- หน้าแรก
- วันพีซ จุดเริ่มต้นจากกลุ่มโจรสลัดร็อคส์อมตะ
- บทที่ 22 สองปีต่อมา เหตุการณ์ก็อดแวลลีย์ปะทุขึ้น
บทที่ 22 สองปีต่อมา เหตุการณ์ก็อดแวลลีย์ปะทุขึ้น
บทที่ 22 สองปีต่อมา เหตุการณ์ก็อดแวลลีย์ปะทุขึ้น
บทที่ 22 สองปีต่อมา เหตุการณ์ก็อดแวลลีย์ปะทุขึ้น
นับตั้งแต่ที่แตกหักกับฮาราลด์ ร็อคส์ก็ดูมืดมนและเคร่งเครียดขึ้นมาก
ไดมอนได้ยินมาจากราชสีห์ทองคำ ชิกิ ว่าราชาคนยักษ์ฮาราลด์ถูกรัฐบาลโลกยุยงปลุกปั่นให้ตกลงรับข้อเสนอสังหารร็อคส์ แลกกับการที่เอลบาฟจะได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลโลก
เขาไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาวิจารณ์เรื่องนี้เลยจริงๆ
เรื่องพรรค์นี้มันมีคนเชื่อลงด้วยเรอะ?
อย่างไรก็ตาม หากมองในอีกมุมหนึ่ง ฮาราลด์เองก็คงไม่อยากจะเข้าไปข้องแวะกับพวกโจรสลัดจอมโฉดนักหรอก และมิตรภาพที่ว่านั่นก็คงจะเป็นแค่การทึกทักเอาเองฝ่ายเดียวของร็อคส์เสียมากกว่า
ไดมอนไม่ได้เข้าไปก้าวก่ายอะไรด้วย มันไม่ใช่กงการอะไรของเขา...
วันเวลาผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว สองปีผ่านไปราวกับกะพริบตา
เกาะฮาจิโนะสึ ณ กาสิโนแห่งหนึ่ง
ปัง!
ร่างของใครบางคนปลิวกระเด็นออกมาจากกาสิโน กระอักเลือดคำโตและล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้นอย่างหมดสภาพ
ผู้คนที่สัญจรไปมาบนท้องถนนต่างก็ตกตะลึงเมื่อเห็นฉากนี้
“นั่นมัน 'ปีศาจดาบ' มานอส ที่เพิ่งจะมาถึงเกาะนี้เมื่อไม่กี่วันก่อนนี่นา?”
“กัปตันกลุ่มโจรสลัดคมดาบ ผู้ใช้พลังผลสุปะ สุปะ ค่าหัว 210 ล้านเบรี”
“ไม่เห็นหน้าแค่ไม่กี่วัน โดนซัดจนเละขนาดนี้เลยรึ?”
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ และฝูงชนก็เริ่มหลั่งไหลเข้ามารุมล้อมดูเหตุการณ์
บนเกาะฮาจิโนะสึ การที่พวกโจรสลัดทะเลาะเบาะแว้งและต่อยตีกันถือเป็นเรื่องปกติที่เห็นได้ทุกวี่ทุกวัน แต่การที่โจรสลัดระดับค่าหัวเกิน 100 ล้านเบรีถูกซัดจนน่วมแบบนี้นั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่หาดูได้ยากทีเดียว
“แค่กๆ... บ้าเอ๊ย! ชั้นไปมีความแค้นอะไรกับแกวะ?”
มานอสกระอักเลือดออกมาอีกคำ สายตาของเขาจ้องเขม็งไปที่ประตูทางเข้ากาสิโนอย่างอาฆาตแค้น
ร่างของชายหนุ่มรูปงามเดินก้าวออกมา ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้ามานอสที่นอนกองอยู่บนพื้น แววตาของเขาสงบนิ่งดุจผิวน้ำไร้ระลอกคลื่น
“การที่ชั้นจะอัดแกเนี่ย มันต้องมีเหตุผลด้วยรึไง?”
มานอสโกรธจัดจนเลือดขึ้นหน้า และแผดเสียงคำรามออกมาด้วยความเดือดดาล
เสียงสูดลมหายใจเข้าลึกดังขึ้นจากกลุ่มไทยมุง
“นั่นท่านไดมอนนี่นา!”
