- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเป็นครูตาบอดห้าปี รู้ตัวอีกทีลูกศิษย์ก็พาต้าฉินครองโลกไปแล้ว
- บทที่ 78 กระทั่งปืนใหญ่ก็ยังสร้างออกมาได้หรือ?
บทที่ 78 กระทั่งปืนใหญ่ก็ยังสร้างออกมาได้หรือ?
บทที่ 78 กระทั่งปืนใหญ่ก็ยังสร้างออกมาได้หรือ?
“มอบให้พวกเราหรือเจ้าคะ”
ทว่าเมื่อจู้ม่านได้ยินคำกล่าวของฉูหยวนกลับตกตะลึงไป “ของสองสิ่งนี้ดูคล้ายจะอันตรายยิ่งนัก สมควรเป็นความลับขั้นสุดยอด มอบให้พวกเราจะเหมาะสมหรือเจ้าคะ”
“ความลับหรือ”
แต่พอฉูหยวนฟังคำพูดของจู้ม่านจบ เขากลับส่ายหน้าปฏิเสธ “ของพวกนี้อันตรายมากจริงๆ แต่ไม่ได้เป็นความลับอะไรเลย”
ความจริงก่อนหน้านี้ สาเหตุที่ฉูหยวนเก็บแบบแปลนสองแผ่นนี้ซ่อนไว้ ก็เพราะเขารู้สึกว่าของสองอย่างนี้มันอันตรายเกินไปสักหน่อย หากเกิดเอาให้ผู้ใหญ่บ้านฉินกับคนอื่นๆ ไป แล้วพวกเขาดันทำตามแบบแปลนจนสร้างของพวกนี้ขึ้นมาจริงๆ จะทำอย่างไรเล่า
ทว่าภายหลังเขาก็ลองขบคิดดูดีๆ อีกที ความกังวลของตัวเองมันเป็นเรื่องไร้สาระชัดๆ
ข้อแรก วิธีการผลิตปืนบรรจุท้ายนัดเดียวกับระเบิดมือในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดมันไม่ใช่ความลับอะไรเลยสักนิด ในหมู่บ้านนี้จะไม่มีสักคนสองคนที่ออกไปทำงานรับจ้างข้างนอกเลยหรือ พวกเขาแค่ไปร้านอินเทอร์เน็ตก็สามารถค้นหาวิธีทำได้แล้วไม่ใช่หรือ
ดังนั้นอย่าว่าแต่ปืนบรรจุท้ายนัดเดียวกับระเบิดมือเลย ขอแค่พวกเขายินดีและมีวัสดุอุปกรณ์พร้อมสรรพ ไม่ว่าจะเป็นเอเค เครื่องยิงจรวด หรือรถถัง ก็สามารถสร้างออกมาได้ทั้งนั้น ฉูหยวนจะมานั่งซ่อนแบบแปลนพวกนี้ไว้ก็ไม่มีความหมายอะไรเลย
ข้อสอง หมู่บ้านนี้ยากจนข้นแค้นขนาดนี้ จะไปหาวัสดุอุปกรณ์มาสร้างระเบิดมือกับปืนบรรจุท้ายนัดเดียวได้อย่างไร อีกอย่างเขาก็เชื่อมั่นด้วยว่าผู้ใหญ่บ้านเหล่าฉินเป็นคนที่เคารพกฎหมาย รักความสงบสุข ไม่ชอบลงไม้ลงมือกับใคร เป็นคนรักสันติภาพอย่างแท้จริง ย่อมไม่มีทางไปสร้างของพรรค์นี้แน่นอน
ฉูหยวนไม่ได้กำลังจะสอนความรู้ให้เด็กๆ ที่ยากจนพวกนี้อยู่หรอกหรือ วิชาฟิสิกส์กับเคมีเขาก็สอนอยู่ ในเมื่อเป็นแบบนี้ สู้เอาแบบแปลนพวกนี้ออกมาให้นักเรียนดูดีกว่า นี่มันเป็นสื่อการสอนวิชาฟิสิกส์กับเคมีชั้นดีที่มีอยู่แล้วชัดๆ
“เอาล่ะ อยากดูก็เอาไปดูเถอะ เดี๋ยวฉันไปยกกับข้าวมาเพิ่มอีกหน่อย”
ว่าแล้วฉูหยวนก็เดินกลับเข้าไปในห้องครัวอีกครั้ง
“มอบให้ข้าจริงๆ หรือเจ้าคะ”
จู้ม่านรู้สึกประหลาดใจระคนยินดีขึ้นมาในทันที นี่คือยอดศาสตราวุธที่จะช่วยฟื้นฟูความเจริญรุ่งเรืองของต้าฉินเชียวนะ ถึงกับมอบให้นางจริงๆ หรือ นางแทบจะอดใจรอไม่ไหว อยากจะนำไปให้ฉินสื่อหวงทอดพระเนตรเดี๋ยวนั้น ทว่ายามนี้นางคล้ายจะปลีกตัวไปมิได้เลย
“อาจารย์ฉู”
ขณะนั้นเอง น้ำเสียงหนึ่งก็ดังมาจากด้านนอก ที่แท้ก็คือฉินจื่ออิง
“อาจารย์ฉู ข้าทำของตกไว้ที่นี่เลยแวะมาเอาขอรับ เอ๊ะ เหตุใดที่นี่จึงมีกับข้าวด้วยขอรับ”
เดิมทีฉินจื่ออิงเพียงตั้งใจจะมาเอาของ ทว่ากลับพบว่าที่นี่ของฉูหยวนมีอาหารวางอยู่ด้วย อาหารที่ฉูหยวนทำล้วนเป็นของล้ำเลิศ
อย่าว่าแต่อาหารเหลือเลย ต่อให้เป็นข้าวค้างคืน หากฉินจื่ออิงได้เห็นก็ยังเบิกบานใจยิ่งกว่าหูไฮ่ได้ยลโฉมสตรีงามเสียอีก
เมื่อจู้ม่านเห็นฉินจื่ออิง นางกลับเบิกบานใจยิ่งนัก รีบกวักมือเรียกเขาเข้ามาในห้องด้านในทันที
“จื่ออิง เจ้ามาได้จังหวะพอดี อย่าเพิ่งกินข้าว ทนหิวไปก่อน ข้ามีเรื่องสำคัญจะให้เจ้าไปทำ!”
“เรื่องสำคัญหรือ เรื่องอันใดกัน”
ฉินจื่ออิงเองก็มีสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นมา เขาทราบดีว่าจู้ม่านไม่มีทางกล่าววาจาล้อเล่นอย่างแน่นอน
“รีบนำแบบแปลนสองแผ่นนี้ไปหาเสด็จพ่อเร็วเข้า” จู้ม่านเอ่ยสั่งการ จากนั้นจึงมอบแบบแปลนปืนบรรจุท้ายนัดเดียวและแบบแปลนระเบิดมือให้แก่ชายหนุ่ม
“ได้”
ฉินจื่ออิงกวาดตามองแวบหนึ่งก็มิได้เอ่ยสิ่งใดให้มากความ เขารีบรุดไปหาฉินสื่อหวงในทันที
“อ้าว เขาไม่กินข้าวหรือ” ฉูหยวนสัมผัสได้ว่าฉินจื่ออิงจากไปแล้ว จึงเดินเข้ามาถามด้วยความฉงน
“ไม่มีอะไรเจ้าค่ะ จื่ออิงแค่เอาแบบแปลนไปหาท่านพ่อ อยากให้ท่านพ่อดูสักหน่อยเจ้าค่ะ” จู้ม่านตอบกลับ
“รีบเอาไปให้พ่อคุณดูขนาดนั้นเลยหรือ”
ฉูหยวนขมวดคิ้วเล็กน้อย ฉินอิงคนนี้ใฝ่รู้ขนาดนั้นเลยหรือ หรือว่าพวกเขาอยากจะใช้แบบแปลนนี้ไปสร้างปืนไรเฟิลกับระเบิดมือ ไม่น่าจะใช่มั้ง นี่มันสังคมที่สงบสุขนะ จะสร้างของพวกนี้ไปทำไม เอาไปยิงพวกซยงหนูเหรอ แต่ที่นี่จะไปมีพวกซยงหนูได้อย่างไรกัน
...
ณ ต้าฉิน พระราชวังเสียนหยาง
ฉินสื่อหวงกำลังจัดการปัญหาเรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ฉงเจินมอบให้ พระองค์ต้องการส่งสิ่งของเหล่านี้ไปยังแนวหน้าทั้งหมด เพื่อที่ยามหานซิ่นทำศึกจะได้ยิ่งเก่งกาจดุดัน และสามารถกวาดล้างชาวซยงหนูให้พ่ายแพ้ราบคาบได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
“ฝ่าบาท!”
