เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 ขยะพลิกชะตา? ไม่ใช่ข้าโว้ย!

บทที่ 1 ขยะพลิกชะตา? ไม่ใช่ข้าโว้ย!

บทที่ 1 ขยะพลิกชะตา? ไม่ใช่ข้าโว้ย!


บทที่ 1 ขยะพลิกชะตา? ไม่ใช่ข้าโว้ย!

โลกบำเพ็ญเพียร ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียน

ยอดเขาอวี้ฮวา

ภูเขาสูงตระหง่านเสียดฟ้า หมอกปราณวิญญาณม้วนตัวปกคลุมไปทั่วบริเวณ

ฉีหยวนที่เพิ่งจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเต้าจื่อแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ รีบร้อนร่อนกายลงมาจากฟากฟ้าและจ้ำอ้าวตรงดิ่งไปยังที่พักของตนเองทันที

ตลอดทางที่เดินผ่าน ศิษย์แห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทุกคนที่พบเห็นเขาต่างพากันหลีกทางให้ และค้อมกายทำความเคารพอย่างนอบน้อม

"คารวะท่านเต้าจื่อ"

ฉีหยวนไม่ได้หยุดฝีเท้า เพียงแต่โบกมือเป็นเชิงบอกให้ทุกคนตามสบาย ก่อนจะพุ่งพรวดเข้าไปในถ้ำพำนักอันกว้างใหญ่หรูหรา พร้อมกับปิดประตูล็อกอย่างแน่นหนา

เมื่อเข้ามาในห้อง เขาถึงค่อยถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง เพียงแค่ขยับความคิด ตัวอักษรขนาดเล็กที่มองเห็นได้อย่างชัดเจนก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าอีกครั้ง

[ความคืบหน้าการผูกมัดระบบพลิกขยะให้เป็นเทพ: 99/100]

"พลิกขยะให้เป็นเทพงั้นรึ?"

เมื่อมองดูตัวอักษรสว่างวาบทั้งสี่คำนี้ สีหน้าของฉีหยวนก็เริ่มแปลกประหลาดขึ้นเรื่อยๆ ลางสังหรณ์ในใจร้องเตือนว่ามีบางอย่างทะแม่งๆ เสียแล้ว

วินาทีต่อมา เสียงเครื่องจักรกลอันเย็นเยียบก็ดังขึ้นในหัวของเขา

[ติ๊ง! ผูกมัดสำเร็จ! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ปลุกระบบพลิกขยะให้เป็นเทพ ระบบนี้จะช่วยเหลือโฮสต์ผู้เป็นขยะให้สร้างชีวิตอันรุ่งโรจน์ขึ้นมาใหม่ เปิดเส้นทางสู่การพลิกโฉมชะตาชีวิต...]

ฉีหยวนถึงกับชะงักงัน

เดี๋ยวก่อน!

เขาข้ามมิติมาที่นี่ตั้งสี่ห้าปีแล้วนะ ถึงจะไม่มีของวิเศษนิ้วทองคำติดตัวมาด้วย แต่เขาก็อาศัยรากวิญญาณสวรรค์ผนวกกับกายาเต๋าหยางบริสุทธิ์แต่กำเนิด ไต่เต้าขึ้นมาในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียนได้อย่างราบรื่นราวกับปอกกล้วยเข้าปาก

ใช้เวลาหนึ่งปีทะลวงขอบเขตก่อตั้งรากฐาน สามปีบรรลุขอบเขตแก่นทองคำ ตอนนี้ยิ่งมีสถานะสูงส่งเป็นถึงเต้าจื่อแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เป็นตัวเต็งอันดับหนึ่งที่จะสืบทอดตำแหน่งเจ้าสำนักในอนาคต ดูมุมไหนก็ไม่เห็นจะไปเกี่ยวพันกับคำว่า "ขยะ" ได้เลยสักนิด...