“กล้าไปกระตุกหนวดเสือคนของกลุ่มโจรสลัดร็อคส์บนเกาะนี้เนี่ยนะ หมอนั่นมันรนหาที่ตายชัดๆ”
“อ๊ายยย~~ ท่านไดมอน มองมาทางนี้หน่อยสิฮ้า~ ทางนี้ๆ~”
ไดมอนได้ยินเสียงกรี๊ดกร๊าด เขาปรายตามองไป และสีหน้าของเขาก็แข็งค้างไปในทันที
นึกว่าจะเป็นแฟนคลับสาวสวย ที่ไหนได้ ดันเป็นกระเทยถึกซะงั้น!
“แกคือนักปรุงสุราของกลุ่มโจรสลัดร็อคส์งั้นรึ?!”
รูม่านตาของมานอสหดเล็กลง เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวาดผวา
“ตั้งแต่ขึ้นเกาะมา ชั้นก็ทำตัวสงบเสงี่ยมเจียมตัวมาตลอด ชั้นไปทำอะไรให้พวกแกขุ่นเคืองใจตอนไหนกันวะ!”
“ไม่ได้ทำอะไรหรอก ชั้นก็แค่เหม็นขี้หน้าแกเท่านั้นแหละ”
ไดมอนยกเท้าขวาขึ้น ฮาคิเกราะเคลือบพันรอบพื้นรองเท้า ก่อนจะกระทืบลงไปที่หัวของมานอสอย่างแรง
ตูม!
เสียงระเบิดดังกึกก้อง หัวของมานอสทั้งหัวถูกกระทืบจนจมมิดลงไปในพื้นดิน และเขาก็สลบเหมือดไปในทันที
ไดมอนย่อตัวลง คว้าคอเสื้อของหมอนั่นเอาไว้ และค่อยๆ เดินลากร่างนั้นออกไป
บรรดาไทยมุงต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
“หมอนั่นไปทำอะไรให้ท่านไดมอนขุ่นเคืองใจหรือเปล่านะ? โดนลากออกมาจากกาสิโนแบบนี้ หรือว่าเบี้ยวหนี้พนันกันล่ะ?”
“ใครจะไปรู้ล่ะ ช่วงครึ่งปีที่ผ่านมานี้ ท่านไดมอนมักจะโผล่มาจัดการกับพวกโจรสลัดหน้าใหม่ที่เพิ่งมาถึงเกาะอยู่บ่อยๆ”
“อ๊ายยย~ ท่านไดมอนเท่ระเบิดไปเลยฮ้า!”
“หุบปากไปเลย นังกระเทยถึก ไม่งั้นแม่จะฆ่าแกซะ!”
ตัดภาพมาที่อีกด้านหนึ่ง
ไดมอนลากมานอสมาที่ห้องใต้ดิน ซึ่งเป็นสถานที่เดียวกับที่เขาถูกอัญเชิญมาในตอนแรก
เขาหยิบเข็มฉีดยาที่บรรจุสุราอมตะออกมาอย่างชำนาญ และฉีดของเหลวสีแดงฉานนั้นเข้าสู่ร่างกายของอีกฝ่าย
จากนั้น เขาก็ทาบฝ่ามือใหญ่ลงบนหน้าผากของเป้าหมาย และบริกรรมคาถาในใจ 'กลืนกิน'
ในชั่วพริบตา ร่างกายของมานอสก็บิดเบี้ยวผิดรูป กลายสภาพเป็นเถ้าธุลีและอันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย
ไดมอนค่อยๆ หลับตาลง ซึมซับและย่อยสลายพลังใหม่ที่เพิ่งได้รับมาอย่างเงียบเชียบ
“พัฒนาการมันเริ่มจะน้อยลงเรื่อยๆ แล้วแฮะ...”
ในช่วงสองปีที่ผ่านมา เขากลืนกินพวกโจรสลัดที่มีค่าหัวเกิน 100 ล้านเบรีและเชี่ยวชาญฮาคิทั้งสองรูปแบบไปแล้วกว่ายี่สิบคน เฉลี่ยเดือนละหนึ่งคน
จนตอนนี้ ฮาคิสังเกตและฮาคิเกราะของเขาก็พัฒนาขึ้นมาจนทัดเทียมกับไคโดแล้ว
หากต้องการจะแข็งแกร่งขึ้นไปอีก การกลืนกินเป้าหมายธรรมดาทั่วไปก็เริ่มจะไร้ความหมายลงไปทุกที
ส่วนเรื่องฮาคิราชันย์นั้น... แม้แต่บนเกาะฮาจิโนะสึ ก็ใช่ว่าจะมีโจรสลัดที่มีฮาคิราชันย์เดินเพ่นพ่านให้เห็นกันง่ายๆ และตลอดสองปีที่ผ่านมา ไดมอนก็ไม่เคยบังเอิญเจอเลยสักคนเดียว
ไคโดน่ะกลืนกินได้ก็จริง แต่พวกเขาสนิทสนมกันเกินไปแล้ว ไดมอนนับถือหมอนั่นเป็นเพื่อนไปแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่มีวันลงมือกับเพื่อนของตัวเองอย่างเด็ดขาด
เขาเหลือบมองดูยอดคงเหลือของตัวเอง
【แต้มปีศาจ】: 200
“กลับมาเหลือแค่สองร้อยแต้มอีกแล้วสิ ผลปีศาจมันไม่ได้หามาง่ายๆ ซะด้วย คงต้องหาวิธีอื่นดูบ้างแล้วล่ะ”
ในช่วงสองปีที่ผ่านมา สมาชิกคนอื่นๆ ของกลุ่มโจรสลัดร็อคส์ต่างก็ดั้นด้นไปหาผลปีศาจมาแลกเปลี่ยนกับเขาจนครบทุกคนแล้ว
การที่เขาสามารถหากินกับโจรสลัดค่าหัวเกินร้อยล้านได้ทุกเดือน ก็ต้องยกความดีความชอบให้กับความพยายามของคนพวกนี้นั่นแหละ
แต่ตอนนี้ พวกเขาทุกคนต่างก็ได้รับพลังแห่งความเป็นอมตะกันถ้วนหน้าแล้ว และก็ไม่มีใครมานั่งงมหาผลปีศาจมาเซ่นสังเวยให้เขาอีกต่อไป
ส่วนกลุ่มโจรสลัดโรเจอร์นั้น พวกเขาก็ไม่ได้กลับมาเหยียบเกาะฮาจิโนะสึอีกเลยตลอดสองปีที่ผ่านมา
ครั้งล่าสุดที่เขาได้ยินข่าวคราวของพวกนั้นก็คือเมื่อปีที่แล้ว ตอนที่กลุ่มโจรสลัดโรเจอร์เดินทางไปถึงเกาะโล้ดสตาร์จนเป็นข่าวดังกระฉ่อนไปทั่วโลกนั่นแหละ
“ช่างเถอะ ยังไงตอนนี้ชั้นก็เป็นอมตะแล้ว จะทำตัวชิลล์ๆ สบายๆ หน่อยก็คงไม่เสียหายอะไร ไปหาแช็คกี้แล้วหาอะไรดื่มหน่อยดีกว่า”
เลิกแข่งขันแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันสักทีเถอะ!
ไดมอนปรับอารมณ์ของตนเอง เดินออกจากห้องใต้ดิน และมุ่งหน้าไปยังบาร์ของแช็คกี้
ขณะที่เดินทอดน่องไปตามถนน ทิวทัศน์ของเกาะฮาจิโนะสึก็กลายเป็นภาพที่ชินตาไปเสียแล้ว การใช้ชีวิตอยู่ที่นี่มาถึงสองปีเต็ม ว่ากันตามตรง เขาก็เริ่มจะเบื่อหน่ายมันแล้วล่ะ
กลุ่มโจรสลัดร็อคส์มักจะออกทะเลไปปล้นสะดมประเทศอื่นๆ อยู่บ่อยครั้ง แต่เขาขี้เกียจเกินกว่าจะเข้าไปมีส่วนร่วมด้วย
“ไดมอน!”
ทันใดนั้น ไคโดก็ตะโกนเรียกเขามาจากข้างหลัง
ไดมอนหันกลับไปมอง
“มีอะไรรึ? ชั้นกำลังจะไปหาอะไรดื่มพอดี นายจะไปด้วยกันไหมล่ะ?”
“ชั้นกำลังตามหานายอยู่พอดีเลย เกิดเรื่องใหญ่แล้ว! รีบตามชั้นมาเร็วเข้า ร็อคส์กำลังระดมพลมุ่งหน้าไปที่ก็อดแวลลีย์!”
สีหน้าของไคโดดูเคร่งเครียดจริงจัง
ก็อดแวลลีย์งั้นรึ... ไดมอนชะงักงัน ปีนี้คือปีศักราชทะเล 1484 ในที่สุดเหตุการณ์ก็อดแวลลีย์ก็ปะทุขึ้นแล้วสินะ?
“เรื่องใหญ่อะไรล่ะ?”
“ชั้นก็ไม่รู้เหมือนกัน หลินหลินเป็นคนมาบอกชั้นน่ะ เอาเป็นว่ารีบไปรวมตัวกันก่อนเถอะ”
หลังจากนั้น ทั้งสองคนก็มุ่งหน้าไปยังโรงแรมหัวกะโหลกยักษ์ด้วยกัน และเมื่อไปถึงห้องจัดเลี้ยงชั้นบนสุด พวกเขาก็พบกับสมาชิกทุกคนของกลุ่มโจรสลัดร็อคส์รวมตัวกันอยู่พร้อมหน้า
ร็อคส์เอนกายอยู่บนเก้าอี้นวมเดี่ยวตัวนุ่ม พลางกระดกเหล้าเข้าปากอึกใหญ่
“ไดมอน ไคโด ในที่สุดพวกนายก็มาถึงซะที”
สตุสซี่เอ่ยทักทาย
ไคโดทิ้งตัวลงนั่งและเอ่ยถามขึ้น
“มากันครบแล้วสินะ คราวนี้จะบอกพวกเราได้หรือยังล่ะ?”
สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่กัปตันเป็นตาเดียว
ร็อคส์แสยะยิ้มพลางเอ่ย
“ไดมอน นายจะต้องสนใจเรื่องนี้แน่ๆ!”
เขาเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นยืนและชูมือทั้งสองข้างขึ้นฟ้า
“ตามข้อมูลที่ชั้นได้มา พวกมังกรฟ้ากำลังรวมตัวกันอยู่ที่ก็อดแวลลีย์ เพื่อเตรียมจัดเกมไล่ล่าสังหารที่พวกมันจัดขึ้นทุกๆ สามปี และรางวัลสำหรับผู้ชนะในครั้งนี้ก็คือผลปีศาจที่ทรงพลังสุดๆ ถึงหกผลด้วยกัน!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ไดมอนก็อดไม่ได้ที่จะเลิกคิ้วขึ้น
ถ้าเขาจำไม่ผิด ในบรรดาผลปีศาจทั้งหกผลนั้น มีผลเซริว (มังกรฟ้า) และผลนิคิว นิคิว (ปุ่มเนื้อ) รวมอยู่ด้วย
ส่วนอีกสี่ผลที่เหลือนั้น ก่อนที่เขาจะทะลุมิติมา เนื้อเรื่องก็ยังไม่ได้เฉลยว่ามันคือผลอะไรบ้าง แต่มันก็น่าจะเป็นผลปีศาจระดับท็อปเทียร์เหมือนกันนั่นแหละ
ถ้าได้กลืนกินผลปีศาจระดับนั้นเข้าไป มันจะให้แต้มปีศาจมหาศาลขนาดไหนกันนะ?
หรือเขาอาจจะไม่จำเป็นต้องกลืนกินมันก็ได้ ถ้าเขาสามารถแย่งชิงผลที่เหมาะสมกับตัวเองมาได้ ไดมอนก็ไม่รังเกียจที่จะกินมันเข้าไปหรอกนะ
ในตอนนั้นเอง ชาร์ลอตต์ หลินหลิน ก็โพล่งขึ้นมาอย่างกะทันหัน
“ความจริงแล้ว ชั้นมีเรื่องสงสัยมาตั้งนานแล้วล่ะ พวกเรามีร่างกายที่เป็นอมตะไม่ใช่รึ? ถ้าคนธรรมดากินผลปีศาจผลที่สองเข้าไป ร่างกายก็จะต้องระเบิดตาย แต่พวกเราน่ะไม่มีวันตาย แล้วถ้าพวกเรากินผลที่สองเข้าไป มันจะเกิดอะไรขึ้นล่ะ?”
คำถามนี้เปรียบเสมือนสายฟ้าฟาด ทำเอาทุกคนถึงกับสะดุ้งโหยงด้วยความตกตะลึง
จากนั้น สายตาที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้นก็หันขวับมามองที่ไดมอน หวังพึ่งพาให้เขาไขข้อข้องใจนี้ให้กระจ่าง
ไดมอนเองก็ชะงักไปเช่นกัน นี่อาจจะเป็นกรณีที่เรียกว่า 'เส้นผมบังภูเขา' ก็เป็นได้ เขาไม่เคยนึกถึงเรื่องนี้มาก่อนเลย
“นายคิดว่ายังไงล่ะ? พวกเราจะกินมันได้ไหม?”
ชาร์ลอตต์ หลินหลิน เอ่ยเร่งเร้าด้วยความตื่นเต้น
“ชั้นกินผลโซล โซล เข้าไปแล้วนะ ถ้าชั้นสามารถกินผลที่สองเข้าไปได้อีก มันก็คงจะวิเศษสุดๆ ไปเลยล่ะ!”
“ว่ากันตามตรงนะ ชั้นเองก็ไม่รู้เหมือนกัน”
ไดมอนกางมือออกทั้งสองข้าง
“ทำไมพวกเธอไม่ลองดูเองล่ะ? แต่ถ้าขืนทำแล้วเกิดตายขึ้นมา ก็อย่ามาโทษชั้นก็แล้วกัน”
จอห์นแสยะยิ้มชั่วร้าย
“งั้นพวกเราก็แค่จับใครสักคนมาเป็นหนูทดลองซะก็สิ้นเรื่อง”
ทุกคนต่างก็เป็นอมตะกันทั้งนั้น ใครมันจะอยากเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงล่ะ?
ราชสีห์ทองคำ ชิกิ นั่งไขว่ห้าง ครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้ของข้อเสนอนี้
“แต่ต้นทุนมันก็สูงเอาเรื่องอยู่นะ พวกเราต้องทำให้ใครสักคนกลายเป็นอมตะซะก่อน แล้วค่อยจับมันยัดผลปีศาจให้กินสองผลรวดน่ะ”
สุราอมตะหนึ่งแก้วมีค่าเทียบเท่ากับผลปีศาจหนึ่งผล ดังนั้นถ้าจะทำแบบนั้น ก็ต้องใช้ผลปีศาจถึงสามผลด้วยกัน
ร็อคส์ระเบิดเสียงหัวเราะลั่น เขากำหมัดแน่นและเอ่ยขึ้น
“เอาไว้ค่อยมาถกกันเรื่องนี้ทีหลังก็แล้วกัน เหล่าลูกเรือของชั้น ได้เวลาออกเรือแล้ว มุ่งหน้าสู่ก็อดแวลลีย์!”
“ครั้งนี้ นายเองก็จะเข้าร่วมด้วยใช่ไหม ไดมอน?”
ไดมอนรู้ดีว่าเหตุการณ์ก็อดแวลลีย์คือชนวนเหตุที่นำไปสู่การล่มสลายของกลุ่มโจรสลัดร็อคส์ แต่ในตอนนี้ เมื่อสมาชิกทุกคนต่างก็ได้รับพลังแห่งความเป็นอมตะมาครอบครองแล้ว ผลลัพธ์มันอาจจะไม่จบลงด้วยความพ่ายแพ้เสมอไปก็ได้
“แน่นอนอยู่แล้ว”
หลังจากนั้นไม่นาน ณ ท่าเรือ
สมาชิกทุกคนของกลุ่มโจรสลัดร็อคส์ต่างก็มากันพร้อมหน้า พวกเขาก้าวขึ้นไปบนเรือเซเบ็คส์ ซอร์ด และมุ่งหน้าสู่ก็อดแวลลีย์
“อ้อ จริงสิ ก็อดแวลลีย์มันอยู่ที่ไหนล่ะเนี่ย?”
หวังจื่อซึ่งอยู่ในอาการเมามาย เอ่ยถามขึ้นบนดาดฟ้าเรือ
“ทะเลตะวันตก ไงล่ะ!”