- หน้าแรก
- คู่มือเด็กสองขวบปราบคุณพ่อสุดอันธพาล
- ตอนที่ 337 การพบกันครั้งแรกของเย่ฮุยและเย่เซี่ย
ตอนที่ 337 การพบกันครั้งแรกของเย่ฮุยและเย่เซี่ย
ตอนที่ 337 การพบกันครั้งแรกของเย่ฮุยและเย่เซี่ย
ตอนที่ 337 การพบกันครั้งแรกของเย่ฮุยและเย่เซี่ย
เย่ฮุยสูดลมหายใจลึก พยายามสะกดกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้ "ไม่มีอะไรหรอก ฉันวางสายก่อนนะ! ตอนนี้ฉันยุ่งอยู่"
"ยุ่งเรื่องอะไร?" กงหลิงเซียวพลิกดูเอกสารบนโต๊ะทำงาน จนสายตาไปสะดุดเข้ากับแผ่นพับงานนิทรรศการศิลปะ
กงหลิงเซียว: "งานนิทรรศการศิลปะเหรอ?"
ดวงตาของเย่ฮุยเอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตา เธอเกรงว่าหากพูดอะไรออกไปอีกเพียงไม่กี่คำ เขาจะต้องจับได้แน่ว่าเธอกำลังร้องไห้
เพราะเธอไม่อยากให้กงหลิงเซียวรู้ว่าตัวเองกำลังร้องไห้
ท้ายที่สุดแล้ว มันก็ไม่มีความหมายอะไรสำหรับเธอ ซ้ำร้ายอาจจะทำให้กงหลิงเซียวหัวเราะเยาะเอาได้
"ผมขอโทษ"
จู่ๆ คำขอโทษด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าอันเปี่ยมเสน่ห์ของชายหนุ่มก็ดังฝ่าความเงียบงันทะลุสายโทรศัพท์เข้ามา
เย่ฮุยรู้สึกชาหวามไปทั่วทั้งใบหู
"ผมไม่รู้ว่าคุณยุ่งอยู่ ผมขอโทษ" กงหลิงเซียวตระหนักได้ว่าก่อนหน้านี้เขาทำเกินไปหน่อย "คุณยังอยู่ที่โถงจัดนิทรรศการหรือเปล่า?"
กงหลิงเซียววางเอกสารในมือลงก่อนจะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยความเหนื่อยล้า พลางยกมือขึ้นนวดขมับ
เย่ฮุยสัมผัสได้ถึงความเหน็ดเหนื่อยที่แผ่ผ่านมาทางสายโทรศัพท์
"เดี๋ยวผมไปหานะ" กงหลิงเซียวลุกขึ้นยืน คว้าเสื้อโค้ตมาสวม แล้วเรือนร่างสูงโปร่งก็เดินออกจากห้องหนังสือไป
เมื่อได้ยินเสียงสัญญาณตัดสายไป เย่ฮุยก็รู้สึกว้าวุ่นใจขึ้นมาอีกครั้ง
เธอทิ้งตัวลงนอนบนพื้นอันเย็นเยียบอย่างหมดเรี่ยวแรง เหม่อมองหมู่ดาวผ่านช่องแสงบนเพดาน
ทำไมเธอถึงได้ใจอ่อนง่ายดายขนาดนี้นะ?
ทั้งที่เมื่อครู่นี้ยังรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจอย่างหนักแท้ๆ แต่เพียงแค่กงหลิงเซียวพูดว่า "เดี๋ยวผมไปหา" กำแพงในใจที่ตั้งเอาไว้ก็พังทลายลงจนหมดสิ้น
เวลาผ่านไปเพียงสิบนาที กงหลิงเซียวก็มาหาเธอจริงๆ
เขาเดินตรงมาหาเธอพร้อมกับหิ้วถุงอาหารมาด้วยสองถุง
"ผมซื้อบาร์บีคิวกับเกี๊ยวที่คุณชอบมาฝาก" กงหลิงเซียวยืนอยู่ท่ามกลางแสงจันทร์ รูปร่างสูงใหญ่และดูสง่างามยืนตัวตรงอย่างหล่อเหลา ใบหน้าขาวกระจ่างของเขาแผ่กลิ่นอายที่ยากจะเข้าถึงภายใต้แสงจันทร์ ทว่าเขากลับยอมลดตัวลงมาเปิดกล่องอาหารให้เธอ พลางหยิบช้อนขึ้นมาคนเกี๊ยวร้อนฉุยอย่างเบามือ
"คุณยังไม่ได้กินอะไรเลยทั้งวัน กินเกี๊ยวรองท้องก่อนกินบาร์บีคิวนะ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะปวดท้องเอาได้" กงหลิงเซียวไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องที่บาดหมางกันก่อนหน้านี้อีก เขากลับตักเกี๊ยวขึ้นมาอย่างนุ่มนวลและป้อนมันให้กับเธอ
เย่ฮุยอ้าปากอย่างลังเล ก่อนจะหุบลงไปอีกครั้ง
"คุณโกรธผมเหรอ?"
