เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 37 เผยธาตุแท้ ทำลายความเพ้อฝันของทุกคน!

ตอนที่ 37 เผยธาตุแท้ ทำลายความเพ้อฝันของทุกคน!

ตอนที่ 37 เผยธาตุแท้ ทำลายความเพ้อฝันของทุกคน! 


ตอนที่ 37 เผยธาตุแท้ ทำลายความเพ้อฝันของทุกคน!

เมื่อต้องเผชิญกับคำถามที่ถาโถมเข้ามาเป็นชุดของฟางหยาง...

หลินเฟิงก็เริ่มจะตั้งรับไม่ทัน

ชั่วขณะนั้น เขาคิดคำตอบไม่ออกเลยทีเดียว

โชคดีที่ยังมีผู้ชมในห้องคอยช่วยชีวิต

แม้จะได้ยินคำถามแทงใจดำเหล่านั้น... พวกเขาก็ยังคงยืนหยัดอยู่ข้างหลินเฟิง และรุมด่าทอฟางหยางต่อไป

เสียงด่าทอเหล่านั้น ช่วยกอบกู้ความมั่นใจของเขาให้กลับมาอีกครั้ง

เขายิ้มและตอบโต้ "คำถามที่คุณถามมาทั้งหมดนี้ มันไม่ได้พิสูจน์เลยนะว่าผมเป็นพวกต้มตุ๋น"

"คุณลองมองดูรอบๆ สิ มีใครเชื่อคุณบ้างไหม?"

ฟางหยางยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ "พวกเขาจะเชื่อหรือไม่เชื่อ มันเกี่ยวอะไรกับผมล่ะ?"

"คนที่โดนหลอกเงินก็คือพวกเขา ไม่ใช่ผมสักหน่อย ปล่อยให้โง่ต่อไปนั่นแหละดีแล้ว"

"หน้าที่ของผมคือเปิดโปงความตอแหลของคุณ แล้วส่งคุณเข้าตารางต่างหากล่ะ"

"คุณบอกว่าคำถามที่ผมถามไปเมื่อกี้ มันยังพิสูจน์อะไรไม่ได้ใช่ไหม?"

"งั้นได้เลย ผมจะถามให้ลึกกว่าเดิม"

"ไม่ว่าธุรกิจของคุณจะเป็นของรัฐวิสาหกิจ องค์กรรัฐ หรือจะเป็นธุรกิจลับอะไรก็แล้วแต่..."

"คุณก็ต้องเสียภาษีใช่ไหมล่ะ?"

หลินเฟิงพยักหน้าอย่างมั่นใจ "แน่นอนสิครับ! เรื่องภาษีมันต้องเสียอยู่แล้ว"

"โอ้?"

"ถ้างั้น คุณก็จ่ายภาษีสิ?"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น รูม่านตาของหลินเฟิงก็เบิกกว้าง

ตกใจจนเผลอถอยหลังไปหนึ่งก้าว

เขาถามกลับด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "คุณหมายความว่ายังไง พวกเราเสียภาษีมาโดยตลอดนะ"

ฟางหยางยิ้มเยาะ "ตอแหล!"

"เมื่อกี้ผมเช็กข้อมูลมาแล้ว เว็บไซต์กำมะลอของพวกคุณน่ะ ไม่เคยเสียภาษีเลยสักแดงเดียว"

"หรือว่าคุณคิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่คับฟ้าจนไม่ต้องเสียภาษีให้รัฐบาลล่ะ?"

ตู้ม~~

คำพูดนี้...

ทำเอาทั้งห้องเงียบกริบ

ถ้าก่อนหน้านี้พวกเขาเชื่อใจหลินเฟิงแบบไม่ลืมหูลืมตา...

ตอนนี้ พวกเขาก็เริ่มจะหวั่นไหวแล้ว

ต่อให้พวกเขาจะไร้เดียงสา หรือจะหัวทึบแค่ไหน...

พวกเขาก็ย่อมรู้ดีว่า ไม่ว่าจะเป็นโครงการอะไร ก็ต้องเสียภาษี

ต่อให้เป็นโครงการของรัฐบาลก็ไม่มีข้อยกเว้น

ถ้าสิ่งที่ฟางหยางพูดเป็นความจริง...

พวกเขาก็คงต้องตั้งคำถามแล้วล่ะ

ว่าทำไม!

ทำไมถึงไม่ยอมเสียภาษี!

