่มนักลงทุน
"รณรงค์ต่อต้านการหลอกลวงกันปาวๆ แต่พวกคุณก็ยังโดนหลอกกันได้อีก"
"เรื่องโชคหล่นทับแบบนี้ ทำไมมันถึงจะมาตกที่คุณล่ะ?"
"หัวหน้าทีมฉีพูดถูกแล้ว"
"ผมสนับสนุนเขา ถ้าพวกคุณอยากจะร้องเรียน ก็เชิญไปร้องเรียนได้เลย"
"แต่ผมขอประกาศไว้ตรงนี้เลยนะ"
"ฟางหยางเพิ่งจะได้รับเลือกให้เป็นเยาวชนดีเด่นแห่งปักกิ่งเมื่อวานนี้เอง ท่านเลขาธิการสวี่ยังออกปากเองเลยว่าจะมอบเงินรางวัลให้เขา 1 ล้านหยวน!"
"วันนี้ที่เขาขึ้นไปบนเวที ก็เพื่อจะแฉพวกแชร์ลูกโซ่"
"และเพื่อจะช่วยพวกคุณ และคนที่กำลังจะโดนหลอกอีกมากมาย"
"คนดีๆ แบบเขา กลับต้องมาโดนพวกคุณด่าทอสาดเสียเทเสีย ถ้าเป็นพวกคุณ พวกคุณจะทนได้เหรอ?"
"กลับไปสำนึกผิดกันให้ดีๆ เลยนะ!!"
เงียบ~
ทั้งห้องเงียบกริบ!
คนนับพันคน ต่างพากันปิดปากเงียบ
ไม่มีใครกล้าเรียกร้องขอเงินคืนอีกเลย
หลายคนก้มหน้าด้วยความรู้สึกละอายใจ
โดยเฉพาะคนที่ถูกชี้หน้าด่า ยิ่งแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี
ลองถามใจตัวเองดูสิ
ถ้าเป็นพวกเขาโดนด่าแบบนั้นบ้าง…
พวกเขาจะโกรธขนาดไหน!
จะรู้สึกแย่ขนาดไหน
แต่ฟางหยางกลับมีสีหน้าเรียบเฉย กำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่
ราวกับว่าไม่ได้เก็บเรื่องนี้มาใส่ใจเลย
ทันใดนั้น
ไม่รู้ว่าใครเป็นคนพูดขึ้นมาเป็นคนแรก
"ผมขอโทษครับคุณฟางหยาง เป็นผมเองที่ตาบอด ผมนี่มันสมควรตายจริงๆ!"
พรึ่บ~~
เมื่อมีคนเริ่ม...
คนอื่นๆ ก็ทำตามอย่างพร้อมเพรียง
เหตุการณ์ในห้องสัมมนา เหมือนกับน้ำที่หยดลงในกระทะน้ำมันเดือดๆ
แตกฮือ!
คนนับพันโค้งคำนับพร้อมกัน
"ขอโทษครับ/ค่ะ ฟางหยาง!"
ภาพเหตุการณ์นี้ ทำเอาบรรดาตำรวจที่ยืนอยู่ถึงกับตกตะลึง
ชาวเน็ตในห้องถ่ายทอดสดต่างก็ซาบซึ้งจนน้ำตาไหล
[ความนิยม] +1+1+1+1....
[ความนิยม] +1+1+1+1....
...
—— [ฉันล่ะยอมใจผู้ชายคนนี้เลย... น้ำตาจะไหลแล้วเนี่ย ทั้งๆ ที่ทำดีแต่กลับโดนด่า แต่พอเห็นคนมากมายโค้งขอโทษแบบนี้ ทำไมฉันถึงรู้สึกภูมิใจในตัวฟางหยางจัง รู้สึกสะใจสุดๆ ไปเลย!]
—— [ก็เพราะว่าพวกเราทุกคนคือฟางหยาง และอยากจะเป็นเหมือนฟางหยางไงล่ะ แต่เราทำไม่ได้แบบเขา และเพราะเราทำไม่ได้ การกระทำของเขาถึงได้เป็นแรงบันดาลใจให้พวกเรา พูดตามตรงนะ ฉันไม่เคยภูมิใจที่ได้เป็นแฟนคลับสตรีมเมอร์คนไหนเลย แต่วันนี้ ฉันกล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า ฉันคือแฟนคลับของฟางหยาง ฉันภูมิใจมาก!]
—— [นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ได้เห็นคนเป็นพันโค้งขอโทษพร้อมกันแบบนี้ ยิ่งใหญ่จริงๆ ดีนะที่ฟางหยางไม่ถือสา ถ้าเป็นฉันนะ ขอโทษก็ไม่รับหรอก ตบหน้าแล้วค่อยลูบหลัง คิดว่าฉันเป็นเด็กสามขวบหรือไง?]
