- หน้าแรก
- ระบบฟื้นฟูบ้านเกิด สร้างอุตสาหกรรมสะท้านโลกด้วยเงินวันละหยวน
- บทที่ 19 - ขยายกำลังการผลิต! คนงานคืนถิ่น!
บทที่ 19 - ขยายกำลังการผลิต! คนงานคืนถิ่น!
บทที่ 19 - ขยายกำลังการผลิต! คนงานคืนถิ่น!
ภาพตัดกลับมาที่มณฑลฮุย เมืองเจียงหวย ตำบลเกาหลิน
ในห้องทำงานของบริษัทฮุ่ยจื้อเทคโนโลยี หลี่เหลยมองดู "สัญญาว่าจ้างผลิต PCBA 100,000 ชุด" ที่เพิ่งเลื้อยออกมาจากเครื่องแฟกซ์ สลับกับยอดเงินมัดจำล่วงหน้าที่เพิ่งโอนเข้าบัญชีธนาคารหมาดๆ ด้วยความตื่นเต้นจนต้องหยิกต้นขาตัวเองแรงๆ ไปหนึ่งที
"พี่เฟิง! แสนชุด! ตั้งหนึ่งแสนชุดเชียวนะ! ค่าจ้างผลิตตั้งแสนห้าหมื่นหยวน!"
เสียงของหลี่เหลยสั่นเครือไปด้วยความตื่นเต้น
"นี่เพิ่งจะกี่วันเอง สายการผลิตของเราก็มีงานล้นมือแล้ว!"
เสิ่นเฟิงนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน จุดบุหรี่สูบอึกหนึ่ง สีหน้าของเขากลับไม่ได้ดูผ่อนคลายเหมือนหลี่เหลยเลยสักนิด
"แสนชุดนี่มันแค่จุดเริ่มต้น หวงต้าจื้อป่าวประกาศชื่อเสียงแทนพวกเราไปทั่วแล้ว โทรศัพท์ฉันดังไม่หยุดตั้งแต่เช้า มีแต่พวกจากเผิงเฉิงโทรมาสอบถามราคากับขอให้ทำตัวอย่างให้ทั้งนั้น"
เสิ่นเฟิงโยนแฟ้มเอกสารปึกหนาลงบนโต๊ะ
"เหลยจื่อ วิกฤตกำลังการผลิตมาถึงแล้ว"
"เครื่องจักรสองสายการผลิตของเรา เดินเครื่องเต็มที่แบบไม่หยุดพัก วันหนึ่งผลิตได้เต็มที่สองหมื่นชุด แต่เครื่องจักรน่ะเดิน 24 ชั่วโมงได้ คนน่ะทำไม่ได้"
เสิ่นเฟิงเคาะนิ้วลงบนโต๊ะ สายตาเฉียบคม
"ตอนนี้โรงงานเรามีคนแค่ไม่กี่สิบคน รองรับการเข้ากะสองกะไม่ได้หรอก ยิ่งไปกว่านั้น แผงวงจรที่ผลิตเสร็จแล้วยังต้องใช้คนตรวจสอบลักษณะภายนอกทั้งหมด (IPQC) หักแผ่นวงจรออกจากกัน แล้วก็แพ็กของอีก ถ้าเราอยากจะยืนหยัดในวงการนี้ให้ได้อย่างมั่นคง เราก็ต้องรับคนเพิ่มด่วน!"
หลี่เหลยชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมือเกาหัว
"รับคนเพิ่มก็ง่ายนิดเดียวนี่พี่ ในตำบลเราคนว่างงานเพียบเลย แค่ตั้งเงินเดือนพันห้า เลี้ยงข้าวมื้อเที่ยงมื้อนึง รับรองว่ามากันมืดฟ้ามัวดิน"
"ไม่ได้เรื่อง!"
เสิ่นเฟิงตวาดขัดจังหวะหลี่เหลยเสียงแข็ง
"เหลยจื่อ สิ่งที่เราจะทำไม่ใช่โรงงานนรกสูบเลือดสูบเนื้อหาเงินบนความทุกข์คนอื่นนะ! นายจะให้คุณตาคุณยายที่แยกไม่ออกแม้แต่ตัวเก็บประจุกับตัวต้านทานมาทำงานตรวจสอบคุณภาพหรือไง? ถ้ามีแผงวงจรเสียหลุดออกไปแม้แต่แผ่นเดียว ตำนาน 'อัตราของดี 99%' ที่เราอุตส่าห์สร้างมากับมือสองสามวันนี้ จะพังทลายลงไม่เหลือซากทันที!"
เสิ่นเฟิงลุกพรวดขึ้น เดินไปที่กระดานไวท์บอร์ด คว้าปากกาเมจิกมาเขียนคำตัวโตๆ ลงไปสองสามคำ:
"แรงงานฝีมือ, เงินเดือนสูง, รั้งคนให้อยู่"
"สิ่งที่ฉันต้องการ คือหนุ่มสาวที่มีทักษะ เคยผ่านงานโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ในเจียงเจ้อฮู่และสามเหลี่ยมปากแม่น้ำจูเจียง มีระเบียบวินัย และรู้จักชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เป็นอย่างดี"
เสิ่นเฟิงหันกลับมา น้ำเสียงดุดันและเด็ดขาด
"พรุ่งนี้นายไปที่ตลาดแรงงานตำบลเกาหลิน แล้วก็ตลาดนัดในตำบล กางป้ายผ้าประกาศรับสมัครงานเลย ฐานเงินเดือนบวกโอที รายรับรวมเดือนละ 4,000 ถึง 5,000 หยวน!"
"และที่สำคัญที่สุด ขอแค่ผ่านโปร พนักงานทุกคนที่เข้าทำงานจะได้รับสวัสดิการ 'ประกันสังคมและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ' เต็มพิกัดทันที!"
"อะไรนะ?!" หลี่เหลยตกใจจนแทบจะกระโดดเด้งจากเก้าอี้
"พี่เฟิง พี่บ้าไปแล้วเหรอ?! ให้สวัสดิการครบทุกคนเนี่ยนะ?!นี่มันตำบลระดับรากหญ้าในแถบตอนเหนือของอานฮุยนะเว้ย!"
"ขนาดพนักงานชั่วคราวในรัฐวิสาหกิจในเมือง บางทียังไม่ได้กองทุนสำรองเลี้ยงชีพเลยด้วยซ้ำ"
"แค่จ่ายฐานเงินเดือนพนักงานทั่วไปสามพันหยวน แถมยังให้สวัสดิการครบเซต ต้นทุนค่าแรงนี่มันแทบจะเหยียบจมูกพวกเจียงเจ้อฮู่อยู่แล้วนะ!"
อันที่จริง ตอนที่รับพนักงานรอบก่อนหน้าเป็นสิบคนแล้วบอกว่าจะให้สวัสดิการเต็มสูบ เขาก็ไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่อยู่แล้ว
ยังดีที่คนพวกนั้นเพิ่งเข้าโรงงานมา ยังไม่ผ่านโปร เลยยังไม่ต้องจ่ายจริงๆ
ตอนแรกเขานึกว่ามันเป็นแค่แผนโปรโมตเพื่อเรียกกระแสซะอีก แต่พอดูจากท่าทีของพี่เฟิงตอนนี้ เห็นได้ชัดว่าไม่ได้ล้อเล่นแน่ๆ
สายตาของเสิ่นเฟิงลึกล้ำและมุ่งมั่น
"เงินเดือนในเจียงเจ้อฮู่มันสูงจริง แต่พวกคนหนุ่มสาวที่ต้องจากบ้านเกิดไป หักค่าเช่าห้องกับค่ากินค่าอยู่แล้ว สิ้นปีก็แทบจะไม่เหลือเงินเก็บกันหรอก"
"ฉันต้องการให้พวกเขาได้มีงานทำที่บ้านเกิด งานที่ให้เกียรติและมีศักดิ์ศรีมากกว่าไปเป็นลูกจ้างตามหัวเมืองชายฝั่ง!"
"ต้องทำให้พวกเขารักโรงงานเหมือนบ้านตัวเองเท่านั้น คุณภาพสินค้าของเราถึงจะไร้เทียมทาน"
พอได้ฟังแบบนี้ หลี่เหลยก็ไม่รู้จะเกลี้ยกล่อมยังไงดี เขารู้สึกอยู่ลึกๆ ว่าพี่เฟิงทำธุรกิจอุดมคติจ๋าเกินไปหน่อย
แต่สุดท้าย เขาก็พยักหน้ารับคำ
อย่างไรก็ตาม เขาหารู้ไม่ว่า เสิ่นเฟิงมี [ระบบตอบแทนเพื่อฟื้นฟูบ้านเกิด] อยู่กับตัว
รายรับรายวันของเสิ่นเฟิงในตอนนี้ ผูกติดอยู่กับจำนวนประชากรที่อาศัยอยู่ในเมืองเกาหลิน ขอแค่โรงงานของเขาดึงดูดคนงานเข้ามาได้เรื่อยๆ และแผ่ขยายความเจริญไปสู่พื้นที่รอบนอก
เงินลงทุนแค่นี้ มันขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอก
วันรุ่งขึ้น ณ ตลาดแรงงานเมืองเจียงหวย สี่แยกกลางตำบลเกาหลิน และเว็บไซต์หางาน ประกาศรับสมัครงานก็ถูกเผยแพร่ออกไปพร้อมกัน
[บริษัทฮุ่ยจื้อเทคโนโลยีเปิดรับสมัครด่วนรายได้สูง: พนักงานควบคุมเครื่อง SMT, พนักงานตรวจสอบคุณภาพ QA, พนักงานทั่วไป ฐานเงินเดือนเริ่มต้น 3,000 หยวน รายได้รวมต่อเดือน 4,000-5,000 หยวน มีที่พักและอาหารให้ฟรี จ่ายเงินสมทบประกันสังคมและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ! เงินเดือนออกตรงเป๊ะทุกวันที่ 10 ของเดือน ไม่มีเบี้ยวเด็ดขาด!]
ทันทีที่ป้ายประกาศนี้ถูกแขวนขึ้นมา มันก็เหมือนกับการโยนระเบิดน้ำลึกลงไปในทะเลสาบที่เงียบสงบอีกครั้ง
ทำเอาตลาดแรงงานของทั้งเมืองเกาหลินและเมืองเจียงหวยเดือดพล่านขึ้นมาทันตาเห็น
ในปี 2016 ตามตำบลในเขตอานฮุยตอนเหนือ เงินเดือนพนักงานเสิร์ฟร้านอาหารเอกชนทั่วไปยังดิ้นรนอยู่ที่ประมาณสองพันหยวน เข้าโรงงานไปขันน็อตให้ตายยังไงก็ได้แค่สามพันนิดๆ
ส่วนไอ้เรื่อง "ประกันสังคมและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ" น่ะเหรอ นั่นมันสิทธิพิเศษระดับ "ข้าวหลวง" ของพวกข้าราชการหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจเท่านั้นแหละ
แล้วนี่โรงงานอิเล็กทรอนิกส์เอกชนที่เพิ่งเปิดใหม่ แทบไม่มีใครรู้จัก กลับกล้าตั้งฐานเงินเดือนสูงถึงสามพัน แถมให้สวัสดิการครบวงจรอีกเนี่ยนะ?
"หลอกกันป่าววะ? พวกต้มตุ๋นแหงๆ!"
"นั่นดิ จะมีของดีขนาดนั้นได้ไง? สงสัยจะเอาเงินเดือนสูงๆ มาหลอกล่อ ให้คนเข้าไปทำงานฟรีสักสองเดือนแล้วก็เชิดหนีล่ะสิ!"
ในช่วงแรกๆ ชาวบ้านที่มายืนมุงดูแทบไม่มีใครเชื่อเลยสักคน แต่ก็มีคนที่เคยเข้าไปทำงานในบริษัทรอบที่แล้วออกมายืนยัน
"เรื่องจริงนะ ฉันก็เข้าไปทำแบบนี้แหละ ตอนนี้บริษัทมีออเดอร์จากมณฑลกวางตุ้งเข้ามาเยอะมาก เถ้าแก่ได้กำไรไปบานตะไทเลยล่ะ!"
"โอ้โห นี่มันโอกาสทองเลยนะเว้ย ขอบอกเลยว่าเถ้าแก่โรงงานอิเล็กทรอนิกส์เจ้านี้ ไม่ใช่คนธรรมดาไก่กาแน่ๆ!"
"ลูกเอ๊ย! รีบไปสมัครเร็วเข้า!"
ไม่นานนัก วัยรุ่นใจกล้าในตำบลสองสามคนที่กำลังว่างงานก็นำร่องไปลองสมัครดู
เวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งวัน ข่าวลือก็สะพัดกลับมาถึงหมู่บ้าน
"เรื่องจริงว่ะ! โอ้โหพระเจ้าช่วย ภายในโรงงานนั่นน่ะ สะอาดซะยิ่งกว่าโรงพยาบาลอีก! ลูกชายของอาเจ็กฉันเพิ่งเข้าไปทำงานวันนี้เอง เขาให้เซ็นสัญญาจ้างแรงงานแบบถูกกฎหมายเป๊ะๆ มีตราประทับจากกรมแรงงานด้วยนะ! มื้อเที่ยงที่โรงอาหารก็มีตั้งสี่อย่างกับซุปอีกหนึ่ง มีหมูสามชั้นน้ำแดงด้วยเว้ย!"
พอได้รับการยืนยันแบบนี้ บรรดาผู้เฒ่าผู้แก่ที่เฝ้าบ้านอยู่ในเมืองเกาหลิน ก็แทบจะนั่งไม่ติดเก้าอี้กันแล้ว
...
ณ หมู่บ้านต้าหลิ่วชู่ ตำบลเกาหลิน
เฒ่าหวังวัยหกสิบกว่าปี นั่งยองๆ อยู่ใต้ต้นฮวายเจ่าเก่าแก่ท้ายหมู่บ้าน เขาเทยาเส้นออกมาจากกล่องยาสูบ มืออันสั่นเทากดโทรศัพท์มือถือโนเกียรุ่นคนแก่สีลอกๆ
ปลายสายคือ ต้าเฉียง ลูกชายที่จากบ้านไปเป็นหนุ่มโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ไกลถึงเมืองคุนซาน มณฑลเจียงซู
"ฮัลโหล? ว่าไงพ่อ? มีอะไรเหรอ ผมกำลังจะเข้ากะเช้าแล้วนะ!"
"ต้าเฉียงเอ๊ย! เอ็งรีบไปลาออกจากหัวหน้ากะ แล้วพากระเตงเมียเอ็งกลับมาบ้านเดี๋ยวนี้เลยนะ!"
เฒ่าหวังตะเบ็งเสียงลั่น หน้าแดงก่ำด้วยความตื่นเต้น
"ในตำบลเรามีโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ใหญ่เบ้อเริ่มมาเปิดใหม่เว้ย ชื่อว่าอะไรนะ... ฮุ่ยจื้อเทคโนโลยี! เห็นว่าผลิตไอ้พวกลำโพงบลูทูธอะไรสักอย่างนี่แหละ! ฐานเงินเดือนก็ล่อไปตั้ง 3,000 แล้ว ขอแค่ขยันทำ เดือนนึงก็ได้ตั้งสี่ห้าพันแน่ะ ที่สำคัญเขามีสวัสดิการให้ครบเลยนะโว้ย!"
"พ่อ... พ่อเมาแต่เช้าเลยเหรอเนี่ย"
ต้าเฉียงหัวเราะแห้งๆ ออกมาจากปลายสาย
"ตำบลสับปะรังเคบ้านเราน่ะเหรอ นอกจากโรงงานอิฐกับโรงหีบน้ำมันแล้ว มันจะมีโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ไฮเอนด์มาเปิดได้ไง? แถมให้เงินตั้งห้าหกพัน? เป็นแก๊งต้มตุ๋นหลอกคนแก่แหงๆ! ขนาดพวกผมทำอยู่คุนซาน โรงงานใหญ่นะ เข้ากะดึกทำโอทีแทบตาย เดือนนึงยังได้แค่สี่พันนิดๆ เอง"
"ตดหมาเอ๊ย! พ่อเอ็งคนนี้แหละ เห็นไอ้หนุ่มบ้านหลี่มันเซ็นสัญญากับตาตัวเองเลยเว้ย!"
เฒ่าหวังกระทืบเท้าด้วยความร้อนใจ ขอบตาแดงก่ำขึ้นมาฉับพลัน
"ต้าเฉียงเอ๊ย... เอ็งกับเมียออกไปทำงานตั้งสามปีแล้ว ปีนึงกลับมาเยี่ยมบ้านแค่ห้าวันช่วงตรุษจีน"
"นังหนูยายาของเอ็งน่ะ เมื่อคืนไข้ขึ้นสูง กอดเสื้อเก่าๆ ของเอ็งร้องไห้หาพ่อหาแม่... พ่อแก่แล้วนะ เลี้ยงมันไม่ไหวแล้ว"
"ในเมื่ออยู่บ้านเกิดก็หาเงินได้เท่ากับอยู่คุนซาน แล้วทำไมเอ็งไม่กลับมาวะ? กลับมาดูยายาเติบโตไม่ได้หรือไง?!"
ปลายสายตกอยู่ในความเงียบงันทันที
ผ่านไปพักใหญ่ เสียงสั่นเครือปนเสียงคัดจมูกของต้าเฉียงก็ดังลอดมา
"พ่อ... ที่ พ่อพูดน่ะเรื่องจริงเหรอ? ได้เงินเดือนสี่ห้าพันจริงดิ ไม่เบี้ยวค่าแรงแน่นะ"
"จริงสิวะ! คนเขาลือกันให้แซดไปทั้งตำบลแล้ว! เถ้าแก่เขาบอกเองเลยนะว่า ขอแค่เป็นช่างฝีมือ รู้จักอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ กลับมาปุ๊บได้เป็นหัวหน้างานเลย เงินเดือนก็ยิ่งสูง!"
เฒ่าหวังยกมือปาดน้ำตาวัยชรา
"ได้... พ่อ พ่อป้อนยายาให้ทีนะ พรุ่งนี้เช้าผมจะไปยื่นใบลาออก ผมจะพาเมียกลับบ้านเรา!"
ฉากเรียกน้ำตาแบบเดียวกันนี้ เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในหมู่บ้านนับไม่ถ้วนรอบๆ เมืองเกาหลิน
ป้าจางยืนอยู่หน้าเตาไฟ โทรศัพท์หาลูกสาวที่เป็นพนักงาน QC (ควบคุมคุณภาพ) อยู่ไกลถึงตำบลฉางอัน ตงกวน
"ลูกสาวเอ๊ย ไม่ต้องไปทนลำบากอยู่ข้างนอกแล้วนะ โรงงานฮุ่ยจื้อในตำบลเราเขากำลังเปิดรับสมัครพนักงาน QC อยู่ มีจ่ายกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้ด้วย! เอ็งกลับมาทำสักสองปีนะ แล้วเอากองทุนฯ ไปดาวน์คอนโดในเมืองเจียงหวยได้เลย คราวนี้แหละ เอ็งจะได้หาบ้านแม่สามีดีๆ ได้ซะที!"
ลุงหลี่ยืนอยู่บนคันนา ตะโกนใส่โทรศัพท์ด่าลูกชายที่เป็นผู้จัดการโกดังอยู่ที่เขตซงเจียง นครเซี่ยงไฮ้
"ไสหัวกลับมาเดี๋ยวนี้! ข้าจะเลี้ยงหลานให้ เอ็งกับเมียก็ไปทำงานที่โรงงานฮุ่ยจื้อซะ! ตอนเที่ยงยังได้กลับมากินข้าวร้อนๆ ที่บ้านด้วย!"
สายโทรศัพท์ที่มองไม่เห็นนับไม่ถ้วน เชื่อมโยงสายใยจากสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซีเกียงและสามเหลี่ยมปากแม่น้ำจูเจียง ไปสู่ลูกหลานชาวอานฮุยตอนเหนือที่จากบ้านเกิดไปทำงานนับร้อยนับพันชีวิต
แน่นอนว่า ด้วยขนาดของฮุ่ยจื้อเทคโนโลยีในตอนนี้ ย่อมรับคนจำนวนมหาศาลขนาดนั้นไม่ไหวหรอก
แถมบางคนที่รู้ข่าว ก็ยังนึกว่าเป็นแค่คำหลอกลวงคนแก่ ไม่ยอมกลับมาก็มี
แต่เงินเดือนและสวัสดิการระดับ "ทำลายกลไกตลาด" ของเสิ่นเฟิง ก็เปรียบเสมือนเมล็ดพันธุ์ที่ฝังรากลึกลงไปในใจของผู้คนมากมาย
ในเวลาเพียงสามวัน รถทัวร์ทางไกลจากคุนซาน ซูโจว ตงกวน เผิงเฉิง... ต่างมุ่งหน้าทะยอยกันเข้ามา