- หน้าแรก
- ระบบห้ามเสียหน้า โดนเหยียดหรอ งั้นขอใช้ระบบเอาเงินตบหน้าเลยแล้วกัน
- บทที่ 34 เกิดเรื่องแล้ว? คำเตือนจากเพื่อนบ้าน!
บทที่ 34 เกิดเรื่องแล้ว? คำเตือนจากเพื่อนบ้าน!
บทที่ 34 เกิดเรื่องแล้ว? คำเตือนจากเพื่อนบ้าน!
เกาหย่วนเอ่ยขัดด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด “ยังไงก็ต้องเปลี่ยนเครื่องใหม่! โทรศัพท์เธอพี่จะไม่รู้ได้ยังไง? ใช้มาตั้งหกเจ็ดปีแล้ว”
“วัยรุ่นอย่างพวกเธอ วัน ๆ ก็ชอบเล่นอินเทอร์เน็ต ดูวิดีโอ ค้นหาข้อมูลไม่ใช่เหรอ?”
“เธอน่ะ ตั้งแต่เข้ามหาลัยมาจนป่านนี้ กระทั่งโน้ตบุ๊กสักเครื่องยังไม่มีเงินจะซื้อ เพราะที่บ้านเรามันจน...”
“แต่ตอนนี้ บ้านเรามีเงินแล้ว เรื่องคอมพิวเตอร์เอาไว้ก่อน แต่โทรศัพท์เครื่องนี้พี่ต้องซื้อให้เธอให้ได้”
“ไม่ต้องพูดแล้ว พี่รู้ว่าเธอจะหาว่าพี่ฟุ่มเฟือย แต่ครั้งนี้ต้องฟังพี่นะ เยว่เยว่...”
เกาหย่วนตบไหล่น้องสาวเบา ๆ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ฐานะทางบ้านเราดีขึ้นแล้ว พี่เองก็รู้แก่ใจดีว่าไม่ควรใช้เงินทิ้งขว้าง”
“แต่... ของบางอย่างมันจำเป็นต้องซื้อ เงินส่วนนี้มันต้องจ่าย เข้าใจไหม?”
เมื่อเห็นเกาเยว่เยว่พยักหน้า เกาหย่วนจึงยิ้มออกมาด้วยความเบาใจ
สองพี่น้องก้าวเข้าไปในร้าน เริ่มจากเลือกสมาร์ทโฟนราคาเครื่องละสามสี่พันหยวนให้พ่อกับแม่คนละเครื่อง จากนั้นทั้งคู่ก็เลือกซื้อโทรศัพท์ยี่ห้ออื่นที่ราคาไล่เลี่ยกันมาเปลี่ยนให้ตัวเองด้วย
ในจังหวะนั้น พนักงานในร้านก็หันมาถามเกาหย่วนว่า “เอ้อ คุณลูกค้าคะ ในเมื่อทั้งคุณและน้องสาวต่างก็ซื้อเครื่องใหม่กันหมดแล้ว แล้วเครื่องเก่าล่ะคะ?”
เกาหย่วนได้ยินดังนั้นก็ตอบออกไปตามสัญชาตญาณ “ทิ้งไปเลย!”
พนักงาน: “...”
m(⊙▽⊙)m
พนักงานถึงกับอึ้งไปเลย
เกาเยว่เยว่ที่อยู่ข้าง ๆ หลุดขำออกมา “พี่คะ จะตื่นเต้นทำไมขนาดนั้น? ไม่ได้ถ่ายโฆษณาอยู่นะ...”
เกาหย่วนเพิ่งได้สติ พนักงานจึงยิ้มเจื่อนแล้วบอกว่า “คืออย่างนี้ค่ะคุณลูกค้า ถ้าคุณเอาเครื่องเก่ามาเทิร์นกับทางเรา จะช่วยลดราคาเครื่องใหม่ได้อีกนิดหน่อย จะได้ไม่เสียของด้วยนะคะ”
เกาหย่วนยิ้มแก้เก้อ
ให้ตายสิ เมื่อกี้เขาดันเผลอหลุดปากพูดว่า “ทิ้งไปเลย” ออกไปเสียได้...
เกือบจะได้เลียนแบบสโลแกนแบรนด์ดังแบรนด์หนึ่งไปแล้ว...
ยังดีที่เขาไหวตัวทัน แต่ก็ยังมิวายเกิดเรื่องโก๊ะ ๆ ขึ้นจนได้
ในที่สุดเขาก็ขายเครื่องเก่าคืนให้ร้านไป สิริรวมยอดใช้จ่ายทั้งหมดในร้านคือหนึ่งหมื่นสองพันหยวนถ้วน
เกาหย่วนรู้สึกว่าเงินจำนวนนี้มันพร่องไปช้าเหลือเกิน เขาเริ่มกังวลว่าเมื่อไหร่จะใช้เงินที่เหลือให้หมดตามเงื่อนไขระบบเสียที?
