- หน้าแรก
- เพื่อนท้าจีบตำรวจสาว แต่ดันไปสอยลูกสาวท่านผู้กำกับ
- บทที่ 7 ปลดล็อกทักษะใหม่
บทที่ 7 ปลดล็อกทักษะใหม่
บทที่ 7 ปลดล็อกทักษะใหม่
กว่าการสอบสวนจางจวินจะเสร็จสิ้น เวลาก็ล่วงเลยไปถึงห้าทุ่มครึ่งแล้ว
ตอนนี้พยานหลักฐานต่างๆ ครบถ้วนสมบูรณ์ อีกทั้งจางจวินยังยอมรับสารภาพความผิดด้วยตัวเอง
ความจริงเบื้องหลังคดีฆาตกรรมต่อเนื่องอันโหดเหี้ยมนี้จึงได้รับการเปิดเผยในที่สุด
แม้ว่าคดีจะคลี่คลายแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนกลับรู้สึกยินดีไม่ออก พวกเขานั่งเงียบกันอยู่ในสำนักงาน ราวกับคนเหม่อลอยไร้วิญญาณ
จนกระทั่งการมาถึงของผู้อำนวยการเย่ได้ทำลายความเงียบลง
เขาเดินเข้ามาในมือข้างหนึ่งถือแก้วน้ำ ส่วนอีกข้างถือกล่องกระดาษใบใหญ่
เมื่อเห็นเขาเดินเข้ามา ทุกคนก็ลุกขึ้นยืนทันที โดยมีหลี่หมิงเดินเข้าไปหาเป็นคนแรก
"ผู้อำนวยการเย่ครับ"
ผู้อำนวยการเย่ไม่พูดอะไร แต่กวาดสายตามองไปรอบๆ ราวกับกำลังมองหาอะไรบางอย่าง
"เจ้าหนูหลินหางไปไหนซะล่ะ"
เมื่อได้ยินดังนั้น หลี่หมิงก็ชี้ไปยังมุมหนึ่งของสำนักงาน ผู้อำนวยการเย่จึงมองตามไป
หลินหางกำลังนั่งก้มหน้าอยู่ตรงมุมห้องเพียงลำพัง สูบบุหรี่อัดเข้าปอดมวนแล้วมวนเล่า
ผู้อำนวยการเย่เห็นเขาแล้วแต่ก็ไม่ได้เรียก กลับเปลี่ยนเรื่องและหันมาพูดกับทุกคนว่า
"ทุกคนเป็นอะไรกันไปหมด คดีคลี่คลายแล้วทำไมยังทำหน้าเศร้ากันอยู่อีก เอ้า ฟังฉันนะ ปรบมือฉลองกันหน่อยเร็ว!"
หลังจากลังเลกันอยู่ครู่หนึ่ง ทุกคนก็นำโดยหลี่หมิง เริ่มปรบมือขึ้นมา
ผู้อำนวยการเย่รู้ดีว่าพวกเขากำลังหดหู่ แต่ยังไงซะพวกเขาก็เป็นตำรวจ และหน้าที่ของตำรวจก็คือการนำตัวคนผิดมาลงโทษตามกฎหมาย
ไม่ว่าเหตุจูงใจในการก่ออาชญากรรมคืออะไร แต่เมื่อทำผิดแล้ว ก็ต้องยอมรับโทษทางกฎหมาย
เมื่อเสียงปรบมือสิ้นสุดลง ผู้อำนวยการเย่ก็หุบยิ้มลงเช่นกันแล้วกล่าวว่า "ที่ฉันมานี่ก็เพื่อจัดการอีกเรื่องหนึ่ง"
เขาตบกล่องกระดาษที่อยู่ข้างๆ แล้วพูดต่อ "บริจาคไงล่ะ! ถึงจางจวินจะเป็นคนร้าย แต่ภรรยาของเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ จะมากจะน้อยก็ถือเป็นน้ำใจจากพวกเราทุกคน"
พูดจบ ผู้อำนวยการเย่ก็หยิบธนบัตรสีแดงหลายใบออกจากกระเป๋าสตางค์แล้วหย่อนลงไปในกล่อง
หลี่หมิงที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ควักเงินออกจากกระเป๋ามาหลายใบเช่นกัน จากนั้นคนอื่นๆ ก็ทยอยแสดงน้ำใจของตัวเองตามลำดับ
หลังจากที่ทุกคนบริจาคกันจนครบ หลินหางถึงได้ลุกขึ้นและเดินเข้ามา
ท่ามกลางสายตาของทุกคน เขาก็หยิบเงินห้าร้อยหยวนที่พกติดตัวไว้ออกมาหย่อนลงในกล่อง
หลังจากบริจาคเสร็จ หลินหางก็เอ่ยถามผู้อำนวยการเย่
"แล้วหม่าอิงล่ะครับ ตอนนี้เธอจะเป็นยังไงต่อไป"
หม่าอิงคือภรรยาของจางจวิน
ผู้อำนวยการเย่โบกมือ ยกกล่องกระดาษขึ้นมา และเตรียมตัวจะเดินจากไป
มองตามแผ่นหลังที่จากไป หลี่หมิงก็เอ่ยขึ้นช้าๆ "ทางสำนักงานตำรวจนครบาลได้จัดหาบ้านพักคนชราให้เธอแล้ว และค่าใช้จ่ายทั้งหมดทางสำนักงานตำรวจจะเป็นผู้รับผิดชอบ"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ในที่สุดหลินหางก็พยักหน้ารับ
ในตอนนั้นเอง ผู้อำนวยการเย่ที่เดินไปถึงหน้าประตูแล้ว ก็ค่อยๆ หยุดฝีเท้าและหันกลับมาหาหลินหาง พร้อมกับพูดว่า
"เจ้าหนู มานี่หน่อย!"
หลินหางสับสนเล็กน้อย แต่ก็รีบวิ่งเหยาะๆ ตามไป
เมื่อออกมานอกประตู เขาก็ได้ยินผู้อำนวยการเย่พูดอย่างหัวเสียว่า "ไอ้หนูเอ๊ย เย่เหยาโทรมาหาฉัน ถามว่าทำไมนายถึงไม่ยอมรับสาย ฉันเลยบอกเธอไปว่านายกำลังทำภารกิจอยู่ ตอนนี้ภารกิจเสร็จแล้ว ก็หาเวลาโทรกลับหาเธอด้วยล่ะ!"
พูดจบ ผู้อำนวยการเย่ก็หันหลังเดินจากไป ส่วนหลินหางก็เดินไปหาที่ลับตาคนเพื่อโทรกลับหาเย่เหยา
ไม่ว่ายังไง ดาวโรงเรียนตำรวจผู้แสนเย็นชาคนนั้นก็กลายมาเป็นแฟนของเขาแล้ว!
ผู้อำนวยการเย่หันกลับมามองตรงหัวมุมถนน เห็นหลินหางกำลังคุยโทรศัพท์อยู่ รอยยิ้มบางๆ ก็ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของเขา
"เจ้าหนูนี่ มีลูกไม้แพรวพราวไม่เบาเลยนะ!"
ผู้อำนวยการเย่พึมพำเบาๆ เขาไม่คาดคิดเลยว่าหลินหางจะสามารถไขคดีนี้ได้ภายใน 24 ชั่วโมงจริงๆ
นับตั้งแต่หลินหางมาถึงสถานีตำรวจตอนแปดโมงเช้าจนถึงตอนนี้ ก็เพิ่งจะผ่านไปแค่ประมาณ 15 ชั่วโมงเท่านั้น
...
"ยังรู้จักโทรกลับมาด้วยเหรอ รู้ไหมว่าฉันเป็นห่วงนายมากแค่ไหน"
ทันทีที่รับสาย หลินหางก็ถูกเย่เหยาบ่นใส่เป็นชุด!
เอาจริงๆ เขาเองก็ยังไม่ค่อยชินกับการสละโสด แถมเขาก็ยุ่งจนไม่มีเวลาโทรกลับไปหาเธอเลยจริงๆ!
ก่อนที่หลินหางจะตั้งตัวติด เย่เหยาที่อยู่ปลายสายก็พูดขึ้นด้วยความโกรธอีกว่า
"ขอโทษฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ ทันทีเลยด้วย!"
"หา?"
"ขอโทษเดี๋ยวนี้!"
น้ำเสียงของเย่เหยาเฉียบขาดจนไม่อาจปฏิเสธได้ แม้หลินหางจะฉลาดเป็นกรดเรื่องงาน แต่เรื่องความรักเขากลับซื่อบื้อสุดๆ
จู่ๆ เขาก็นึกถึงคลิปวิดีโอสั้นๆ ที่เคยดูในโต่วอิน ซึ่งบอกเอาไว้ว่า
"เวลาแฟนโกรธ อย่ามัวแต่เถียงว่าใครถูกใครผิด ให้รีบขอโทษไปก่อนเลย"
แม้ว่าหลินหางจะไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงต้องเป็นฝ่ายขอโทษก่อน แต่จากสถานการณ์ตรงหน้า เขาจึงเอ่ยออกไปอย่างตะกุกตะกัก
"ฉัน... ผิดเหรอ"
พอเย่เหยาได้ยินน้ำเสียงที่เหมือนกำลังตั้งคำถาม เธอก็ปรี๊ดแตกขึ้นมาทันที
"นี่ยังกล้าใช้น้ำเสียงตั้งคำถามอีกงั้นเหรอ"
เมื่อได้ยินดังนั้น หลินหางก็รีบพูดขึ้นทันควัน "ฉันผิดไปแล้ว ฉันผิดไปแล้ว"
ริมฝีปากของเย่เหยาที่อยู่ปลายสายกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ดวงตาของเธอโค้งเป็นรูปจันทร์เสี้ยว ดูน่ารักน่าทะนุถนอมเป็นที่สุด
ถ้าหลินหางได้มาเห็นมุมนี้ของดาวโรงเรียนตำรวจผู้เย็นชา เขาคงจะตกหลุมรักเธอจนหัวปักหัวปำแน่ๆ
เย่เหยาไม่ได้โกรธจริงๆ หรอก เธอแค่อยากจะแกล้งหลินหางเล่นก็เท่านั้น
เมื่อเห็นว่าบรรลุเป้าหมายแล้ว น้ำเสียงของเย่เหยาก็เปลี่ยนไป เธอเอ่ยอย่างอ่อนโยนว่า
"เอาเถอะ วันนี้นายคงเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว กลับไปพักผ่อนเร็วๆ เข้าล่ะ"
"เธอเองก็รีบพักผ่อนล่ะ"
"อืม ฝันดีนะ"
"ฝันดี"
หลังจากวางสาย หลินหางก็บอกลาหลี่หมิงและคนอื่นๆ ก่อนจะเดินออกจากสถานีตำรวจมุ่งหน้ากลับไปยังอพาร์ตเมนต์เช่าของเขา
เมื่อกลับถึงบ้าน เขาก็รีบอาบน้ำแล้วทิ้งตัวลงนอนบนเตียง
ขณะที่เขากำลังนึกถึงคดีในวันนี้ เสียงของระบบก็ดังก้องขึ้นในหัวอย่างกะทันหัน
[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่จับกุมอาชญากรได้สำเร็จ ได้รับ 1346 แต้ม!]
"1346 แต้มเหรอ"
หลินหางรู้สึกสับสนเล็กน้อย จินปินกับหวังหยวนฮ่าวรวมกันก็ได้แต้มแค่สามร้อยกว่าๆ พอรวมกับจางจวินก็เพิ่งจะแปดร้อยกว่าแต้มเอง แล้วทำไมจู่ๆ มันถึงพุ่งไปถึงพันสามร้อยกว่าแต้มได้ล่ะ
[เจ้าของคลับต้วนโหย่วฟาถูกตำรวจจับกุมในข้อหาให้ที่พักพิงแก่อาชญากร ส่วนจินเจิ้งกังถูกเจ้าหน้าที่ตุลาการจับกุมในข้อหาให้ที่พักพิงแก่อาชญากร ติดสินบน และรับสินบน]
หลินหางตบหน้าผากตัวเอง เขาเกือบลืมสองคนนี้ไปซะสนิท
ต้วนโหย่วฟา เจ้าของคลับ ยอมช่วยพวกจินปินปกปิดความผิดก็เพื่อเงินล้วนๆ
ทันทีที่หวังหยวนฮ่าวซัดทอด ตำรวจก็ส่งคนไปลากตัวเขามาทันที
ส่วนจินเจิ้งกังก็ไม่ต้องพูดอะไรให้มากความ เขาไม่เพียงแต่เป็นนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลในเมืองชุนเท่านั้น แต่ยังมีตำแหน่งเป็นถึงสมาชิกสภาที่ปรึกษาทางการเมืองอีกด้วย
หากไม่ได้บารมีของเขาคอยคุ้มกะลาหัว พวกจินปินคงถูกจับมาลงโทษตามกฎหมายไปตั้งนานแล้ว
ถ้าเป็นแบบนั้น จางจวินก็คงไม่ต้องมาตามล้างแค้นให้ลูกสาวในภายหลัง แต่น่าเสียดายที่โลกใบนี้ไม่มีคำว่า 'ถ้า'
หลินหางมองไปที่หน้าจอระบบ แต่ละคนมีบันทึกค่าความบาปไว้อย่างชัดเจน
ค่าความบาปของจินเจิ้งกังแทบจะสูสีกับจางจวินเลยด้วยซ้ำ
ตามความเข้าใจของหลินหาง ตราบใดที่มีคนถูกจับกุมเพราะคดีที่เขามีส่วนเกี่ยวข้อง ต่อให้เขาจะไม่ได้เป็นคนจับกุมด้วยตัวเอง เขาก็ยังได้รับแต้มอยู่ดี
แบบนี้การหาแต้มก็ง่ายขึ้นเยอะ
เมื่อเห็นแต้มกว่า 1,300 แต้มบนแผงระบบ หลินหางก็ตัดสินใจจะลองสุ่มทักษะดูสักตั้ง
ยังไงซะ การมีแค่เนตรขาวดำก็ยังไม่เพียงพออยู่ดี
"ระบบ เปิดใช้งานการสุ่มทักษะ!"
[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ คุณได้รับทักษะระดับกลาง — ความเชี่ยวชาญด้านอาวุธปืน!]