ขณะนั้นเอง น้ำเสียงของฉินจื่ออิงก็ดังแว่วมา เขารีบรุดเข้ามาภายในตำหนักใหญ่
“มีเรื่องอันใด” ฉินสื่อหวงขมวดพระขนง
“ฝ่าบาท นี่คือสิ่งที่องค์หญิงจู้ม่านให้กระหม่อมนำมาถวายพ่ะย่ะค่ะ” ฉินจื่ออิงชูแบบแปลนสองแผ่นขึ้นสูง
“โอ้”
ฉินสื่อหวงทอดพระเนตรเห็นแบบแปลนสองแผ่นนี้ พลันเบิกพระเนตรกว้างขึ้น จู้ม่านส่งมาให้อีกแล้วหรือ ดูจากเนื้อกระดาษ เพียงมองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นแบบแปลนที่ฉูหยวนมอบให้
คราวก่อนแบบแปลนที่จู้ม่านส่งมา แรกเริ่มพระองค์ยังมิค่อยใส่ใจนัก ผลปรากฏว่านั่นคือแบบแปลนชุดอุปกรณ์ทหารม้าสามชิ้น เมื่อสร้างออกมา ทหารม้าต้าฉินหนึ่งนายสามารถต้านทานศัตรูได้ถึงสามคน พลังรบของทหารม้าเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ทว่าแบบแปลนในครานี้ เกรงว่าคงจะยิ่งไม่ธรรมดาเป็นแน่
ฉินสื่อหวงมิได้รอให้ขันทีข้างกายนำแบบแปลนขึ้นมาถวาย พระองค์ทรงรอไม่ไหวจนต้องเสด็จลงไปรับแบบแปลนด้วยพระองค์เอง
“อันใดกัน!”
ทว่าวินาทีต่อมาเมื่อได้ทอดพระเนตรแบบแปลน ฉินสื่อหวงก็ต้องตกตะลึง สิ่งที่อยู่บนนี้มันร้ายกาจเกินไปแล้ว!
นี่คือสิ่งใดกัน! ปืนบรรจุท้ายนัดเดียวหรือ
ฉินสื่อหวงเคยประจักษ์ถึงอานุภาพของปืนนกสับแห่งต้าหมิงมาแล้ว แม้อยู่ห่างออกไปไกลลิบก็สามารถปลิดชีพคนได้ ทำให้ศัตรูยากจะป้องกันตนเองได้ทันท่วงที อีกทั้งอานุภาพยังสามารถยิงเจาะทะลุเกราะเหล็กได้
ทว่าเมื่อดูจากคำอธิบายของปืนบรรจุท้ายนัดเดียวชนิดนี้ มันคล้ายจะร้ายกาจยิ่งกว่าปืนนกสับแห่งต้าหมิงเสียอีก
ทั้งระยะยิงที่ไกลลิบ อานุภาพทำลายล้างรุนแรง ที่สำคัญคือมีความแม่นยำสูง และที่ยอดเยี่ยมที่สุดก็คือความเร็วในการบรรจุกระสุน
ปืนนกสับของต้าหมิงยิงออกไปหนึ่งนัด ก็ต้องกรอกดินปืนลงไปในปากกระบอกปืนราวกับชาวนาหว่านเมล็ดพันธุ์ ทั้งยังต้องกระทุ้งอีกหลายหน ทว่าปืนบรรจุท้ายนัดเดียวกลับไม่มีขั้นตอนยุ่งยากปานนั้น ขยับเพียงไม่กี่ครั้งก็บรรจุกระสุนเสร็จสิ้นแล้ว
ฉินสื่อหวงกลับขมวดพระขนงมุ่น ทว่าในด้านเทคนิคการผลิตนั้นยากจะกระทำให้สำเร็จได้ ต้าฉินไม่มีทางสร้างมันออกมาได้อย่างแน่นอน คงต้องดูว่าต้าหมิงจะสามารถคลำทางสร้างมันออกมาได้หรือไม่
ทว่าแบบแปลนแผ่นที่สองซึ่งเป็นแบบแปลนระเบิดมือ นี่สิคือของดีโดยแท้!
