เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 18 ความตกตะลึงของแพทย์นิติเวช แบบนี้ก็ได้เหรอ?

ตอนที่ 18 ความตกตะลึงของแพทย์นิติเวช แบบนี้ก็ได้เหรอ?

ตอนที่ 18 ความตกตะลึงของแพทย์นิติเวช แบบนี้ก็ได้เหรอ? 


ตอนที่ 18 ความตกตะลึงของแพทย์นิติเวช แบบนี้ก็ได้เหรอ?

ที่น่าเหลือเชื่อที่สุดก็คือ แพทย์นิติเวชยังต้องจับต้องดม

แต่นาย แค่ยืนมองเฉยๆ ก็วิเคราะห์ได้ทะลุปรุโปร่งแล้ว?

จะบอกว่าเดาสุ่ม แต่นายก็เดาถูกหมดทุกข้อเลยเนี่ยนะ!

ไม่เข้าใจเลย ไม่เข้าใจจริงๆ

หลังจากล้างมือเสร็จ แพทย์นิติเวชอาวุโสก็เดินเข้าไปหาหัวหน้าทีมฉี และเอ่ยถามด้วยความสงสัย

"เสี่ยวฉี เกิดอะไรขึ้นน่ะ? ทำไมทุกคนถึงทำหน้าเหมือนโดนผีหลอกแบบนั้นล่ะ?"

หัวหน้าทีมฉียิ้มแห้งๆ

"อาจารย์จางครับ คุณยังไม่รู้ ก่อนที่คุณจะมาถึง ก็มีคนวิเคราะห์เนื้อก้อนนี้ไปแล้วครับ"

"แถมผลการวิเคราะห์ ก็ยังตรงกับที่คุณพูดเป๊ะเลย"

"โอ้?"

เมื่อได้ยินผลสรุปเช่นนี้ แววตาของแพทย์นิติเวชอาวุโสก็เป็นประกายขึ้นมา

เธอรีบถามอย่างร้อนรน "ใครเหรอ? คนที่สามารถวิเคราะห์เนื้อก้อนนี้ได้ ไม่น่าจะมีเยอะหรอกนะ คงไม่ใช่ชายชราที่ไหนหรอกใช่ไหม"

หัวหน้าทีมฉียิ้มเจื่อนพร้อมกับส่ายหน้า "พูดไปคุณอาจจะไม่เชื่อ เขาเพิ่งจะอายุแค่ยี่สิบกว่าปีเองครับ แถมยังเป็นแค่พนักงานตรวจความปลอดภัยธรรมดาๆ ด้วย"

พูดจบ เขาก็ชี้ไปที่ฟางหยาง

เมื่อได้เห็นใบหน้าอันอ่อนเยาว์และหล่อเหลา

และเครื่องแบบสีฟ้าอ่อนของเขา

อาจารย์จางก็เบิกตากว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

เธอส่ายหน้าปฏิเสธทันที

"เขาเนี่ยนะ? เป็นไปไม่ได้! เขาอายุเท่าไหร่เอง ลูกศิษย์สองคนที่ตามฉันมานี่ก็จบปริญญาโทกันทั้งนั้น"

"ให้สองคนนี้มาวิเคราะห์ ก็ยังไม่แน่ว่าจะดูออกเลยว่าเป็นเนื้อคน"

"คุณกำลังล้อฉันเล่นใช่ไหมเนี่ย"

หัวหน้าทีมฉีส่ายหน้าอย่างจนใจ "อาจารย์จางครับ ผมจะเอาเรื่องแบบนี้มาล้อเล่นกับคุณทำไมล่ะครับ"

"เป็นเรื่องจริงครับ!"

"แถมเขาแค่มองแวบเดียว ก็รู้เลยว่านี่คือเนื้อคน"

"และเขายังบอกอีกนะว่า ผู้ตายที่เป็นเจ้าของเนื้อก้อนนี้ เป็นผู้ชาย!"

ถ้าคำพูดก่อนหน้านี้ของหัวหน้าทีมฉี ทำให้อาจารย์จางรู้สึกประหลาดใจ

ตอนนี้มันก็กลายเป็นความตกตะลึงแล้ว

"ผู้ชายเหรอ?"

