เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 มหกรรมถล่มประตูเดือด เปิดฉากเดเอ็ฟเบ-โพคาลรอบแรก

บทที่ 11 มหกรรมถล่มประตูเดือด เปิดฉากเดเอ็ฟเบ-โพคาลรอบแรก

บทที่ 11 มหกรรมถล่มประตูเดือด เปิดฉากเดเอ็ฟเบ-โพคาลรอบแรก


บทที่ 11 มหกรรมถล่มประตูเดือด เปิดฉากเดเอ็ฟเบ-โพคาลรอบแรก

เสียงนกหวีดหมดเวลาครึ่งแรกดังขึ้น บรรดานักเตะ 1860 มิวนิก เดินกลับเข้าห้องแต่งตัวด้วยสกอร์นำหวิว 1-0 แต่สีหน้าของทุกคนยังคงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและสมาธิที่จดจ่อ

พวกเขารู้ดีว่าการแข่งขันยังไม่จบ เวือทซ์บัวร์เกอร์คิกเกอส์จะต้องทุ่มสุดตัวเพื่อบุกสวนกลับในครึ่งหลังอย่างแน่นอน

เหยียนหยวนยืนอยู่กลางห้องแต่งตัว สายตากวาดมองนักเตะทุกคน เมื่อทุกคนนั่งประจำที่เรียบร้อยแล้ว เขาก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ:

“พวกเรา ผลงานในครึ่งแรกถือว่าทำได้ดี แต่ก็ยังดีไม่พอ เราขึ้นนำอยู่ก็จริง แต่มันยังไม่ปลอดภัย โดยเฉพาะจังหวะการประสานงานระหว่างแดนกลางกับริมเส้น จังหวะมันต้องเร็วกว่านี้และมีมิติมากกว่านี้”

เขาหยิบกระดานแทคติกขึ้นมาและสเกตช์จุดสำคัญสองสามจุดอย่างรวดเร็ว:

“การประสานงานระหว่างแดนกลางกับแนวรับของเวือทซ์บวร์กยังหลวม ๆ อยู่ โดยเฉพาะระหว่างชมิดต์ กองกลางตัวรับของพวกเขากับเซ็นเตอร์แบ็ก มันมีช่องโหว่ให้เห็น นี่แหละคือโอกาสของเรา พอเริ่มครึ่งหลัง ผมอยากให้พวกคุณขยี้จุดอ่อนตรงนี้และเจาะทะลวงให้ไวที่สุด”

พูดจบ เขาก็ชี้ไปที่มิชาเอล กองกลางตัวรับ:

“มิชาเอล การเพรสซิงในแดนกลางของคุณต้องดุดันขึ้นอีกนิด ตามประกบนอยมันน์ เพลย์เมกเกอร์ของพวกมันให้ติด อย่าเปิดโอกาสให้มันแจกจ่ายบอลได้สบาย ๆ เด็ดขาด”

มิชาเอลพยักหน้ารับ

“เข้าใจครับ โค้ช อันที่จริงในครึ่งแรกหมอนั่นก็มีจังหวะลนลานตอนครองบอลให้เห็นอยู่หลายครั้ง ผมจะกดดันมันให้หนักขึ้นไปอีกครับ”

“ดีมาก”

เหยียนหยวนหันไปหาชเตฟาน

“ชเตฟาน หน้าที่ของคุณคือการเพิ่มความอันตรายในเกมรุกฝั่งขวา แบ็กซ้ายของพวกมันอ่านเกมรับได้ดี แต่สปีดเต่าคลาน พอคุณกระชากหลุดไปได้ปุ๊บ มันต้องมีโอกาสโผล่มาที่เสาไกลแน่ ๆ”

ชเตฟานกำหมัดแน่นและกล่าวพร้อมรอยยิ้ม:

“โค้ชครับ ครึ่งหลังผมจะโชว์สปีดนรกให้พวกมันดูเป็นขวัญตาแน่นอนครับ”