เสียงของระบบยังคงดังก้องอยู่ในหู

[เดิมทีท่านเกิดในตระกูลผู้บำเพ็ญเพียร แต่เพราะสถานะลูกอนุภรรยาและพรสวรรค์อันต้อยต่ำของรากวิญญาณขยะ ทำให้ท่านต้องทนรับสายตาดูถูกเหยียดหยามจากคนในตระกูล]

[จนกระทั่งถูกแม่เลี้ยงใจร้ายวางแผนใส่ร้ายป้ายสี ท่านถูกทำลายวรยุทธ์และถูกขับไล่ออกจากตระกูล ต้องพาผู้เป็นน้องสาวเร่ร่อนระหกระเหินไปทั่ว ผ่านความยากลำบากและลิ้มรสความขมขื่นบนโลกใบนี้มานับไม่ถ้วน]

[บัดนี้แม้อายุล่วงเลยเข้าสู่วัยยี่สิบปี แต่ท่านก็ยังคงไร้ซึ่งความสำเร็จใดๆ ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ซ้ำร้ายเส้นลมปราณยังแหลกสลายจนหมดสิ้น ไม่สามารถฝึกฝนได้แม้กระทั่งเคล็ดวิชาระดับต่ำต้อยที่สุด จนต้องตกระกำลำบากไปเป็นแรงงานทาสในเหมืองแร่]

[ท่านยอมจำนนต่อโชคชะตาจริงๆ หรือ? ท่านไม่อยากเปลี่ยนชะตากรรมของตนเองบ้างหรือ? เพียงแค่ท่านสามารถทำภารกิจพลิกชะตาต่างๆ ให้ลุล่วง ไม่ว่าจะเป็นเคล็ดวิชาเซียน อาวุธเทพของวิเศษ หรือโอสถระดับตำนาน... ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนไขว่คว้ามาได้โดยง่ายดาย]

ระบบพูดด้วยความเร็วแสง เนื้อหาถ้อยคำล้วนเต็มไปด้วยการชักจูงและเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งการล่อลวง

ทางด้านของฉีหยวนนั้นอ้าปากค้าง สีหน้าเหม่อลอย สมองประมวลผลไม่ทันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

รากวิญญาณขยะ?

เส้นลมปราณแหลกสลาย?

ไม่สามารถฝึกฝนได้?

ฉีหยวนเพิ่งจะดึงสติกลับมาได้ เขากล่าวออกไปอย่างจนใจว่า

"นี่ไอ้ระบบ เอ็งน่าจะจำผิดคนแล้วมั้ง วีรกรรมที่เอ็งร่ายยาวมาเมื่อกี้ ไม่เห็นจะมีตรงไหนที่เข้ากับตัวข้าเลยสักนิดเดียว"

[ผ่านการตรวจสอบ ยืนยันตัวตนโฮสต์ถูกต้องไร้ข้อผิดพลาด]

"ไม่ใช่สิ ข้าเพิ่งจะอายุยี่สิบเอ็ด ก็บรรลุขอบเขตแก่นทองคำขั้นสูงสุดแล้วนะ เป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งในหมู่คนรุ่นเยาว์ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียนแบบไร้ข้อกังขา หากพูดถึงสถานะและอำนาจก็เป็นรองเพียงแค่เจ้าสำนักกับเหล่าผู้อาวุโสสูงสุดเท่านั้น แล้วจะให้ข้าไปพลิกชะตาอะไรอีกล่ะ จะให้ก่อกบฏยึดสำนักเลยหรือไง?"

[ผ่านการตรวจสอบ ยืนยันตัวตนโฮสต์ถูกต้องไร้ข้อผิดพลาด]

เวรเอ๊ย!

ฉีหยวนเอามือยกขึ้นกุมขมับด้วยความเหนื่อยใจ

[ติ๊ง! ตรวจสอบข้อมูลเสร็จสิ้น แพ็กเกจของขวัญมือใหม่ได้ถูกจัดส่งไปยังพื้นที่รางวัลของระบบโดยอัตโนมัติ โฮสต์สามารถสกัดออกมาใช้งานได้ทุกเมื่อ]

[ขอแสดงความยินดี ท่านได้รับ โอสถรวมปราณระดับสูง 10 เม็ด]

[ขอแสดงความยินดี ท่านได้รับ เคล็ดวิชาพื้นฐานขอบเขตกลั่นปราณ 'เคล็ดวิชาหยางม่วง' 1 เล่ม]

[ขอแสดงความยินดี ท่านได้รับ หินวิญญาณระดับต่ำ 300 ก้อน]

......

เมื่อมองดูสิ่งของรางวัลที่สว่างวาบละลานตาอยู่ตรงหน้า มุมปากของฉีหยวนก็อดไม่ได้ที่จะกระตุกยิกๆ

แพ็กเกจของขวัญมือใหม่นี่มันจะดูเป็นมือใหม่เกินไปหน่อยไหม!