"นี่ก็ดูออกด้วยเหรอ?"

"ฉันทำงานในสายอาชีพนี้มาตั้งหลายปี ยังไม่เคยได้ยินเลยว่าเนื้อแค่ก้อนเดียว จะสามารถแยกเพศชายหญิงได้ด้วย"

"นี่มันจะมั่วเกินไปแล้วมั้ง!!"

หัวหน้าทีมฉียกมือขึ้นเกาหัวแก้เก้อ

"อาจารย์จางครับ เรื่องนี้ไม่ได้พูดมั่วๆ หรอกนะครับ"

"คุณสังเกตเห็นเศษหนังที่ติดอยู่ตรงขอบนี้ไหมครับ?"

อาจารย์จางพยักหน้ารับ "เห็นสิ มันดูหยาบๆ หน่อย"

"อาจจะเป็นผิวหนังบริเวณหัวเข่า ข้อศอก หรือไม่ก็บั้นท้ายก็ได้"

"แต่ก็ไม่น่าจะเอามาเป็นเครื่องมือในการแยกเพศได้นี่นา?"

"อะแฮ่ม~~" หัวหน้าทีมฉีกระแอมไอสองสามครั้ง เพื่อกลบเกลื่อนความกระอักกระอ่วนใจบนใบหน้า

แล้วกระซิบเตือนเบาๆ "อาจารย์จางครับ คุณลืมไปหรือเปล่าครับว่า ใต้อัณฑะของผู้ชาย จะมีเส้นอยู่เส้นหนึ่ง!!"

ซี้ด~~

ทันทีที่ได้ยินประโยคนี้ รูม่านตาของอาจารย์จางก็ขยายกว้าง

ราวกับมีกระแสไฟฟ้าแล่นปราดเข้าสู่สมอง เธอตกตะลึงจนตัวสั่น

และยืนนิ่งอึ้งอยู่กับที่!!

ผ่านไปหลายวินาที สีหน้าของเธอก็ยังคงเต็มไปด้วยความตกตะลึง ขณะที่มองไปยังฟางหยาง

"พ่อหนุ่ม เป็นฉันเองที่ตาบอด มองข้ามเรื่องนี้ไป"

"นับถือเลย!"

"รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แค่นี้ เธอยังนึกถึงได้"

"เธอจบจากสถาบันนิติเวชที่ไหนมา ทำไมถึงมารับจ้างเป็นพนักงานตรวจความปลอดภัยที่นี่ล่ะ? นี่มันเอาพรสวรรค์มาทิ้งขว้างชัดๆ"

"เอ่อ.. คือว่า.." ฟางหยางยิ้มแห้งๆ "คุณเข้าใจผิดแล้วครับ ผมไม่ได้จบจากสถาบันนิติเวชที่ไหนหรอก ผมเป็นแค่พนักงานตรวจความปลอดภัยจริงๆ!"

"พนักงานตรวจความปลอดภัย?"

คราวนี้ แพทย์นิติเวชจางถึงกับงุนงงไปเลย

เธอร้องอุทานด้วยความไม่อยากจะเชื่อ "ไม่ได้จบสถาบันนิติเวช?"

"แล้วเธอ..."

พูดมาถึงตรงนี้ เธอก็ไม่รู้จะพูดอะไรต่อแล้ว

มันหักล้างความรู้ความเข้าใจของเธอไปจนหมดสิ้น

คนที่ไม่ได้เรียนจบด้านการแพทย์ กลับมีความเชี่ยวชาญกว่านักศึกษาปริญญาโทที่ยืนอยู่ข้างๆ เธอเสียอีก

พูดไปใครจะเชื่อ!

ตอนนี้ เธอแค่อยากจะอยู่เงียบๆ คนเดียวสักพัก

เพื่อเรียบเรียงความคิดในหัวให้เข้าที่เข้าทาง

มันสับสน!

สับสนไปหมดแล้ว!