ทีนี้ บรรยากาศในห้องก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

เสียงด่าทอฟางหยางที่เคยดังกึกก้อง ค่อยๆ เบาบางลง

เหลือเพียงแค่พวกหน้าม้าที่ยังคงด่าทออยู่

หลินเฟิงก็เริ่มรู้ตัวแล้วว่าสถานการณ์กำลังย่ำแย่

เขารีบแก้ตัว "ใครบอกล่ะ พวกเราเสียภาษีมาตลอด แกกำลังใส่ร้ายฉัน!"

"ใส่ร้ายเหรอ?"

"จะให้ผมเอาหลักฐานการเสียภาษีของคุณขึ้นจอโปรเจกเตอร์ให้ทุกคนดูเลยไหมล่ะ?"

"ขอยืมใช้จอโปรเจกเตอร์หน่อยนะ จะได้ให้ทุกคนได้เห็นกันชัดๆ"

"ผมขอท้าคุณเลย กล้าไหมล่ะ!!"

น้ำเสียงที่ดุดันและทรงพลังของฟางหยางทำเอาหลินเฟิงถึงกับไปไม่เป็น

เอาล่ะสิ เขาเริ่มลนลานแล้ว

ลนลานจริงๆ

เขาไม่รู้หรอกว่าฟางหยางมีหลักฐานเรื่องภาษีของเว็บไซต์เขาจริงหรือเปล่า

แต่เรื่องการเสียภาษีน่ะ เขารู้อยู่แก่ใจดีที่สุด

จะให้เสียภาษียังไงล่ะ?

ก็มันเป็นเว็บไซต์หลอกลวงนี่นา จะเอาข้อมูลอะไรไปยื่นภาษีล่ะ?

ขืนยื่นไปก็มีแต่จะโดนจับเท่านั้นแหละ

แต่เขาจะกล้าเสี่ยงไหมล่ะ?

ไม่กล้าหรอก!

ขืนฟางหยางมีหลักฐานการเสียภาษีของเว็บไซต์เขาจริงๆ...

ผลลัพธ์ที่ตามมา... คงไม่ต้องคิดเลย!

บรรยากาศในห้องตอนนี้อึดอัดมาก

หลินเฟิงที่ยืนอยู่บนเวที ไม่เหลือความสง่างามเหมือนตอนแรกอีกแล้ว

เหงื่อเม็ดโป้งผุดพรายขึ้นเต็มหน้าผาก

เมื่อต้องเผชิญกับการต้อนให้จนมุมของฟางหยาง...

เขาก็เถียงไม่ออกเลย

ได้แต่แกล้งทำเป็นไขสือ

"แกกำลังขู่ใครอยู่เนี่ย?"

"โครงการลับระดับนี้ แกคิดว่าคนอย่างแกจะตรวจสอบเรื่องภาษีได้ง่ายๆ งั้นเหรอ?"

"พูดไปแกก็ไม่เชื่อตัวเองหรอกมั้ง?"

เมื่อได้ยินประโยคนี้ หลายคนก็เริ่มเบาใจลง

นั่นสิ

โครงการระดับชาติแบบนี้ เด็กหนุ่มอย่างเขาจะไปตรวจสอบข้อมูลได้ง่ายๆ ได้ยังไง?

เกือบจะโดนเขาหลอกซะแล้ว

โล่งอกไปที

หลินเฟิงก็แอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก พลางชื่นชมในความฉลาดหลักแหลมของตัวเอง

ทว่า...

ในเมื่อฟางหยางกล้าขึ้นมายืนอยู่บนเวทีนี้...

เขาก็ต้องเตรียมไม้ตายไว้เผด็จศึกอยู่แล้ว

"โอ้?"

"ผมตรวจสอบไม่ได้เหรอ?"

"งั้นผมขอถามหน่อย คุณกล้าให้ผมเอาขึ้นจอไหมล่ะ?"

"ช่างเถอะ ดูท่าทางคุณคงไม่กล้าหรอก"

"งั้นผมขอถามอีกคำถามนึงแล้วกัน"

"คุณบอกว่า เมล็ดพันธุ์ก็เหมือนกับบล็อกเชนของบิตคอยน์ ที่จะทำให้ทุกคนรวยทางลัดในชั่วข้ามคืนใช่ไหม"

หลินเฟิงพยักหน้ารับ "ถูกต้อง ความร่ำรวยที่มาจากบิตคอยน์ ทุกคนก็คงเห็นกันแล้ว"

"งั้นเหรอ?"

ฟางหยางแค่นเสียงหัวเราะเย็นชาอีกครั้ง

"งั้นคุณรู้ไหมว่า บิตคอยน์เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายในประเทศของเรา?"

"คุณรู้ไหมว่า ถ้ารัฐบาลยอมรับการซื้อขายบิตคอยน์ มันก็จะกลายเป็นช่องโหว่ให้พวกฟอกเงินเข้ามาหาผลประโยชน์?"

"คุณรู้ไหมว่า ถ้ารัฐบาลเปิดให้มีการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลอย่างถูกกฎหมาย ประชากรในประเทศจะถูกลักลอบค้ามนุษย์ไปมากแค่ไหน"

"แถมยังมีแพลตฟอร์มเถื่อนที่ใช้สกุลเงินดิจิทัลในการทำธุรกรรมผิดกฎหมายอีกมากมาย ที่จะหลั่งไหลเข้ามาในประเทศจีน"

"แต่คุณกลับกล้าเอาเมล็ดพันธุ์กำมะลอนั่น มาเปรียบเทียบกับบิตคอยน์เนี่ยนะ"

"ตลกสิ้นดี"

"อุตส่าห์เรียกตัวเองว่าผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเกรตเทอร์ไชน่า"

"ผมว่าคุณมันก็แค่ไอ้โง่คนนึงมากกว่า"

"เรื่องพื้นฐานแค่นี้ยังไม่รู้ แล้วยังจะมีหน้ามาหลอกคนอื่นอีก?"

"ลองถามใจตัวเองดูสิ ถ้าคุณเป็นผู้นำประเทศ คุณจะบ้าจี้ไปสร้างบล็อกเชนเมล็ดพันธุ์อะไรนั่นไหม?"

"ของที่รัฐบาลสั่งแบนเด็ดขาด แต่คุณกลับเอามาใช้หลอกคน ก็มีแต่พวกคนโง่เท่านั้นแหละที่จะเชื่อ"

ตู้ม~~~

คำถามชุดใหญ่ของฟางหยาง...ทำให้ห้องสัมมนากลายเป็นสมรภูมิย่อมๆ

บิตคอยน์ไม่ได้รับการยอมรับจากรัฐบาล

นี่เป็นข้อมูลใหม่สำหรับพวกเขาเลยนะเนี่ย

คนส่วนใหญ่รู้จักบิตคอยน์ และรู้ว่ามันทำเงินได้มหาศาล

แต่ไม่เคยรู้เลยว่า การซื้อขายบิตคอยน์ในประเทศจีนเป็นเรื่องผิดกฎหมาย

ในเมื่อเป็นแบบนี้ แล้วจะมีการสร้างบล็อกเชนที่คล้ายกับบิตคอยน์ขึ้นมาได้ยังไง?

นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แล้วนะ

ประเทศจีนมีประชากรตั้งมากมาย

ถ้าหากเปิดให้มีการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลอย่างเสรี...

อาชญากรที่แฝงตัวอยู่ในมุมมืด...

ก็จะพากันเข้ามาหาผลประโยชน์ในประเทศจีน

ซึ่งรัฐบาลไม่มีทางยอมให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นแน่นอน

เมื่อเป็นเช่นนั้น บทสรุปก็ชัดเจนอยู่แล้ว

เมล็ดพันธุ์พวกนี้... ของปลอม!!

หลายคนเริ่มหน้าถอดสี

ความมั่นใจที่เคยมี มลายหายไปจนหมดสิ้น

แม้แต่คนที่เคยด่าฟางหยาง ก็ยังต้องหุบปากเงียบ

ถ้าก่อนหน้านี้พวกเขาแค่สงสัย...

ตอนนี้พวกเขาก็แทบจะฟันธงได้เลยว่าโดนหลอกเข้าให้แล้ว

ในเวลานี้ หลินเฟิงมีสภาพเหมือนคนสมองกลวง

ลมหายใจหอบถี่

สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ

คำถามนี้...

เขาไม่ได้เตรียมใจมาเจอเลยจริงๆ

ตอนแรกเขามั่นใจมากว่าแผนการหลอกลวงของเขานั้นไร้ที่ติ

และจะต้องหลอกคนได้มากมายแน่นอน

ซึ่งมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ

แต่เขาไม่คิดเลยว่า มันจะมีช่องโหว่รูเบ้อเริ่มอยู่

รัฐบาลไม่สนับสนุน!

ถ้าอย่างนั้น โครงการที่เขาอ้างว่ารัฐบาลให้การสนับสนุน ก็เท่ากับโกหกน่ะสิ?

เขามองรอยยิ้มเย็นชาของฟางหยาง...

แล้วก็รู้สึกหวาดผวาอยู่ในใจ

ใครจะไปคิดล่ะ

ไอ้หนุ่มที่เขาเคยมองว่าเป็นแค่เด็กเมื่อวานซืน...

ตอนนี้กลับกลายเป็นยมทูตที่กำลังจะมาพรากชีวิตเขา

จะทำยังไงดี

จะมีวิธีไหนที่จะช่วยให้เขารอดพ้นจากสถานการณ์นี้ได้ไหม

แต่ฟางหยางไม่มีทางปล่อยให้เขารอดไปได้หรอก

เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "เมื่อกี้คุณบอกว่าลงทุน 69,800 หยวน พอผ่านไปสองปี ก็จะได้เงิน 10.4 ล้านหยวนใช่ไหม"

"เอาอย่างนี้ไหม คุณให้ผมยืมเงิน 69,800 หยวนก่อน พอครบสองปี ผมขอแค่ 4 แสนหยวนก็พอ ส่วนอีก 10 ล้านผมยกให้คุณหมดเลย ตกลงไหมล่ะ?"

ประโยคนี้...

คือการเผด็จศึก!

เผด็จศึกแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด!

อย่าว่าแต่ผู้ชมในห้องสัมมนาเลย...

แม้แต่ชาวเน็ตในห้องถ่ายทอดสดก็ยังอึ้ง!

[ความนิยม] +1+1+1+1.

[ความนิยม] +1+1+1+1....

....

—— [ชาบูเลยลูกพี่ ขอคารวะเลย วาทศิลป์เป็นเลิศจริงๆ นี่มันเทพเจ้าชัดๆ ตอกหน้าหัวหน้าแก๊งแชร์ลูกโซ่ซะจนไปไม่เป็นเลย เปิดโลกเลยแฮะ]

—— [แต่ละประโยคแทงใจดำทั้งนั้น ฉันชักจะสงสารหัวหน้าแก๊งคนนั้นแล้วสิ อุตส่าห์จัดงานสัมมนาใหญ่โต นึกว่าคนที่มาจะมีแต่พวกสาวกที่ซื่อสัตย์ แต่จู่ๆ ก็มีตัวป่วนโผล่มา แถมเป็นตัวป่วนที่มีพิษสงร้ายแรงซะด้วย! เอาล่ะสิ งานนี้คงได้รู้ซึ้งถึงคำว่านรกมีจริงแล้วล่ะ!]

—— [คำถามสุดท้ายนี่คือสุดยอดมาก ทำไมฉันถึงคิดไม่ออกนะเนี่ย วันหลังถ้าเจอพวกแก๊งแชร์ลูกโซ่ ฉันจะเอาคำถามนี้ไปถามดูบ้าง อยากรู้จังว่าพวกมันจะทำหน้ายังไง แค่คิดก็ขำแล้ว]

—— [หัวหน้าแก๊งแชร์ลูกโซ่: ฉันตั้งใจมาหลอกเอาเงินพวกแก แต่แกกลับมาหลอกฟันกำไรจากฉันเนี่ยนะ?]

—— [ฉันขอเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบหมอนี่ด่วนเลย ฉันแอบสงสัยว่าเมื่อก่อนเขาเคยอยู่แก๊งแชร์ลูกโซ่หรือเปล่า เป็นแค่พนักงานตรวจความปลอดภัยแท้ๆ แต่กลับรู้เรื่องแชร์ลูกโซ่ทะลุปรุโปร่งขนาดนี้? ถ้าไม่มีอาชีพเสริม ก็ต้องมีของดีซ่อนอยู่แน่ๆ]

—— [สะใจโว้ย! ไอ้พวกที่ด่าเขาเมื่อกี้ ตอนนี้หุบปากกันหมดเลยเหรอ? ไม่ด่าแล้วสิ? สมน้ำหน้าพวกแกที่โดนหลอก ฟางหยางอุตส่าห์มาช่วยพวกแก แต่พวกแกกลับรุมด่าเขา? เรียกพวกแกว่าไอ้โง่ ยังถือว่าให้เกียรติเกินไปเลย]

....