โอสถรวมปราณระดับสูง?

ในฐานะศิษย์สืบทอดสายตรงของเจ้าสำนักดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ต่อให้เป็นตอนที่เขาอยู่แค่ขอบเขตกลั่นปราณ โอสถที่เขากินก็ล้วนเป็นโอสถรวมปราณระดับตำนานทั้งสิ้น ฤทธิ์ยาบริสุทธิ์สมบูรณ์แบบกว่ากันมาก กินแค่เม็ดเดียวก็เทียบเท่ากับระดับสูงสิบเม็ดแล้ว

ส่วนเคล็ดวิชาระดับพื้นฐานต้อยต่ำอย่าง 'เคล็ดวิชาหยางม่วง' เขาสามารถควานหามาโยนทิ้งเล่นได้เป็นร้อยๆ เล่ม ซึ่งในนั้นยังมีคัมภีร์ฝึกฝนที่ดีกว่านี้อีกมาก ซ้ำยังมีบันทึกความเข้าใจและคำอธิบายประกอบจากบรรดาผู้อาวุโสระดับสูงแนบมาให้อีกต่างหาก

ไม่ต้องพูดถึง 'เคล็ดวิชาหยางม่วง' ระดับเริ่มต้นเลย ตอนนี้ในกำไลมิติของเขายังมี 'เคล็ดวิชาปราณม่วงต้อนรับอรุณ' ซึ่งเป็นวิชาขั้นกว่าของเคล็ดวิชาหยางม่วงเก็บเอาไว้อยู่เลย แถมยังเป็นฉบับลิมิเต็ดเอดิชันที่ผู้คิดค้นเคล็ดวิชาเป็นคนเขียนขึ้นมาด้วยลายมือตัวเองอีกด้วย

ส่วนไอ้หินวิญญาณระดับต่ำสามร้อยก้อนนั่นยิ่งหลุดโลกเข้าไปใหญ่ คิดจะให้ทานขอทานหรือไง?

ฉีหยวนรู้สึกพูดไม่ออกบอกไม่ถูก

แม้ว่าสิ่งของระดับต่ำพวกนี้จะถือว่าเป็นของดีสำหรับผู้บำเพ็ญเพียรที่เพิ่งก้าวเข้าสู่ขอบเขตกลั่นปราณ แต่ระดับพลังของเขากำลังจะควบแน่นวิญญาณแรกกำเนิดอยู่รอมร่อ แล้วเขาจะเอาเศษขยะพวกนี้มาทำซากอะไร!

ในขณะที่ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยเส้นริ้วสีดำแห่งความหงุดหงิด บนหน้าต่างระบบก็มีตัวอักษรแถวเล็กๆ ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง

[ภารกิจมือใหม่เปิดใช้งานแล้ว หากทำภารกิจสำเร็จ โฮสต์จะได้รับแต้มพลิกชะตาส่วนตัวและรางวัลภารกิจ หากภารกิจล้มเหลว ภารกิจในอนาคตจะไม่เปิดให้ใช้งานอีก]

ภารกิจมือใหม่:

[เพื่อปากท้อง ท่านต้องทำงานอย่างหนักในเหมืองแร่ของเมืองชิงหยวนตลอดทั้งวัน แต่กลับถูกแก๊งพยัคฆ์ดำกดขี่ข่มเหงรีดไถ รายได้ส่วนใหญ่ต้องเอาไปจ่ายเป็นค่าคุ้มครอง]

[เมื่อไม่นานมานี้ สวีเปียว หัวหน้าหอแห่งแก๊งพยัคฆ์ดำเกิดถูกใจน้องสาวของท่าน และข่มขู่ว่าจะบีบบังคับนางไปเป็นอนุภรรยา ขอให้โฮสต์ลุกขึ้นสู้เพื่อหยุดยั้งเรื่องนี้]

[เนื้อหาภารกิจ: เอาชนะสวีเปียว หัวหน้าหอแห่งแก๊งพยัคฆ์ดำ (ขอบเขตกลั่นปราณระดับสาม) ภายในสามวัน]

[ความยากของภารกิจ: สี่ดาว (ระดับยาก)]

[รางวัลที่ได้รับ: แต้มพลิกชะตา 50 แต้ม, ซ่อมแซมจุดตันเถียนและเส้นลมปราณที่ฉีกขาดของโฮสต์]

......

ระบบขยะเอ๊ย ดูท่าจะจำผิดคนเข้าให้แล้วจริงๆ!

เมื่อมองดูตัวอักษรยาวเหยียดบนแผงควบคุมของระบบ มุมปากของฉีหยวนก็อดไม่ได้ที่จะกระตุกขึ้นมาอีกรอบ

ยังไม่ต้องพูดถึงคำบรรยายภารกิจตอนต้นที่เนื้อหาไปคนละทิศคนละทางเหมือนจับแพะชนแกะนั่น เอาแค่การที่เขา ผู้เป็นถึงเต้าจื่อแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ระดับแก่นทองคำขั้นสูงสุด กลับถูกสั่งให้ไปจัดการกับหัวหน้าแก๊งอันธพาลกระจอกๆ ที่ซุกหัวอยู่ตามบ้านนอกคอกนาที่ไหนก็ไม่รู้

แบบนี้มันเรียกว่าการพลิกชะตาบ้าบออะไรกัน?

ส่วนรางวัลภารกิจที่ว่านั่นยิ่งน่าขัน จุดตันเถียนและเส้นลมปราณของเขามั่นคงแข็งแกร่งประดุจหินผา ไม่ได้มีปัญหาอะไรเลยสักนิด แล้วจะให้ไปซ่อมแซมหาพระแสงอะไร!

พี่ชายคนนี้กำลังจะทะลวงสู่ขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิดอยู่รอมร่อ ใครมันจะไปมีเวลาว่างไปสนใจแก๊งพยัคฆ์ดำบ้าบอคอแตกอะไรนั่น ช่างหัวมันประไร...

ฉีหยวนสบถด่าในใจ กำลังเตรียมตัวจะโยนภารกิจปัญญาอ่อนที่ระบบตั้งไว้ทิ้งไปจากสมอง แต่แล้วเขาก็ต้องชะงักงัน

เพราะเขาบังเอิญสังเกตเห็นปุ่มจำลองโผล่ขึ้นมาที่มุมขวาบนของหน้าจอ ซึ่งมีตัวอักษรคำว่า [แผงควบคุมแลกเปลี่ยนแต้ม] ปรากฏอยู่

มาถึงขั้นนี้แล้ว ลองกดเข้าไปดูสักหน่อยจะเป็นไรไป?

เมื่อคิดได้ดังนั้น ฉีหยวนก็ขยับความคิด เปิดหน้าต่างแผงควบคุมแลกเปลี่ยนแต้มขึ้นมาทันที

ฟุ่บ—

แสงสว่างวาบขึ้นตรงหน้า สมบัติล้ำค่าแห่งฟ้าดินที่ละลานตาจนนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นสู่สายตาของเขา

เคล็ดวิชาสัจธรรมโกลาหล เคล็ดวิชาระดับมหาเต๋า ราคาแลกเปลี่ยนแต้มพลิกชะตา

ขวานเทพเบิกฟ้า ของวิเศษระดับต้นกำเนิดบรรพกาล ราคาแลกเปลี่ยนแต้มพลิกชะตา

เลื่อนลงมาอีก กายาปฐมกาลโบราณ สายเลือดมังกรแท้บรรพกาล โอสถเนรมิตซ่อมสวรรค์...

สมบัติล้ำค่าหายากในใต้หล้าแต่ละชิ้นปรากฏอยู่ตรงหน้าของฉีหยวนอย่างชัดเจน ทำเอาเขาถึงกับเบิกตากว้าง แม้กระทั่งลมหายใจก็ยังเริ่มหอบถี่ขึ้นมาหลายส่วน

บัดซบ!

ระบบหมานี่มันมีของดีเหมือนกันนี่หว่า!

ฉีหยวนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่าน

แม้ว่าไอ้ระบบพลิกขยะให้เป็นเทพอะไรนี่จะดูไม่ค่อยน่าเชื่อถือสักเท่าไหร่ แต่อย่างไรเสียมันก็ถือเป็นวาสนาที่สวรรค์ประทานมาให้ หากจะยอมแพ้ทิ้งไปตอนนี้ก็คงน่าเสียดายแย่

เส้นทางแห่งความเป็นอมตะนั้นแสนยาวไกล วิถีแห่งเต๋าล้วนเต็มไปด้วยอันตรายรอบด้าน

หากมีระบบไว้เป็นเครื่องมือช่วยสนับสนุน ความหวังที่จะก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดก็คงจะมีเพิ่มมากขึ้นอีกหลายส่วน

แถมโดยปกติแล้ว ภารกิจที่ระบบมอบหมายให้ก็จะเริ่มจากง่ายไปหายาก ค่อยเป็นค่อยไปตามลำดับ ขอเพียงแค่มุ่งมั่นทำภารกิจต่อไปเรื่อยๆ ไม่ช้าก็เร็วของรางวัลจากภารกิจก็จะต้องไต่ระดับขึ้นมาจนถึงขั้นที่สามารถช่วยเหลือเขาได้อยู่ดี...