แต่พอคิดอีกที เรื่องบางอย่างก็เร่งรีบไม่ได้
อีกอย่าง เขาเพิ่งจะถึงบ้าน งานปีใหม่ก็ยังไม่เริ่ม ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนขนาดนั้นในวันสองวันนี้
สองพี่น้องขึ้นรถมุ่งหน้ากลับบ้าน
ตลอดทาง เกาเยว่เยว่เล่นโทรศัพท์เครื่องใหม่ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
วัยรุ่นสมัยนี้มีใครบ้างไม่ชอบของใหม่? มีใครบ้างไม่อยากใช้โทรศัพท์รุ่นล่าสุด?
เกาเยว่เยว่ก็เช่นกัน
เพียงแต่ตลอดหลายปีมานี้ เธอเฝ้าคำนึงถึงฐานะทางการเงินของครอบครัวมาตลอด จึงกดความต้องการทั้งหมดไว้ในใจลึก ๆ ไม่เคยแสดงออกว่าชอบของพรรค์นี้เลยแม้แต่น้อย
เด็กสาวคนหนึ่งที่ไม่เคยฟุ่มเฟือยและประหยัดอดออมมานานนับสิบปี
เมื่อเห็นน้องสาวมีความสุข เกาหย่วนก็พลอยยิ้มตามไปด้วย หัวใจของเขาเปี่ยมไปด้วยความปิติอย่างบอกไม่ถูก
จากอำเภอผิงหยวนไปยังหมู่บ้านผิงอัน ระยะทางประมาณสามสิบกิโลเมตร
ทว่าในความเป็นจริง เนื่องจากหิมะตกทำให้ถนนลื่น แถมยังเป็นทางโค้งคดเคี้ยวไปมา ระยะทางแค่นี้จึงต้องใช้เวลาขับถึงสองชั่วโมงเต็ม
ขณะที่รถแล่นเข้าสู่ทางเข้าหมู่บ้านผิงอัน จู่ ๆ เกาหย่วนก็เหยียบเบรกกะทันหัน
เขาเอื้อมไปหยิบบุหรี่ต้าจงหัวปึกใหญ่จากเบาะหลัง แกะออกมาสองซอง แล้วลดกระจกรถลงพลางยิ้มทักทายคนข้างนอก “อ้าว! ลุงจาง ป้าหวัง! ยุ่งกันอยู่เหรอครับ?”
ที่อยู่ไกลออกไปคือคู่สามีภรรยาวัยกลางคน
เดิมทีทั้งคู่กำลังช่วยกันผ่าฟืนอยู่หน้าบ้าน แต่เมื่อได้ยินเสียงคำรามของเครื่องยนต์ดังแว่วมาแต่ไกล ทั้งคู่ก็เงยหน้าขึ้นมอง
เมื่อเห็นตราสัญลักษณ์เบนซ์ขนาดใหญ่ที่หน้ารถ ทั้งคู่ก็ถึงกับอึ้ง สองสามีภรรยาหรี่ตามองด้วยความสงสัย พลางนึกในใจว่า : ลูกบ้านไหนกลับมากันนะ? ทำไมถึงขับรถดีขนาดนี้?
ฝ่ายชายแซ่จาง ฝ่ายหญิงแซ่หวัง
ทั้งคู่มองคนที่ลดกระจกลงมาทักทายแต่ยังมองไม่ชัด จึงก้าวเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ
ครั้นเห็นว่าเป็นเกาหย่วน และพอมองเข้าไปข้างในเห็นว่าเป็นเกาเยว่เยว่ ทั้งคู่ก็ถึงกับชะงักกึก
คนในหมู่บ้านเดียวกัน เห็นหน้าค่าตากันมาตลอด ย่อมจำกันได้แม่น
แม้เกาหย่วนจะไม่ได้กลับบ้านมาถึงสามปี แต่พวกเขาก็ยังจำได้ไม่ลืม
สองสามีภรรยาอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ “นี่ลูกชายบ้านตระกูลเกาไม่ใช่เหรอ? พวกเธอสองคนกลับมาได้ยังไงเนี่ย?”
ลุงจางเดินวนรอบรถหนึ่งรอบพลางอุทาน “โอ้โฮ” ไม่ขาดปาก
พอเดินกลับมาที่หน้ารถอีกครั้ง เขาถึงเอ่ยขึ้นว่า “เกาหย่วน ไปทำงานข้างนอกนี่รุ่งไม่เบาเลยนะ ถึงขั้นขับเบนซ์กลับมาเลยเหรอ? นี่มัน... ใช่รุ่นจีคลาสหรือเปล่า?”