จากนั้น เหยียนหยวนก็มองไปที่โฟลเรียน

“ไอ้หนู คุณยังเป็นหัวใจในเกมรุกของเรานะ แต่จำไว้ อย่าบ้าเลือดหิวแสง ถ้าโดนรุมประกบ การจ่ายบอลคือทางเลือกที่ดีที่สุด ชเตฟานกับอีวานจะคอยซัพพอร์ตอยู่ คุณต้องยืดหยุ่นกว่านี้ในการปั่นหัวแนวรับของพวกมัน”

โฟลเรียนไม่ได้รู้สึกตะขิดตะขวงใจเลยแม้แต่น้อย ที่เหยียนหยวนซึ่งอายุน้อยกว่าเขาหลายปีจะเรียกเขาว่า “ไอ้หนู”

เขาพยักหน้าและตอบรับอย่างจริงจัง:

“ไม่มีปัญหาครับ โค้ช ผมจะคอยอ่านเกมให้ขาดครับ”

ในที่สุด เหยียนหยวนก็ตบมือฉาดใหญ่ น้ำเสียงเด็ดขาด:

“ครึ่งหลัง เราต้องเล่นให้เร็วกว่าเดิมและแม่นยำกว่าเดิม ชิงจังหวะตั้งแต่เริ่มเกม สร้างความปั่นป่วนตั้งแต่เนิ่น ๆ และบีบให้พวกมันสติแตกไปเลย ออกไปลุยกันให้เต็มที่ พวกเรา โชว์ความแข็งแกร่งของพวกคุณให้พวกมันเห็นซะ!”

เสียงนกหวีดดังขึ้น ครึ่งหลังเปิดฉาก

แฟนบอลเวือทซ์บัวร์เกอร์คิกเกอส์ยังคงตะโกนเชียร์เสียงดังลั่น หวังจะใช้คลื่นเสียงอันอึกทึกกระตุ้นขวัญกำลังใจทีมรัก แต่เพียงแค่ 30 วินาที เสียงเชียร์ของพวกเขาก็ถูกกลบจนมิด

หลังจาก 1860 มิวนิก เขี่ยบอลเริ่มเกม มิชาเอลก็วางบอลขวางสนามไปให้อีวานทางปีกซ้ายอย่างแม่นยำ

อีวานไม่รอช้า สับสปีดกระชากบอลขึ้นหน้าอย่างรวดเร็ว กองหลังคู่แข่งสองคนรีบถอยร่นลงมาปิดมุมทะลวงของเขา แต่อีวานก็ใช้จังหวะสับขาหลอกตัดเข้าในอย่างสวยงาม ก่อนจะแทงบอลทะลุช่องแนวทแยงไปให้โฟลเรียนตรงกลาง

โฟลเรียนพักอกเอาบอลลงอย่างนิ่มนวลตรงริมกรอบเขตโทษ ก่อนจะตวัดวอลเลย์ครอสบอลเปลี่ยนแกนไปทางปีกขวาอย่างรวดเร็ว ชเตฟานกำลังวิ่งสอดขึ้นมาด้วยความเร็วสูง เขาใช้ข้างเท้าด้านนอกแตะบอลลงเบา ๆ จัดระเบียบร่างกาย แล้วตะบันเต็มข้อสุดแรงเกิด!

“โกอออออล!!!”

ผู้บรรยายแทบจะกรีดร้อง

“ชเตฟาน! ครึ่งหลังเพิ่งเริ่มไปแค่ 30 วินาที 1860 มิวนิก ก็บวกประตูเพิ่มได้อีกแล้วครับ!”

ลูกบอลพุ่งแหวกอากาศราวกับลูกปืนใหญ่ เสียบสามเหลี่ยมมุมซ้ายบนเข้าไปอย่างสวยงาม บัคมันน์ ผู้รักษาประตูของเวือทซ์บวร์กหมดสิทธิ์เซฟ ตาข่ายสั่นไหวอย่างรุนแรง โซนแฟนบอลทีมเยือนระเบิดเสียงเฮลั่นทันที ผ้าพันคอและธงโบกสะบัดไปมาในอากาศ ขณะที่โซนแฟนบอลเจ้าบ้านเต็มไปด้วยเสียงโห่ฮาและเสียงถอนหายใจยาว

“ลูกยิงสวยโคตร!”

แฟนบอล 1860 มิวนิก คนหนึ่งตะโกนลั่น โบกแก้วเบียร์ในมืออย่างเมามันส์จนเบียร์แทบจะหกกระฉอกออกมา

“ชเตฟานสุดยอดไปเลยเว้ย!”

“ลูกยิงแบบนั้นบัคมันน์จะไปรับได้ไง เข้าชัวร์ ๆ”

แฟนบอลอีกคนที่อยู่ใกล้ ๆ พูดด้วยความตื่นเต้น

“แนวรับพวกมันโดนฉีกเป็นชิ้น ๆ แล้ว!”

เฮดโค้ชของเวือทซ์บวร์กยืนหัวฟัดหัวเหวี่ยงอยู่ข้างสนาม ตะโกนด่าทอพร้อมสั่งให้ลูกทีมรีบจัดระเบียบการยืนตำแหน่งใหม่ บนผืนหญ้า ชมิดต์ทุบพื้นหญ้าดังปั่กและคำรามใส่เพื่อนร่วมทีม

“มีสมาธิหน่อยโว้ย! อย่าพลาดโง่ ๆ แบบนี้อีก! ตื่นได้แล้วทุกคน นี่มันศึกเดเอ็ฟเบ-โพคาลนะเว้ย!”

หลังจากทำประตูได้ ชเตฟานก็วิ่งฉลองด้วยความดีใจไปที่มุมธง กางแขนออกกว้าง และสไลด์เข่าไปบนผืนหญ้า เพื่อนร่วมทีมรีบวิ่งเข้ามารุมล้อม สวมกอดเขาแน่น

หลังจากประตูแรกของโฟลเรียน แนวรับของเวือทซ์บัวร์เกอร์คิกเกอส์ก็เริ่มมีอาการรวนให้เห็น แม้ว่าทีมเจ้าบ้านจะพยายามตั้งสติประคองเกม แต่ 1860 มิวนิก ก็กุมจังหวะของเกมเอาไว้ได้อย่างเบ็ดเสร็จแล้ว

ความได้เปรียบจากการเล่นในบ้านแทบจะไม่มีความหมายสำหรับเวือทซ์บวร์กอีกต่อไป

นาทีที่ 60 เวือทซ์บวร์กพยายามบีบเพรสซิงเพื่อสร้างโอกาส นอยมันน์ตัดบอลได้ในแดนกลางและรีบแทงบอลให้กองหน้าอย่างโฮลท์มันน์ทันที

โฮลท์มันน์กระชากบอลเข้ากรอบเขตโทษ เตรียมจะง้างเท้ายิง แต่สตอยคอวิช กองหลังของ 1860 มิวนิก วิ่งตีรถกวดลงมาได้ทันท่วงที และเสียบสกัดบอลทิ้งได้อย่างหมดจดและเด็ดขาด สลายวิกฤตไปได้หวุดหวิด

“ยอดเยี่ยมมากครับ!”

ผู้บรรยายอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากชม

“ไม่รู้ว่าพวกคุณสังเกตไหม แต่ตั้งแต่เหยียนหยวนเข้ามากุมบังเหียน 1860 สตอยคอวิชมีพัฒนาการแบบก้าวกระโดดมากเลยนะครับ เขามีจังหวะเซฟสำคัญ ๆ ช่วยทีมแทบจะทุกนัดเลย”

บอลถูกเคลียร์ออกมาที่แดนกลาง และมิชาเอลก็เก็บบอลจังหวะสองได้ทันที เขากวาดสายตามองสถานการณ์บนสนามอย่างใจเย็น ก่อนจะป้ายบอลออกข้างให้โฟลเรียน

หลังจากรับบอล โฟลเรียนก็ใช้จังหวะโยกหลอกเบา ๆ สลัดกองหลังหลุดไปหนึ่งคน ก่อนจะสับสปีดทะลวงขึ้นหน้าอย่างรวดเร็ว เมื่อเผชิญหน้ากับกองหลังคนที่สองที่พุ่งเข้ามาสกัด เขาใช้ข้างเท้าด้านในของเท้าขวาแตะบอลหลบไปทางซ้าย ก่อนจะสับไกยิงทันที

ลูกบอลพุ่งเป็นเส้นโค้งสุดสมบูรณ์แบบ ข้ามปลายนิ้วของบัคมันน์ และเสียบเข้าสามเหลี่ยมมุมซ้ายบนของตาข่ายอย่างหมดจด!

