- หน้าแรก
- คู่มือเด็กสองขวบปราบคุณพ่อสุดอันธพาล
- ตอนที่ 348 เธอถอดชิ้นส่วนรถอีกแล้ว
ตอนที่ 348 เธอถอดชิ้นส่วนรถอีกแล้ว
ตอนที่ 348 เธอถอดชิ้นส่วนรถอีกแล้ว
ตอนที่ 348 เธอถอดชิ้นส่วนรถอีกแล้ว
เจิงจวิ้นไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องขอตัวกลับไปก่อน
เมื่อกลับมาที่รถ ทันทีที่เจิงจวิ้นปิดประตู เขาก็เห็นใบหน้าอวบอูมของต้ากัวแนบชิดติดกับกระจกหน้าต่าง
พวงแก้มยุ้ยๆ ของเจ้าก้อนแป้งถูกดันจนบี้แบนเสียทรงไปกับกระจก
ต้ากัวเบิกตากว้างชะโงกหน้ามองเข้ามาในรถพร้อมกับทำหน้าทะเล้น
เจิงจวิ้นปรายตามองที่นั่งว่างเปล่าข้างตัว สลับกับมองเด็กน้อยที่อยู่นอกหน้าต่าง
เขาลดกระจกลง "ดูพอใจหรือยังล่ะ"
ตอนนี้ต้ากัวมองเห็นชัดเจนแล้วว่าไม่มีใครอยู่ข้างใน "พอใจแล้วค่ะ!"
ร่างอวบอ้วนของเด็กน้อยถอยกรูดไปข้างหลังสองสามก้าวอย่างคล่องแคล่ว "หนูก็แค่จะมาบอก 'สุดที่รัก' ของคุณลุงว่าหนูคิดถึงเธอมากก็แค่นั้นเอง"
เจิงจวิ้นเลิกคิ้วขึ้น
ชั่วขณะหนึ่ง เขารู้สึกถึงอารมณ์ที่หลากหลายตีกันมั่วไปหมดเพราะความแสบของต้ากัว
"ทำไมยังไม่ออกรถอีกล่ะคะ หรือว่าอยากจะพาหนูไปหาสุดที่รักของคุณลุงด้วย"
ดูเหมือนต้ากัวจะผูกใจเจ็บเรื่องที่เขาเรียกเย่ฮุยว่า 'สุดที่รัก' และสลักมันลงไปในใจเรียบร้อยแล้ว
เจิงจวิ้นเอ่ยเสียงขรึม "ต้ากัว อย่าลืมนะว่าลุงเซ็นสัญญากับพ่อของหนูไปแล้ว"
เด็กน้อยพยักหน้าอย่างว่าง่าย เนื้อบนแก้มสั่นกระเพื่อม "หนูรู้ค่ะ!"
"รู้แล้วยังจะมาตอแยเย่ฮุยอยู่อีกงั้นเหรอ"
ต้ากัวขมวดคิ้วแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเล็กๆ ใสแจ๋ว "คนที่เซ็นไม่ใช่หนูสักหน่อย ป๊ะป๋าต่างหากที่เซ็น! แค่เพราะป๊ะป๋าติดต่อไม่ได้ ก็ไม่ได้แปลว่าหนูจะติดต่อไม่ได้นี่นา"
เจิงจวิ้นถึงกับอึ้งกิมกี่!
จู่ๆ เขาก็รู้สึกเหมือนตัวเองโดนเด็กสองขวบปั่นหัวเข้าให้แล้ว
ที่แย่ไปกว่านั้นคือ สัญญาฉบับนั้นมีผลบังคับใช้ไปแล้ว
ต้ากัวเบะปากอย่างได้ใจ ลืมตาข้างหนึ่งและหรี่ตาอีกข้างด้วยท่าทีเจ้าเล่ห์แสนรู้ "เสี่ยวเฮย สุดที่รักของลุงก็คือสุดที่รักของหนูเหมือนกัน ฮิฮิฮิ~ หนูขอส่งสาส์นท้าดวลถึงคุณลุงเลยก็แล้วกัน!"