เมื่อหลินเฟิงได้ยินคำว่าให้ยืมเงิน...

เขาก็ถึงกับหน้าเหวอไปเลย

ฉันอุตส่าห์จะหลอกเอาเงิน 69,800 หยวนจากแก

แกยังจะมาหน้าด้านขอส่วนแบ่ง 4 แสนหยวนจากฉันอีกเหรอ?

แถมยังพูดจาสวยหรูว่ายก 10 ล้านหยวนให้ฉันอีก?

เล่นตลกอะไรของแกเนี่ย!

ถ้าทุกคนทำแบบแกกันหมด...

แล้วฉันจะเอาเงินที่ไหนไปหลอกคนอื่นล่ะ?

แต่ตอนนี้ เขาไม่มีเวลามานั่งห่วงเรื่องพวกนี้แล้ว

ผู้ชมทั้งห้องเริ่มหันมามองเขาด้วยสายตาจับผิด

หลายคนถึงขั้นตะโกนด่าทอ ทวงเงินคืน

ก็แหงล่ะ เงินเข้ากระเป๋าเขาไปแล้ว จะให้คายออกมาง่ายๆ ได้ยังไง

ในสถานการณ์แบบนี้ ขืนเถียงต่อไปก็เปล่าประโยชน์

เงินที่เขาหลอกมาได้ มันมากพอที่จะให้เขาหนีไปใช้ชีวิตหรูหราอยู่ต่างประเทศได้สบายๆ

ต้องอาศัยจังหวะที่พวกเขายังตั้งตัวไม่ติด...

รีบชิ่งหนีดีกว่า!

ทันใดนั้น!

หลินเฟิงก็หมุนตัวกลับ...

ราวกับติดจรวดที่เท้า

วิ่งหนีสุดชีวิต

ผู้ชมทุกคนถึงกับอึ้ง!

ณ วินาทีนี้...ความจริงทุกอย่างกระจ่างชัดแล้ว

แต่สิ่งที่พวกเขาคิดได้ชัดเจนที่สุดก็คือ...

พวกเขาโดนหลอกเข้าให้แล้ว

คนร้ายกำลังจะหนีไป

ภาพนี้มันชัดเจนยิ่งกว่าคำอธิบายใดๆ เสียอีก

แต่ทว่า...

เขาจะหนีรอดไปได้จริงเหรอ?

ต่อหน้าฟางหยางเนี่ยนะ...

ต่อให้ต่อให้เขาวิ่งนำไปก่อนสิบเมตร ก็ไม่มีทางรอดไปได้หรอก

ฟางหยางระวังตัวไว้อยู่แล้ว

พอเห็นเขาทำท่าจะวิ่งหนี

เขาก็กระโดดถีบขาคู่เข้าใส่ทันที

ปัง~~

ร่างของหลินเฟิงกระเด็นตกจากเวที… ลอยไปกระแทกกับโต๊ะอย่างจัง

จนโต๊ะพังยับเยิน!

หลินเฟิงเจ็บจนหน้าเบี้ยว

เขารีบตะโกนสั่งลูกน้องที่ยืนอยู่ใกล้ๆ

"ยืนบื้ออยู่ทำไมวะ ถ้าฉันโดนจับ พวกแกก็ไม่รอดเหมือนกัน!"

"รีบจับมันไว้!"

สิ้นเสียง...

ชายหนุ่มสิบกว่าคนก็วิ่งกรูเข้ามาจากหน้าประตู

แล้วล้อมกรอบฟางหยางไว้ทันที

ช่างภาพกับหัวหน้าทีมฉีเห็นท่าไม่ดีก็รีบผุดลุกขึ้นเตรียมจะเข้าไปช่วย

ฟางหยางเห็นดังนั้น ก็โบกมือห้ามด้วยท่าทีสบายๆ

"ไม่ต้องเข้ามาหรอกครับ ผมจัดการคนเดียวได้ พวกคุณคอยจับตาดูหมอนั่นไว้ก็พอ อย่าให้มันหนีไปได้"

พูดจบ...

ฟางหยางก็พุ่งทะยานเข้าหาชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าทันที

จบบทที่ ตอนที่ 37 เผยธาตุแท้ ทำลายความเพ้อฝันของทุกคน!

คัดลอกลิงก์แล้ว