เกาหย่วนพยักหน้ายิ้ม ๆ “ใช่ครับลุงจาง จีคลาสครับ”
“โธ่ ก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับ พอดีจังหวะดีหาเงินได้นิดหน่อย เลยกะว่าจะขับกลับมาให้พ่อกับแม่ได้เห็นเป็นขวัญตาบ้าง”
ลุงจางเบะปาก แววตาเต็มไปด้วยความอิจฉาแกมชื่นชม
เมื่อเห็นเกาหย่วนยื่นบุหรี่ต้าจงหัวให้สองซอง ลุงจางก็รีบโบกมือพัลวัน “เฮ้ย! พ่อหนุ่ม... ทำอะไรน่ะ?”
“ลุงจะรับของจากเธอได้ยังไง ต้าจงหัวนี่มันแพงจะตาย ซองหนึ่งตั้งร้อยหยวน ใครจะไปกล้าสูบกัน?”
เกาหย่วนหัวเราะร่า “โธ่ ลุงจาง ป้าหวัง อย่าเกรงใจเลยครับ รับไปเถอะ เมื่อก่อนตอนบ้านผมลำบาก พวกลุงพวกป้าก็ช่วยไว้ตั้งเยอะ”
“ผมจำได้ตอนเด็ก ๆ ตอนไปทำงานในนา เหลือที่ดินอีกครึ่งหมู่ที่เก็บเกี่ยวไม่ทันฝนจะตก พวกลุงกับป้าขับรถผ่านตรงนั้นพอดี ยังอุตส่าห์ลงมาช่วยบ้านผมเก็บเกี่ยวจนเสร็จ บุหรี่พวกนี้เทียบไม่ได้เลยครับ”
ลุงจางกับป้าหวังได้ฟังก็ยิ้มออกมาด้วยความขัดเขิน
ป้าหวังเอ่ยปากอย่างเกรงใจ “โถ่ลูก... จะมาเกรงใจอะไรกันขนาดนี้?”
“คนในหมู่บ้านเดียวกันทั้งนั้น เห็นหน้ากันทุกวัน เป็นเพื่อนบ้านกัน ช่วยเหลือกันมันแปลกตรงไหน?”
ลุงจางพยักหน้าสมทบ “นั่นสิ เมื่อก่อนบ้านลุงมีเรื่องอะไร พ่อกับแม่เธอก็มาช่วยแบบไม่หวังผลตอบแทนเหมือนกัน ถือว่าเจ๊ากันไปนานแล้ว”
เกาหย่วนยิ้มพลางบอกว่า “ลุงจาง ป้าหวัง อย่าปฏิเสธเลยครับ อีกอย่างผมกลับมาครั้งนี้ยังไงก็ต้องไปสวัสดีปีใหม่อยู่แล้ว ถือซะว่าเป็นของขวัญวันปีใหม่ล่วงหน้าแล้วกันนะครับ”
ลุงจางกับป้าหวังได้ยินดังนั้นก็ได้แต่ยิ้มอย่างอ่อนใจ
สุดท้ายลุงจางก็ยื่นมือมารับบุหรี่สองซองนั้นไปพลางลูบคลำไปมาด้วยความชอบใจเป็นที่สุด
ลุงจางหัวเราะ “เอาอย่างนั้นก็ได้ ในเมื่อเธอตั้งใจขนาดนี้ ลุงก็จะไม่เกรงใจแล้วนะ”
“วันหน้าว่าง ๆ ก็แวะมาคุยกับลุงนะ เดี๋ยวลุงจะดวลเหล้าด้วยสักตั้ง ส่วนแม่หนูเยว่เยว่นั่นน่ะ ลูกสาวลุงบ่นคิดถึงทุกวัน ถามว่าเมื่อไหร่เธอจะกลับมา บอกว่าอยากจะพาไปเที่ยวจะแย่แล้ว”
เกาเยว่เยว่ที่นั่งเบาะข้างรีบยิ้มทักทาย “ได้ค่ะลุงจาง ป้าหวัง เดี๋ยวว่างแล้วหนูจะแวะไปหาแน่นอนค่ะ”
“ดี ๆ ๆ” ป้าหวังรีบรับคำ แต่แล้วจู่ ๆ เธอก็ขมวดคิ้วมุ่น
“จริงด้วย... เกาหย่วน เยว่เยว่... พวกเธอสองคน...”
“ขากลับเข้าบ้านน่ะ... ระวังตัวไว้หน่อยนะ...”
“หือ?”
(จบตอน)