บนนี้ระบุวิธีสร้างระเบิดมือเอาไว้ ดูจากคำอธิบายบนนั้น อานุภาพของมันเพียงระเบิดคราเดียวก็สามารถกวาดล้างศัตรูได้เป็นวงกว้าง หากโยนเข้าไปในกองทัพของชาวซยงหนู กระทั่งม้าก็ยังต้องถูกระเบิดจนแหลกเหลว
อานุภาพนี้ร้ายกาจยิ่งกว่าปืนใหญ่หงอี๋ของต้าหมิงเสียอีก อีกทั้งกรรมวิธีการผลิตยังเรียบง่ายกว่าปืนบรรจุท้ายนัดเดียวมากนัก ต้าหมิงสมควรจะสร้างมันออกมาได้
“เด็กๆ”
ยามนี้ฉินสื่อหวงทอดพระเนตรแบบแปลนจนครบถ้วนแล้ว ภายในพระทัยบังเกิดคลื่นพายุโหมกระหน่ำ
“นำแบบแปลนสองแผ่นนี้ไปเก็บรักษาไว้ให้ดี แล้วคัดลอกให้เจิ้นอีกสองชุด”
ฉินสื่อหวงทรงเป็นคนรอบคอบระมัดระวัง การคัดลอกแบบแปลนเพิ่มอีกสองชุดย่อมมิหลงเหลือความกังวลว่าจะสูญหาย จากนั้นรอจนได้พบฉงเจิน พระองค์ค่อยทรงปรึกษาหารือเรื่องแบบแปลนนี้กับอีกฝ่าย
...
ณ ห้องครัวของฉูหยวน
“กินข้าวได้แล้ว”
สิ้นเสียงของฉูหยวน กับข้าวสองจานก็ถูกเขายกมาวางบนโต๊ะ จานหนึ่งคือถั่วงอกผัดน้ำใส อีกจานคือหมูผัดพริก ทว่าล้วนเป็นอาหารที่เหลือทั้งสิ้น
แต่อย่าได้ดูแคลนกับข้าวเหลือสองจานนี้เชียว ยกตัวอย่างเช่นถั่วงอกจานนี้ เริ่มจากนำไปชุบแป้งไข่แล้วทอดในน้ำมันเดือด จากนั้นจึงนำไปผัดคลุกเคล้ากับไก่ฉีก เนื้อรมควันฉีก และพริกหั่นฝอย วัตถุดิบแม้ราคาไม่แพง แต่วิธีทำกลับพิถีพิถันใส่ใจ ดูเรียบง่ายใช่หรือไม่
ทว่าเมื่อลิ้มลองรสชาติกลับยอดเยี่ยมแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง เพียงแค่กลิ่นหอมสดชื่นนี้ ต่อให้จ่ายเงินสิบตำลึงก็ยังหาซื้อไม่ได้!
“อ๊า~ อร่อยจังเลยเจ้าค่ะ” ส่วนจู้ม่านเมื่อเห็นกับข้าวยกมาเสิร์ฟ แม้จะเป็นเพียงของเหลือแต่นางก็อดใจไม่ไหวในทันที
ประการแรกเป็นเพราะกับข้าวสองอย่างนี้ล้วนเป็นอาหารผัด ในยุคต้าฉินจะมีอาหารผัดมาจากที่ใดกัน มีเพียงการตุ๋นและการย่าง จะหอมกรุ่นสู้การผัดได้อย่างไร จู้ม่านย่อมมิอาจปฏิเสธความเย้ายวนนี้ได้อย่างแน่นอน
ประการที่สองเป็นเพราะแม้จะเป็นของเหลือ ทว่าก็ดูสะอาดสะอ้านน่ารับประทาน ของที่สะอาดสะอ้านย่อมดีที่สุดอยู่แล้ว
“แค่นี้ก็อร่อยแล้วเหรอ” แต่พอฉูหยวนสัมผัสได้ถึงสีหน้าเปี่ยมสุขของจู้ม่าน เขากลับรู้สึกปวดใจขึ้นมา
เด็กคนนี้เกิดมาในพื้นที่ภูเขายากจนแบบนี้ คงต้องผ่านวันเวลาที่ยากลำบากมามากแน่ๆ แค่ได้กินกับข้าวเพียงสองอย่างนี้ก็ชมเปาะว่าอร่อยเสียแล้ว
จากนั้น ฉูหยวนก็หันหลังกลับทันที “ฉินม่าน คุณกินช้าๆ หน่อยนะ เมื่อสักครู่ฉันยังทำกับข้าวให้คุณอีกสามอย่าง เดี๋ยวฉันไปยกมาให้”