เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 - ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการลงทุนผู้ตื่นเต้น

บทที่ 5 - ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการลงทุนผู้ตื่นเต้น

บทที่ 5 - ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการลงทุนผู้ตื่นเต้น


เช้าวันรุ่งขึ้น ณ อาคารที่ทำการเขตพานยวี่ เมืองเจียงหวย

แตกต่างจากตึกรามบ้านช่องเก่าๆ ริมถนนด้านนอก อาคารที่ทำการเขตเพิ่งจะผ่านการรีโนเวทมาหมาดๆ เมื่อต้นปี พื้นหินอ่อนขัดมันสะท้อนภาพกระถางต้นไม้สีเขียวตามทางเดิน สำนักงานกองส่งเสริมการลงทุนและการพาณิชย์ประจำเขตนั้นกว้างขวาง สว่างไสว แถมแอร์ยังเย็นฉ่ำจนหนาวสั่น

"นายคือ 'เสิ่นเฟิง' ที่โทรมาบอกว่าจะมาลงทุนเปิดโรงงานใช่ไหม?"

'จางหงเลี่ยง' เลขาธิการพรรคและผู้อำนวยการกองส่งเสริมการลงทุน นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้สีแดงตัวใหญ่ ในมือถือแก้วเก็บความร้อน คิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อย พลางกวาดสายตาสำรวจชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามตั้งแต่หัวจรดเท้า

จางหงเลี่ยงอายุราวสี่สิบกว่าปี ใบหน้าเหลี่ยม จอนผมเริ่มมีสีขาวแซม เขาคือคนจริงที่คลุกคลีตีโมงอยู่กับการทำงานระดับรากหญ้ามาค่อนชีวิต

หลายปีที่เขารับตำแหน่งผู้อำนวยการกองส่งเสริมการลงทุนมานี้ เรียกได้ว่าเครียดจนผมหงอกเต็มหัว

ตั้งแต่ทรัพยากรถ่านหินร่อยหรอลง ในฐานะที่ที่นี่เคยเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของเขตเหมืองแร่ ตัวเลขเศรษฐกิจก็มีแต่จะดิ่งลงเหวขึ้นทุกปีๆ

เพื่อดึงดูดนักลงทุน เขาต้องวิ่งเต้นจนขาแทบขวิด พูดจนน้ำลายเหนียวคอ ถึงขนาดต้องยอมลดตัวไปกราบกรานพวกนายทุนตามเมืองชายฝั่ง... แต่พอพวกเถ้าแก่ใหญ่ได้ยินชื่อ 'เมืองเจียงหวย' เท่านั้นแหละ... ต่อให้เชิญมาดูงานยังไม่มีใครชายตามองเลยด้วยซ้ำ

พอมีหลงมาบ้าง เขาก็ต้องคอยตามประกบกินข้าว ดื่มเหล้าเอาใจ... แต่พอวกเข้าเรื่องลงทุนปุ๊บ พวกนั้นก็พากันบ่ายเบี่ยงปั๊บ ถึงจะมีโครงการที่คุยกันลงตัวอยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกจ้องจะมาสูบเงินอุดหนุนจากรัฐบาลทั้งนั้น

เมื่อเช้าตรู่ จู่ๆ เขาก็ได้รับรายงานจากลูกน้องว่า มีคนท้องถิ่นที่ออกไปทำงานข้างนอก จะกลับมาลงทุนสร้างโรงงานอิเล็กทรอนิกส์เทคโนโลยีขั้นสูงที่บ้านเกิด

ตอนแรกจางหงเลี่ยงก็แอบตื่นเต้นอยู่เหมือนกัน

แต่พอได้มาเห็นหน้าเสิ่นเฟิงเข้าจริงๆ... อายุอานามก็เพิ่งจะยี่สิบต้นๆ ถึงเสื้อผ้าหน้าตาจะดูดีมีชาติตระกูลก็เถอะ แต่มันคนละเรื่องกับภาพ 'เถ้าแก่ใหญ่' ที่เขาวาดฝันไว้เลยสักนิด

"สวัสดีครับ ผอ.จาง ผมเสิ่นเฟิงครับ"

เสิ่นเฟิงนั่งหลังตรงอยู่บนโซฟา ท่าทีไม่ได้แข็งกร้าวแต่ก็ไม่ได้อ่อนน้อมจนเกินงาม ต่อหน้าผู้อำนวยการเบอร์หนึ่งของเขต แววตาของเขากลับไม่มีความประหม่าแบบพวกเด็กวัยรุ่นหลงเหลืออยู่เลย

"เสี่ยวเสิ่นเอ๊ย ฉันเข้าใจความรู้สึกเธอนะ ที่คนหนุ่มสาวอยากจะกลับมาบุกเบิกธุรกิจที่บ้านเกิด รัฐบาลเราย่อมยินดีต้อนรับอยู่แล้ว"

จางหงเลี่ยงวางแก้วเก็บความร้อนลง น้ำเสียงแฝงความปั้นปึ่งสไตล์ข้าราชการ และซ่อนนัยยะแห่งความขอไปทีเอาไว้

"แต่การเปิดโรงงานอิเล็กทรอนิกส์มันไม่ใช่การเปิดร้านเกม หรือทำโรงงานห้องแถวเล็กๆ หรอกนะ สถานการณ์เขตพานยวี่ของเราช่วงหลายปีมานี้ เธอก็น่าจะรู้ดี... อย่าว่าแต่อุตสาหกรรมไฮเทคอะไรนั่นเลย แค่โรงงานผลิตชิ้นส่วนที่ดูเป็นชิ้นเป็นอัน ยังหาแทบไม่เจอสักกะแห่ง ไอ้พวกบริษัทที่มีเทคโนโลยีผสมอยู่นิดหน่อยน่ะ มีอยู่แค่หยิบมือ แถมทั้งหมดก็ไปกระจุกตัวอยู่ใน 'เขตพัฒนาเศรษฐกิจระดับมณฑล' ที่เพิ่งสร้างใหม่ในตำบลผิงอวี๋กันหมดแล้ว ในเมื่อเธอคิดจะเปิดโรงงาน ธุรกิจหลักคืออะไรล่ะ? มีแผนงานที่เป็นรูปธรรมหรือเปล่า?"

คำพูดของจางหงเลี่ยงนับว่าตรงไปตรงมาสุดๆ: เขตพานยวี่ไม่มีดินแดนรองรับพวกเทคโนโลยีไฮเทคหรอกนะ ไอ้หนูอย่างแกอย่ามาล้อเล่นกับฉันเลยดีกว่า หรือไม่... แกก็คงกะจะเอาบริษัทเปลือกหอยมาสูบเงินอุดหนุนธุรกิจจากรัฐบาลใช่ไหมล่ะ?

เสิ่นเฟิงยิ้มบางๆ หยิบแผนงานเล่มหนาปึกออกมา แล้วเข้าประเด็นทันที

"ผอ.จางครับ สิ่งที่ผมตั้งใจจะทำก็คือ 'ธุรกิจรับจ้างผลิต SMT' ส่วนเรื่องทำเล... ผมไม่อยากไปที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจในตำบลผิงอวี๋หรอกครับ ผมจะตั้งโรงงานที่ตำบลเกาหลิน... ตรงนิคมอุตสาหกรรมเก่าติดถนนทางหลวงนั่นแหละครับ!"

"ธุรกิจ SMT งั้นเรอะ?" จางหงเลี่ยงชะงักไปนิด

ในฐานะผอ.กองส่งเสริมการลงทุน ถึงเขาจะไม่ได้เรียนมาสายเทคโนโลยี แต่ศัพท์พื้นฐานพวกนี้เขาก็พอจะรู้เรื่องอยู่บ้าง

"ใช่ครับ" เสิ่นเฟิงพยักหน้า น้ำเสียงหนักแน่นและดูเป็นมืออาชีพ "พูดง่ายๆ ก็คือ การนำชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ขนาดจิ๋วที่ไม่มีขาหรือขาสั้นๆ มาวางแปะลงบนพื้นผิวของแผงวงจรพิมพ์ (PCB) แล้วก็ใช้การบัดกรีแบบรีโฟลว์เพื่อเชื่อมมันเข้าด้วยกันครับ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต หรือเมนบอร์ดคอมพิวเตอร์ที่พวกเราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ ล้วนขาดขั้นตอนหลักนี้ไปไม่ได้เลยล่ะครับ"

เสิ่นเฟิงโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย สบตาจางหงเลี่ยงตรงๆ

"ผอ.จางครับ ตอนนี้ค่าแรงที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซีเกียงและจูเจียงกำลังพุ่งปรี๊ด ฐานการผลิตระดับล่างจำนวนมากก็กำลังย้ายหนีไปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กันหมดแล้ว... แต่พวกงานประกอบชิ้นส่วน SMT ที่มีความแม่นยำสูงระดับกลางถึงไฮเอนด์ พวกเขาไม่กล้าย้ายหรอกครับ เพราะคุณภาพของแรงงานฝั่งนู้นมันยังไม่ถึงเกณฑ์"

"ตัดมาที่เขตพานยวี่ของเรา ถึงเหมืองถ่านหินจะไปไม่รอดแล้ว แต่ครอบครัวของอดีตคนงานเหมืองที่ตกงาน แล้วก็พวกพนักงานเก่าของโรงงานชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในตอนนั้น... คนพวกนี้มีทั้งระเบียบวินัยในโรงงาน และมีทักษะการปฏิบัติงานที่ยอดเยี่ยมสุดๆ ไปเลยนะครับ ขอแค่จับมาฝึกอบรมระยะสั้นๆ พวกเขาก็จะเป็นแรงงานอุตสาหกรรมชั้นยอดของประเทศจีนได้เลยล่ะครับ"

จางหงเลี่ยงเปิดดู 'แผนธุรกิจเบื้องต้นสำหรับการตั้งโรงงานเทคโนโลยีฮุ่ยจื้อ' ที่เสิ่นเฟิงนั่งปั่นมาตลอดหลายวันไปด้วย ฟังชายหนุ่มพูดไปด้วย จนเผลอใจลอยไปวูบหนึ่ง

ตอนแรกเขานึกว่าเสิ่นเฟิงก็แค่พวกพ่อค้าคนกลาง ที่กะจะมารับซื้อพวกเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นเล็กๆ ไปขายต่อ แต่ใครจะไปคิดล่ะว่า... พอไอ้หนุ่มนี่อ้าปากพูด... สิ่งที่พ่นออกมา กลับเป็นการเจาะลึกไปถึงรากฐานของห่วงโซ่อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค อย่าง 'เทคโนโลยี SMT' แถมแผนงานที่ทำมาก็ดูเป็นมาตรฐานสุดๆ

ยิ่งไปกว่านั้น การวิเคราะห์เศรษฐกิจมหภาคและการย้ายถิ่นฐานของแรงงานของไอ้เด็กนี่ ยังเฉียบขาดกว่าพวกนักวิจัยประจำเขตที่วันๆ เอาแต่นั่งเขียนบทความส่งเดชตั้งไม่รู้กี่เท่า!

ชัดเจนเลยว่าหมอนี่... เตรียมตัวมาดีมากๆ

"เสี่ยวเสิ่น... เธอรู้ลึกรู้จริงเอาเรื่องเลยนะเนี่ย"

จางหงเลี่ยงสลัดคราบการดูถูกก่อนหน้านี้ทิ้งไป ขยับตัวนั่งหลังตรง แต่คิ้วก็ยังขมวดมุ่นอยู่ดี

"แต่ว่านะ... ในเมื่อธุรกิจที่เธอจะทำ มันเป็นงานประกอบที่มีความแม่นยำสูงขนาดนี้ แล้วทำไมไม่ไปตั้งที่ตำบลผิงอวี๋ล่ะ? ที่นั่นมีทั้งห้องคลีนรูมมาตรฐานที่ทางเขตเพิ่งสร้างเสร็จ มีระบบโลจิสติกส์รองรับพร้อมสรรพ แถมยังมีนโยบายสนับสนุนที่โคตรจะดีที่สุดในเขตเลยนะ แล้วเธอจะถ่อไปตั้งโรงงานที่ตำบลเกาหลิน... ไอ้ที่ที่มันจนกรอบจนแทบจะกินแกลบแบบนั้นทำไมกัน?"

"ก็เพราะที่ผิงอวี๋ต้นทุนมันสูงเกินไป แถมยังมีกฎระเบียบยุบยิบเยอะแยะไปหมดน่ะสิครับ แต่ที่ตำบลเกาหลิน... มีสิ่งที่ผมต้องการมากที่สุดอยู่ครับ"

เสิ่นเฟิงตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แน่นอนว่าเขาไม่มีทางปริปากบอกหรอกว่าตัวเองมี [ระบบตอบแทนและฟื้นฟูบ้านเกิด] อยู่ และในตอนนี้ การเริ่มสร้างโรงงานจากตำบลเกาหลินซึ่งเป็นบ้านเกิด... เพื่อรวบรวมประชากรเข้ามาให้ได้มากที่สุด คือทางเดียวที่จะทำให้เขาได้รับเงินทุนไปต่อยอดในอุตสาหกรรมใหม่ๆ ได้มากขึ้นในทุกๆ วัน จนเกิดเป็นวงจรแห่งการพัฒนาอย่างสมบูรณ์แบบ

"ผอ.จางครับ ผมเล็ง 'โรงงานอิเล็กทรอนิกส์หงต๋า' ทางฝั่งตะวันตกของตำบลเกาหลินที่ถูกปล่อยทิ้งร้างมาสามปีนั่นไว้แล้ว... และผมหวังว่าทางเขต จะปล่อยเช่าให้ผม ฟรีๆ ครับ"

"อะไรนะ?!"

จางหงเลี่ยงตกใจจนเกือบจะปัดแก้วน้ำร้อนบนโต๊ะหก แกเบิกตากว้างจ้องหน้าเสิ่นเฟิง ราวกับกำลังมองคนบ้า

"เธอจะเอาโรงงานหงต๋างั้นเรอะ?! เสี่ยวเสิ่น นี่เธอจากบ้านเกิดไปนานเกินจนไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของที่นั่นแล้วหรือไง?"

จางหงเลี่ยงผุดลุกขึ้นด้วยความร้อนรน เดินวนไปมาอยู่หลังโต๊ะทำงาน

"เมื่อก่อนโรงงานนั่นมันเคยรุ่งเรืองก็จริงอยู่ แต่ตอนนี้มันเป็นแค่กองซากขยะชัดๆ! อย่าว่าแต่เรื่องตึกที่เก่าจนพังยับเยินเลย ไอ้หม้อแปลงแรงสูงข้างในนั่นก็เสื่อมสภาพไปตั้งนานแล้ว แถมตอนที่โรงงานเจ๊งน่ะ มันยังติดหนี้ค่าชดเชยพนักงานเก่าอีกเป็นร้อยๆ คน แล้วไหนจะเงินกู้จากสหกรณ์ตำบลอีก!"

"หลายปีมานี้ไม่ใช่ว่าไม่มีใครไปดูที่ผืนนั้นหรอกนะ แต่พอพวกนั้นสืบจนรู้ตื้นลึกหนาบางเรื่องหนี้สินปุ๊บ ก็พากันเผ่นแน่บเร็วกว่ากระต่ายซะอีก! มันคือเผือกร้อนชัดๆ... แล้วแกยังกล้ารับไว้อีกเรอะ?!"

"แล้วทำไมผมถึงจะไม่กล้าล่ะครับ?" เสิ่นเฟิงกระตุกยิ้มอย่างมั่นใจ

ในสายตาคนอื่น ที่นั่นอาจจะเป็นปลักโคลนแห่งหนี้สิน แต่ในสายตาของเสิ่นเฟิงผู้ครอบครองกระแสเงินสดแบบไร้ขีดจำกัด... นี่คือโอกาส 'ช้อนซื้อของถูก' ระดับพรีเมียมเลยต่างหาก!

ขอแค่เขาสามารถเปิดโรงงานให้กลับมาเดินเครื่องได้อีกครั้ง ไม่เพียงแต่เขาจะได้พื้นที่โรงงานขนาดมหึมามาครองในพริบตา... แต่มันยังเป็นการซื้อใจชาวบ้านในพื้นที่ได้อย่างเด็ดขาด แถมยังแลกกับการสนับสนุนระดับสูงสุดจากรัฐบาลมาได้อย่างง่ายดายอีกด้วย!

จบบทที่ บทที่ 5 - ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการลงทุนผู้ตื่นเต้น

คัดลอกลิงก์แล้ว