- หน้าแรก
- ยอดเศรษฐีสายเปย์ แค่ผลาญเงินก็เทพจนสะเทือนโลก
- บทที่ 7: บอสลึกลับ
บทที่ 7: บอสลึกลับ
บทที่ 7: บอสลึกลับ
ชายวัยกลางคนลอบกลืนน้ำลาย ส่ายหน้าแล้วพูดว่า "ไม่... ฉันไม่รู้จักเธอ"
"เห็นไหมล่ะ พวกเราไม่รู้จักกันจริงๆ นะ" จ้าวชิงหย่าเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉย
หลินเฟิง: "..."
ถามจริง... นี่กะจะเห็นนายน้อยอย่างเขาเป็นไอ้โง่เลยใช่ไหม?
ถ้าพวกเธอสองคนไม่รู้จักกันล่ะก็ นายน้อยคนนี้จะยอมเขียนนามสกุลตัวเองกลับหัวเลยเอ้า!
ไม่สิ เขาจะต้องหยั่งรู้ความตื้นลึกหนาบางของจ้าวชิงหย่าให้ได้!
หลังจากเดินสวนกัน ชายวัยกลางคนก็หันขวับกลับไปมองแผ่นหลังของทั้งสองคนที่ลับหายไปตรงหัวมุม
หลังจากยืนครุ่นคิดอยู่นาน เขาก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาโทรออก "ฮัลโหล บอสครับ ผมเพิ่งเจอสาวใช้..."
...ภายในห้อง 403
"เพื่อนๆ ข่าวใหญ่! หลินเฟิงขับรถ BMW 840i มาว่ะ!"
"สีส้มด้วยนะ โคตรเตะตาเลย!"
หลังจากกลับเข้ามาในห้องส่วนตัว เว่ยเฉียงกับจางคุนก็เริ่มใส่ไข่เล่าเรื่องที่หลินเฟิงเช่าทั้งรถหรูและแฟนสาวอย่างออกรส
จังหวะที่เพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆ กำลังมองหน้ากันไปมา หลินเฟิงก็ผลักประตูเดินจูงมือจ้าวชิงหย่าเข้ามาพอดี
"เพื่อนๆ ฉันคิดถึงพวกนายแทบแย่!"
ทันทีที่ก้าวเข้ามา หลินเฟิงก็กางแขนออกกว้าง สีหน้าของเขาดูโอเวอร์แอคติ้งราวกับนักแสดงตลกบนเวทีรอบดึก
ถึงจะมีการแสดงผสมอยู่บ้าง แต่เจ้าของร่างเดิมก็มีความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆ จริงๆ
ด้วยอิทธิพลจากความทรงจำของร่างเดิม หลินเฟิงจึงตั้งตารอที่จะได้พบเพื่อนร่วมชั้นหลังจากไม่ได้เจอกันมานานถึงสองปีเช่นกัน
ทว่าสิ่งที่ตอบกลับมากลับมีความเงียบอันน่าอึดอัด...
"นี่ฉันหล่อขึ้นจนพวกนายจำกันไม่ได้เลยเหรอ?" หลินเฟิงเอ่ยถามติดตลก
"จริงด้วย นายหล่อกว่าตอนอยู่มหา'ลัยตั้งเยอะ"
"เสื้อผ้านายดูเนื้อผ้าดีจัง แบรนด์อะไรเนี่ย?"
"ว้าว นาฬิกาบนข้อมือนายน่าสนใจดีนะ แบรนด์เนมล่ะสิ?"
เพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆ ค่อยๆ ดึงสติกลับมาได้และเอ่ยทักทายเขาทีละคน พลางแอบชำเลืองมองจ้าวชิงหย่าไปด้วยขณะพูดคุย
จะว่าไป แฟนสาวที่หลินเฟิงเช่ามาก็สวยหยาดเยิ้มจริงๆ ดูท่าพวกเขาคงต้องหาโอกาสถามหน่อยแล้วว่าไปเช่ามาจากที่ไหน
ถ้าจ่ายเงินเพิ่ม จะมีบริการพิเศษอย่างอื่นด้วยหรือเปล่า?
ก่อนหน้านี้แสงไฟข้างนอกค่อนข้างสลัว หลี่หมิงจึงไม่ได้สังเกตการแต่งตัวของหลินเฟิง ทว่าตอนนี้พอได้พินิจดูใกล้ๆ รูม่านตาของเขาก็อดที่จะหดเกร็งไม่ได้!
"อ๋อ ฉันซื้อมาสุ่มๆ น่ะ ไม่มีอะไรน่าพูดถึงหรอก"
หลินเฟิงโบกมือปัด นำทางจ้าวชิงหย่าไปที่โต๊ะกลมตัวใหญ่ แล้วหาที่นั่งอย่างสบายใจ
หลี่หมิงพ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมาก่อนจะแค่นหัวเราะ "มันไม่ได้ซื้อมาสุ่มๆ หรอก! ทั้งสูทอาร์มานี่ ทั้งนาฬิกาปาเต็ก ฟิลิปป์ หมอนี่เตรียมตัวมาดีต่างหาก!"
เพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆ สะดุ้งตกใจ "อะไรนะ สูทอาร์มานี่? ของหรูเลยนี่!"
"โห ปาเต็ก ฟิลิปป์? นาฬิการะดับไฮเอนด์เลยนะนั่น คงแพงน่าดูเลยใช่ไหม?"
หลี่หมิงพยักหน้า สีหน้าดูแฝงแววเยาะเย้ย "นาฬิการุ่นนี้คือ 5146G-010 ราคาตลาดปาเข้าไปสามแสนหกหมื่นกว่าแล้ว"
เมื่อได้ยินว่านาฬิกาเรือนนั้นราคาถึงสามแสนหกหมื่น สีหน้าของเพื่อนร่วมชั้นทุกคนก็แปลกไปทันที
หลินเฟิงมาจากครอบครัวธรรมดาๆ หน้าที่การงานก็ธรรมดา จู่ๆ จะมาใส่นาฬิการาคาสามแสนหกหมื่นหยวนเนี่ยนะ?
ต้องเป็นของปลอมแน่ๆ!
สินค้าหรูหราน่ะ มันต้องดูที่บารมีคนใส่ด้วย!
ขณะที่ความเงียบอันน่าอึดอัดปกคลุมไปทั่วทั้งห้อง หลินเฟิงก็วางถุงพลาสติกสีดำลงบนโต๊ะกลมตัวใหญ่ "ฉันเอาของขวัญมาฝากพวกนายด้วยนะ..."
เมื่อมองดูถุงพลาสติกสีดำที่พองตุง ทุกคนก็เริ่มสนใจขึ้นมา
"เหอะ คงไม่ใช่การ์ดอวยพรทำมือหรอกนะ?" หยางเสวี่ยเอ่ยด้วยสีหน้ารังเกียจ
"ฉันพนันเลยว่าเป็นของพื้นเมือง บ้านเกิดหลินเฟิงปลูกต้นหอมนี่" จางคุนพูดเยาะเย้ย
เว่ยเฉียงหน้าตึงและพูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า "ของพื้นเมืองแล้วมันทำไม? ต่อให้มันจะราคาถูกแค่ไหน แต่มันก็เป็นน้ำใจของหลินเฟิงนะโว้ย! แต่ฉันไม่ชอบกินต้นหอม เพราะงั้นไม่ต้องเอามาให้ฉันหรอก"
"ฮ่าๆๆๆ!" เสียงหัวเราะดังครืนลั่นห้อง!
หลินเฟิงปรายตามองเขาอย่างขบขัน "ไม่ต้องห่วง ตอนซื้อของขวัญฉันไม่ได้นึกถึงนายอยู่แล้ว"
สีหน้าของเว่ยเฉียงเย็นชาลง เขาแค่นเสียงหยัน "ก็แค่ต้นหอมไม่กี่ต้น ใครจะไปสน... เชี่ยเอ๊ย หัวเว่ย P40 Pro+ งั้นเหรอ?!"
เมื่อหลินเฟิงเปิดถุงพลาสติกสีดำออก ในที่สุดเว่ยเฉียงก็ได้เห็นสิ่งที่อยู่ข้างใน—
กล่องโทรศัพท์หัวเว่ย P40 Pro+ กว่าสิบกล่อง และทั้งหมดนั้นล้วนเป็นรุ่นความจุ 512 กิกะไบต์!
เว่ยเฉียงถึงกับอ้าปากค้าง!
หัวเว่ย P40 Pro+ รุ่นท็อปราคาตั้ง 8,888 หยวนแถมยังไม่มีส่วนลด นี่เขาเพิ่งจะปฏิเสธเงิน 8,888 หยวนไปงั้นเหรอ?
ปัดเศษขึ้นนี่มันตั้งร้อยล้านเลยนะโว้ย!
เขาเสียดายจนแทบกระอักเลือด!
เพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆ เองก็ตกตะลึงเช่นกัน โทรศัพท์หัวเว่ย P40 Pro+ สิบกว่าเครื่อง นั่นมันต้องเกินหนึ่งแสนหยวนเลยไม่ใช่เหรอ?
"พวกเราไม่ได้เจอกันมาสองปีแล้ว ฉันเองก็ไม่รู้จะเอาอะไรมาฝาก คิดไปคิดมา เอาโทรศัพท์มาให้ก็แล้วกัน"
"ทุกคนต้องใช้โทรศัพท์อยู่แล้ว ต่อให้ไม่คิดจะเปลี่ยนเครื่องใหม่ ก็ยังเอาไปฝากครอบครัวหรือเพื่อนฝูงได้"
หลินเฟิงพูดพลางหยิบโทรศัพท์ออกมาทีละเครื่อง "เอ้า เฟิงข่าย นี่ของนาย..."