หัวตื้อไปหมด

ผ่านไปสักพัก เธอก็หันไปมองฟางหยางต่อหน้าทุกคน แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"พ่อหนุ่ม ลาออกซะเถอะ แล้วกลับไปเรียนนิติเวชกับฉัน"

"สอบใบประกอบวิชาชีพซะ ด้วยพรสวรรค์ของเธอ เธอไม่ควรมาจมปลักอยู่ที่นี่"

"ฉันไม่กล้ารับประกันหรอกนะ ว่าฉันจะให้ผลประโยชน์อะไรกับเธอได้บ้าง"

"แต่ฉันกล้าเอาหัวเป็นประกันเลยว่า ขอแค่เธอตั้งใจเรียน"

"ในอนาคต เธอจะต้องได้เป็นหนึ่งในสุดยอดแพทย์นิติเวชระดับแนวหน้าของประเทศอย่างแน่นอน!!"

เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา

ทั่วทั้งบริเวณก็เกิดเสียงฮือฮาขึ้นมาทันที

ผู้ช่วยแพทย์นิติเวชทั้งสองคน มองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉาตาร้อน

อาจารย์จางคือบุคคลระดับปรมาจารย์ในวงการนิติเวชของปักกิ่ง หรือแม้กระทั่งของประเทศเลยก็ว่าได้

พวกเขาต้องพยายามอย่างหนักและใช้เวลายาวนานกว่าจะได้มาเป็นผู้ช่วยของอาจารย์จาง

แต่นี่เพิ่งจะเจอกันครั้งแรก เขาก็ถูกทาบทามให้ไปเป็นลูกศิษย์ก้นกุฏิแล้ว

แถมยังได้รับคำมั่นสัญญาอีกต่างหาก

นี่มันน่าเจ็บใจเกินไปแล้วไหม?

ไม่ใช่แค่พวกเขา ผู้ชมที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็ส่งสายตาอิจฉาไปตามๆ กัน

คำมั่นสัญญาแบบนี้ เพียงพอที่จะทำให้ฟางหยางกลายเป็นคนชนชั้นนำของสังคมได้เลย

อย่างน้อยก็รับประกันได้ว่าครึ่งชีวิตที่เหลือของเขาจะสุขสบายไร้กังวล

จากพนักงานตรวจความปลอดภัย

พลิกผันกลายเป็นแพทย์นิติเวช

แถมยังมีปรมาจารย์คอยหนุนหลังอีก

คนโง่ก็ยังรู้เลยว่าควรจะเลือกทางไหน

ทว่า สิ่งที่ทำให้พวกเขากรามค้างก็คือ

ฟางหยางกลับปฏิเสธอย่างไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย

เขายิ้มพลางส่ายหน้า "ขอโทษด้วยนะครับ ขอบคุณในความกรุณา"

"แต่ผมมีเหตุผลที่ต้องทำงานอยู่ที่นี่จริงๆ ครับ"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ช่างภาพที่อยู่ข้างๆ ก็มีสีหน้าประหลาดๆ

เขาบ่นอุบอิบเบาๆ

"พี่ นี่พี่กลายเป็นของหอมฉุยไปแล้วนะเนี่ย"

"เมื่อเช้าผู้บัญชาการเรือนจำที่สองก็เพิ่งจะชวนพี่ไปทำงานด้วยแท้ๆ ตกบ่ายมาก็มีคนชวนไปเป็นแพทย์นิติเวชอีก"

ช่างเป็นคำพูดที่ทำเอาคนฟังแทบช็อกตาย

แม้เสียงจะไม่ดังนัก แต่คนที่อยู่ใกล้ๆ ก็ได้ยินอย่างชัดเจน

ทุกคนตกตะลึงกันอีกรอบ!

หัวหน้าทีมฉี และอาจารย์จาง มองฟางหยางด้วยเครื่องหมายคำถามเต็มหน้า

ตกลงหมอนี่มันเป็นใครกันแน่?

ขนาดผู้บัญชาการเรือนจำยังมาทาบทามด้วยตัวเอง?

แต่ดูจากที่เขายังอยู่ที่นี่...