—— [สมแล้วล่ะที่คนพวกนี้โดนหลอก มีคนมาช่วยแท้ๆ กลับหันไปแว้งกัดเขาอีก ไม่คุ้มค่าที่จะช่วยเลยจริงๆ!]
...
ฟางหยางไม่ได้เก็บเรื่องพวกนี้มาใส่ใจเลย
ไม่ใช่ว่าเขาเป็นคนใจกว้างอะไรหรอก
แต่เป็นเพราะตั้งแต่ต้นจนจบ เขาไม่เคยมองคนพวกนี้อยู่ในสายตาเลยต่างหากล่ะ
ก็เลยไม่จำเป็นต้องมานั่งเก็บเอามาคิดเล็กคิดน้อย
ไม่อย่างนั้นล่ะก็
แค่ขอโทษคำเดียว คิดว่ามันจะจบง่ายๆ งั้นเหรอ?
ผ่านไปครู่หนึ่ง
จู่ๆ เขาก็ฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
รีบโพล่งขึ้นมา "ผู้กำกับเจียง หัวหน้าทีมฉี คุณจำคำพูดของชายหนุ่มคนที่โดนจับเมื่อกี้ได้ไหมครับ?"
ทั้งสองคนชะงักไปเล็กน้อย
หัวหน้าทีมฉีทำหน้านิ่วคิ้วขมวด พยายามนึกทบทวน "หมอนั่นเหมือนจะพูดว่า... เงินถูกซ่อนไว้ที่... แล้วก็เงียบไปเลย"
"ไม่ใช่ครับ!"
ฟางหยางส่ายหน้าปฏิเสธ
"เขาพูดว่า... เงินก็ซ่อนอยู่ที่..."
"ไม่ใช่ เงินถูกซ่อนไว้ที่..."
ผู้กำกับเจียงถามด้วยความสงสัย "สองประโยคนี้มันต่างกันตรงไหนเหรอครับ?"
ฟางหยางค่อยๆ อธิบาย
"ต่างสิครับ!"
"และต่างกันมากด้วย!"
"ประโยคที่ว่า เงินถูกซ่อนไว้ที่... คำว่า 'ที่' เป็นคำบุพบทบอกสถานที่แบบกว้างๆ"
"ส่วนคำว่า 'ก็อยู่ที่' เป็นคำวิเศษณ์ที่เน้นย้ำถึงตำแหน่ง"
"พูดง่ายๆ ก็คือ 'ที่' หมายถึงความเป็นไปได้ ว่าอาจจะอยู่ที่ไหนสักแห่ง ไม่ได้ระบุชัดเจน อาจจะเป็นที่ไหนก็ได้"
"แต่ 'ก็อยู่ที่' มันหมายถึงสถานที่ที่อยู่ใกล้ๆ หรือสังเกตเห็นได้ง่าย"
"ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณไปทำงานต่างจังหวัด แล้วมีคนถามว่าบ้านคุณอยู่ที่ไหน"
"คุณก็จะตอบว่า อยู่ที่ปักกิ่ง"
"แต่ถ้าคุณอยู่แถวๆ บ้าน แล้วมีคนถามว่าบ้านคุณอยู่ที่ไหน"
"คุณจะตอบว่ายังไงล่ะครับ?"
เมื่อได้ยินคำอธิบาย รูม่านตาของทุกคนก็ขยายกว้าง
ราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้
ช่างภาพร้องอุทานขึ้นมา "ผมก็จะบอกว่า... ก็อยู่แถวๆ นี้นี่แหละ"
คนอื่นๆ ก็พยักหน้าเห็นด้วย
ฟางหยางยิ้มรับ
"ถูกต้องแล้วครับ!"
"หรือถ้าคุณตกปลาตัวใหญ่ได้"
"แล้วมีคนถามว่าไปตกมาจากไหน ถ้าเป็นที่ต่างจังหวัดหรือที่ไกลๆ คุณก็คงตอบว่า ไปตกมาจากที่นั่นที่นี่"
"แต่ถ้าเป็นแถวๆ บ้าน หรือเป็นที่ที่ใครๆ ก็รู้จัก คุณก็จะบอกว่า ก็ตกมาจากที่นั่นแหละ!"
"เพราะฉะนั้น จากคำพูดของหมอนั่น..."
"ผมฟันธงได้เลยว่า เงินต้องถูกซ่อนอยู่แถวๆ นี้ หรือไม่ก็ในที่ที่สังเกตเห็นได้ง่ายแน่นอน!"