เหตุผลที่เย่ฮุยรักกงหลิงเซียวมากถึงเพียงนี้ ก็เพราะเขาเข้าใจเธออย่างลึกซึ้ง
แม้ว่าเธอจะเอาแต่ยืนเงียบๆ เขาก็สามารถเดาได้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่
กงหลิงเซียวอธิบาย "ผมผิดเอง ช่วงนี้ผมยุ่งมากจริงๆ! ผมวางแผนเอาไว้ว่า ทันทีที่โปรเจกต์รถยนต์พลังงานใหม่เริ่มเข้าที่เข้าทาง พวกเราจะหมั้นกัน"
"หมั้นเหรอ!"
แววตาของเย่ฮุยสั่นไหวเล็กน้อย
เธอช่างเป็นผู้หญิงที่ใจอ่อนไร้จุดยืนเหลือเกิน เพียงแค่อีกฝ่ายเอ่ยถึงเรื่องที่เกี่ยวกับการแต่งงาน เธอก็พร้อมจะหลอกตัวเอง ราวกับได้เห็นอนาคตอันงดงามรออยู่เบื้องหน้า
"ดังนั้นไม่ใช่ว่าช่วงนี้ผมเมินเฉยต่อคุณหรอกนะ ผมแค่ยุ่งเกินไปจนไม่มีเวลาดูแลคุณต่างหาก" นิ้วเรียวยาวได้รูปของกงหลิงเซียวจับช้อนเอาไว้ พลางป้อนเย่ฮุยอย่างอ่อนโยน "เด็กดี! กินสักคำเถอะ"
หัวใจที่ตึงเครียดของเย่ฮุยพลันคลี่คลายลง เธอจึงยอมอ้าปากรับการป้อนเข้าไปหนึ่งคำ
ในวินาทีนั้น อาการคลั่งรักของเธอก็กำเริบขึ้นมาอีกครั้ง
เธอเอนตัวซบลงในอ้อมกอดของกงหลิงเซียวพลางเงยหน้าขึ้นมองเขา "ฉันไม่ใช่ลูกสาวสายเลือดแท้ๆ ของตระกูลเย่ คุณยังรักฉันอยู่ไหม?"
"รักสิ!" กงหลิงเซียวตอบโดยไม่ลังเล ฝ่ามือใหญ่ลูบหน้าผากของเธอเบาๆ เพื่อปลอบประโลม "อย่าไปใส่ใจเรื่องลูกสาวตัวจริงตัวปลอมอะไรนั่นเลย มันไม่มีอะไรต่างกันหรอก"
เย่ฮุยเชื่อคำพูดเหล่านั้นอย่างหมดใจ!
ในสัปดาห์แรกหลังจากเสร็จสิ้นงานนิทรรศการศิลปะ เธอเดินทางไปที่อพาร์ตเมนต์ของกงหลิงเซียวอีกครั้ง
เดิมทีเธอเต็มเปี่ยมไปด้วยความเบิกบานใจที่ในที่สุดก็มีเวลามาทำเซอร์ไพรส์ให้กงหลิงเซียว ทว่าเมื่อเดินเข้าไป เธอกลับเห็นรองเท้าแตะสำหรับผู้หญิงเพิ่มมาอีกคู่หนึ่งในตู้เก็บรองเท้า
ในห้องนั่งเล่น มีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังสวมเสื้อเชิ้ตของกงหลิงเซียว ในมือถือชุดสูทของเขาเอาไว้หลายตัว
"คุณคงจะเป็นพี่สาวสินะคะ!"
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเห็นเย่ฮุย โดยไม่มีทีท่าตื่นตระหนกตกใจเลยแม้แต่น้อย ซ้ำยังสงบนิ่งราวกับว่าตัวเองเป็นนายหญิงของบ้านหลังนี้ "สวัสดีค่ะ! ฉันชื่อเย่เซี่ย ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ!"