เห็นได้ชัดว่าเขาปฏิเสธไปแล้ว

ถ้าคิดในมุมนี้…

การปฏิเสธงานแพทย์นิติเวช ก็ดูสมเหตุสมผลขึ้นมาทันที

งานแพทย์นิติเวชถึงยังไงก็เป็นแค่อาชีพหนึ่ง

แถมยังต้องคลุกคลีอยู่กับศพตลอดเวลา

แต่เรือนจำนั้นต่างออกไป

ที่นั่นถึงแม้ตำแหน่งจะไม่ใหญ่โต แต่ก็มีอำนาจล้นมือ

มีคนตั้งเท่าไหร่ที่อยากจะเบียดเสียดเข้าไปทำงานที่นั่น

เมื่ออาจารย์จางคิดตก เธอก็ไม่เซ้าซี้อีก

ได้แต่ส่ายหน้าอย่างจนใจ พร้อมกับถอนหายใจยาว "น่าเสียดาย น่าเสียดายจริงๆ!"

ยังไม่ทันขาดคำ...

"จะน่าเสียดายอะไรล่ะครับ"

ช่างภาพทำหน้าซื่อตาใสตอบกลับไป "ถ้าพี่ผมไปเป็นแพทย์นิติเวช ต้องมานั่งดูศพทุกวัน มันจะไปสนุกอะไร ใครๆ ก็ทำได้"

"แต่งานตรวจความปลอดภัยเนี่ย ต้องให้พี่ผมทำเท่านั้น"

"ไม่อย่างนั้น เรื่องเด็กทารกซุกยาเสพติดเมื่อวาน เรื่องสิ่งมีชีวิตต่างถิ่นเมื่อเช้า แล้วก็เรื่องเนื้อคนตอนนี้ ใครจะเป็นคนตรวจเจอ"

โครม~~~

คำพูดของช่างภาพราวกับระเบิดนิวเคลียร์ที่ถูกทิ้งลงมา

ทั่วทั้งบริเวณสั่นสะเทือน!

ฝูงชนหลายคนที่ได้เห็นใบหน้าของเขา

ก็เริ่มเชื่อมโยงไปถึงโฆษณารณรงค์ของสนามบิน

"ฉันก็ว่าแล้วทำไมถึงดูคุ้นๆ ที่แท้เรื่องเด็กทารกซุกยาเสพติดเมื่อวาน เขาก็เป็นคนตรวจเจอนี่เอง!"

"พระเจ้าช่วย! ข่าวนั้นดังกระหึ่มไปทั่วทุกสารทิศ ฉันมัวแต่อ่านข่าว เพิ่งจะรู้ว่าเขาเป็นคนตรวจเจอ!"

ชาวเน็ตในห้องถ่ายทอดสดต่างก็เห็นพ้องต้องกัน

[ความนิยม] +1+1+1+1....

[ความนิยม] +1+1+1+1....

...

—— [พูดได้ถูกต้องที่สุด งานนี้ต้องให้ฟางหยางทำเท่านั้นแหละ ถึงฉันจะไม่รู้ว่าทำไมพอเขามาทำงานทีไร ก็ต้องไปเจอพวกค้ายาแปลกๆ ทุกที แต่ฉันกล้ายืนยันเลยนะ ถ้าเปลี่ยนเป็นคนอื่น คงไม่มีทางตรวจเจอแน่ๆ]

—— [อิจฉาจนตาร้อนผ่าวเลย หมอนี่เพิ่งจะมาทำงานได้แค่สองวัน ก็มีบิ๊กบอสถึงสองคนมาทาบทามตัวไปทำงานด้วย พิสูจน์ให้เห็นเลยว่า ทองคำแท้ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ส่องประกาย เมื่อก่อนฉันไม่เชื่อนะ แต่ตอนนี้ต้องเชื่อแล้วล่ะ]

—— [พนักงานตรวจความปลอดภัยคนอื่น ทำแต่งานที่น่าเบื่อและจำเจไปวันๆ แต่พนักงานตรวจความปลอดภัยอย่างฟางหยาง วันหนึ่งต้องมีคนตายอย่างน้อยหนึ่งคน! นี่มันจะเกินไปหน่อยไหมเนี่ย? ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันนะ ว่าเขาดวงซวยหรือดวงดี จะบอกว่าดวงดี ก็มักจะไปเจอแต่เรื่องแปลกๆ จะบอกว่าดวงซวย ก็แค่สองวัน เขาก็ได้ทั้งเงิน ทั้งชื่อเสียงไปหมดแล้ว]

