- หน้าแรก
- ฟุตบอล ผมมีระบบผู้จัดการทีมเอฟเอ็ม
- บทที่ 50 เสียงหัวเราะลั่นห้อง ครอบครัวทั้งนั้น
บทที่ 50 เสียงหัวเราะลั่นห้อง ครอบครัวทั้งนั้น
บทที่ 50 เสียงหัวเราะลั่นห้อง ครอบครัวทั้งนั้น
บทที่ 50 เสียงหัวเราะลั่นห้อง ครอบครัวทั้งนั้น
อัลลิอันซ์อาเรนาอาบไล้ไปด้วยแสงแดดอุ่น ๆ ของฤดูใบไม้ผลิ แฟนบอลโบกผ้าพันคอสีฟ้าใสสะบัดไปมา พลางร้องตะโกนเรียกชื่อ 1860 มิวนิก ดังกึกก้อง สร้างบรรยากาศที่เดือดพล่านและฮึกเหิมให้กับแมตช์การแข่งขันที่กำลังจะเปิดฉากขึ้น
ย้อนกลับไปในแมตช์เยือนชตุทการ์ท นัดก่อน ชตุทการ์ทต้องสังเวย ทากุมะ อาซาโนะ สตาร์ดังประจำทีมจากอาการบาดเจ็บ และลงเอยด้วยความพ่ายแพ้ไปในที่สุด มาคราวนี้ ชตุทการ์ทบุกมาเยือนด้วยไฟแค้นสุมอก และทากุมะ อาซาโนะ ก็สลัดเดี้ยงกลับมามีชื่อเป็น 11 ตัวจริงอีกครั้ง มุ่งมั่นที่จะมากอบกู้ศักดิ์ศรีคืนที่อัลลิอันซ์อาเรนาแห่งนี้ให้จงได้
ในการประชุมบรีฟแผนแทคติกก่อนเกม เหยียนหยวนได้เน้นย้ำเป็นพิเศษถึงภารกิจในการตามประกบตายทากุมะ อาซาโนะ
เขาเคาะกระดานแทคติกเบา ๆ น้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่นเด็ดขาด: “ทากุมะ อาซาโนะ คือหัวใจสำคัญในเกมรุกของชตุทการ์ท สปีดความเร็วและความพลิ้วไหวในการกระชากลากเลื้อยของเขา คือหอกข้างแคร่ที่อันตรายที่สุดสำหรับเรา
ลูกา, สตอยคอวิช, จำไว้ให้ขึ้นใจ ภารกิจของพวกนายคือการทำให้มันเล่นไม่ออกและอึดอัดที่สุด
ประกบมันให้ติดเป็นตังเม บีบเพรสซิงให้หนัก และอย่าปล่อยให้มันมีพื้นที่ว่างในการรับบอลหรือพลิกตัวได้ง่าย ๆ เด็ดขาด ถ้ายามจำเป็น ก็งัดความหนาของร่างกายเข้าปะทะบดขยี้มันซะ เอาให้อยู่ในกรอบกติกาก็พอ”
เสียงนกหวีดเริ่มเกมดังขึ้น และการแข่งขันก็เปิดฉากอย่างเป็นทางการ ชตุทการ์ทไม่รอช้า พยายามใช้ความเร็วของทากุมะ อาซาโนะ เจาะทะลวงสร้างความหวาดเสียวทันที เขาพยายามกระชากลากเลื้อยเจาะทางริมเส้นฝั่งซ้ายอยู่หลายรอบ แต่ก็ต้องมาเจอทางตันจากการสอดประสานงานในเกมรับที่เหนียวแน่นของลูกาและสตอยคอวิช ทำให้เขาแผลงฤทธิ์ไม่ออกเลยแม้แต่น้อย
นาทีที่ 15 อาซาโนะพยายามจะเลี้ยงตัดเข้าในจากริมเส้น แต่ลูกาก็ตาไวขยับเข้าไปขวางทางทันที เขาใช้สรีระร่างกายที่ได้เปรียบเบียดบังวิถีบอล บังคับให้อาซาโนะต้องลากบอลออกเส้นข้างไปเองในที่สุด
จังหวะการเล่นเกมรับสุดเก๋าเกมนี้ เรียกเสียงปรบมือเกรียวกราวจากบนอัฒจันทร์ และเหยียนหยวนที่ยืนอยู่ข้างสนามก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
นาทีที่ 25 1860 มิวนิก ได้โอกาสลุ้นจากลูกเตะมุม โฟลเรียนยืนประจำการอยู่ที่มุมธง สายตากวาดมองสำรวจการยืนตำแหน่งในกรอบเขตโทษอย่างถี่ถ้วน
เขาบรรจงปั่นโค้ง ๆ วางบอลสุดแม่นยำพุ่งตรงไปที่บริเวณจุดโทษ และที่ตรงนั้น ซาชาก็เทกตัวลอยละลิ่วโดดเด่นเหนือใคร เบียดเอาชนะกองหลังคู่แข่งที่ตามประกบ และสะบัดหัวโขกเต็มแรง ส่งบอลพุ่งแสกหน้าผู้รักษาประตูเสียบสามเหลี่ยมมุมขวาบนของตาข่ายไปอย่างงดงาม
1-0! ทั่วทั้งสเตเดียมระเบิดเสียงเฮลั่นในพริบตา ซาชาวิ่งหน้าตั้งไปที่ริมเส้น ชูมือทั้งสองข้างขึ้นฟ้าฉลองประตู และสวมกอดกับเพื่อนร่วมทีมด้วยความสะใจ
เหยียนหยวนยืนปรบมือฉลองอยู่ข้างสนาม แต่เขาก็หันขวับไปหาผู้ช่วยโค้ชที่ซุ้มม้านั่งสำรองทันที และสั่งการว่า “เตรียมเปลี่ยนตัวซาชาออก ภารกิจของเขาลุล่วงแล้ว; สเต็ปต่อไป เราต้องเซฟความฟิตของเขาไว้”
นาทีที่ 35 ซาชาก็ถูกถอดออกไปพักตามแผน และเมิลเดอส์ ไอ้หนุ่มดาวรุ่งก็ถูกส่งลงไปป่วนแนวรับคู่แข่งแทน
แม้ตำแหน่งถนัดของเมิลเดอส์คือปีก แต่เขาก็สามารถขยับเข้าไปเล่นเป็นกองหน้าตัวเป้าได้เนียนตาไม่แพ้กัน
หลังจากเสียประตู ชตุทการ์ทก็พยายามเร่งจังหวะโหมบุกหนักขึ้น แต่เกมรุกของพวกเขากลับตื้อตัน เจาะแนวรับของ 1860 ไม่เข้า และไม่สามารถสร้างความหวาดเสียวที่เป็นชิ้นเป็นอันได้เลย
ทากุมะ อาซาโนะ พยายามงัดทั้งสปีดและสเต็ปสับขาหลอกมาใช้เพื่อสลัดหนีตัวประกบหลายต่อหลายครั้ง แต่ไม่ว่าจะเป็นลูกาหรือสตอยคอวิช ทั้งคู่ต่างก็กัดไม่ปล่อย ไม่ยอมให้ผ่านไปได้ง่าย ๆ บีบให้เขาต้องไปกระจุกตัวอยู่แต่ริมเส้นและแผลงฤทธิ์อะไรไม่ได้เลย
เสียงนกหวีดหมดเวลาครึ่งแรกดังขึ้น สกอร์หยุดชะงักชั่วคราวอยู่ที่ 1-0 เมื่อกลับมาถึงห้องแต่งตัว เหยียนหยวนก็คว้ากระดานแทคติกขึ้นมา และเริ่มชำแหละฟอร์มการเล่นในครึ่งแรกให้ลูกทีมฟังทันที
เขาชี้ไปที่โซนพื้นที่หากินของทากุมะ อาซาโนะ และเอ่ยขึ้น “พวกนายโชว์ฟอร์มได้เยี่ยมมาก แต่ครึ่งหลังพวกมันต้องดาหน้าเปิดโหมดบุกแหลกใส่เราหนักกว่าเดิมแน่ ๆ อาซาโนะอาจจะพยายามวิ่งโฉบตัดเข้าในแนวทแยงให้บ่อยขึ้น หรือไม่ก็พยายามเชื่อมเกมประสานงานกับแดนกลาง สตอยคอวิช นายต้องเด็ดขาดกว่านี้นะ; อ่านทางและดักตัดเส้นทางการจ่ายบอลของมันให้ได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ”
ลูกาเคาะโต๊ะเบา ๆ และพูดพร้อมรอยยิ้ม “ไม่ต้องห่วงครับ โค้ช ผมเอาหัวเป็นประกันเลยว่า มันจะไม่มีโอกาสได้เฉียดเข้าไปในกรอบเขตโทษเราด้วยซ้ำ”
เหยียนหยวนหัวเราะลั่น “อย่าดีแต่ปากสิโว้ย; เดี๋ยวลงไปทำให้ดูบนสนามด้วยล่ะ”
จากนั้น เขาก็หันไปมองบรรดามิดฟิลด์ “มิชาเอล ภารกิจของนายคือการถอยลงมาช่วยซ้อนเกมรับ และคอยมองหาช่องโหว่เพื่อเปิดเกมสวนกลับเร็ว ในแมตช์นี้ เราไม่ได้ต้องการแค่ชัยชนะเท่านั้น แต่เราจะฝังรอยแค้นให้พวกมันจำฝังใจไปเลยว่า กำแพงแนวรับของเรามันเจาะยากเจาะเย็นแค่ไหน”
เมื่อครึ่งหลังเปิดฉาก ชตุทการ์ทก็ดาหน้าโหมบุกกดดันอย่างหนักหน่วงตามคาด แผงมิดฟิลด์ของพวกเขาพยายามป้อนบอลไปให้อาซาโนะอยู่บ่อยครั้ง หวังจะใช้ความสามารถเฉพาะตัวของเขาฉีกทึ้งแนวรับของ 1860 ให้ขาดวิ่น
แต่ลูกาและวีเทก ก็คอยแจก ‘การต้อนรับอย่างอบอุ่น’ ให้ทากุมะ อาซาโนะ อย่างไม่ขาดสาย
ลูกามีทั้งความสูงใหญ่, ความถึกทน, และพละกำลังที่เหลือล้น เขาอาศัยสรีระที่ได้เปรียบพุ่งเข้าบีบเพรสซิงกดดันใส่ทากุมะ อาซาโนะ ในจังหวะชี้เป็นชี้ตายได้หลายต่อหลายครั้ง และมีหลายจังหวะที่เกือบจะกลายเป็นการเข้าเสียบสกัดแบบฮาร์ดคอร์ไปแล้วด้วยซ้ำ
นาทีที่ 60 ในจังหวะที่ชตุทการ์ทกำลังสวนกลับเร็ว อาซาโนะเตรียมจะกระชากตัดเข้าใน แต่ก็โดนร็อดนีย์ พุ่งสไลด์เสียบสกัดอย่างเด็ดขาดและแม่นยำ จังหวะเข้าสกัดนั้นขาวสะอาดหมดจด; ผู้ตัดสินชูแค่ใบเหลืองให้ร็อดนีย์เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม อาซาโนะกลับนอนโอดครวญอยู่บนพื้นหญ้า ลุกไม่ขึ้นอยู่พักใหญ่ สีหน้าของเขาบิดเบี้ยวไปด้วยความเจ็บปวด ทีมแพทย์รีบวิ่งหน้าตั้งลงไปเช็กอาการในสนามทันที ก่อนจะส่งสัญญาณมือขอเปลี่ยนตัว
ในที่สุด อาซาโนะก็ต้องเดินกะเผลกออกจากสนามไปโดยมีเพื่อนร่วมทีมช่วยพยุง และนั่นก็ทำให้จังหวะเกมรุกของชตุทการ์ทพังทลายลงอย่างราบคาบ
การแข่งขันล่วงเข้าสู่นาทีที่ 70 และ 1860 มิวนิก ก็ฉกฉวยโอกาสจากการสวนกลับเร็ว ทะลวงประตูทิ้งห่างออกไปได้อีกครั้ง
ลูกาเติมเกมรุกสอดขึ้นมารับลูกจ่ายตบกลับหลังจากมิชาเอลในกรอบเขตโทษ ก่อนจะตะบันเต็มข้อส่งบอลพุ่งวาบเสียบมุมขวาล่างของตาข่ายอย่างหมดจด
ประตูนี้ทำเอาแฟนบอลทั้งสเตเดียมคลุ้มคลั่งด้วยความสะใจอีกครั้ง ลูกาวิ่งหน้าตั้งไปที่อัฒจันทร์เพื่อฉลองชัยกับแฟนบอล
เหลือเวลาอีก 20 นาทีสุดท้าย เหยียนหยวนก็ตัดสินใจถอดลูกาที่โชว์ฟอร์มร่างทองในวันนี้ออกไปพัก และส่งยันลงมาแทน
เขาตบไหล่ลูกาเบา ๆ ที่ข้างสนาม และเอ่ยด้วยน้ำเสียงชื่นชม “ให้ตายเถอะ ไอ้หนู วันนี้นายองค์ลงจัด ๆ เลยว่ะ ฉันเกือบจะคิดว่านายโดนโคบี สิงร่างซะแล้วเนี่ย”
“ฮี่ฮี่ ขอบคุณครับ โค้ช เอ๊ะ? โคบีเหรอครับ? นั่นมันนักบาสไม่ใช่เหรอครับ... ?” ลูกาถามด้วยความงุนงง
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ช่างมันเถอะ ๆ ไปนั่งดูเพื่อนเตะต่อเถอะไป” เหยียนหยวนขยี้หัวลูกาด้วยความเอ็นดู
เสียงนกหวีดเป่าหมดเวลาดังขึ้น สกอร์จบลงที่ 2-0 1860 มิวนิก ปกป้องรังเหย้าของตัวเองเอาไว้ได้อย่างหมดจดและเด็ดขาด ดับฝันการมาล้างแค้นของชตุทการ์ทจนป่นปี้ไม่มีชิ้นดี
หลังจบเกม คลื่นมนุษย์สีฟ้าใสในอัลลิอันซ์อาเรนาก็ยังคงกระเพื่อมไหวและส่งเสียงเชียร์กันอย่างบ้าคลั่งไม่หยุดหย่อน แฟนบอลพร้อมใจกันร้องเพลงประจำสโมสรดังกึกก้อง เพื่อเป็นการสดุดีและขอบคุณเหล่าวีรบุรุษบนผืนหญ้า
...ในงานแถลงข่าวหลังเกม นักข่าวคนหนึ่งยิงคำถามใส่เหยียนหยวน “ฟอร์มเกมรับของทีมในวันนี้นี่มันกำแพงเหล็กชัด ๆ เลยครับ โดยเฉพาะลูกา คุณประเมินผลงานของเขาในวันนี้ยังไงบ้างครับ?”
เหยียนหยวนยิ้มบาง ๆ “ฟอร์มของลูกาวันนี้ ผมให้เต็มสิบไม่หักเลยครับ ทั้งการเข้าสกัด, การยืนตำแหน่ง, ความแข็งแกร่งในการเบียดปะทะ, หรือแม้กระทั่งประตูที่เขาทำได้...ทุกรายละเอียดมันเป็นเครื่องการันตีว่า เขากำลังค่อย ๆ เติบโตขึ้นมาเป็นหัวใจสำคัญในแผงแนวรับของเราอย่างแท้จริงครับ”
สำหรับประเด็นอาการบาดเจ็บของทากุมะ อาซาโนะ เหยียนหยวนก็ตอบกลับอย่างราบเรียบไม่แยแส “การปะทะกันด้วยร่างกายมันเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้วบนผืนหญ้าครับ การสกัดของร็อดนีย์มันขาวสะอาดมาก; ผมเชื่อว่ากรรมการเองก็เห็นเต็มสองตาเหมือนกัน”
บรรยากาศในงานแถลงข่าวช่วงแรกดูผ่อนคลายและชื่นมื่น บรรดานักข่าวต่างพากันชื่นชมชัยชนะของ 1860 มิวนิก ที่มีต่อชตุทการ์ท
ทว่า จู่ ๆ นักข่าวคนหนึ่งที่เป็นแฟนบอลตัวยงของชตุทการ์ทก็ลุกพรวดขึ้นมา ทำลายบรรยากาศอันแสนผ่อนคลายนั้นจนพังทลาย
“คุณเหยียนครับ” นักข่าวคนนั้นตั้งคำถามด้วยน้ำเสียงขุ่นเคืองอย่างเห็นได้ชัด “วันนี้เราเห็นทากุมะ อาซาโนะ โดนกองหลังของ 1860 มิวนิก เข้าสกัดแบบ ‘จงใจทำร้าย’ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนสุดท้ายก็ต้องเจ็บหนักหามออกจากสนามไป คุณไม่คิดบ้างเหรอครับว่า การวางหมากแทคติกแบบล็อกเป้าพุ่งชนนักเตะคนใดคนหนึ่งแบบนี้ มันดูจะรุนแรงเกินกว่าเหตุไปหน่อย? แบบนี้มันจะเรียกว่ายุติธรรมได้ยังไงครับ?”
ทันทีที่สิ้นคำถาม ทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบกริบ นักข่าวทุกคนหันขวับไปมองเหยียนหยวนเป็นตาเดียว รอคอยคำตอบจากเขาอย่างใจจดใจจ่อ
รอยยิ้มบนใบหน้าของเหยียนหยวนไม่ได้จางหายไปไหน เขาขยับท่านั่งเล็กน้อย น้ำเสียงของเขาฟังดูนิ่งสงบแต่ก็แฝงไปด้วยความเชือดเฉือน
“ไอ้คำว่า ‘จงใจทำร้าย’ ที่คุณพ่นออกมาเนี่ย ผมว่าเราควรจะให้เกียรติคำตัดสินของกรรมการบนสนามดีกว่าไหมครับ?
ทุกคำตัดสินที่กรรมการเป่าในวันนี้ มันก็โปร่งใสและชัดเจนอยู่ทนโท่
ถ้ากองหลังของผมมัน ‘จงใจทำร้าย’ คู่แข่งอย่างที่คุณกล่าวหาจริง ๆ ป่านนี้พวกเขาคงโดนแจกใบแดงไล่ตะเพิดออกนอกสนามไปตั้งนานแล้วล่ะครับ คงไม่ได้อยู่รอดปลอดภัยเตะจนครบ 90 นาทีหรอก”
เหยียนหยวนหยุดชะงัก ประสานมือเข้าด้วยกัน โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย และพูดต่อ
“ยิ่งไปกว่านั้น การปิดตายคีย์แมนตัวรุกของคู่แข่ง มันก็เป็นแค่เบสิกพื้นฐานที่เฮดโค้ชอาชีพทุกคนต้องทำปะครับ ในฐานะเฮดโค้ชของชตุทการ์ท เขาไม่อยากจะสกัดกั้นลูกโหม่งของซาชาทีมเราบ้างเลยเหรอ? หรือไม่อยากจะบล็อกลูกยิงของลูกาบ้างเลยหรือไง?
ผมไม่เห็นว่าวันนี้พวกเราจะทำอะไรผิดแปลกไปจากที่ควรจะทำตรงไหนเลย นี่มันก็แค่การจัดวางแทคติกที่สมเหตุสมผลตามวิสัยทัศน์ของโค้ช ก็แค่นั้นเอง”
นักข่าวคนนั้นทำท่าจะเถียงต่อ แต่เหยียนหยวนก็ยกมือขึ้นเบรกไว้ก่อน
“เอาจริง ๆ นะครับ คุณนักข่าว ผมเข้าใจอารมณ์ของคุณดี ท้ายที่สุดแล้ว การต้องมาทนดูทีมรักของตัวเองพ่ายแพ้เละเทะ มันก็ต้องหัวเสียเป็นธรรมดานั่นแหละ
บางที คุณน่าจะลองไปสะกิดถามเฮดโค้ชของคุณดูนะ ว่านัดหน้าชตุทการ์ทจะพอมีแผนรับมือที่ดีกว่านี้ไหม แทนที่จะมามัวแต่นั่งชี้นิ้วด่าคนอื่นแบบนี้”
คำพูดที่ตลกร้ายแต่ก็จิกกัดเข้ากระดูกดำนี้ ทำเอานักข่าวหลายคนในห้องหลุดขำออกมา และบางคนถึงกับปรบมือให้เบา ๆ ด้วยซ้ำ
ในขณะที่ทุกคนคิดว่าประเด็นดราม่านี้จบลงแล้ว จู่ ๆ เหยียนหยวนก็ควักโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เปิดแอปอินสตาแกรม และหันหน้าจอโชว์ให้กล้องทุกตัวดู
“ในเมื่อคุณอุตส่าห์เปิดประเด็นเรื่อง ‘ความจงใจทำร้าย’ ขึ้นมา งั้นผมก็มีอะไรที่มัน ‘จงใจทำร้าย’ ยิ่งกว่านี้มาให้ทุกคนดูเป็นขวัญตาเหมือนกัน”
เขาใช้นิ้วเลื่อนหน้าจอโชว์ข้อความหลังไมค์ที่ส่งมาจากแฟนบอลชาวญี่ปุ่นให้ทุกคนดู
เนื้อหาข้อความนั้นมีหลากหลายรูปแบบมาก: บางข้อความก็เป็นคำด่าทอหยาบคายที่เขียนด้วยตัวอักษรคาตาคานะ, บางข้อความก็ใช้กูเกิลแปลภาษา แปลงเป็นภาษาเยอรมันแบบทื่อ ๆ, และบางข้อความก็พิมพ์มาเป็นภาษาจีนแบบงู ๆ ปลา ๆ แต่เลือกใช้คำด่าที่หยาบคายสุด ๆ เผลอ ๆ ยังมีข้อความขู่ฆ่าเอาชีวิตที่อ่านแล้วขนลุกซู่รวมอยู่ด้วย
“ตั้งแต่ผมเข้ามารับเผือกร้อนเป็นเฮดโค้ชให้ 1860 มิวนิก ผมก็ได้รับคอมเมนต์และข้อความมากมายก่ายกองเลยล่ะครับ โดยภาพรวมแล้ว เสียงชื่นชมก็ยังมีมากกว่าคำก่นด่า เสียงชื่นชมส่วนใหญ่ก็มาจากแฟนบอลชาวจีน, แฟนบอลชาวเยอรมัน, และกลุ่มแฟนบอลทีมอื่น ๆ ที่เป็นกลาง แต่อย่างไรก็ตาม...”
เขาหยุดชะงัก รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก “สัดส่วนของแฟนบอลชาวญี่ปุ่นที่แห่กันมาคอมเมนต์ด่าผมเนี่ย มันสูงโด่งทิ้งห่างชาติอื่นไปไกลลิบเลยล่ะครับ ยิ่งไปกว่านั้น ความคิดสร้างสรรค์ในการด่าของพวกเขามันช่าง... จะพูดยังไงดีล่ะ... น่าผิดหวังซะไม่มี”
นักข่าวทั้งห้องกลั้นหายใจ รอฟังประโยคถัดไปของเขาอย่างใจจดใจจ่อ
เหยียนหยวนชี้ไปที่หน้าจอโทรศัพท์: “ผมเคยหลงนึกไปเองว่า แฟนบอลชาวญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องความสุภาพอ่อนน้อมและมีมารยาทสูงส่งซะอีก ผมได้ยินมาว่า พวกเขาถึงขั้นช่วยเก็บขยะเคลียร์อัฒจันทร์หลังจบเกมเลยไม่ใช่เหรอ? อ้อ แน่นอนล่ะ นั่นมันเฉพาะตอนที่มีกล้องคอยจับภาพอยู่เท่านั้นแหละนะ
พอลับหลังกล้อง พวกเขากลับไม่เห็นจะอยากทำตัวเป็นคนดีเก็บขยะพวกนั้นเลย ข้อความขยะพวกนี้ที่คนญี่ปุ่นส่งมาหาผม มันก็ไม่ต่างอะไรกับขยะที่พวกเขาทิ้งไว้เกลื่อนกลาดบนสเตเดียมเลยล่ะครับ ทำเอาผมต้องกลับมาทบทวนภาพลักษณ์ ‘ดินแดนแห่งมารยาทงาม’ ของพวกเขาซะใหม่เลยทีเดียว
นี่ไงครับ ผมจะคัดคอมเมนต์เด็ด ๆ จากชาวญี่ปุ่นมาอ่านให้ทุกคนฟังเป็นขวัญหูละกัน อย่างเช่น ยูสเซอร์ที่ชื่อ ‘SamuraiFan88’ คนนี้พิมพ์มาว่า: ‘เหยียนหยวน ไอ้หน้าตัวเมีย มึงมันดีแต่ใช้แทคติกสกปรกตุกติกเพื่อเอาชนะแค่นั้นแหละ!’ ส่วนอีกคน ‘TokyoTiger’ คนนี้ดูจะมีความคิดสร้างสรรค์ขึ้นมานิดนึง; เขาบอกว่า: ‘เหยียนหยวน มึงไสหัวออกไปจากวงการฟุตบอลเลยได้ไหม? มึงกำลังทำให้วงการนี้เสื่อมเสียนะเว้ย’”
ทั่วทั้งห้องแถลงข่าวระเบิดเสียงหัวเราะครืน ในขณะที่สีหน้าของเหยียนหยวนยังคงเรียบเฉยและเยือกเย็น เขาพูดต่อ
“แน่นอนครับ ไม่ใช่ทุกคอมเมนต์ที่จะดูมีความคิดสร้างสรรค์’ อะไรแบบนี้หรอกนะ บางคอมเมนต์ก็ด่ามาตรง ๆ ทื่อ ๆ เลย อย่างเช่นด่าผมว่าเป็น ‘ไอ้ลูกหมา’ หรือ ‘ไอ้ขี้โกง’ เผลอ ๆ ยังมีบางคอมเมนต์ที่ขุดเอาประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่สองมาโยง แล้วแช่งชักหักกระดูกผมด้วยคำว่า ‘xxx’ ซึ่งข้อความนั้นผมกดรีพอร์ตปลิวไปเรียบร้อยแล้วล่ะครับ ผมต้องขอบอกเลยนะ คลังคำศัพท์ในการด่าทอของพวกเขาน่ะ มันคับแคบและแห้งแล้งพอ ๆ กับขนาดพื้นที่ประเทศของพวกเขานั่นแหละ”
เขาหยุดพูดและยักไหล่เบา ๆ
“บางที ผมก็แอบสงสัยเหมือนกันนะว่า คนพวกนี้อาจจะเป็น ‘แฟนคลับตัวยง’ ที่แฝงตัวมาหรือเปล่า? ไม่งั้นพวกมันจะยอมเสียสละเวลาอันมีค่ามาตามส่องดูผมคุมทีมทุกแมตช์ได้ยังไงกันล่ะ จริงไหม?”
เหยียนหยวนชูโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง แล้วเลื่อนไปหาข้อความยาวเหยียดที่ดูจะเตะตาเป็นพิเศษ
“คุณคิโยโตะจากโตเกียว ญี่ปุ่น คนนี้ ส่งข้อความมาบอกผมว่า เขาหวังว่าผมจะ ‘หายสาบสูญไปตลอดกาล’ และเขาก็ขยันส่งข้อความเนื้อหาคล้าย ๆ กันแบบนี้มาหาผมติดต่อกันถึงหกแมตช์รวดเลยนะ
เห็นได้ชัดเลยว่าเขาเป็น ‘แฟนคลับ’ ที่เหนียวแน่นและจงรักภักดีมาก เขาไม่เคยลืมที่จะทักมาเตือนความจำว่าเขายังมีชีวิตอยู่หลังจบแมตช์ทุกครั้ง ผมล่ะซาบซึ้งใจในความพยายามอย่างไม่ลดละของเขาจริง ๆ”
เมื่อสิ้นประโยค เสียงหัวเราะในห้องแถลงข่าวก็ยิ่งดังกึกก้องขึ้นไปอีก แม้แต่นักข่าวฝั่งชตุทการ์ทที่เป็นคนเปิดประเด็นถามคำถามนี้ ก็ยังอดไม่ได้ที่จะก้มหน้างุดด้วยความอับอาย
เหยียนหยวนวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ และกล่าวสรุปปิดท้ายด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย
“ในฐานะเฮดโค้ช หน้าที่ความรับผิดชอบของผมคือการพาทีมกวาดชัยชนะมาให้ได้ ไม่ใช่การทำตัวเป็นแม่พระเพื่อเอาใจใครหน้าไหนทั้งนั้น
ถ้ามีใครบางคนเกิดจะมาหัวเสียทุรนทุรายเพียงเพราะผมทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีล่ะก็ มันก็ยิ่งเป็นเครื่องการันตีว่า ผมมาถูกทางและทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว
ส่วนพวกคำวิพากษ์วิจารณ์และข้อความโจมตีพวกนั้นน่ะเหรอ... ” เขาผายมือออก ยิ้มบาง ๆ อย่างไม่ยี่หระและเยือกเย็น
“ผมคงพูดได้แค่ว่า บางทีผมอาจจะเก่งเกินไปจนทำให้พวกมันอิจฉาตาร้อนจริง ๆ ก็ได้มั้ง”
บรรดานักข่าวทั้งห้องพร้อมใจกันปรบมือดังกึกก้อง คำตอบที่ทั้งตลกร้ายแต่ก็เชือดเฉือนถึงทรวงของเหยียนหยวน ไม่เพียงแต่จะปัดเป่าข้อกังขาและดราม่าให้ปลิวหายไปได้อย่างชาญฉลาด แต่มันยังช่วยให้เขาสามารถคุมจังหวะและบรรยากาศของงานแถลงข่าวไว้ได้อยู่หมัดอีกด้วย
นักข่าวแฟนบอลชตุทการ์ทคนนั้น เมื่อรู้ตัวว่าขืนดึงดันต่อไปก็คงรังแต่จะทำให้ตัวเองขายหน้าเปล่า ๆ ก็จำใจต้องนั่งลงไปตามระเบียบ
เหยียนหยวนแกล้งทำสีหน้าหวาดผวาและพูดติดตลกทิ้งท้ายว่า
“ผมหวังว่าวันนี้จะไม่มีนักข่าวจากญี่ปุ่นแฝงตัวอยู่ในห้องนี้นะครับ ไม่งั้นผมคงขวัญผวาแย่เลย”
ทั่วทั้งห้องระเบิดเสียงหัวเราะครืนดังลั่นสนั่นหวั่นไหวอีกครั้ง
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล
จบตอน
By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล
═❀═❀═❀═❀═❀═❀═