กระดาษโฆษณาสีชมพูที่ถูกขยำเป็นก้อนกลมถูกปาใส่เจิงจวิ้น
"หนูพับเครื่องบินกระดาษไม่เป็น คุณลุงก็ทนๆ รับก้อนกระดาษนี่ไปก่อนก็แล้วกันนะ"
เจิงจวิ้นมองก้อนกระดาษบนเบาะนั่งที่เปื้อนคราบน้ำมันไปครึ่งหนึ่ง "อย่าบอกนะว่านี่คือใบปลิวที่หนูใช้รองโต๊ะตอนกินข้าวเที่ยงน่ะ!"
"ถูกต้องค่ะ! รับไปเลยร้อยคะแนนเต็ม!"
ต้ากัวหัวเราะคิกคักพลางเกาหัว โชว์ฟันน้ำนมซี่เล็กๆ
เจิงจวิ้นโกรธจนควันออกหู แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเด็กคนนี้คือหลานสาวแท้ๆ ของตัวเอง เขาก็ทำได้เพียงอดกลั้นเอาไว้
เขาคลี่ก้อนกระดาษออก ก็เห็นเพียงเส้นหยึกหยักสามเส้นวาดอยู่บนนั้น
"นี่มันหมายความว่ายังไง"
"สาส์นท้าดวลไงคะ!"
เจิงจวิ้นมองมันด้วยความแคลงใจในตัวเอง และพิจารณาใบปลิวอย่างละเอียดอีกครั้ง "บนนี้ไม่มีตัวหนังสือสักตัว สาส์นท้าดวลเขียนไว้ตรงไหนกัน"
ต้ากัวหรี่ตาลง "มีแต่คนฉลาดเท่านั้นแหละที่อ่านออก ยังไงซะหนูก็ประกาศสงครามไปแล้วนะ ลุงจะอ่านไม่ออกก็ไม่ใช่ปัญหาของหนูสักหน่อย หนู ต้ากัว จะแย่งสุดที่รักของลุงมาเป็นสุดที่รักของหนูให้ได้เลยคอยดู"
เจิงจวิ้น "..."
ความจริงแล้ว เขาเคยคิดที่จะเล่าเรื่องต้ากัวให้เย่ฮุยฟัง
แต่ช่วงนี้อารมณ์ของเย่ฮุยไม่ค่อยมั่นคงนัก ด้วยเกรงว่ามันอาจจะทำให้เธอคิดฟุ้งซ่านและกลายเป็นภาระทางใจ เขาจึงยังไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้
เขามองหลานสาวตรงหน้าแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่
"เป็นอะไรไปคะ หรือว่ายอมพ่ายแพ้ต่อรัศมีบารมีของหนูแล้ว" ต้ากัวเท้าสะเอวอวบๆ "จะบอกให้นะว่าหนูน่ะเก่งกาจมากเลยล่ะ"
เจิงจวิ้น "ครับๆๆ! หนูเก่งมาก แต่ลุงไม่ยอมแพ้หนูหรอกนะ"
พูดจบ เขาก็เลื่อนกระจกหน้าต่างขึ้นและสั่งให้คนขับรถออกเดินทาง
ต้ากัวทำปากยื่น "ชิ มีหม่าม้าอยู่แล้วแท้ๆ ยังจะไปหลอกนักศึกษามหาวิทยาลัยอีก ลุงนี่มันผู้ชายเฮงซวยจริงๆ เดี๋ยวหนูจะทำให้เห็นว่าหนูมีน้ำยาแค่ไหน"
ทันทีที่เธอพูดจบ ล้อของรถแลนด์โรเวอร์ที่เพิ่งจะแล่นมาถึงทางออก ก็หลุดกระเด็นออกมาจากใต้ท้องรถ
เจิงจวิ้นยังไม่ทันได้ตั้งตัวก็รู้สึกว่ารถทั้งคันกระตุกฮวบลงอย่างกะทันหัน
คนขับรถถึงกับตกตะลึงอ้าปากค้าง ตลอดหลายปีที่ยึดอาชีพนี้มา นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกเหมือนกำลังนั่งอยู่บนเปลือกโครงรถกลวงๆ ในขณะที่ล้อทั้งสี่หลุดกลิ้งออกไปจากใต้ท้องรถอย่างน่าขบขัน