“โกอออออล!!!”

ผู้บรรยายตะโกนจนสุดเสียง

“โฟลเรียนโชว์ความสามารถเฉพาะตัวให้เห็นอีกแล้วครับ ลูกยิงลูกนี้มันเหลือเชื่อจริง ๆ!”

โซนแฟนบอลเจ้าบ้านถอนหายใจพร้อมกันเฮือกใหญ่ตามมาด้วยเสียงโห่ฮา ในขณะที่แฟนบอลทีมเยือนแทบจะคลุ้มคลั่ง

แฟนบอล 1860 รุ่นเดอะที่อุตส่าห์เดินทางไกลมาจากเบอร์ลินลุกขึ้นยืนและตะโกนลั่น

“โฟลเรียนแม่งพ่อมดชัด ๆ! ดูลูกยิงนั่นสิ!”

เขาตบตราสโมสรบนหน้าอกตัวเองด้วยความตื่นเต้น ราวกับว่าสายตาของคนทั้งสนามกำลังจับจ้องมาที่เขาในวินาทีนั้น

อีกด้านหนึ่ง ในห้องบรรยายของสถานีโทรทัศน์จีน ผู้บรรยายก็วิเคราะห์ด้วยความตื่นเต้นเช่นกัน:

“นี่มันลูกยิงระดับโลกชัด ๆ! ตั้งแต่จังหวะรับบอลไปจนถึงจังหวะยิง ทุกการเคลื่อนไหวมันสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ ไม่มีที่ติเลยจริง ๆ ครับ!”

บรรดานักเตะเวือทซ์บวร์กเริ่มแสดงสีหน้าท้อแท้ ชมิดต์พยายามตะโกนสั่งการเรื่องการยืนตำแหน่งให้เพื่อนร่วมทีม แต่ดูเหมือนว่าทุกคนจะหมดเรี่ยวแรงจะสู้ต่อแล้ว

เหยียนหยวนยืนล้วงกระเป๋าอยู่ข้างสนาม คอยสังเกตสถานการณ์บนสนามอย่างเยือกเย็น เขาโบกมือส่งสัญญาณให้ลูกทีมกดดันต่อไป อย่าเปิดโอกาสให้คู่แข่งได้พักหายใจ

เพียงห้านาทีต่อมา 1860 มิวนิก ก็คว้าโอกาสทองได้อีกครั้ง หลังจากรับบอลจากชเตฟานนอกกรอบเขตโทษ โฟลเรียนก็ไม่ลังเล ง้างเท้าตะบันยิงไกลทันที ลูกบอลพุ่งทะยานราวกับลูกปืนใหญ่ที่ถูกยิงออกจากปากกระบอกปืน พุ่งตรงเข้าเสียบสามเหลี่ยมมุมขวาบนของประตูอย่างแม่นยำ

“โกอออออล!!! ลูกยิงสุดสวยครับ!”

เสียงของผู้บรรยายแทบจะกลบเสียงเชียร์ของผู้ชมในอัฒจันทร์จนมิด

“โฟลเรียน! นี่มันประตูระดับเวิลด์คลาสเลยครับ! บัคมันน์หมดสิทธิ์ป้องกันจริง ๆ!”

นักเตะเวือทซ์บวร์กยิ่งดูสิ้นหวังหนักเข้าไปอีก แนวรับของพวกเขาล่มสลายลงอย่างสมบูรณ์แบบ ชมิดต์ยืนนิ่งเป็นรูปปั้น ยกมือขึ้นกุมขมับ เห็นได้ชัดว่าเขาไม่พอใจกับการซัพพอร์ตเกมรับของเพื่อนร่วมทีมเลย ในขณะที่บัคมันน์ ผู้รักษาประตู ก็เตะเสาประตูระบายอารมณ์ด้วยความหงุดหงิด

“พวกแกตายกันหมดแล้วหรือไงวะ!”

นอยมันน์ กัปตันทีมเวือทซ์บวร์กตะโกนด่าเพื่อนร่วมทีม

“อย่าปล่อยให้พวกมันยิงง่าย ๆ แบบนี้อีกสิโว้ย!”

นาทีที่ 68 1860 มิวนิก เปิดฉากบุกอีกระลอก หลังจากมิชาเอลตัดบอลได้ในแดนกลาง เขาก็รีบป้ายบอลออกซ้ายให้อีวาน ปีกจอมเลื้อยทันที

อีวานสับสปีดกระชากบอลไปตามริมเส้น เมื่อเผชิญหน้ากับเคิร์น แบ็กขวาฝั่งตรงข้าม เขาก็ใช้สเต็ปโอเวอร์สับขาหลอกเพื่อหาช่อง ก่อนจะเปิดบอลครอสเข้ากลางอย่างแม่นยำ

คราวนี้ ซาชาเทกตัวขึ้นสูงและโขกเต็มหัว บอลพุ่งแหวกอากาศพุ่งเสียบมุมขวาล่างของตาข่ายอย่างแรง แม้บัคมันน์จะพุ่งเซฟสุดตัว แต่ก็ยังช้าไปก้าวหนึ่งอยู่ดี

“โกอออออล!!!”

ผู้บรรยายตะโกนด้วยความตื่นเต้น

“ซาชาพังประตูเวือทซ์บวร์กด้วยลูกโหม่งอันทรงพลัง! สกอร์รวมขยับไปเป็น 5-0 แล้วครับ!”

ระหว่างการฉลอง ซาชาทุบอกตัวเองดังปั่ก ๆ และวิ่งหน้าตั้งไปที่โซนแฟนบอลทีมเยือนด้วยความสะใจ เพื่อนร่วมทีมแห่กันเข้ามารุมล้อม สวมกอดเขาไว้ตรงกลาง แฟนบอลทีมเยือนร้องเพลงเชียร์ดังกึกก้องอีกครั้ง ในขณะที่แฟนบอลเจ้าบ้านเริ่มเงียบกริบ มีเพียงเสียงโห่ฮาประปรายหลุดรอดมาจากอัฒจันทร์

แฟนบอลเวือทซ์บวร์กหมดอารมณ์จะโห่แล้วด้วยซ้ำ

เฮดโค้ชเวือทซ์บวร์กหัวฟัดหัวเหวี่ยงสุดขีด เตะขวดน้ำข้างสนามกระเด็น และตะโกนสั่งลูกทีมให้ถอยร่นลงมาตั้งรับ แต่แนวรับของพวกเขาก็แสดงให้เห็นถึงรอยร้าวที่ยากจะประสานแล้ว

เพียง 5 นาทีต่อมา 1860 มิวนิก ก็สร้างความอันตรายได้อีกครั้ง โฟลเรียนได้บอลอยู่ตรงกลาง สลัดหนีการประกบของชมิดต์ได้อย่างง่ายดาย ก่อนจะแทงบอลทะลุช่องให้อีวานที่กำลังวิ่งสอดขึ้นมาด้วยความเร็วสูง

อีวานใช้ความเร็วฉีกหนีเคิร์น กองหลังคู่แข่ง และทะลวงเดี่ยวเข้ากรอบเขตโทษทันที

เมื่อต้องดวลเดี่ยวกับบัคมันน์ อีวานใช้จังหวะโยกหลอกอย่างใจเย็น ทำเอาผู้รักษาประตูหลงทาง ก่อนจะแปบอลนิ่ม ๆ เข้าประตูที่ว่างเปล่าไปอย่างง่ายดาย

“โกอออออล!!! อีวาน! ผมต้องบอกเลยว่า แมตช์นี้คืองานเลี้ยงบุฟเฟต์ถล่มประตูของแท้เลยครับ!”

ผู้บรรยายตะโกนลั่น

“เกมรุกของ 1860 มิวนิก มันหยุดไม่อยู่จริง ๆ ครับ เกมรับของเวือทซ์บวร์กเละเป็นโจ๊กไปแล้ว!”

