- หน้าแรก
- ฟุตบอล ผมมีระบบผู้จัดการทีมเอฟเอ็ม
- บทที่ 9 นายแข็งแรงดี แต่นายต้องพัก
บทที่ 9 นายแข็งแรงดี แต่นายต้องพัก
บทที่ 9 นายแข็งแรงดี แต่นายต้องพัก
บทที่ 9 นายแข็งแรงดี แต่นายต้องพัก
ไม่กี่วันต่อมา ข่าวคราวเกี่ยวกับเหยียนหยวนและ 1860 มิวนิก จากสื่อท้องถิ่นเมืองมิวนิกก็เริ่มถูกโหมกระพือ ทั้งแง่บวกและแง่ลบผสมปนเปกันไป
เหยียนหยวนนั่งอยู่ในห้องทำงาน แสงแดดสาดส่องผ่านรอยแยกของผ้าม่านลงมากระทบกองหนังสือพิมพ์และนิตยสารบนโต๊ะทำงานของเขา
ความร้อนระอุจากแมตช์เมื่อคืนยังไม่ทันจางหาย สื่อสำนักใหญ่ต่างก็แย่งกันทำข่าวกันอุตลุด และพาดหัวข่าวเตะตาก็ถูกกระหน่ำตีพิมพ์หราไปทั่วทุกหัวระแหงแล้ว
เขาหยิบหนังสือพิมพ์คิกเกอร์ขึ้นมาพลิกดูอย่างไม่ใส่ใจนัก ภาพของเขากำลังยืนสั่งการอยู่ข้างสนามถูกตีพิมพ์หราบนหน้าปก พร้อมกับพาดหัวข่าวที่ชวนให้คิดลึก
“ปรมาจารย์แทคติก หรือ แค่ตัวนำโชค? บททดสอบของเฮดโค้ชหนุ่มคนนี้ เพิ่งจะเริ่มขึ้นเท่านั้น”
ส่วนน้ำเสียงของมิวนิกเดลีค่อนข้างจะเป็นไปในทิศทางที่ดี แถมยังแฝงไปด้วยความภาคภูมิใจนิด ๆ:
“จากปากเหวตกชั้น สู่การคว้าชัยสองนัดติด: เหยียนหยวนกำลังกอบกู้ 1860 มิวนิก”
ถัดมาคือสปอร์ตส์กาเซตต์ หน้าปกเป็นภาพโฟลเรียนกำลังฉลองประตูประกบคู่กับภาพเหยียนหยวนกำลังยืนปรบมือ พร้อมพาดหัวข่าวตัวเบ้อเร่อ
“ดาวยิงอัจฉริยะ และ โค้ชวันเดอร์คิด ... การผงาดขึ้นมาของแกนนำคู่หูคู่ใหม่แห่ง 1860 มิวนิก”
ในทางกลับกัน น้ำเสียงของชตุทการ์ทสปอร์ตส์วีกลีกลับเต็มไปด้วยความวิพากษ์วิจารณ์และความไม่พอใจ หน้าปกเป็นภาพทาคุมะ อาซาโนะ ล้มลงและถูกหามออกนอกสนาม พร้อมพาดหัวข่าวสุดเกรี้ยวกราด
“เกมรับที่ควบคุมไม่ได้ และ ข้อกังขาเรื่องผู้ตัดสิน ... ใครต้องรับผิดชอบต่อความพ่ายแพ้ยับเยินของชตุทการ์ท?”
พวกนี้ยังไม่เท่าไหร่ แต่ก็มีหนังสือพิมพ์กอสซิปบางฉบับที่ไม่กลัวตาย จับเอาคำพูดของเหยียนหยวนที่วิจารณ์ทาคุมะ อาซาโนะ มาพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งซะเลย
“เหยียนหยวน: ถ้าผมเป็นผู้จัดการทีมอาร์เซนอล ผมจะไม่มีวันซื้อ ‘รถญี่ปุ่น’ เด็ดขาด!”
“อุปมา ‘รถญี่ปุ่น’ จุดชนวนดราม่า: เหยียนหยวนตลกหน้าตาย หรือ ปากหมากันแน่?”
“‘ช่วงเวลารถญี่ปุ่น’ ของทาคุมะ อาซาโนะ: เหยียนหยวนทลายความจืดชืดด้วยอารมณ์ขันสไตล์เยอรมัน”
และก็มีหนังสือพิมพ์บางฉบับที่ใจกล้าบ้าบิ่น พาดหัวข่าวแบบนี้:
“เหยียนหยวนประกาศกร้าวท้าทายอาร์เซนอล: ให้ผมไปคุมยังจะดีซะกว่า!”
เมื่อเหยียนหยวนเห็นพาดหัวข่าวนี้ เขาก็ถึงกับพ่นกาแฟที่เพิ่งกลืนลงคอออกมาดัง ‘พรวด’
“ไอ้สื่อไร้สมองพวกนี้มันไม่กลัวตายจริง ๆ ทำไมถึงได้ชอบหาเรื่องลากอาร์เซนอลมาเกี่ยวด้วยเนี่ย?”
เขาสบถด่าอุบอิบในลำคอ
พวกนักข่าวมันก็ปากหมาเหมือนกันหมดทั้งโลกนั่นแหละ ขอแค่คุณยอมให้สัมภาษณ์ ไม่ว่าคุณจะแสดงความเห็นอะไรออกไป พวกมันก็สามารถปั้นน้ำเป็นตัวให้กลายเป็นประเด็นดราม่าได้เสมอ
เหยียนหยวนไม่ได้มองว่านี่เป็นปัญหาใหญ่โตอะไร
อันที่จริง เขากลับหวังให้สื่อช่วยประโคมข่าวเขาแบบนี้ซะด้วยซ้ำ ในฐานะเฮดโค้ชหน้าใหม่ สิ่งที่เขาขาดคือความสนใจ ไม่ว่าจะเป็นคำชมหรือคำด่า ยิ่งมีคนจับตามองเขามากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นผลดีมากเท่านั้น
วันนี้ยังคงมีการฝึกซ้อมของทีม แมตช์ต่อไปคือศึกเดเอ็ฟเบ-โพคาล ดังนั้นพวกเขาจึงต้องเตรียมตัวให้พร้อม เหยียนหยวนลงมาที่สนามฝึกซ้อมเพื่อคุมความคืบหน้าการฝึกซ้อมของบรรดานักเตะ
เขายืนล้วงกระเป๋าอยู่ริมเส้นสนาม สายตากวาดมองการเคลื่อนไหวของนักเตะไม่วางตา
บรรดานักเตะเริ่มการฝึกซ้อมวอร์มอัปกันแล้ว เสียงการต่อบอล, จังหวะการวิ่ง และเสียงปุ่มสตั๊ดบดขยี้ผืนหญ้า สอดประสานกันกลายเป็นท่วงทำนองอันเป็นเอกลักษณ์ของการฝึกซ้อมฟุตบอล
เหยียนหยวนเปิดอินเทอร์เฟซระบบขึ้นมา เขาคุ้นเคยกับระบบนี้เป็นอย่างดีแล้ว ความช่วยเหลือจากระบบเอฟเอ็มทำให้เขาตระหนักได้อย่างลึกซึ้งว่า นี่ไม่ใช่แค่เครื่องมือประมวลผลข้อมูลธรรมดา ๆ แต่มันคืออาวุธที่ทรงอานุภาพที่สุดของเขานับตั้งแต่ก้าวขึ้นมาเป็นโค้ช
เมื่อคลิกที่โมดูล ‘สถานะนักเตะ’ รายชื่อที่คุ้นเคยก็เด้งขึ้นมาบนหน้าจอ เหยียนหยวนกวาดสายตามองเร็ว ๆ แต่แล้วคิ้วของเขาก็ต้องขมวดเข้าหากัน
ระบบได้ไฮไลต์ชื่อนักเตะสามคนเป็นสีแดง: ยัน แบ็กขวา, มิชาเอล กองกลาง และ ร็อดนีย์ เซ็นเตอร์แบ็ก
ในช่อง ‘ความเสี่ยงบาดเจ็บ’ ตัวเลขของทั้งสามคนพุ่งทะลุ 80% พร้อมกับมีหมายเหตุเล็ก ๆ อธิบายไว้ข้าง ๆ ว่า: ‘กล้ามเนื้อล้าสะสมขั้นวิกฤต, แนะนำให้ลดความเข้มข้นในการฝึกซ้อม, ภาระเอ็นข้อต่อสูง ... ’
“สามตำแหน่งสำคัญซะด้วย”
เหยียนหยวนพึมพำกับตัวเอง แววตาฉายแววกังวล ยันเปรียบเสมือนโล่ป้องกันในแนวรับของทีม เขาวิ่งเร็ว ดุดันในการเข้าปะทะ และเป็นขุมกำลังที่ขาดไม่ได้ในแผงหลัง
มิชาเอลคือศูนย์กลางของแดนกลางที่มีความสามารถในการสกัดกั้นยอดเยี่ยม สามารถตัดเส้นทางการบุกของคู่แข่งได้อย่างรวดเร็ว
ส่วนร็อดนีย์ ความแข็งแกร่งในลูกกลางอากาศและสัญชาตญาณในการยืนตำแหน่งของเขา ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความอุ่นใจให้เกมรับมาโดยตลอด หากหนึ่งในสามคนนี้ได้รับบาดเจ็บ ทีมจะเสียเปรียบอย่างมหาศาลในแมตช์ต่อไป
เหยียนหยวนรีบปิดอินเทอร์เฟซระบบ และหันสายตากลับไปมองที่สนามฝึกซ้อม
ยันกำลังนำเพื่อนร่วมทีมฝึกซ้อมเจาะทะลวงทางริมเส้น เขาเบรกตัวกะทันหันหลังจากสับสปีดเต็มสูบ สีหน้าของเขาดูฝืน ๆ เล็กน้อย แต่เขาก็รีบปรับสภาพร่างกายและกลับไปต่อแถวฝึกซ้อมต่อทันที
มิชาเอลดูนิ่งเป็นพิเศษในเซสชันการต่อบอลพื้นที่แคบในแดนกลาง แต่จากจังหวะการก้าวขาของเขา เหยียนหยวนก็สังเกตเห็นถึงความหนักอึ้งที่ซ่อนอยู่
ในเวลานี้ ร็อดนีย์กำลังฝึกซ้อมการเข้าปะทะกับเซ็นเตอร์แบ็กตัวสำรองอีกคน แม้การเคลื่อนไหวของเขาจะยังคงเด็ดขาด แต่รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ตอนที่เขานวดคลึงหัวเข่าเป็นระยะ ๆ ก็ไม่รอดพ้นสายตาของเหยียนหยวนไปได้
เหยียนหยวนยกมือขึ้นและเป่านกหวีดปรี๊ดยาว นักเตะทุกคนบนสนามหยุดเคลื่อนไหวทันทีและหันมามองที่เขา
“ยัน มิชาเอล ร็อดนีย์ พวกคุณสามคนมานี่”
น้ำเสียงของเขาเด็ดขาดไม่เปิดช่องให้โต้แย้ง ทั้งสามคนมองหน้ากันเลิ่กลั่กแล้วรีบวิ่งเหยาะ ๆ เข้ามา เหยียนหยวนกวาดสายตามองพวกเขา และตบไหล่ยันเบา ๆ
“เมื่อคืนตอนที่กลับไป ผมเปิดดูเทปการแข่งขันของพวกคุณสามคนซ้ำอีกรอบ”
เหยียนหยวนเริ่มต้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เปี่ยมไปด้วยพลัง
“ยัน จังหวะสปรินต์ของคุณมันอันตรายมาก แต่ร่างกายคุณแบกรับภาระหนักเกินไป; มิชาเอล การคัฟเวอร์พื้นที่ในแดนกลางของคุณทำได้ดี แต่จังหวะก้าวขาของคุณเห็นได้ชัดว่ามันเริ่มเป๋แล้ว; ร็อดนีย์ ผมเห็นเลยว่าเวลาในการจัดระเบียบร่างกายของคุณหลังจากการเข้าปะทะหลาย ๆ ครั้ง มันช้ากว่าปกติครึ่งวินาที...นั่นไม่ใช่สัญญาณที่ดีเลยนะ”
ยันชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเถียงกลับอย่างดื้อดึง
“โค้ชครับ ผมรู้สึกว่าผมยังซ้อมต่อได้อีกนะ แมตช์หน้าเป็นศึกเดเอ็ฟเบ-โพคาล ผมต้องเตรียมตัวให้พร้อมกว่านี้ครับ”
เหยียนหยวนส่ายหน้า
“ผมเข้าใจว่าคุณรู้สึกยังไง แต่ผมต้องการคุณในสภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง ไม่ใช่คุณที่ฝืนทนจนต้องไปนอนหยอดน้ำข้าวในรายชื่อคนเจ็บสำหรับแมตช์หน้า”
เขาหันไปหามิชาเอลและร็อดนีย์ น้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อย
“เหตุผลเดียวกัน ทีมต้องการพวกคุณ และที่สำคัญกว่านั้นคือ ทีมต้องการพวกคุณที่แข็งแรง
ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป พวกคุณสามคนต้องถอนตัวจากการฝึกซ้อมแบบลงทีมของวันนี้ และเปลี่ยนไปเข้าโปรแกรมฟื้นฟูร่างกายแทน ช่วงบ่ายผมจะจัดหมอนวดมืออาชีพมานวดคลายกล้ามเนื้อให้”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ แม้ทั้งสามคนจะรู้สึกไม่ค่อยเต็มใจนัก แต่พวกเขาก็เข้าใจถึงความหวังดีของโค้ช
ความเป็นมืออาชีพและความเด็ดขาดของเหยียนหยวนได้สร้างบารมีให้กับเขาในทีมมานานแล้ว พวกเขาพยักหน้ารับและเดินไปที่โซนกายภาพบำบัดริมเส้นสนาม
เหยียนหยวนมองตามหลังพวกเขาไป พลางลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขารู้ดีว่าการปกป้องนักเตะไม่ใช่แค่หน้าที่ของเขาเท่านั้น แต่มันยังเป็นรากฐานสำหรับความสำเร็จในอนาคตของทีมด้วย
การฝึกซ้อมดำเนินต่อไป และเหยียนหยวนก็คอยสังเกตความเคลื่อนไหวของนักเตะทุกคนบนสนามอย่างไม่คลาดสายตา
เขาเดินเข้าไปหาชเตฟานและโฟลเรียน พลางตบไหล่พวกเขา
“แมตช์หน้า พวกคุณสองคนต้องรักษาการประสานงานแบบเดิมเอาไว้ให้ได้ โดยเฉพาะคุณ ชเตฟาน ความเร็วของคุณคืออาวุธลับที่เฉียบคมที่สุดของเรา แต่จำไว้ว่าอย่าใจร้อนจ่ายบอล คอยสังเกตเกมให้ดี และใช้ประโยชน์จากพื้นที่ว่างให้มากกว่านี้”
ชเตฟานพยักหน้ารับ แววตาฉายประกายนักสู้
“ครับ โค้ช ผมเข้าใจแล้ว ผมจะทำให้ดีกว่าเดิมครับ”
โฟลเรียนยิ้มบาง ๆ ดูผ่อนคลายแต่ก็จริงจัง
“ไม่ต้องห่วงครับ โค้ช เราจะยิงประตูให้คุณดูเป็นขวัญตาเลย”
เวลาล่วงเลยผ่านไป เซสชันการฝึกซ้อมใกล้จะสิ้นสุดลง บรรดานักเตะเริ่มเก็บอุปกรณ์เตรียมตัวกลับห้องแต่งตัว
แต่เหยียนหยวนยังคงยืนอยู่ริมสนาม ในหัวของเขาเต็มไปด้วยการวางแผนแทคติกรูปแบบต่าง ๆ สำหรับแมตช์ต่อไป เขาเข้าใจดีว่าทีมนี้จะพลาดไม่ได้แม้แต่ก้าวเดียว
เขาเปิดแล็ปท็อปขึ้นมาและจดบันทึกการสังเกตการณ์จากการฝึกซ้อมวันนี้ลงในสมุดบันทึก โดยเน้นย้ำเรื่องสถานะการฟื้นฟูร่างกายของยัน, มิชาเอล และร็อดนีย์เป็นพิเศษ
การฝึกซ้อมของคนอื่น ๆ ดำเนินไปตามปกติ
ยัน, มิชาเอล และร็อดนีย์ยืนอยู่ในโซนฟื้นฟูร่างกายข้างห้องกายภาพบำบัด สีหน้าของพวกเขาดูผ่อนคลาย แต่ในใจกลับมีความขัดแย้งอยู่บ้าง
ตอนที่เหยียนหยวนสั่งระงับการฝึกซ้อมของพวกเขาเมื่อเช้า พวกเขาทุกคนต่างรู้สึกไม่ค่อยยินยอมและเคลือบแคลงใจ เพราะเชื่อว่าร่างกายของตัวเองยังรับไหว
อย่างไรก็ตาม ด้วยความเคารพและเชื่อใจในตัวโค้ช พวกเขาก็ยอมเริ่มโปรแกรมฟื้นฟูร่างกายตามที่ได้รับมอบหมายแต่โดยดี
ความเข้มข้นของการฟื้นฟูร่างกายแตกต่างจากการฝึกซ้อมปกติอย่างสิ้นเชิง ทั้งสามคนเริ่มจากการใช้โฟมโรลเลอร์นวดคลายกล้ามเนื้อ จากนั้นก็ยืดเหยียดและยกน้ำหนักเบา ๆ ภายใต้การดูแลของนักกายภาพบำบัด
มิชาเอลวางมือทั้งสองข้างลงบนเสื่อโยคะ ทิ้งน้ำหนักตัวลงบนแขน ขณะที่เขาค่อย ๆ ยกขาขึ้นตามคำแนะนำของนักกายภาพบำบัด เม็ดเหงื่อบาง ๆ ก็ค่อย ๆ ผุดซึมขึ้นมาบนหน้าผาก
เขากัดฟันทำท่าทางจนเสร็จสิ้นพร้อมกับทนรับความรู้สึกปวดเมื่อยที่กล้ามเนื้อขา แต่เขาก็อดบ่นพึมพำออกมาไม่ได้
“ทำไมไอ้นี่มันดูจะเหนื่อยกว่าตอนลงทีมแข่งอีกวะเนี่ย?”
ยันนั่งอยู่บนเก้าอี้ฝึกซ้อม ใช้ยางยืดบริหารหัวไหล่ ตอนแรกเขาก็คุยเล่นกับร็อดนีย์ไปเรื่อยเปื่อย แต่หลังจากยืดไปได้ไม่กี่เซต หัวไหล่ของเขาก็เริ่มปวดหนึบ ๆ ราวกับว่ามีกล้ามเนื้อมัดเล็ก ๆ บางส่วนที่ซ่อนอยู่ลึก ๆ กำลังค่อย ๆ ‘ตื่นตัว’ ขึ้นมา
“นี่เป็นเพราะฉันไม่ได้เข้าโปรแกรมฟื้นฟูร่างกายมานานเกินไปจริง ๆ งั้นเหรอ?”
เขาพึมพำกับตัวเอง
ในขณะเดียวกัน ร็อดนีย์ก็กำลังบริหารความมั่นคงของหัวเข่าภายใต้คำแนะนำของนักกายภาพบำบัด โดยยืนกระต่ายขาเดียวและค่อย ๆ หมุนเข่าอีกข้างเป็นวงกลม
หลังจากทำไปได้สองสามรอบ เขาก็รู้สึกปวดแปลบ ๆ ที่หัวเข่าขึ้นมาจริง ๆ เขาขมวดคิ้วแน่นและอดไม่ได้ที่จะโพล่งขึ้นมา
“ท่านี้ดูเหมือนจะง่ายนะ แต่ ... มันไม่ง่ายเลยสักนิด”
ทั้งสามคนค่อย ๆ เงียบเสียงลง ต่างคนต่างจดจ่ออยู่กับการฟื้นฟูร่างกายของตัวเอง เหยื่อไหลซึมลงมาตามหน้าผาก และการเคลื่อนไหวของพวกเขาก็ระมัดระวังมากขึ้น พวกเขาเริ่มตระหนักได้ทีละน้อยว่า สภาพร่างกายของพวกเขาย่ำแย่กว่าที่คิดไว้จริง ๆ
โดยเฉพาะตอนที่นักกายภาพบำบัดชี้ให้เห็นถึงความตึงเครียดและความอ่อนล้าที่กล้ามเนื้อขาและข้อเข่า ทั้งสามคนต่างก็แสดงสีหน้าประหลาดใจ
ยันเป็นคนแรกที่โอดครวญขึ้นมา
“ฉันไม่คิดเลยจริง ๆ ว่าการฝึกซ้อมปกติมันจะสะสมปัญหาซ่อนเร้นไว้เยอะขนาดนี้ ฉันนึกว่าฉันจะรับมือกับแมตช์หน้าได้ชิล ๆ ซะอีก”
มิชาเอลพยักหน้าเห็นด้วย
“จริงด้วย ฉันแค่ทำท่าไปไม่กี่เซต ขาก็แทบจะตะคริวกินแล้ว โค้ชตาแหลมชะมัด เมื่อเช้าเขาบอกว่าจังหวะก้าวขาของฉันมันเป๋ ๆ ตอนนั้นฉันยังไม่เชื่อเขาเลย พอมาดูตอนนี้ เขาก็พูดถูกเผงเลยแหละ”
ร็อดนีย์พยักหน้ารับและนวดคลึงหัวเข่าพร้อมรอยยิ้มขื่น
“หลังจากขยับไปแค่สองสามท่าเมื่อกี้ หัวเข่าฉันก็เริ่มประท้วงแล้วเนี่ย ถ้าโค้ชไม่ห้ามพวกเราไว้ ขืนซ้อมต่อไปวันนี้อาจจะมีปัญหาจริง ๆ ก็ได้”
ขณะที่ทั้งสามคนกำลังคุยกัน ร่างของเหยียนหยวนก็ปรากฏขึ้นที่ประตู เขายืนกอดอกพิงกรอบประตู สายตากวาดมองทั้งสามคนพร้อมรอยยิ้มมุมปาก
“ไงล่ะ เมื่อกี้ยันรู้สึกว่าตัวเองกระโดดโลดเต้นไหวอยู่เลยไม่ใช่เหรอ? ทำไมตอนนี้ถึงได้หน้าเหี่ยวเป็นผักต้มไปแล้วล่ะ?”
ยันเงยหน้าขึ้น สูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วฝืนยิ้ม
“โค้ชครับ ตาของคุณมันจะแหลมเกินไปแล้ว เมื่อเช้าผมยังคิดว่าคุณตีตนไปก่อนไข้แท้ ๆ แต่ตอนนี้ผมยอมจำนนแล้วครับ”
มิชาเอลปาดเหงื่อพร้อมรอยยิ้มขื่น
“โค้ชครับ ตอนนี้ผมเชื่อสนิทใจเลย ไอ้โปรแกรมฟื้นฟูนี่มันทรมานกว่าการซ้อมปะทะแบบปกติซะอีก ถ้าคุณไม่หยุดผมไว้ วันนี้ผมคงฝืนซ้อมจนเจ็บตัวไปแล้วแน่ ๆ”
ร็อดนีย์ลุกขึ้นยืนและขยับหัวเข่าไปมา พร้อมกับอุทาน
“โค้ชครับ คุณมองออกได้ไงว่าหัวเข่าผมมีปัญหา? ผมเองยังไม่รู้สึกอะไรเลยตอนลงแข่งช่วงหลายวันที่ผ่านมา”
เมื่อได้ยินคำโอดครวญของทั้งสามคน เหยียนหยวนก็ยิ้มออก เขาเดินเข้าไปหาพวกเขา ตบไหล่ของยันแล้วพูดว่า
“ผมบอกพวกคุณไปตั้งนานแล้ว ว่าผมไม่ได้ดูแค่ผลงานการซ้อมในปัจจุบัน แต่ผมดูแนวโน้มสภาพร่างกายของพวกคุณด้วย ความเหนื่อยล้า ปัญหาซ่อนเร้น...ไม่มีอะไรเล็ดลอดสายตาผมไปได้หรอก พวกคุณคิดว่าผมได้ตำแหน่งเฮดโค้ชมาเพราะดีแต่ปากงั้นเหรอ?”
“อย่างเช่น คุณ ยัน ตอนที่คุณเข้าเสียบสกัดในนัดที่แล้ว จังหวะวางเท้าของคุณมันดูผิดธรรมชาติไปหน่อยเมื่อเทียบกับปกติ ผมก็เลยเดาได้ตั้งแต่ตอนนั้นแล้วล่ะว่าคุณน่าจะเริ่มล้าแล้ว”
ยันถึงกับอึ้งกิมกี่ไปเลย
“โค้ช ... นี่ ... คุณสังเกตเห็นถึงขนาดนั้นเลยเหรอครับ?”
ทุกคนต่างพยักหน้ายอมรับในความสามารถ ยันกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“โค้ชครับ ตอนนี้ผมเชื่อมั่นในการตัดสินใจของคุณอย่างหมดหัวใจแล้วครับ ต่อจากนี้ไป ไม่ว่าคุณจะสั่งให้เราทำอะไร ผมจะไม่ปริปากบ่นสักคำเลยครับ”
มิชาเอลพยักหน้าหงึกหงักตามไปด้วย
“ถ้าไม่ได้โค้ชเตือนสติในวันนี้ พวกเราสามคนคงได้ไปนอนเรียงหน้ากันอยู่ในรายชื่อคนเจ็บแน่ ๆ ครับ”
เหยียนหยวนโบกมือปัด น้ำเสียงผ่อนคลายลงมาก
“ไม่ต้องรีบประจบหรอกน่า ผมไม่ได้ต้องการให้พวกคุณมายอมสยบด้วยคำพูด แต่ผมต้องการให้สภาพร่างกายของพวกคุณกลับมาสมบูรณ์เต็มร้อยต่างหาก วันนี้ไม่ต้องคิดอะไรมาก แค่ฟื้นฟูร่างกายให้ดี เดี๋ยวช่วงบ่ายก็มีนวดแล้ว ก่อนจะถึงแมตช์หน้า ร่างกายของพวกคุณต้องฟิตเปรี๊ยะพร้อมลงสนาม อย่าทำให้ผมผิดหวังล่ะ”
ทั้งสามคนตอบรับอย่างพร้อมเพรียง หลังจากมองดูเหยียนหยวนเดินจากไป พวกเขาก็มองหน้ากันและส่งยิ้มอย่างโล่งอกให้กัน ในตอนนั้นเองที่พวกเขาตระหนักซึ้งถึงความทุ่มเทอย่างหนักของเหยียนหยวน
เขาไม่ได้เป็นแค่โค้ชที่รู้เรื่องแทคติกทะลุปรุโปร่ง แต่ยังเป็น ‘นักจิตวิทยา’ และ ‘วิศวกรดูแลร่างกาย’ ที่เข้าใจนักเตะของตัวเองเป็นอย่างดี นับตั้งแต่วินาทีนั้น ความไว้เนื้อเชื่อใจและความศรัทธาที่พวกเขามีต่อเหยียนหยวนก็พุ่งทะยานสู่จุดสูงสุด
เซสชันนวดฟื้นฟูร่างกายในช่วงบ่ายช่วยให้ทั้งสามคนผ่อนคลายได้อย่างเต็มที่ ฝีมือการนวดอันเชี่ยวชาญของหมอนวดช่วยคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ และอาการปวดเมื่อยที่เคยกวนใจก็ค่อย ๆ มลายหายไป ยันนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงนวด อดไม่ได้ที่จะเปรยขึ้นมา
“บางทีเราก็ต้องหัดฟังโค้ชบ้างนะ อย่าฝืนตัวเองให้มากเกินไปเลย ได้มานอนพักฟื้นสบาย ๆ แบบนี้สักวันก็ไม่เลวเหมือนกันนะ”
หมอนวดกำลังนวดคลึงขาของยันอยู่พอดี
มิชาเอลหัวเราะร่วนพลางตอบกลับ
“ฉันว่านายแค่อยากจะมานวดตัวสั่นล่ะสิ ... ซี้ด ... แต่พูดก็พูดเถอะ ฝีมือนวดนี่มันสุดยอดไปเลย ดีกว่าร้านสปาที่ฉันเคยไปตั้งเยอะ”
ร็อดนีย์เอ่ยขึ้นขณะนอนเพลิดเพลินไปกับการนวด
“จะว่าไป วิธีการฝึกซ้อมแบบนี้มันก็มีหลักการทางวิทยาศาสตร์รองรับอยู่นะ ปกติเราเอาแต่ก้มหน้าก้มตาซ้อมหนักจนมองข้ามรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของร่างกายไป ตอนนี้ดูเหมือนความสำคัญของการฟื้นฟูร่างกายมันก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าการฝึกซ้อมเลย”
ทั้งสามคนนอนคุยกันไปมา น้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังสำหรับแมตช์ต่อ ๆ ไป และการยอมรับในตัวเหยียนหยวน เฮดโค้ชหนุ่มของพวกเขาอย่างแท้จริง
เหยียนหยวนเดินเข้ามาในห้องนวด ตบก้นพวกเขาทั้งสามคนเบา ๆ บอกให้พวกเขาเพลิดเพลินกับการฟื้นฟูร่างกายในช่วงบ่ายนี้ และกำชับทิ้งท้ายว่า
“พวกคุณสามคนพักฟื้นให้เต็มที่นะ แล้วอย่าลืมล่ะ แมตช์หน้าคือศึกเดเอ็ฟเบ-โพคาล สองวันนี้ห้ามใครทำตัวเหลวไหลเด็ดขาด ถ้ามีปัญหาอะไรก็รีบบอกผมทันที ให้ความสำคัญกับแมตช์เป็นอันดับแรกเสมอ เข้าใจไหม”
“ครับ! โค้ช!”
เหยียนหยวนยืนอยู่ริมสนาม มองดูนักเตะกลุ่มสุดท้ายกำลังซ้อมส่งท้าย
เขาสังเกตเห็นซาชายืนเท้าสะเอวอยู่อีกฝั่งหนึ่งของสนาม ใบหน้าของเขามีสีหน้ามุ่งมั่นอันเป็นเอกลักษณ์
ในฐานะจอมเก๋าของทีม ซาชาคือหนึ่งในบุคคลที่มีอิทธิพลมากที่สุดในห้องแต่งตัวอย่างไม่ต้องสงสัย
เขาไม่ได้เป็นแค่เสาหลักทางจิตใจให้กับบรรดานักเตะเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้กุมบังเหียนที่คอยประคองทีมในจังหวะชี้เป็นชี้ตายอีกด้วย
ในช่วงสองแมตช์ที่ผ่านมา นักเตะวัยสามสิบกว่าคนนี้ไม่เพียงแต่จะแสดงให้เห็นถึงความเฉียบขาดในเกมรุกเท่านั้น แต่ยังโชว์ความดุดันในเกมรับให้เห็นเป็นบุญตาอีกต่างหาก สำหรับนักเตะที่อายุเกิน 30 ไปแล้ว ผลงานของเขาถือว่าโดดเด่นเอามาก ๆ
เหยียนหยวนเดินเข้าไปหาและเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง
“ซาชา มาคุยกันหน่อยสิ”
เมื่อได้ยินชื่อตัวเอง ซาชาก็เงยหน้าขึ้นและเห็นเหยียนหยวนกำลังกวักมือเรียก เขารีบเดินเข้าไปหา แววตาแฝงความอยากรู้อยากเห็นเล็กน้อย
“โค้ชครับ มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ?”
เหยียนหยวนตบไหล่ซาชาและพูดพร้อมรอยยิ้ม
“ผมอยากจะคุยกับคุณเรื่องผลงานในสองแมตช์ที่ผ่านมาหน่อยน่ะ พูดตามตรง คุณเล่นได้สุดยอดมากเลยนะ โดยเฉพาะลูกโหม่งนัดที่แล้วน่ะ...ยังกับสตาร์ดังมาเองเลย การยืนตำแหน่ง การตัดสินใจ และความเยือกเย็นในจังหวะชี้เป็นชี้ตายของคุณมันทำเอาผมทึ่งไปเลย”
เมื่อได้ยินคำชมจากเหยียนหยวน รอยยิ้มถ่อมตัวก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของซาชา เขายักไหล่และตอบว่า
“ขอบคุณสำหรับคำชมครับ โค้ช แต่นั่นมันก็แค่สิ่งที่ผมควรทำอยู่แล้ว ในฐานะนักเตะจอมเก๋า ผมจะยอมให้ไอ้พวกเด็กเมื่อวานซืนมองว่าผมเป็นตัวถ่วงของทีมไม่ได้เด็ดขาด”
“ตัวถ่วงของทีมเหรอ?”
เหยียนหยวนเลิกคิ้วขึ้นและพูดทีเล่นทีจริง
“ถ้านักเตะจอมเก๋าทุกคนทั้งวิ่ง ทั้งสู้ ทั้งยิงได้แบบคุณล่ะก็ งานโค้ชอย่างพวกผมคงสบายไปแปดอย่างแล้วล่ะ”
ซาชาอดไม่ได้ที่จะหัวเราะลั่นออกมา เขาโบกมือปัดพลางกล่าวว่า
“โค้ชก็ชมผมเกินไปครับ แต่พูดจริง ๆ นะ สองแมตช์ที่ผ่านมามันทำให้ผมรู้สึกเหมือนได้ย้อนกลับไปเป็นหนุ่มอีกครั้งเลย ถึงจะฟังดูเลี่ยนไปหน่อย แต่ผมยอมรับเลยว่า แทคติกและการใส่ใจในทุกรายละเอียดของคุณมันทำให้พวกเราเล่นได้สบายขึ้นเยอะเลยครับ”
เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าของเหยียนหยวนก็เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้น เขามองเข้าไปในดวงตาของซาชา น้ำเสียงเจือความรู้สึกบางอย่าง
“ซาชา คุณคือผู้นำของทีมนี้ และเป็นหนึ่งในกระบอกเสียงที่สำคัญที่สุดของผมในห้องแต่งตัว การที่คุณยอมรับในแทคติกของผมมันมีความหมายกับผมมาก ผมรู้ตัวดีว่าผมยังเด็กและยังมีอะไรต้องเรียนรู้อีกเยอะ แต่การที่มีจอมเก๋าอย่างคุณเป็นหัวหอกคอยสนับสนุนผม งานของเราก็จะราบรื่นขึ้นเยอะเลย”
ซาชายืนฟังเงียบ ๆ และพยักหน้ารับ แววตาเปล่งประกายด้วยความจริงใจ
“โค้ชครับ ผมยอมรับเลยว่า ตอนแรกผมก็แอบกังขาในตัวคุณอยู่เหมือนกัน ก็แหงล่ะ คุณอายุน้อยกว่าพวกเราตั้งหลายคน แถมยังไม่เคยคุมทีมระดับนี้มาก่อนด้วย แต่ตอนนี้ ผมชื่นชมคุณจากใจจริงเลยครับ ความเป็นมืออาชีพของคุณ ความเด็ดขาดของคุณ และความใส่ใจที่คุณมีต่อนักเตะทุกคน มันทำให้ผมตระหนักได้ว่า คุณไม่ใช่แค่โค้ชธรรมดา ๆ แต่คุณคือผู้นำที่คู่ควรแก่การฝากผีฝากไข้ครับ”
เหยียนหยวนทั้งซาบซึ้งและประหลาดใจเล็กน้อยกับคำพูดเหล่านี้ เขาตบไหล่ซาชาอีกครั้ง จัดปกเสื้อให้เข้าที่ แล้วพูดว่า
“เอาล่ะ กลับไปพักผ่อนได้แล้ว แมตช์หน้าก็เล่นให้ท็อปฟอร์มแบบนี้อีกนะ”
“ขอบคุณครับ โค้ช”
ซาชารู้สึกตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล
จบตอน
By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล
═❀═❀═❀═❀═❀═❀═