—— [ฉันไม่เคยอิจฉาคนที่หาเงินได้ด้วยความสามารถของตัวเองหรอกนะ จะบอกให้นะ ผลงานของเขาแต่ละอย่างน่ะ คนกว่า 99.9% ไม่มีทางตรวจเจอหรอก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการวิเคราะห์อย่างมืออาชีพแบบเขาเลย ฉันล่ะสงสัยจริงๆ ว่า ทั้งๆ ที่ก็อายุยี่สิบกว่าปีเท่ากัน ตอนนี้ฉันเอาแต่เล่นเกม กิน นอน แต่เขาเคยทำอะไรมาก่อนกันแน่นะ?]

...

หัวหน้าทีมฉีฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์รอบข้าง แล้วก็หันไปมองฟางหยาง

เขารู้สึกเหมือนสมองอื้ออึงไปหมด

จากความรำคาญในตอนแรกที่ได้เจอกัน...

เปลี่ยนเป็นการยอมรับทีละน้อย...

จากนั้นก็กลายเป็นความชื่นชม...

แล้วก็พัฒนาไปเป็นความตกตะลึง...

จนสุดท้าย กลายเป็นความมึนงงไปเลย!

ถึงแม้เขาจะไม่ได้เป็นคนดูแลคดีสองคดีเมื่อวานนี้

แต่เขาก็พอจะได้ยินเรื่องราวมาบ้าง

เด็กทารกซุกยาเสพติด!

แก๊งลักลอบขนของเถื่อนระดับร้อยล้าน!

จนกระทั่งวินาทีนี้...

เขาถึงเพิ่งรู้ว่า คดีพวกนั้น ฟางหยางเป็นคนตรวจเจอทั้งหมด

เขาจะไม่ตกใจได้ยังไง!

จะไม่ตะลึงได้ยังไง!

ช่างภาพพูดถูกทุกอย่างเลย

ถ้าปล่อยให้เขาไปเป็นแพทย์นิติเวช นั่นต่างหากล่ะคือการเอาพรสวรรค์มาทิ้งขว้าง

การเป็นแพทย์นิติเวช อาจจะช่วยไขคดีให้คนได้แค่ไม่กี่คน

แต่สิ่งที่เขาทำเมื่อสองวันที่ผ่านมา มันคือเรื่องยิ่งใหญ่ที่สามารถเปลี่ยนแปลงสังคมได้เลย

เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว อะไรสำคัญกว่า คงไม่ต้องบอกก็รู้

แม้จะเป็นแค่พนักงานตรวจความปลอดภัยธรรมดาๆ

แต่ภารกิจของเขากลับยิ่งใหญ่มาก

ไม่ใช่แค่หัวหน้าทีมฉีที่เข้าใจ แพทย์นิติเวชจางก็เข้าใจเช่นกัน

เธอจึงยิ้มเจื่อนๆ และกล่าวทักทายง่ายๆ

ก่อนจะเก็บชิ้นเนื้อแล้วเดินจากไป

ตอนแรกเธอยังตั้งใจจะทิ้งนามบัตรไว้ให้ด้วยซ้ำ

เผื่อว่าวันหน้าฟางหยางเปลี่ยนใจ จะได้ติดต่อเธอไป

แต่ตอนนี้...เห็นได้ชัดว่าไม่มีความจำเป็นแล้ว

ส่วนหัวหน้าทีมฉีก็โบกมือสั่งการ

ให้นำตัวชายชรามุ่งหน้าไปยังร้านขายเนื้อที่หมู่บ้านต้าหยางทันที

เรื่องนี้จะชักช้าไม่ได้ เผื่อว่าผู้ต้องสงสัยจะไหวตัวทันแล้วหลบหนีไป

ก่อนไป เขายังอุตส่าห์บอกฟางหยางไว้ด้วย

ว่าถ้ามีเวลาว่างก็ให้แวะไปให้ปากคำด้วยล่ะ

แต่ฟางหยางกลับพูดสวนขึ้นมาว่า

"เอ่อ... ขอผมไปด้วยคนได้ไหม?"

จบบทที่ ตอนที่ 18 ความตกตะลึงของแพทย์นิติเวช แบบนี้ก็ได้เหรอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว