- หน้าแรก
- ฟุตบอล ผมมีระบบผู้จัดการทีมเอฟเอ็ม
- บทที่ 28 อวยพรปีใหม่ล่วงหน้า และประกาศคัดตัวนักเตะ
บทที่ 28 อวยพรปีใหม่ล่วงหน้า และประกาศคัดตัวนักเตะ
บทที่ 28 อวยพรปีใหม่ล่วงหน้า และประกาศคัดตัวนักเตะ
บทที่ 28 อวยพรปีใหม่ล่วงหน้า และประกาศคัดตัวนักเตะ
ในงานแถลงข่าวหลังเกม เมื่อต้องเผชิญกับฝูงนักข่าวที่ห้อมล้อม เหยียนหยวนยังคงรักษารอยยิ้มอันเยือกเย็นและเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจเอาไว้ได้
เขานั่งอยู่ตรงกลางโต๊ะแถลงข่าว สวมชุดสูทสุดเนี้ยบ มีอุปกรณ์บันทึกเสียงและไมโครโฟนจ่ออยู่ตรงหน้า รายล้อมไปด้วยนักข่าวที่กระตือรือร้นรอจะยิงคำถาม
นักข่าวจาก ‘แวนการ์ด สปอร์ตส์’ เป็นฝ่ายเปิดฉากถามก่อน
“โค้ชเหยียนครับ แทคติกกับดักล้ำหน้าของคุณวันนี้มันได้ผลชะงัดมากเลยนะครับ เอ็มลาปา กองหน้าของโบคุ่ม ถึงกับฟิวส์ขาดไปหลายรอบเพราะแทคติกนี้เลย คุณมีมุมมองยังไงกับสถานการณ์นี้ครับ?”
เหยียนหยวนยิ้มบาง ๆ และผายมือออกเบา ๆ
“ผมต้องขอบอกเลยว่า เอ็มลาปาเป็นกองหน้าที่มีพรสวรรค์มากคนหนึ่งเลยนะครับ ทั้งสปีดและพละกำลังของเขามันโดดเด่นมาก และเขาก็สร้างความอันตรายให้เราได้หลายครั้งเลยทีเดียว แต่น่าเสียดายไปนิดนึงที่ความเข้าใจเรื่องพื้นที่ของเขายังต้องปรับปรุงอีกหน่อย โดยเฉพาะเรื่องคอนเซปต์ของ ‘ไลน์ล้ำหน้า’ น่ะครับ”
เสียงหัวเราะครืนดังลั่นห้อง บรรดานักข่าวรู้สึกขบขันกับคำตอบของเหยียนหยวน
เหยียนหยวนจิบน้ำแร่เล็กน้อยแล้วพูดต่อ
“ส่วนเรื่องอารมณ์ความรู้สึก ผมมองว่าฟุตบอลมันเป็นกีฬาที่ต้องใช้อารมณ์ร่วมสูง การควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของเกมแหละครับ ปัญหาของเขา... อืม ผมว่าเขาอาจจะต้องหัดคุม ‘แพสชัน’ ของตัวเองให้อยู่หมัดสักหน่อยนะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงที่คริสต์มาสใกล้จะมาถึงแบบนี้ด้วย
ท้ายที่สุดแล้ว อารมณ์ความรู้สึกในช่วงเวลานี้มันควรจะอบอวลไปด้วยความสุขสิครับ ไม่ใช่มานั่งผลักอกกองหลังของเราแล้วก็คิดแต่จะพุ่งเข้าไปบวกกับพวกเขา แบบนั้นมันไม่ค่อยจะเป็นมิตรเท่าไหร่เลยนะครับ”
นักข่าวทั้งห้องระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอีกครั้ง แม้แต่นักข่าวที่นั่งก้มหน้าก้มตาพิมพ์งานอยู่ตรงมุมห้อง ก็ยังอดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นมาขำ
นักข่าวอีกคนยกมือขึ้น เขารู้สึกว่าคำถามก่อนหน้านี้อาจจะดูก้าวร้าวไปหน่อย จึงถามด้วยน้ำเสียงหยั่งเชิง
“คุณเหยียนครับ แฟนบอลโบคุ่มโห่ใส่คุณไม่หยุดเลยตลอดทั้งเกม แถมบางคนยังตะโกนด่าว่าคุณ ‘เจ้าเล่ห์เพทุบาย’ ด้วย คุณมีอะไรจะตอบโต้เรื่องนี้ไหมครับ?”
ประกายความเจ้าเล่ห์แวบขึ้นมาในดวงตาของเหยียนหยวน เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูเว่อร์วังนิด ๆ
“เจ้าเล่ห์เพทุบายงั้นเหรอ? สำหรับคนเป็นโค้ช คำวิจารณ์แบบนี้ถือว่าเลอค่ามากเลยนะครับ ผมดีใจมากนะที่พวกเขามองผมแบบนั้น แทคติกของผมก็แค่การฉกฉวยความได้เปรียบจากกฎกติกาให้ถูกต้องที่สุดเท่าที่จะทำได้ก็เท่านั้นเอง หรือผมควรจะไปโค้งคำนับขอโทษแฟนบอลโบคุ่มดีล่ะ? ‘ขอโทษทีนะ กองหลังของผมมันยืนตำแหน่งกันเป๊ะเกินไป กองหน้าพวกคุณก็เลยล้ำหน้าหัวทิ่มหัวตำแบบนั้นน่ะ?’”
ด้วยคำตอบสุดกวนโอ๊ยนี้ บรรยากาศในห้องก็ผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด
นักข่าวจาก ‘มิวนิก สปอร์ตส์ วีกลี’ ถามขึ้น
“โค้ชเหยียนครับ คริสต์มาสใกล้จะมาถึงแล้ว คุณวางแผนจะฉลองยังไงบ้างครับ? คุณเป็นคนจีน คงไม่มีธรรมเนียมฉลองคริสต์มาสใช่ไหมครับ?”
เหยียนหยวนยิ้มบาง ๆ เมื่อได้ยินคำถามนี้ เขานั่งยืดตัวตรงขึ้นเล็กน้อย เคาะโต๊ะเบา ๆ แสร้งทำเป็นครุ่นคิดอย่างจริงจังอยู่ครู่หนึ่ง
“คริสต์มาสงั้นเหรอ... พูดตรง ๆ เลยนะ ผมไม่ได้มีแผนอะไรเป็นพิเศษเลยครับ ถ้าจะต้องเค้นหาแผนการให้ได้สักอย่างล่ะก็ ช่วงนี้ผมมีเปเปอร์ฉบับใหม่ที่ต้องปั่นให้เสร็จ ผมเลยกะว่าจะใช้ช่วงหยุดคริสต์มาสให้เป็นประโยชน์ด้วยการหมกตัวเป็น ‘เด็กเนิร์ด’ ซะหน่อยน่ะครับ”
ทันทีที่สิ้นประโยค ทั่วทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบงันไปสองวินาทีเต็ม จากนั้นบรรดานักข่าวก็แสดงสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ และเริ่มหันไปซุบซิบกันเอง
นักข่าวจากบิลด์ทนความอยากรู้อยากเห็นไม่ไหว ต้องถามจี้ต่อ: “เปเปอร์เหรอครับ? โค้ชเหยียน คุณยังมีงานวิชาการที่ต้องส่งอาจารย์อยู่อีกเหรอครับ? มันเกี่ยวกับเรื่องฟุตบอลหรือเปล่าครับ?”
เหยียนหยวนโบกมือปฏิเสธ ยิ้มสบาย ๆ
“ไม่ใช่ ๆ ๆ มันเป็นเปเปอร์สายวิทยาการคอมพิวเตอร์น่ะครับ อันที่จริง เปเปอร์ฉบับก่อนหน้านี้ของผมก็เพิ่งจะได้รับการตีพิมพ์ในวารสารของมหาวิทยาลัยไปหมาด ๆ เลยนะ เนื้อหาก็จะวนเวียนอยู่กับการวิเคราะห์ข้อมูลและการหาค่าเหมาะที่สุดของอัลกอริทึมนั่นแหละครับ”
คำพูดนี้ทำเอาบรรดานักข่าวในห้องฮือฮาขึ้นมาทันที ทุกคนหยุดจดบันทึก อ้าปากค้าง จ้องมองเหยียนหยวนราวกับว่าเขาเป็นมนุษย์ต่างดาว
นักข่าวบางคนที่เพิ่งเคยสัมภาษณ์เหยียนหยวนเป็นครั้งแรก ถึงกับอดไม่ได้ที่จะพึมพำเบา ๆ
“คนคนนี้มันเป็นอัจฉริยะประเภทไหนกันวะเนี่ย?”
นักข่าวพวกนี้เห็นได้ชัดว่าไม่เคยดูบทสัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ของเหยียนหยวน พวกเขาถึงได้ตกใจเบอร์แรงขนาดนี้เมื่อได้ยินความจริง
เมื่อเห็นปฏิกิริยาดังนั้น เหยียนหยวนก็ยักไหล่ ทำหน้าตาใสซื่อบริสุทธิ์
“อะไรกัน? พวกคุณคิดว่าผมเป็นแค่โค้ชที่รู้แต่เรื่องแทคติกฟุตบอลอย่างเดียวงั้นเหรอ? ผมว่าผมดูเหมือนพวกเด็กเนิร์ดบ้าคอมพิวเตอร์มากกว่าอีกนะ”
บรรดานักข่าวพากันหัวเราะร่วน
นักข่าวคนหนึ่งจึงถามต่อ
“ถ้าอย่างนั้น โค้ชเหยียนครับ นอกจากการปั่นเปเปอร์แล้ว คุณมีแผนจะทำกิจกรรมผ่อนคลายอย่างอื่นในช่วงคริสต์มาสบ้างไหมครับ?”
เหยียนหยวนยิ้มและพยักหน้า
“แน่นอนสิครับ ยกตัวอย่างเช่น การหมกตัวอยู่บ้านเล่น FIFA นั่นแหละคือหนึ่งในวิธีคลายเครียดสุดโปรดของผมเลยล่ะ หรือบางที ผมอาจจะแวะไปจิบเบียร์ชิล ๆ ตามผับในมิวนิกสักสองสามแก้ว แล้วรอดูซิว่าจะบังเอิญเจอแฟนบอล 1860 มิวนิก ใจดีเลี้ยงเบียร์ผมบ้างไหม เบียร์มิวนิกนี่มันเด็ดจริง ๆ นะครับ”
“เดี๋ยวผมเป็นเจ้ามือเลี้ยงเบียร์คุณเองครับ โค้ชเหยียน!”
“ผมด้วย!!!”
“เดี๋ยวผมเลี้ยงเองครับ โค้ชเหยียน! ผมคนมิวนิกแต่กำเนิด แถมเป็นแฟนคลับตัวยงของคุณเลยนะ!!!”...
นักข่าวใจกล้าสองสามคนที่อยู่ด้านล่างเวทีเริ่มผสมโรงเล่นมุกด้วย บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนานเฮฮา
จากนั้น เหยียนหยวนก็เปลี่ยนหัวข้อสนทนา และรอยยิ้มของเขาก็ดูอบอุ่นขึ้นเล็กน้อย
“ธรรมเนียมการฉลองวันหยุดปีใหม่ของคนจีนกับคนยุโรปมันต่างกันน่ะครับ คริสต์มาสไม่ได้เป็นเทศกาลที่สลักสำคัญอะไรมากมายสำหรับพวกเราชาวจีนหรอก
วันหยุดที่ยิ่งใหญ่และสำคัญที่สุดสำหรับพวกเราจริง ๆ ก็คือเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ หรือที่เรียกกันว่าวันตรุษจีนนั่นแหละครับ วันนั้นคือวันที่ครอบครัวจะได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันและเฉลิมฉลองกันอย่างยิ่งใหญ่ เราจะกินข้าวร่วมโต๊ะกัน กินเกี๊ยว ดูรายการกาล่า แล้วก็มีธรรมเนียมประเพณีสนุก ๆ อีกเพียบเลยล่ะครับ มันเป็นช่วงเวลาที่ครึกครื้นสุด ๆ ไปเลย”
บรรดานักข่าวตั้งใจฟังอย่างสนใจ นักข่าวรุ่นเก๋าบางคนคุ้นเคยกับคำว่าเทศกาลฤดูใบไม้ผลิอยู่แล้ว ในขณะที่คนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวก็เริ่มหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาค้นหาคำว่า ‘วันตรุษจีน’ ทันที
นักข่าวจาก ‘มิวนิก สปอร์ตส์ อ็อบเซิร์ฟเวอร์’ ถามขึ้น: “ฟังดูน่าสนใจมากเลยครับ โค้ชเหยียน แล้วคุณมีแพลนจะฉลองตรุษจีนยังไงบ้างครับ?”
เหยียนหยวนผายมือและยิ้มกว้าง
“ผมเป็นโค้ชนะครับ สำหรับผมแล้ว การคว้าชัยชนะในแมตช์การแข่งขันคือวิธีฉลองที่ดีที่สุดเสมอ ผมหวังว่าจะได้ก้าวเข้าสู่ปีใหม่ด้วยวิธีนี้นะครับ”
เมื่องานแถลงข่าวใกล้จะจบลง เหยียนหยวนก็ลุกขึ้นยืน โบกมือให้นักข่าวที่อยู่ด้านล่างเวที และกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
“เอาล่ะ ผมคงไม่พูดอะไรไปมากกว่านี้แล้ว ผมขอใช้โอกาสนี้อวยพรปีใหม่ล่วงหน้าให้กับทุกท่านเลยนะครับ และขออวยพรให้แฟนบอล 1860 มิวนิก รวมถึงแฟนบอลสโมสรอื่น ๆ มีความสุขในวันปีใหม่ด้วย! ไม่ว่าจะเป็นคริสต์มาสหรือตรุษจีน ผมก็ขอให้ทุกคนมีความสุขสนุกสนานกันถ้วนหน้านะครับ การได้กลับไปอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัวคือสิ่งที่ประเสริฐที่สุดแล้วล่ะครับ”
“สวัสดีปีใหม่ครับ โค้ชเหยียน!”
“สวัสดีปีใหม่ครับ โค้ชเหยียน! พวกเราเชื่อมั่นใน 1860 มิวนิก!”...
งานแถลงข่าวจบลงด้วยบรรยากาศที่ชื่นมื่นและเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
...
ด้วยออร่าของสถิติชนะรวดแปดนัดติดในลีก ช่วงนี้เหยียนหยวนไม่เพียงแต่จะโกยความนิยมจากแฟนบอลไปได้เป็นกอบเป็นกำเท่านั้น แต่งานแถลงข่าวที่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์ขันของเขา ยังดันให้เขากลายเป็น ‘ทอล์กออฟเดอะทาวน์’ ประจำเมืองมิวนิกอีกด้วย
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การแนะนำเทศกาลตรุษจีนของเขาอย่างออกรสออกชาติ ได้กลายเป็นประเด็นร้อนที่สื่อสำนักใหญ่ต่างแย่งกันทำข่าว
‘มิวนิกเดลี’ ตีพิมพ์บทความสกู๊ปพิเศษพาดหัวว่า: “เหยียนหยวน เฮดโค้ช 1860 มิวนิก ... ปรมาจารย์แทคติกบนผืนหญ้า ควบตำแหน่งทูตวัฒนธรรมจีน”
บทความนี้บรรยายถึงบทสนทนาสุดฮาของเหยียนหยวนในงานแถลงข่าวอย่างละเอียดยิบ เผลอ ๆ ยังแบ่งพื้นที่หน้ากระดาษไปอธิบายธรรมเนียมประเพณีของวันตรุษจีนซะยาวยืดอีกต่างหาก
บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ลงทุนไปสัมภาษณ์นักศึกษาต่างชาติชาวจีนหลายคน และแทรกรูปภาพประกอบเทศกาลตรุษจีนอย่าง ‘มื้อค่ำวันรวมญาติ’, ‘อาหารมื้อค่ำวันส่งท้ายปีเก่า’, และ ‘การเชิดมังกรเชิดสิงโต’ เพื่อให้ชาวมิวนิกได้สัมผัสถึงความครึกครื้นและความอบอุ่นของเทศกาลจากแดนตะวันออกนี้ได้อย่างใกล้ชิด
ในขณะเดียวกัน ‘มิวนิก สปอร์ตส์ อีฟนิงนิวส์’ ก็เขียนไว้ว่า:
“ในที่สุดพวกเราก็เข้าใจกระจ่างแจ้งแล้วว่าทำไมโค้ชเหยียนถึงสามารถยืนสั่งการอยู่ข้างสนามได้อย่างเยือกเย็นมาโดยตลอด เขาเติบโตมาจากประเทศที่มีอารยธรรมและวัฒนธรรมอันล้ำลึกและเก่าแก่อย่างประเทศจีนนี่เอง และก็เป็นเพราะความสุขุมและสติปัญญาที่ฝังรากลึกมาจากวัฒนธรรมโบราณนี้นี่แหละ ที่ทำให้ 1860 มิวนิก กวาดชัยชนะมาครองได้อย่างต่อเนื่อง!”
ไม่ว่าจะตามสถานีรถไฟใต้ดิน, ผับบาร์, หรือแม้แต่ในตลาดคริสต์มาสในมิวนิก ผู้คนต่างก็จับกลุ่มพูดคุยกันถึงประเด็นนี้
แฟนบอลมิวนิกหลายคนถึงกับพูดติดตลกเลยว่า ของขวัญคริสต์มาสปีนี้ของพวกเขาคือการได้ ‘เปิดหูเปิดตา’...เพราะเหยียนหยวน ทำให้พวกเขาได้รู้จักเทศกาลตรุษจีนและเรื่องราวสนุก ๆ ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของวันปีใหม่มากขึ้น
“เหยียนคือโค้ชที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจที่สุดในมิวนิกเลยล่ะ เขามีความเป็นมนุษย์ปุถุชนมากกว่าอันเชลอตติซะอีก เขาไม่ได้รู้แค่เรื่องฟุตบอลอย่างเดียวนะ”
ชาวเมืองคนหนึ่งให้สัมภาษณ์
“คำพูดของเขาทำให้ฉันนึกขึ้นมาได้เลยว่า พอถึงวันตรุษจีน ฉันจะต้องทำอาหารจีนรสชาติออริจินัลกินสักมื้อให้ได้”
คลิปวิดีโอบทสัมภาษณ์ของเหยียนหยวนไม่เพียงแต่จะฮิตระเบิดระเบ้อในมิวนิกเท่านั้น แต่มันยังกลายเป็นไวรัลลามปามไปถึงในประเทศจีนอย่างรวดเร็ว เว็บไซต์พอร์ทัลและบัญชีโซเชียลมีเดียชื่อดังหลายแห่งในประเทศต่างก็นำคลิปสัมภาษณ์ของเขาไปรีโพสต์กันกระหน่ำ
“พี่ชายฉันนี่มันเท่ระเบิดไปเลยว่ะ ตอบคำถามนักข่าวไปพร้อม ๆ กับการเผยแพร่วัฒนธรรมบ้านเราไปด้วย”
ชาวเน็ตคนหนึ่งคอมเมนต์บนเวยปั๋ว
“การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมด้วยวิธีนี้มันได้ใจคนไปเต็ม ๆ เลยนะเนี่ย”
ชาวเน็ตอีกคนก็เข้ามาคอมเมนต์ชื่นชม
ผู้คนทั่วไปที่บังเอิญผ่านมาเห็นคลิปนี้ ก็โดนตกกลายเป็นแฟนคลับของเหยียนหยวนไปตาม ๆ กัน
“เมื่อก่อนฉันดูแต่พวกห้าลีกใหญ่ เพิ่งจะเคยได้ยินนี่แหละว่ามีคนจีนไปคุมทีมในบุนเดสลีกา 2 แถมยังพาทีมชนะแปดนัดรวดอีก โค้ชคนนี้แม่งโคตรเจ๋งเลยว่ะ”
แฮชแท็ก ‘เฮดโค้ช 1860 มิวนิก อวยพรปีใหม่’ พุ่งทะยานติดลมบนบนเทรนด์ฮิตในประเทศทันที ช่องคอมเมนต์ล้นทะลักไปด้วยเสียงชื่นชมสารพัดรูปแบบ แถมยังมีแฟนคลับบางคนเข้ามาคอมเมนต์แซวด้วย
“พี่เหยียน อย่ามัวแต่ฝันหวานเรื่องฉลองตรุษจีนเลยครับ ผมแอบไปส่องตารางแข่งของพี่มาแล้ว วันตรุษจีนพี่มีคิวต้องคุมทีมลงเตะนะคร้าบ (อีโมจิหน้าหมา)”
นักศึกษาชาวจีนบางคนที่เรียนอยู่ในมิวนิก ถึงกับส่งคำเชิญไปหาเหยียนหยวนด้วยซ้ำ
“พี่ชาย คืนวันตรุษจีนมาฉลองปีใหม่กับพวกเราไหม? แถวนี้มีเชฟฝีมือเด็ดทำอาหารได้ตั้งหลายสไตล์เลยนะ”
“ลูกพี่ ผมก็เป็นคนส่านซีเหมือนกันครับ สนใจรับโร่วเจียหมัว (เบอร์เกอร์จีน) สักชิ้นไหม? ผมทำเนื้อตุ๋นล่าจือเป็นด้วยนะ”
เหยียนหยวนเองเลือกที่จะเก็บตัวเงียบ ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่เมื่อต้องเผชิญกับกระแสตอบรับอันร้อนแรงจากทั้งในและนอกประเทศ เขาก็อดไม่ได้ที่จะอัปเดตโพสต์บนโซเชียลมีเดียส่วนตัว
“เดินเตร็ดเตร่ในมิวนิก ดันไปเจอร้านเกี๊ยวเข้าให้ สงสัยคงต้องแวะกินซะหน่อยแล้วล่ะ”
รูปภาพประกอบเป็นร้านอาหารจีนที่เขาบังเอิญเดินไปเจอตามตรอกซอกซอยในมิวนิก...ป้ายหน้าร้านเขียนสองภาษาทั้งจีนและเยอรมันหราอยู่เด่นหรา
ป้ายนั้นเขียนว่า: “ปาร์ตี้เกี๊ยวฉลองเทศกาลตรุษจีน”
...
17 ธันวาคม อัลลิอันซ์อาเรนา
1860 มิวนิก ลงเตะแมตช์ส่งท้ายปี 2016 โดยเปิดบ้านรับการมาเยือนของไฮเดนไฮม์ ทีมที่กำลังดิ้นรนหนีตายอยู่โซนท้ายตาราง
บรรยากาศในแมตช์นี้เดือดพล่านยิ่งกว่านัดไหน ๆ แฟนบอล 1860 มิวนิก แห่กันเข้ามาชมเกมจนเกือบจะล้นทะลักความจุของอัลลิอันซ์อาเรนา ทุกคนต่างก็หวังว่าจะได้เห็นทีมรักของพวกเขาปิดฉากปี 2016 ด้วยชัยชนะอันงดงาม
แฟนบอลหลายคนเตรียมป้ายที่มีตัวเลขขนาดใหญ่มาด้วย หวังลึก ๆ ว่าทีมจะสามารถทำสถิติชนะรวดเก้านัดติดได้สำเร็จ
ระหว่างการประชุมแทคติกก่อนเริ่มเกม เหยียนหยวนดูเยือกเย็นเป็นพิเศษ แมตช์นี้เขาตัดสินใจจะโรเตชันนักเตะบางตำแหน่ง โดยจับเอาโมลส์แบร์เกอร์ กองกลางตัวรับสำรองลงเป็นตัวจริง
การจัดทัพแบบนี้ทำเอาหลายคนเซอร์ไพรส์ไม่น้อย แต่เหยียนหยวนก็อธิบายให้โลกภายนอกฟังว่า:
“มิชาเอลกรำศึกหนักมาค่อนฤดูกาลแล้ว วันนี้ปล่อยให้เขาพักผ่อนก่อนกำหนดละกันครับ หลังคริสต์มาสเขาค่อยกลับมาลุยต่อ”
ทันทีที่เสียงนกหวีดเริ่มเกมดังขึ้น 1860 มิวนิก ก็เข้าควบคุมสถานการณ์ไว้ได้อย่างเบ็ดเสร็จ
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับไฮเดนไฮม์ที่มีขุมกำลังเป็นรองกว่าอย่างเห็นได้ชัด พวกเขาก็ครองความได้เปรียบแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ทั้งในเรื่องของเปอร์เซ็นต์การครองบอลและจังหวะทรานซิชันระหว่างเกมรุกและเกมรับ
นาทีที่ 30 ชเตฟาน ปีกขวาตัวจี๊ด เปิดบอลครอสเข้ากลางสุดแม่นยำ โฟลเรียน กองกลางตัวเก่ง เทกตัวขึ้นสูงและโหม่งบอลตุงตาข่าย พาทีมขึ้นนำไปก่อน
ประตูนี้จุดไฟให้บรรยากาศในสนามลุกโชนขึ้นมาทันที แฟนบอลส่งเสียงเชียร์ดังกึกก้องกังวาน บางคนถึงกับชูป้ายผ้าที่มีข้อความว่า “ราชาแห่งอัลลิอันซ์” เพื่อเป็นการปลุกใจทีม
เข้าสู่ครึ่งหลัง ไฮเดนไฮม์พยายามจะโหมบุกหนักขึ้น แต่แทคติกเกมรับของเหยียนหยวนนั้นรัดกุมสุด ๆ แทบจะไม่เปิดโอกาสให้คู่แข่งได้ง้างเท้ายิงจัง ๆ เลย
นาทีที่ 70 1860 มิวนิก ก็ฉกฉวยโอกาสทองได้อีกครั้ง สตอยคอวิช กองหลังจอมแกร่ง เติมเกมรุกขึ้นไปในกรอบเขตโทษจากจังหวะเตะมุม และซัดประตูหนีห่างเป็น 2-0 ด้วยลูกยิงเลียดสุดสวย
ประตูนี้ทำลายขวัญกำลังใจของนักเตะไฮเดนไฮม์จนป่นปี้ ทำให้พวกเขาเล่นแบบประคองตัวไปวัน ๆ ในช่วงเวลาที่เหลือของการแข่งขัน
ท้ายที่สุด แมตช์ก็จบลงด้วยสกอร์ 2-0 1860 มิวนิก ต้อนรับชัยชนะนัดที่เก้าติดต่อกันในลีกด้วยฟอร์มการเล่นที่เฉียบขาดและหมดจด นี่ไม่เพียงแต่จะเป็นการปิดฉากปี 2016 ได้อย่างเพอร์เฟกต์สำหรับสโมสรเท่านั้น แต่มันยังถือเป็นหนึ่งในผลงานชิ้นเอกระดับมาสเตอร์พีซ ภายใต้การกุมบังเหียนของเฮดโค้ชเหยียนหยวนอีกด้วย
“เหยียน! เหยียน! ราชาแห่งอัลลิอันซ์, เหยียน!!!”
“จิตวิญญาณแห่งมิวนิก, ความภาคภูมิใจแห่งมิวนิก!”
หลังจบเกม แฟนบอลต่างพากันตะโกนเรียกชื่อเขา เพื่อเป็นการขอบคุณที่เขาเข้ามาช่วยกอบกู้ทีมให้หลุดพ้นจากวิกฤตได้อย่างสมบูรณ์แบบ
...
บรรยากาศในงานแถลงข่าวหลังเกมก็ยังคงผ่อนคลายและครึกครื้นเหมือนเช่นเคย เหยียนหยวนตอบคำถามนักข่าวเกี่ยวกับรูปเกม, พูดถึงฟอร์มการเล่นของทีม, และชื่นชมผลงานอันยอดเยี่ยมของโมลส์แบร์เกอร์
จังหวะที่บรรดานักข่าวคิดว่าการให้สัมภาษณ์กำลังจะสิ้นสุดลง จู่ ๆ เหยียนหยวนก็เปลี่ยนหัวข้อสนทนา เขามองดูนักข่าวที่อยู่ด้านล่างด้วยความสนใจ
และเอ่ยถามขึ้นมาว่า:
“ทุกคนครับ พวกเราก็คุ้นหน้าคุ้นตากันดีระดับนึงแล้วเนอะ ผมขอถามอะไรสักอย่างได้ไหมครับ?”
นักข่าวชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะและพยักหน้ารับกันเป็นแถว
“แน่นอนครับ โค้ชเหยียน คุณอยากจะถามอะไรล่ะครับ?”
เหยียนหยวนยิ้มอย่างมีเลศนัยและพูดด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ:
“ถ้าผมจะขอให้พวกคุณช่วยลงโฆษณาให้ทีมเราหน่อย พวกคุณจะคิดราคาคนกันเองให้ผมไหม? หรือเผลอ ๆ อาจจะใจป้ำลงโฆษณาให้ฟรีไปเลย?”
เสียงหัวเราะครืนดังลั่นมาจากด้านล่างเวที บรรดานักข่าวรู้สึกประหลาดใจ แต่ก็อดขำไม่ได้กับความใจกล้าหน้าด้านของเหยียนหยวน
นักข่าวจาก ‘มิวนิก สปอร์ตส์ วีกลี’ หัวเราะและตอบกลับ: “โค้ชเหยียนครับ คุณน่ะขาประจำในหน้าข่าวของเราอยู่แล้ว แถมบรรณาธิการบริหารของเราก็ยังเป็นแฟนคลับของ 1860 ด้วยนะ เขาต้องยอมลงโฆษณาให้ฟรีชัวร์ ๆ ครับ”
นักข่าวอีกคนก็ผสมโรงพูดติดตลก: “แต่คุณต้องรับปากนะว่าจะพาทีมชนะต่อไปเรื่อย ๆ ไม่งั้นพวกเราคงนึกพาดหัวข่าวไม่ออกแน่ ๆ”
เหยียนหยวนพยักหน้ารับและพูดอย่างขึงขัง: “โอเค ดีลครับ เอาจริง ๆ นะ ผมมีเรื่องอยากจะให้พวกคุณช่วยจริง ๆ แหละ
ช่วงตลาดหน้าหนาวนี้ ผมมีแผนจะดึงตัวกองหลังดาวรุ่งอายุสัก 16-17 ปี มาร่วมทีมสักคน ผมก็เลยอยากจะใช้ช่องทางของพวกคุณในการกระจายข่าวนี้ออกไป เผื่อจะช่วยดึงดูดความสนใจได้บ้างน่ะครับ”
ทันทีที่พูดจบ บรรดานักข่าวก็หูผึ่งทันทีและรุมซักไซ้ไล่เลียงรายละเอียด
“คุณมองหานักเตะแค่ในละแวกนี้ หรือว่าเปิดรับจากทั่วประเทศเลยครับ?”
“มีสเปกเฉพาะเจาะจงสำหรับกองหลังคนนี้ไหมครับ?”
“คุณจะพิจารณาเด็ก ๆ จากอะคาเดมีเยาวชนด้วยไหมครับ?”
เหยียนหยวนตอบพร้อมรอยยิ้ม: “ถ้าเป็นเด็กมิวนิกท้องถิ่นจะพิจารณาเป็นพิเศษครับ กุญแจสำคัญคือต้องมีศักยภาพแฝง, สามารถปรับตัวเข้ากับจังหวะเกมของทีมเราได้, และที่สำคัญคือต้องติดดิน, ใจสู้, และมีความแข็งแกร่งครับ
ผมเชื่อว่าตอนนี้นักเตะดาวรุ่งหลายคนคงอยากจะมาร่วมทัพชุดใหญ่ของ 1860 กันใจจะขาดแล้วล่ะ
ผมคงไม่พิจารณาเด็กจากอะคาเดมีเยาวชนหรอกครับ ผมลองไปแย๊บ ๆ ถามพวกหัวหน้าอะคาเดมีเหล่านั้นมาแล้ว พวกเขาโก่งราคาซะหูฉี่เลยครับ”
บรรดานักข่าวพยักหน้า เห็นด้วยกับความคิดของเหยียนหยวน
นักข่าวหญิงคนหนึ่งเสนอตัวขึ้นมา:
“โค้ชเหยียน ไม่ต้องห่วงนะคะ เดี๋ยวพวกเราจะช่วยกระจายข่าวนี้ให้เอง หนังสือพิมพ์ของเรายอดตีพิมพ์พุ่งกระฉูดในหลายเขตของมิวนิกเลยล่ะค่ะ”
“โค้ชเหยียน ‘แวนการ์ด สปอร์ตส์’ ของเราก็จะช่วยลงข่าวนี้ด้วยเหมือนกันครับ ข่าวแบบนี้นับเป็นเรื่องดีสำหรับทั้งสโมสร 1860 และแฟนบอลเลยครับ”
นักข่าวแทบทุกคนในงานต่างก็ตกปากรับคำว่าจะช่วยตีพิมพ์โฆษณานี้ให้
เหยียนหยวนยิ้ม ลุกขึ้นยืน และปรบมือ
“ถ้าอย่างนั้น ผมก็ขอขอบคุณทุกคนล่วงหน้าเลยนะครับ! ขออวยพรให้ทุกคนมีความสุขในวันคริสต์มาสนะครับ ผมขอประกาศไว้ตรงนี้เลยนะ: ถ้าเราหาคนที่ใช่เจอเมื่อไหร่ ผมจะเป็นเจ้ามือเลี้ยงเบียร์พวกคุณทุกคนเอง!”
บรรดานักข่าวระเบิดเสียงหัวเราะลั่น และงานแถลงข่าวก็ปิดฉากลงอย่างงดงาม
ไม่กี่วันต่อมา
สื่อกีฬาท้องถิ่นในมิวนิกก็คึกคักกันยกใหญ่ หนังสือพิมพ์และนิตยสารหลายฉบับต่างก็ลงประกาศโฆษณาในหน้ากีฬาของตัวเองอย่างโดดเด่น:
【1860 มิวนิก เปิดคัดตัวกองหลังดาวรุ่งวัย 16-17 ปี ด่วน!】
ข่าวนี้ถูกเขียนอธิบายไว้อย่างละเอียดยิบ ระบุคุณสมบัติของผู้สมัครไว้อย่างชัดเจน: สภาพร่างกายต้องฟิตปั๋ง, มีเซนส์ฟุตบอลที่ยอดเยี่ยม, มีความเป็นทีมเวิร์กสูง, มีใจรักฟุตบอล, กล้าหาญ, และมีความเด็ดขาด
และเงื่อนไขที่ล่อตาล่อใจที่สุดก็คือ หากผ่านการคัดตัว เด็กคนนั้นจะได้ก้าวเข้าสู่ทีมชุดใหญ่ในฐานะนักเตะอาชีพทันที สำหรับเด็ก ๆ ที่มีใจรักฟุตบอลแต่ขาดโอกาส นี่ถือเป็นทางลัดสู่การทำความฝันบนเส้นทางลูกหนังให้เป็นจริงอย่างไม่ต้องสงสัย
ในบรรดาสิ่งพิมพ์ที่ลงโฆษณาคัดตัวนี้ ส่วนที่เตะตาที่สุดก็คือการแนบข้อมูลติดต่อของออฟฟิศ 1860 มิวนิก ไว้ด้วย เพื่อความสะดวกของผู้ที่สนใจจะสมัคร
ทันทีที่ข่าวแพร่สะพัดออกไป บรรดาผู้ปกครองในพื้นที่มิวนิกก็เริ่มเคลื่อนไหวทันที
พ่อแม่หลายคนมองดูลูก ๆ ที่บ้าฟุตบอลของตัวเอง แล้วก็เริ่มครุ่นคิด: “ลูกเราจะไหวไหมนะ?”
ในช่วงเวลานั้น “พายุกองหลัง” ก็ได้พัดถล่มครอบครัวชาวมิวนิกไปทั่วทุกหย่อมหญ้า
สายด่วนของสโมสร 1860 แทบจะสายไหม้ พนักงานในออฟฟิศรับสายกันจนหัวหมุน
วินเซนต์ ผู้รับผิดชอบในการลงทะเบียนใบสมัคร บ่นกระปอดกระแปดขณะรับสาย:
“พ่อแม่พวกนี้จริงจังกันเกิ๊น แทบจะบอกกรุ๊ปเลือดลูกตัวเองให้ผมฟังอยู่แล้วเนี่ย”
“เห็นไหมล่ะ? ผมบอกคุณแล้วว่าทีมเราน่ะยังมีแฟนบอลเดนตายอยู่อีกเพียบ”
เหยียนหยวนยืนจิบกาแฟอยู่ข้าง ๆ วินเซนต์แล้วพูดขึ้น
สิ่งที่ตลกยิ่งกว่าก็คือ เด็กบางคนแอบมาสมัครเองโดยไม่ได้บอกพ่อแม่ด้วยซ้ำ
มีเด็กหนุ่มวัย 16 ปีคนหนึ่งโทร.มาที่ออฟฟิศ ทำเสียงกระซิบกระซาบ พยายามไม่ให้พ่อแม่ได้ยิน แล้วพูดว่า:
“สวัสดีครับคุณลุง ผมอยากสมัครคัดตัวครับ พ่อแม่ผมอนุญาตแล้วครับ”
พนักงานได้ยินเสียงตะหลิวเคาะกระทะดังมาจากแบล็กกราวนด์ชัดเจน ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
“ไอ้หนู อย่ามาโกหกกันเลย พ่อแม่หนูรู้เรื่องนี้จริง ๆ ใช่ไหมเนี่ย?”
เด็กหนุ่มรีบตอบกลับมาทันควัน: “รู้สิครับ! พวกท่านสนับสนุนให้ผมเล่นฟุตบอลเต็มที่เลย แถมพวกท่านก็เป็นแฟนบอล 1860 ด้วยนะ”
ผลสรุปคือ เด็กหนุ่มคนนั้นโดนพ่อแม่จับได้ และโดนสวดยับไปตามระเบียบ
กระแสความตื่นตัวในการสมัครไม่ได้หยุดอยู่แค่ในเมือง แต่ยังลุกลามไปถึงเมืองเล็ก ๆ และแถบชานเมืองรอบ ๆ มิวนิกด้วย ผู้ปกครองบางคนถึงขนาดยอมขับรถมาที่หน้าประตูสโมสร 1860 มิวนิก เพื่อนำเอกสารของลูกมาส่งด้วยตัวเอง
ที่เว่อร์วังไปกว่านั้นคือ มีคุณแม่คนหนึ่งหอบจดหมายแนะนำที่เขียนบนกระดาษสีแดงสดมาด้วย โดยอ้างว่าลูกชายของเธอไม่เพียงแต่จะมีสภาพร่างกายที่ฟิตปั๋งเท่านั้น แต่ยังเล่นเปียโนเก่งอีกด้วย ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มสุนทรียภาพทางศิลปะให้กับทีมได้ ทำเอาพนักงานถึงกับอึ้งกิมกี่ไปไม่เป็นเลยทีเดียว
ในห้องทำงานของสโมสร หลังจากได้ยินเรื่องราวสุดฮาพวกนี้ เหยียนหยวนก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหน้าและยิ้มออกมา
“ใครบอกว่า 1860 ของเราไม่มีแฟนบอลกันล่ะ? 1860 ของเราน่ะมีแฟนบอลเยอะจนล้นเลยต่างหาก ดูทรงแล้วเราคงไม่ต้องมานั่งกลุ้มใจเรื่องหาคนมาคัดตัวแล้วล่ะ”
ดูเหมือนว่าคนทั้งเมืองมิวนิกจะถูกปลุกกระแสจาก “ประกาศคัดตัวนักเตะ” ในครั้งนี้ และสโมสร 1860 มิวนิก ก็ได้กลายมาเป็นจุดศูนย์กลางของการพูดคุยในท้องถิ่นอีกครั้ง
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล
จบตอน
By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล
═❀═❀═❀═❀═❀═❀═