ในหมู่นักเตะเจ้าบ้าน ชมิดต์ส่ายหัวอย่างหมดหนทาง และกัปตันนอยมันน์ก็ตบไหล่เขาเบา ๆ พยายามปลุกระดมให้เพื่อนร่วมทีมสู้ต่อไป

แต่แฟนบอลเวือทซ์บวร์กในสนามเริ่มลุกออกจากที่นั่งกันแล้ว บางคนถึงกับชูธงขาวบนอัฒจันทร์เพื่อประชดประชันฟอร์มการเล่นของทีมตัวเอง

นาทีที่ 80 1860 มิวนิก ได้ลูกเตะมุมหน้ากรอบเขตโทษ โฟลเรียนรับหน้าที่เปิดลูกเตะมุม เขาวางบอลโค้งไปที่เสาไกลอย่างแม่นยำ

วีเทก กองหลังที่เติมขึ้นมาเทกตัวโขกเต็มหัว บอลพุ่งชนคานกระดอนกลับมาเข้าทางวีเทกพอดีเป๊ะ เขาตอบสนองอย่างรวดเร็ว ตะบันซ้ำดาบสองตุงตาข่ายทันที

“โกอออออล!!! ถึงจะเป็นประตูที่คาดไม่ถึง แต่ก็เป็นประตูครับ!!”

ผู้บรรยายกล่าวพร้อมรอยยิ้ม

“กองหลังอย่างวีเทกยิงประตูปิดกล่องตอกฝาโลงในแมตช์นี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ นี่คือประตูแรกในศึกเดเอ็ฟเบ-โพคาลของเขาเลยนะครับ!”

วีเทกวิ่งไปฉลองที่ริมเส้นสนามอย่างตื่นเต้น กางแขนรอรับอ้อมกอดจากเพื่อนร่วมทีม ในขณะที่นักเตะเจ้าบ้านยืนคอตกอยู่บนสนาม สีหน้าสิ้นหวังหมดอาลัยตายอยาก

เมื่อสกอร์ไหลไปไกลถึง 7-0 ความลุ้นระทึกของแมตช์ก็มลายหายไปจนสิ้น ขุนพลเวือทซ์บัวร์เกอร์คิกเกอส์ดูเหนื่อยล้าอ่อนระโหยโรยแรง การวิ่งกวดบอลลดลงอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่นักเตะ 1860 มิวนิก ยิ่งเล่นก็ยิ่งได้ใจ ฮึกเหิมขึ้นเรื่อย ๆ

แฟนบอลชาวจีนที่ติดตามผลการแข่งขันต่างก็ได้รับชมเกมสุดมันส์นี้ผ่านการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ และกระหน่ำพิมพ์คอมเมนต์ลงบนอินเทอร์เน็ตจนแทบจะล้นทะลัก

“เทพเหยียน! เก่งเกินไปแล้ว!”

“ห๊ะ? นี่คือ 1860 มิวนิก เหรอ? ถ้าไม่บอก ฉันนึกว่าบาเยิร์นมิวนิกซะอีก”

“อย่ามาทำตัวเป็นแอนตี้แฟนหน่อยเลย บาเยิร์นฤดูกาลนี้ยังไม่เคยยิงถล่มทลายขนาดนี้เลยนะเว้ย”

“โอเค เดือนนี้แจกโบนัสเบิ้ลสองไปเลย!”

“ลูกพี่ สอนสูตรหน่อยดิ”

“แฟนบอลเวือทซ์บวร์ก: ขอยิงไข่แตกสักลูกเถอะวะ ถึงจะเป็นจุดโทษก็เอา”

“ถ้ายิงไม่เข้าจริง ๆ คงหน้าแตกยับเลยล่ะสิ”

ผู้บรรยายกล่าวสรุป:

“นี่คือชัยชนะแห่งการบดขยี้อย่างสมบูรณ์แบบครับ เหยียนหยวนและลูกทีมแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและการปฏิบัติตามแทคติกที่ยอดเยี่ยมไร้ที่ติ หวังว่าพวกเขาจะรักษาฟอร์มอันร้อนแรงนี้ไว้ได้ในแมตช์ต่อ ๆ ไปนะครับ!”

เสียงนกหวีดหมดเวลาดังขึ้น สกอร์จบลงที่ 7-0 1860 มิวนิก บดขยี้ขวัญกำลังใจของเวือทซ์บัวร์เกอร์คิกเกอส์จนแหลกลาญด้วยชัยชนะอันท่วมท้น บนผืนหญ้า นักเตะทีมเยือนพากันฉลองชัยชนะ ในขณะที่เหยียนหยวนเดินด้วยท่วงท่าเนิบนาบมุ่งหน้าไปยังอัฒจันทร์ของแฟนบอลเจ้าถิ่น

เขาหยุดยืนอยู่ที่ขอบสนาม หลังยืดตรง มือข้างหนึ่งไพล่หลังอย่างเป็นธรรมชาติ สายตากวาดมองฝูงแฟนบอลเจ้าบ้านที่กำลังคอตกอย่างสงบ จากนั้นเขาก็โค้งตัวลงเล็กน้อย มืออีกข้างวาดเป็นวงกลมกลางอากาศอย่างสง่างาม โค้งคำนับให้อัฒจันทร์ด้วยท่าทีสุภาพบุรุษสุด ๆ องศาการโค้งงอพอดิบพอดี ดูงดงามยิ่งกว่าการแสดงปิดม่านของนักแสดงละครเวทีเสียอีก

ทว่า การกระทำนี้กลับแฝงไว้ด้วยการเย้ยหยันเงียบ ๆ ราวกับกำลังบอกว่า: “ขอบคุณสำหรับเสียงเชียร์อันร้อนแรงนะครับ แต่ชัยชนะเป็นของเรา”

ในเสี้ยววินาทีนั้น คลื่นเสียงโห่ฮาและคำด่าทอก็ระเบิดออกมาจากอัฒจันทร์ แฟนบอลเวือทซ์บวร์กที่กำลังเดือดดาลโบกผ้าพันคอไปมา บางคนตะโกนด่าจนคอหอยแทบแตก บางคนปาแก้วน้ำทิ้งด้วยความเกรี้ยวกราด และอีกหลายคนก็ใช้ถ้อยคำหยาบคายโจมตีโค้ชหนุ่มผู้ ‘จองหอง’ คนนี้

“ไสหัวกลับจีนไปซะ! เยอรมนีไม่ต้อนรับแก และที่นี่ก็ไม่ต้อนรับแกเหมือนกัน!”

“นำสามศูนย์ก็พอแล้วนี่หว่า ทำไมต้องกระซวกตั้งเจ็ดศูนย์วะ ไอโค้ชเวรเอ๊ย!”

“ไอ้ลิงเหลือง อย่าให้ฉันเห็นแกในเวือทซ์บวร์กอีกนะโว้ย ขากลับขึ้นรถบัสก็ระวังตัวไว้ให้ดีล่ะ!”

นี่คือคำขู่จากแฟนบอลฮาร์ดคอร์บางส่วน

แม้ถ้อยคำจะรุนแรงทิ่มแทงใจดำ แต่เหยียนหยวนกลับไม่แยแสเลยแม้แต่น้อย เขายืดตัวขึ้นยืนอย่างสง่าผ่าเผย มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มแฝงความหมาย

จากนั้นเขาก็กางแขนออกราวกับจะโอบกอดทั้งสนาม เมื่อเผชิญหน้ากับเสียงคำรามของแฟนบอลเวือทซ์บวร์ก เขาก็เชิดหน้าขึ้น ยืดอก หลับตาลงเล็กน้อย ราวกับกำลังดื่มด่ำกับเสียงอึกทึกเหล่านั้น

ในวินาทีนั้น ร่างของเขายืนตระหง่านราวกับรูปปั้นสลัก ทั้งเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจและโอหัง ความเดือดดาลของคนทั้งอัฒจันทร์ดูเหมือนจะกลายเป็นเพียงเสียงแบล็กกราวนด์ที่ขับเน้นออร่าของเขาให้โดดเด่นยิ่งขึ้น

อัฒจันทร์ฝั่งทีมเยือนลุกเป็นไฟทันที เสียงเฮ เสียงปรบมือ และเสียงหัวเราะดังประสานกัน บางคนทำท่าเลียนแบบเหยียนหยวน ในขณะที่บางคนตะโกนเรียกชื่อเขา โซนแฟนบอลทั้งหมดกลายเป็นทะเลสีน้ำเงินขาว โมเมนตัมของพวกเขากลบเสียงเชียร์ของทีมเจ้าบ้านจนมิด

“โค้ช! โค้ช!”

ซาชาเป็นแกนนำ วิ่งผละออกจากกลุ่มนักเตะที่กำลังฉลองเข้าไปหาเหยียนหยวน เขายื่นมือออกไปตบไหล่เหยียนหยวนเบา ๆ แล้วเลียนแบบท่าทางของเขา เอามือไพล่หลัง และโค้งคำนับอย่างสง่างามให้แฟนบอลเวือทซ์บวร์กอีกรอบ

โฟลเรียน, ชเตฟาน และคนอื่น ๆ ก็ทำตาม รุมล้อมเหยียนหยวนและทำท่าเดียวกันซ้ำ ๆ แต่ละคนมีรอยยิ้มบาง ๆ แต้มอยู่บนใบหน้า

“นี่มันห้าวเป้งเกินไปแล้ว!”

ผู้บรรยายอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา

“เหยียนหยวนไม่ได้แค่ขย่มคู่แข่งด้วยแทคติกอย่างราบคาบเท่านั้นนะ ตอนนี้แม้แต่ท่าฉลองของเขาก็ยังเป็นที่จดจำอีก ผมต้องบอกเลยว่า ท่าโค้งคำนับของเขามันสง่างามยิ่งกว่านักแสดงบนเวทีซะอีก เขารู้วิธีคุมจังหวะและบรรยากาศของการแข่งขัน เขาคือผู้บัญชาการสมรภูมิรบตัวจริงเสียงจริงครับ”

บรรดานักข่าวรัวชัตเตอร์กันไม่ยั้ง บันทึกภาพเหตุการณ์นี้เอาไว้ แถวที่เรียงกันอย่างเป็นระเบียบ ท่วงท่าที่สง่างาม ผสมผสานกับออร่าของเหยียนหยวน เปลี่ยนภาพนี้ให้กลายเป็นช่วงเวลาที่มิอาจลบเลือน

ไม่ว่าจะเป็นแฟนบอลในสนามหรือผู้ชมหน้าจอทีวี ทุกคนต่างก็ประทับใจกับวินาทีนี้อย่างลึกซึ้ง

หลังจบเกม ภาพเหตุการณ์นี้ก็พุ่งทะยานติดเทรนด์ฮิตบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียท้องถิ่นต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว

แฟนบอลคนหนึ่งคอมเมนต์ว่า: “นี่คือการยั่วยุและการฉลองชัยชนะที่สง่างามที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมา และยังเป็นการประกาศชัยชนะที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจที่สุดอีกด้วย”

บางคนก็ตั้งฉายาขำ ๆ ให้เหยียนหยวนว่า “มือสังหารมาดผู้ดี” เพราะทุกท่วงท่าของเขามันแทงใจดำแฟนบอลเวือทซ์บวร์กได้อย่างเจ็บแสบ

และสำหรับแฟนบอลของ 1860 มิวนิก การผสมผสานระหว่างท่าฉลองชัยนี้กับผลการแข่งขันที่สวยหรู ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ไปแล้ว นี่ไม่ใช่แค่ชัยชนะ แต่มันคืองานเทศกาลเฉลิมฉลองของพวกเขาและโค้ชของพวกเขาต่างหาก

โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล

จบตอน

By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล

═❀═❀═❀═❀═❀═❀═

จบบทที่ บทที่ 11 มหกรรมถล่มประตูเดือด เปิดฉากเดเอ็ฟเบ-โพคาลรอบแรก

คัดลอกลิงก์แล้ว