หลังจากครุ่นคิดอยู่นาน ในที่สุดฉีหยวนก็ตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาด

"เอาวะ งานนี้ต้องลุยแล้ว!"

เมื่อตัดสินใจแน่วแน่ เขาก็กดออกจากหน้าต่างร้านค้า จากนั้นก็หยิบหยกบันทึกแผ่นหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อ แล้วส่งกระแสจิตสายหนึ่งเข้าไปในนั้น

หยกบันทึกแผ่นนี้บรรจุแผนที่โดยละเอียดของโลกใบนี้เอาไว้

เขตแดนของโลกบำเพ็ญเพียรที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียนตั้งอยู่นั้นกว้างใหญ่ไพศาล มีสำนักใหญ่น้อยตั้งตระหง่านอยู่มากมาย หากเมืองชิงหยวนอยู่ไกลเกินไป เวลาแค่สามวันคงยากที่จะเดินทางไปถึง

ผ่านการค้นหาด้วยสัมผัสเทวะ ฉีหยวนก็สามารถระบุตำแหน่งที่ตั้งอันแน่ชัดของเมืองชิงหยวนได้อย่างรวดเร็ว

โชคยังดีที่เมืองชิงหยวนนั้นตั้งอยู่ตรงบริเวณชายขอบอิทธิพลของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียนพอดิบพอดี

แม้จะอยู่ห่างจากพื้นที่ใจกลางของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไปไกลถึงกว่าแสนลี้ แต่หากอาศัยค่ายกลเคลื่อนย้ายที่อยู่ภายในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ก็ใช้เวลาเพียงแค่วันเดียวก็สามารถเดินทางไปถึงได้แล้ว

พอคิดถึงการที่ตัวเองต้องเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลเป็นหมื่นๆ ลี้ เพื่อไป 'ท้าประลอง' กับลูกกระจ๊อกระดับขอบเขตกลั่นปราณขั้นสาม ฉีหยวนก็รู้สึกอับอายขายขี้หน้าขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

อันที่จริงเขาแค่ส่งลูกน้องปลายแถวไปสักคน ก็สามารถกระทืบเป้าหมายภารกิจจนขี้แตกได้อย่างสบายๆ แล้ว แต่หากอิงตามความต้องการของระบบ งานนี้มันคงบังคับให้โฮสต์อย่างเขาต้องลงมือจัดการด้วยตัวเองเท่านั้นถึงจะนับว่าสำเร็จ ดังนั้นภารกิจนี้จึงถูกกำหนดมาแล้วว่าไม่อาจหลีกเลี่ยงได้...

เรื่องนี้ถ้าหากแพร่งพรายออกไป มีหวังชื่อเสียงหน้าตาของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่เสวียนคงถูกปู้ยี่ปู้ยำจนย่อยยับไม่มีชิ้นดีแน่ๆ

.......

วันรุ่งขึ้น

เมืองชิงหยวน

ฉีหยวนกวาดสายตามองไปยังถนนหนทางของพวกมนุษย์ธรรมดาที่คึกคักจอแจ สัมผัสเทวะอันทรงพลังของผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตแก่นทองคำก็แผ่ขยายเข้าปกคลุมทั่วทั้งเมืองในชั่วพริบตา ไม่ว่าลมจะพัดหญ้าจะไหวในรัศมีหลายสิบลี้ล้วนไม่อาจรอดพ้นหูตาของเขาไปได้

"เจอตัวแล้ว!"