"ไป๋หลง ของนาย... เฮ้ย จะมาเกรงใจอะไรกันเล่า ตอนโดดเรียนนายก็ช่วยเซ็นชื่อแทนฉันตั้งหลายครั้ง"
"จางป๋อ นายอ้วนขึ้นอีกแล้วนะ พุงพลุ้ยเชียว..."
หลี่หมิงมองดูหลินเฟิงแจกโทรศัพท์ทีละเครื่องด้วยใบหน้าเขียวคล้ำ เส้นเลือดบนหน้าผากเต้นตุบๆ!
เขาเป็นคนจัดงานเลี้ยงนี้แท้ๆ แต่เขากลับไม่ได้เตรียมของขวัญอะไรให้เพื่อนๆ เลย นี่หลินเฟิงไม่ได้กำลังฉีกหน้าเขาอยู่หรือไง?
"จางคุน ถ้านายได้โทรศัพท์แล้วเอามาให้ฉันนะ ฉันอยากได้ P40 Pro+ มาตั้งนานแล้ว" หวังลี่ลี่เอ่ยด้วยสีหน้าโหยหา
จางคุนที่กำลังจ้องมองหลินเฟิงแจกโทรศัพท์ตาเป็นมัน แสร้งทำเป็นพูดจาเหยียดหยาม "เหอะ ก็แค่หัวเว่ย P40 Pro+ ฉันกำลังคิดอยู่ว่าจะซื้อ Apple 12 Pro ให้เธอ..."
หลินเฟิงปรายตามองเขาแล้วแค่นหัวเราะ "จางคุน งั้นนายก็ซื้อ Apple 12 Pro ให้หวังลี่ลี่ก็แล้วกัน ตอนซื้อของขวัญฉันก็ไม่ได้นึกถึงนายเหมือนกัน"
ใบหน้าของจางคุนกลายเป็นสีม่วงคล้ำราวกับตับหมูทันที!
เงินเดือนของเขาไม่ถึงห้าพันหยวนด้วยซ้ำ แล้วจะเอาปัญญาที่ไหนไปซื้อ Apple 12 Pro?!
หวังลี่ลี่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกระทืบเท้าด้วยความขัดใจแล้ววิ่งพรวดพราดออกจากห้องไป
เพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆ แทบจะกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่ จางคุน ไอ้โง่นี่กะจะอวดรวย แต่กลับโดนฟ้าผ่าแสกหน้าซะงั้น!
ไม่นานหลินเฟิงก็แจกโทรศัพท์ไปทั้งหมดสิบสามเครื่อง
ทุกคนได้รับกันถ้วนหน้า ยกเว้นหลี่หมิง หยางเสวี่ย เว่ยเฉียง จางคุน และหวังลี่ลี่
นี่มันจงใจพุ่งเป้ากันชัดๆ!
แม้ว่าจางคุนจะวิ่งตามไปง้อหวังลี่ลี่กลับมาได้ แต่สีหน้าของเธอก็ยังคงบึ้งตึง และสายตาที่มองจางคุนก็เต็มไปด้วยความขุ่นเคือง
ตอนนั้นเอง หยางเสวี่ยก็พูดขึ้นด้วยใบหน้าไร้อารมณ์ "ฉันเพิ่งคำนวณดูเมื่อกี้ ราคาของโทรศัพท์ P40 Pro+ รุ่นท็อป 13 เครื่อง รวมแล้วก็ประมาณหนึ่งแสนหนึ่งหมื่นกว่าหยวน"
"รวมกับค่าเช่ารถแล้วก็ค่าเช่าแฟนของนาย ค่าใช้จ่ายวันนี้น่าจะทะลุแสนสองหมื่นหยวนไปแล้วใช่ไหมล่ะ?"
ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ
หลินเฟิงเลิกคิ้วขึ้น "เธอพยายามจะสื่ออะไร?"
"นายทำแบบนี้ ก็แค่หวังจะทำให้ฉันรู้สึกเสียดายไม่ใช่หรือไง?" หยางเสวี่ยแค่นหัวเราะ
มุมปากของหลินเฟิงกระตุก "เอ่อ คือว่า..."
"ไม่ต้องมาปฏิเสธหรอก ใครๆ เขาก็ดูออกกันทั้งนั้น"
"แต่นายเคยคิดบ้างไหม ว่าครอบครัวนายก็แค่คนธรรมดา หน้าที่การงานก็งั้นๆ ต่อให้นายจะผลาญเงินไปมากแค่ไหน มันก็เปลี่ยนความจริงที่ว่านายเป็นแค่ไอ้ขี้แพ้กระจอกๆ คนหนึ่งไม่ได้หรอกนะ"
"ตัดภาพมาที่หลี่หมิง ครอบครัวเขามีทรัพย์สินตั้งห้าหกสิบล้าน ต่อให้เขาจะไม่มีของขวัญมาฝากเพื่อนๆ ทุกคนก็รู้ดีว่าเขาเป็นเศรษฐี"
เมื่อหยางเสวี่ยพูดจบ เว่ยเฉียง จางคุน และคนอื่นๆ ต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย