- หน้าแรก
- คู่มือเด็กสองขวบปราบคุณพ่อสุดอันธพาล
- ตอนที่ 391: น่าจะเป็นพวกโรคจิต
ตอนที่ 391: น่าจะเป็นพวกโรคจิต
ตอนที่ 391: น่าจะเป็นพวกโรคจิต
ตอนที่ 391: น่าจะเป็นพวกโรคจิต
ดวงตาเย็นชาของกงหลิงเซียวหรี่ลงขณะมองดูนิ้วอวบอ้วนกลมป้อมทั้งห้าของยัยตัวเล็ก "คิดจะต่อรองกับฉันงั้นเหรอ?"
ต้ากัวรู้สึกเหมือนถูกเมิน เมื่อเห็นใบหน้าเคร่งขรึมและท่าทางจริงจังของกงหลิงเซียว...
เธอหันไปมองโทรศัพท์แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์อีกครั้ง "เสี่ยวเฮย ยกโรงงานมันฝรั่งทอดให้หนูสิ แล้วหนูสาบานเลยว่าจะไม่พูดเรื่องความสัมพันธ์ของลุงกับเย่ฮุย"
เจิงจวิ้นเลิกคิ้ว แผนการของยัยตัวแสบนี่แทบจะตบหน้าเขาฉาดใหญ่
ตอนแรกขอร้านค้า ตอนนี้จะเอาโรงงาน ช่างกล้าขอจริงๆ
"เลิกหลอกลุงได้แล้ว หนูไม่รู้อะไรเลยสักหน่อย" เจิงจวิ้นพูด
ต้ากัวหันไปมองกงหลิงเซียวอีกครั้ง "ปะป๊าจะยอมให้มันฝรั่งทอดหนู 5 ลังไหม?"
กงหลิงเซียวปรายตามองเธออย่างเหยียดๆ "ฝันไปเถอะ! ขืนกินต่อไปได้กลายเป็นยัยหมูอ้วนแน่"
"ชิ! ชิ! ชิ!" ต้ากัวเท้าสะเอว พองแก้มด้วยความโกรธ
กงหลิงเซียวเอ่ยอย่างเย็นชา "โกรธไปก็เปล่าประโยชน์ ฉันไม่ให้มันฝรั่งทอดเธออีกแล้ว"
ต้ากัวเบะปาก "เสี่ยวเฮย มันฝรั่งทอด 5 ลัง แล้วหนูจะไม่บอก"
กงหลิงเซียวถึงกับผงะ
ตอนนี้เขากำลังร้อนใจขึ้นมาแล้ว
เพราะกงหลิงเซียวรู้ดีว่าต้ากัวมีความสามารถในการหยั่งรู้อนาคต แต่เจิงจวิ้นไม่รู้
"หนูชอบมันฝรั่งทอดขนาดนั้นเลยเหรอ?" เจิงจวิ้นเอ่ยหยอกล้อ "ลุงไม่ต้องการให้หนูพูดอะไรหรอก แค่เรียกฉันว่า 'ปะป๊า' แล้วฉันจะให้หนูเอง!"
เขาไม่คิดเลยว่ากงหลิงเซียวจะขี้งกกับต้ากัวได้ขนาดนี้ แค่มันฝรั่งทอด 5 ลังก็ยังไม่ยอมให้
"ฉันให้ 5 ลังก็ได้" กงหลิงเซียวยอมจำนน
ต้ากัวชะเง้อคอมองพ่อแท้ๆ ของตัวเองด้วยความตื่นเต้น "จริงหรือหลอกเนี่ย?"
กงหลิงเซียวไม่อยากให้ยัยตัวแสบไปเรียกคนอื่นว่าพ่อสุ่มสี่สุ่มห้า จึงตอบกลับไปว่า "จริงสิ"
"งั้นก็เอามาให้หนูเดี๋ยวนี้เลย!"
เพราะยัยหนูเคยถูกหลอกมาแล้วครั้งหนึ่ง ตอนนี้เธอจึงไม่ยอมเชื่อใจกงหลิงเซียวกล้วยๆ หรอก
กงหลิงเซียวสั่งให้ผู้ช่วยพิเศษหลี่นำมันฝรั่งทอด 5 ลังมาให้ทันที
ยัยตัวแสบดีใจจนเนื้อเต้น จ้องมองกล่องมันฝรั่งทอดที่วางซ้อนกันสูงลิ่วทั้ง 5 ลัง
เจิงจวิ้นเอ่ยอย่างดูแคลน "ก็แค่มันฝรั่งทอด 5 ลัง ของถูกๆ แบบนั้น มีความจำเป็นต้องขนาดนี้ด้วยเหรอ..."
ก่อนที่เขาจะพูดจบ เสียงดังฟังชัดของต้ากัวก็ดังลอดผ่านโทรศัพท์มาว่า "เติงจวิ้นเป็นพี่ชายของเย่ฮุย!"
คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศเงียบสงัดลงในทันที
เจิงจวิ้นไม่อยากจะเชื่อเลยว่าต้ากัวจะรู้ความสัมพันธ์ของพวกเขาสองคนจริงๆ
"หึ!" กงหลิงเซียวแค่นหัวเราะ "สรุปว่านายเป็นพี่ชายของเธอเหรอ? หึ หึ หึ~ แล้วยังกล้าเรียกเธอว่า 'เบบี๋' อีกนะ? เหอะ~ เจิงจวิ้น นายนี่มันน่าสะอิดสะเอียนเป็นบ้า"
เจิงจวิ้นกำหมัดแน่นด้วยความอับอาย เขาไม่คาดคิดเลยว่าความลับของตัวเองจะถูกเปิดโปงเร็วขนาดนี้
"เจิงจวิ้น นายตายแล้วหรือไง? พูดอะไรออกมาบ้างสิ! คุณพี่เขยของฉัน!"
เมื่อได้ยินเสียงของกงหลิงเซียว เจิงจวิ้นก็กัดฟันกรอดจนแทบแหลกละเอียด
"เจิงจวิ้น ถ้านายไม่ยอมพูด! งั้นฉันจะไปหาเย่ฮุย ฉันจะบอกเธอด้วยตัวเองว่านายคือพี่ชายของเธอ! พี่ชายที่แสนดีของเธอไงล่ะ!"
น้ำเสียงที่ฟังดูได้ใจจนน่าหมั่นไส้นั้นทำให้เจิงจวิ้นอยากจะยิงผู้ชายบัดซบคนนี้ให้ตายๆ ไปซะ
เขากัดฟันปฏิเสธหัวชนฝา "นายเชื่อคำพูดของเด็กสองขวบเนี่ยนะ? ปัญญาอ่อนหรือเปล่า?"
กงหลิงเซียวหัวเราะอย่างโอหังยิ่งกว่าเดิม "ต้ากัวของฉันไม่ใช่เด็กธรรมดาทั่วไปหรอกนะ นายคิดจริงๆ เหรอว่าจะรอดตัวไปด้วยการดันทุรังปฏิเสธแบบนี้? คนอย่างฉัน กงหลิงเซียว มีวิธีอีกสารพัดที่จะทำให้นายยอมรับออกมาให้ได้ พี่ชาย! โอ้~ คุณพี่ชายที่รักของฉัน!"
ด้วยความโกรธจัด เจิงจวิ้นหลับตาลงแล้วกดวางสายไปด้วยความโมโห
เมื่อเงยหน้าขึ้นมา เขาก็เห็นเย่ฮุยยืนอยู่ตรงหน้าประตู
"เป็นอะไรไปคะ?" เย่ฮุยเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง เมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของเขา
เพราะเมื่อครู่นี้เธอได้ยินทุกอย่างหมดแล้ว
ดวงตาเรียวเย็นชาของเจิงจวิ้นหม่นลง "เธอได้ยินแล้วเหรอ?"
รูม่านตาของเย่ฮุยเบิกกว้าง
ชั่วขณะหนึ่ง เธอตื่นตระหนก ภายในหัวนึกย้อนไปถึงสิ่งที่กงหลิงเซียวพูดในสายเมื่อครู่นี้
พี่ชายที่อยากจะมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับน้องสาวแท้ๆ ของตัวเอง—นั่นมันน่าจะเป็นพวกโรคจิตชัดๆ!