เพียงไม่นานเขาก็ล็อกเป้าหมายตำแหน่งของแก๊งพยัคฆ์ดำได้สำเร็จ ร่างของเขาวูบไหวเพียงครั้งเดียว ก็อันตรธานหายไปจากจุดที่ยืนอยู่อย่างไร้ร่องรอย โดยไม่เป็นที่สังเกตของใครแม้แต่น้อย

ในขณะเดียวกัน

บริเวณด้านหน้าของหลุมฝังศพที่เพิ่งจะถูกถมดินใหม่ๆ

"นังตัวดี พี่ชายของแกมันยกแกให้เป็นคนของข้าตั้งแต่ก่อนที่มันจะตายแล้ว ต่อจากนี้ไปขอแค่แกเชื่อฟังข้า รับรองว่าแกจะได้เสวยสุขอยู่บนกองเงินกองทองไปตลอดชีวิต แต่ถ้าไม่ล่ะก็... หึ!"

ผู้พูดเป็นชายวัยสามสิบกว่าปี ไว้หนวดเคราเฟิ้มเต็มหน้า ตอนนี้เขากำลังแสยะยิ้มเย็นชา จ้องมองเด็กสาวตรงหน้าด้วยสายตาแทะโลม

"ถุย! ไอ้เดรัจฉาน! พี่ชายของข้าก็ถูกแกวางแผนป้ายสีจนตาย ข้าเกลียดชังแกจนแทบอยากจะฆ่าแกให้ตายตกไปตามกัน เพื่อแก้แค้นให้พี่ชายข้าเดี๋ยวนี้เลยด้วยซ้ำ!"

ฉีเหยามีดวงตาเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา นางขบฟันแน่นพร้อมกับตวาดด่าทอด้วยความโกรธแค้น

"เหอะ รนหาที่ตายนักใช่ไหม ได้! พวกแกเข้าไปจับตัวมันมาให้ข้า เอาแบบเป็นๆ นะเว้ย"

ชายหน้าหนวดแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม ยกฝ่ามือที่ใหญ่ราวกับพัดใบกล้วยโบกไปข้างหน้า ชายฉกรรจ์สองคนที่ยืนอยู่ด้านข้างก็พุ่งเข้าใส่เด็กสาวราวกับหมาป่าตะกละตะกลามทันที

"นังไพร่ ข้าอุตส่าห์ถูกใจแกถือว่าเป็นบุญหล่นทับแกแล้วแท้ๆ ข้าจะจับแกทำเมียมันตรงหน้าหลุมศพพี่ชายแกนี่แหละ ดูซิว่าแกจะยังปากดีอยู่อีกไหม!"

ในขณะที่พูด บนใบหน้าของชายหนวดเคราเฟิ้มก็เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ

เมื่อเห็นกรงเล็บของสมุนแก๊งพยัคฆ์ดำทั้งสองคนกำลังขยับเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ฉีเหยาก็ตกใจกลัวจนหน้าซีดเผือด นางถอยกรูดไปด้านหลังอย่างต่อเนื่อง

ทันใดนั้นเอง แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวก็ตกลงมาปกคลุม อากาศรอบด้านเกิดการควบแน่นในชั่วพริบตา ตรึงร่างของคนจากแก๊งพยัคฆ์ดำทั้งหมดเอาไว้กับที่ราวกับถูกกดปุ่มหยุดเวลาเอาไว้

ฉีเหยายืนนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันขวับไปมอง สายตาที่ยังคงตื่นตระหนกตกใจทอดมองไปยังชายหนุ่มที่จู่ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นไม่ไกลออกไป

ชายหนุ่มผู้นั้นสวมชุดคลุมไหมสีขาวจางๆ คิ้วคมเข้ม หน้าตาหล่อเหลา ท่วงท่าสง่างามเหนือสามัญชน เพียงแค่ยืนนิ่งๆ อยู่ตรงนั้น ก็แผ่ซ่านกลิ่นอายอันสูงส่งเหนือโลกีย์ออกมา

เมื่อเห็นนางมองมา ชายหนุ่มก็เผยรอยยิ้มบางๆ สายตาของเขาจับจ้องไปยังแผ่นไม้สลักชื่อหยาบๆ ที่ปักอยู่หน้าหลุมศพ พลางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนเพิ่งจะกระจ่างแจ้งแก่ใจว่า

"พี่ชายของเจ้าชื่อฉีหยวนสินะ? บังเอิญจังเลย ข้าก็ชื่อนี้เหมือนกัน"

ไอ้ระบบปัญญาอ่อน เอ็งผูกมัดผิดคนจริงๆ ด้วย!

จบบทที่ บทที่ 1 ขยะพลิกชะตา? ไม่ใช่ข้าโว้ย!

คัดลอกลิงก์แล้ว