- หน้าแรก
- ระบบฟื้นฟูบ้านเกิด สร้างอุตสาหกรรมสะท้านโลกด้วยเงินวันละหยวน
- บทที่ 102 - กักบริเวณแบบกลายๆ!
บทที่ 102 - กักบริเวณแบบกลายๆ!
บทที่ 102 - กักบริเวณแบบกลายๆ!
คล้อยหลังนายกเทศมนตรีหูที่เดินจากไปอย่างหงุดหงิด ประตูกระจกบานหมุนอันหรูหราอลังการของโรงแรมฮิลตัน ในสายตาของพวกเสิ่นเฟิงตอนนี้ กลับดูเหมือนกรงขังที่มองไม่เห็นซะแล้ว
อันที่จริง หลังจากเลขาธิการหยวนมาถึง เขาก็ตั้งใจจะพาเถ้าแก่จากกว่างตงทุกคนกลับไปทันที
แต่เรื่องที่น่าเจ็บใจก็คือ ทางป้าตู้ไม่เพียงแต่จะบังคับฉุดคนมาที่โรงแรมฮิลตันตั้งแต่สนามบินเท่านั้น
แต่ยังอาศัยความได้เปรียบของการเป็นเจ้าถิ่น งัด "กลยุทธ์ยื้อเวลา" แบบไม้แข็งสลับไม้อ่อนออกมาใช้อีกด้วย
"เลขาธิการหยวน ท่านผู้นำทุกท่าน และเถ้าแก่ทุกท่าน ต้องขออภัยจริงๆ นะครับ!"
รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการลงทุนเมืองป้าตู้ที่ถูกทิ้งไว้รั้งท้าย ยืนยิ้มแฉ่งอยู่กลางล็อบบี้โรงแรม ทำตัวราวกับเป็นทูตสันถวไมตรีที่หาที่ติไม่ได้
"วันนี้ฝั่งเมืองหลวงบังเอิญมีกิจกรรมต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองนัดสำคัญพอดี ถนนไฮเวย์หลายสายที่มุ่งหน้าไปเมืองเจียงหวยเลยต้องมีการควบคุมการจราจรชั่วคราว ตอนนี้รถบัสมันวิ่งออกไปไม่สะดวกจริงๆ ครับ
อีกอย่าง ทุกท่านก็เดินทางมาเหนื่อยๆ จะให้รีบเดินทางต่อได้ยังไงล่ะครับ?
นายกเทศมนตรีหูของเราสั่งการไว้แล้ว วันนี้ขอให้ทุกท่านพักผ่อนให้สบายอยู่ที่ฮิลตัน ค่าอาหารและที่พักทั้งหมด รัฐบาลเมืองป้าตู้เราขอรับผิดชอบเป็นเจ้าภาพเองครับ!"
คำพูดเหล่านี้เรียกว่าเนียนกริบ ไร้ช่องโหว่ แถมยังกระตือรือร้นซะจนหาข้ออ้างมาด่าไม่ได้เลย
แต่คนตาดีมองแวบเดียวก็รู้ ว่านี่มันคือ "การกักบริเวณแบบกลายๆ" ชัดๆ
ถ้าทางป้าตู้ไม่ยอมปล่อยรถ เถ้าแก่ระดับหลายสิบล้านและร้อยล้านกว่าห้าสิบคนเหล่านี้...
จะให้ฝ่าด่านออกไปดื้อๆ ก็คงไม่ใช่เรื่อง
ภายในคลับเลานจ์ของโรงแรม เสิ่นเฟิงมองลงไปเห็นพนักงานบริการ (ที่ดูยังไงก็คือเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยแฝงตัวมาเพื่อปิดกั้นทางรถวิ่ง) ของทางป้าตู้ที่อยู่ด้านล่าง มุมปากก็กระตุกเป็นรอยยิ้มเยาะ
วิธีการของป้าตู้ เล่นเอาเถื่อนจริงๆ
เรื่องนี้แม้แต่เลขาธิการหยวนก็หมดหนทาง ถึงเขาจะเป็นผู้นำเบอร์หนึ่งของเจียงหวย แต่ที่นี่มันคือเมืองหลวง เป็นถิ่นของคนอื่น
เบื้องหลังนายกเทศมนตรีหูคือเลขาธิการพรรคเมืองหลิวฉางหลิน ต่อให้หยวนหงไท่จะพยายามเจรจายังไง ทางป้าตู้ก็เอาแต่เล่นรำไทเก๊กบ่ายเบี่ยง ไม่ยอมปล่อยคนลูกเดียว
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงไม่อาจสั่งให้ลูกน้องไปปะทะกับคนของเมืองหลวงได้
ไม่มีทางเลือก หยวนหงไท่ต้องยอมถอยมาตั้งหลัก
เขาเดินไปหลบมุมเงียบๆ ในโรงแรม หน้าดำคร่ำเครียด กดโทรศัพท์หาเจ้านายเก่าของตัวเอง—
เกามินซี ซึ่งเคยไต่เต้าขึ้นมาจากเมืองเจียงหวย และปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการพรรคระดับมณฑลฮุย และเลขาธิการคณะกรรมการการเมืองและกฎหมาย เพื่อรายงานเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้ฟังอย่างละเอียด
พอรองเลขาธิการเกาที่อยู่ปลายสายได้ฟังก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟเหมือนกัน แต่ในฐานะผู้นำระดับมณฑล เขารู้ดีว่าเรื่องนี้มันเกี่ยวพันถึงผลประโยชน์ระหว่างเมืองหลวงกับท้องถิ่น จะใช้แค่โทรศัพท์กริ๊งเดียวไปบีบบังคับก็คงไม่ได้
เขาจึงสั่งการทันที: ให้ทางเมืองเจียงหวยนิ่งไว้ก่อน ปล่อยให้คณะลงพื้นที่พักอยู่ที่ป้าตู้ไปก่อนหนึ่งคืน
เช้าวันพรุ่งนี้ในการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคระดับมณฑล เขาจะหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาวางบนโต๊ะเอง ดูสิว่าทางป้าตู้จะหาทางลงยังไง!
เมื่อได้รับคำยืนยันจากเจ้านายเก่า หยวนหงไท่ก็เบาใจลงไปเปราะหนึ่ง
เขารีบส่งข้อความลับผ่านนายอำเภอเขตพานยวี่ เป้าเจี้ยนผิง ไปบอกเสิ่นเฟิงทันที
"ประธานเสิ่น เลขาธิการหยวนฝากมาบอกว่า วันนี้ต้องขอโทษทุกคนจริงๆ ที่ทำให้ต้องมาลำบาก"
นายอำเภอเป้าเดินมาหาเสิ่นเฟิงด้วยท่าทางอึดอัดและรู้สึกผิด
"แต่ขอให้ทุกคนอดทนรออีกแค่วันเดียวนะครับ! พรุ่งนี้ทางมณฑลจะมีการประชุม รับรองว่าจะต้องทวงความยุติธรรมให้เมืองเจียงหวยและเถ้าแก่คณะลงพื้นที่ทุกท่านได้อย่างแน่นอน! พวกคุณอยู่โรงแรมก็ทำใจให้สบายนิดนึงนะ อย่าไปหลงกลพวกป้าตู้มันเด็ดขาดล่ะ!"
"นายอำเภอเป้า วางใจเถอะครับ ผมเข้าใจความลำบากใจของเลขาธิการหยวนดี" เสิ่นเฟิงตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงไปด้วยพลังที่ทำให้คนฟังรู้สึกอุ่นใจ
"ฝากบอกเลขาธิการหยวนด้วยนะครับ ว่าให้ท่านเตรียมตัวสำหรับการประชุมพรุ่งนี้ให้เต็มที่ ส่วนทางคณะลงพื้นที่ตราบใดที่มีผมอยู่ ไม่วุ่นวายแน่นอนครับ"
เสิ่นเฟิงลอบถอนหายใจเบาๆ
ต้องมาเจอการฟาดฟันระดับทวยเทพตีกันแบบนี้ เขาที่เป็นแค่นักธุรกิจ ก็ได้แต่ทำตาปริบๆ และต้องเลือกที่จะรอคอยต่อไป
เพื่อปลอบขวัญเหล่าเถ้าแก่ที่กำลังงุนงงกับการเปลี่ยนแผนกะทันหัน เสิ่นเฟิงจึงเรียกประชุมสั้นๆ ในห้องประชุมของโรงแรมทันที
เขาปรับแต่งเรื่อง "การควบคุมการจราจร" ให้ดูนุ่มนวลขึ้นนิดหน่อย เพื่อให้ทุกคนสบายใจ
ตกบ่ายวันนั้น โรงแรมก็คึกคักขึ้นมาอีกครั้ง
เดิมที พวกเถ้าแก่เหล่านี้เหมาเครื่องบินล่วงหน้ามาก่อน
ส่วนบรรดาผู้บริหารระดับสูง, ผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน, ตัวแทนฝ่ายกฎหมาย, และผู้ช่วยส่วนตัวของแต่ละบริษัท ก็บินตามมาด้วยเที่ยวบินพาณิชย์ตามกำหนดการเดิม และทยอยมาถึงป้าตู้ในช่วงบ่าย
เมื่อบรรดาหัวกะทิธุรกิจในชุดสูทเนี้ยบกริบทยอยเดินทางจากสนามบินซินเฉียวมาถึงโรงแรมฮิลตัน
ห้องสวีทและชั้นผู้บริหารของโรงแรมก็แทบจะถูกเหมาเกลี้ยง
บุคลากรระดับหัวกะทิกว่าร้อยชีวิตจากแวดวงอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์แห่งกว่างตง มารวมตัวกันอยู่ที่นี่ ทั่วทั้งล็อบบี้โรงแรมเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยของนักธุรกิจที่พูดภาษาจีนกวางตุ้งหรือภาษาจีนกลางสำเนียงกวางตุ้งกันให้ขวักไขว่
ขุมกำลังทุนอันมหาศาลและดูเป็นมืออาชีพสุดๆ นี้ ไม่เพียงแต่ทำให้พนักงานของฮิลตันแอบอ้าปากค้างเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงพวกข้าราชการจากสำนักงานส่งเสริมการลงทุนของเมืองป้าตู้ด้วย
พอมองดูกองกำลังทุนที่ยิ่งใหญ่และมืออาชีพกลุ่มนี้ แววตาของพวกเขาก็ยิ่งร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ และยิ่งแน่วแน่มากขึ้นที่จะต้องฮุบชิ้นปลามันก้อนนี้ไว้ที่ป้าตู้ให้จงได้
ระหว่างที่ทุกคนกำลังง่วนอยู่กับการจัดแจงที่พักให้ผู้ติดตาม เสิ่นเฟิงก็ปลีกตัวกลับมาที่ห้องสวีทของตัวเอง แล้วกดโทรหาหลี่เหลย รองผู้จัดการทั่วไปของฮุ่ยจื้อเทคโนโลยี
"พี่เฟิง! ถึงกันแล้วใช่ไหม! ทางเจียงหวยต้อนรับเป็นไงบ้าง ราบรื่นดีไหม!" พอรับสายปุ๊บ เสียงตื่นเต้นของหลี่เหลยก็ดังทะลุสายมาเลย
ในฐานะพ่อบ้านใหญ่ของฮุ่ยจื้อเทคโนโลยี เขารู้ดีว่าถ้าสามารถสร้างฐานการผลิตแบบครบวงจรขนาดใหญ่ในเจียงหวยได้สำเร็จ มันจะมีความหมายต่ออนาคตของฮุ่ยจื้อเทคโนโลยีมากมายขนาดไหน
"ถึงน่ะถึงแล้ว แต่ไม่ได้อยู่เจียงหวยนะ ตอนนี้อยู่โรงแรมฮิลตันที่ป้าตู้น่ะ"
เสิ่นเฟิงถอดเสื้อสูทออก คลายเนกไทให้หลวมนิดหน่อย ตอบกลับด้วยน้ำเสียงสบายๆ
"วันนี้ฉันคงกลับไปไม่ได้แล้วล่ะ ต้องติดแหง็กอยู่ที่ป้าตู้อีกวันนึง"
"หา? อยู่ป้าตู้? ไหนบอกจะไปดูงานที่เจียงหวยไง ทำไมไปค้างที่เมืองหลวงล่ะพี่"
หลี่เหลยงงเป็นไก่ตาแตก
เสิ่นเฟิงยิ้มบางๆ แล้วเล่าเรื่องที่เพิ่งลงเครื่องปุ๊บ ก็โดนขบวนรถของรัฐบาลป้าตู้ทำตัวเป็น "สกัดดาวรุ่ง" ดักปล้นคนไปโรงแรมฮิลตันดื้อๆ ให้ฟัง
รวมถึงเรื่องที่ตอนนี้ถูก "กักบริเวณ" เพื่อยื้อเวลาแบบเนียนๆ ด้วย
"เชี่ย!"
พอได้ฟัง หลี่เหลยที่อยู่ปลายสายก็สูดปากด้วยความตกใจ เสียงหลงไปเลย:
"ปล้นกลางอากาศ? เอารถรัฐบาลไปดักฉกคนถึงสนามบินเลยเนี่ยนะ?! นี่... นี่มันจะแฟนตาซีเกินไปแล้ว! พี่เฟิง นั่นมันป้าตู้นะพี่! ในมณฑลฮุยเรา ใครบ้างไม่รู้กิตติศัพท์ความหน้าด้านของ 'อาเฟย (ป้าตู้)' น่ะ!
ของที่พวกมันเล็งไว้แล้ว เมืองรอบข้างมีใครเคยแย่งชนะบ้าง?
พี่เฟิง แล้วนี่... จะไม่เป็นไรเหรอ? ถ้าเกิดพวกนั้นบีบบังคับให้เถ้าแก่พวกนี้ลงทุนที่ป้าตู้จริงๆ ที่เราปูทางไว้ที่เจียงหวยไม่พังครืนหมดเลยเหรอ?"
ความกังวลของหลี่เหลยมีเหตุผล
ในฐานะคนมณฑลฮุยแต่กำเนิด เขารู้ดีถึงอิทธิพลของเมืองหลวงแห่งนี้
ในมณฑลฮุย ความต้องการของป้าตู้ ก็มักจะถูกตีความว่าเป็นความต้องการของครึ่งหนึ่งของคณะกรรมการพรรคมณฑลเลยทีเดียว
"ใจเย็น ฟ้าไม่ถล่มลงมาหรอกน่า" เสิ่นเฟิงเดินไปที่หน้าต่างกระจกบานใหญ่ มองลงไปเห็นความเจริญรุ่งเรืองของเมืองป้าตู้ นัยน์ตาทอประกายแห่งความชาญฉลาด
"บารมีของป้าตู้ต่อให้ยิ่งใหญ่แค่ไหน มันก็คุมได้แค่เก้าอี้ข้าราชการในมณฑลฮุยเท่านั้นแหละ มันจะมายื่นมือคุมกระเป๋าเงินของนักธุรกิจกว่างตงได้เหรอ?"