- หน้าแรก
- วันพีซ เงาของชั้นมีระบบปล่อยบอท
- บทที่ 2 ผีสาวน้อยจอมป่วน, ขึ้นฝั่ง
บทที่ 2 ผีสาวน้อยจอมป่วน, ขึ้นฝั่ง
บทที่ 2 ผีสาวน้อยจอมป่วน, ขึ้นฝั่ง
บทที่ 2 ผีสาวน้อยจอมป่วน, ขึ้นฝั่ง
[สถานะผู้ใช้]
โมเรีย: “...” ระบบ: “...”
ธริลเลอร์บาร์คกว้างใหญ่ไพศาลนัก แต่เวลานี้กลับมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่เพียงสามชีวิตถ้วน... สามสหายตัวป่วนแห่งอนาคตยังรวมตัวกันไม่ครบทีม
หลุมศพเรียงรายเป็นทิวแถว ท่ามกลางความเงียบสงัด
ทันใดนั้น เสียงแหวกอากาศก็ดังขึ้น เงาของโมเรียที่กำลังอยู่ในโหมด ‘ปล่อยบอท’ เหวี่ยงดาบคู่ในมืออย่างดุดัน
เมื่อสิบเอ็ดปีก่อน โมเรียอาจจะใช้ดาบยักษ์ฟาดฟันกับ ไคโด แต่แท้จริงแล้วเขาถนัดซ้าย และวิชาดาบคู่ของเขาก็ร้ายกาจไม่ใช่เล่น
ความคิดในหัวของโมเรียปั่นป่วน หน้าต่างระบบคล้ายห้องสมุดทักษะปรากฏขึ้นในสมอง พร้อมตัวเลขระบุค่าพลังยิบย่อย
ที่แสบที่สุดคือ... มันดันระบุ ‘ค่าพลังช่วงพีค’ ในอดีตเอาไว้ด้วยนี่สิ
โมเรียรู้สึกเหมือนโดนระบบตบหน้าฉาดใหญ่ซ้ำ ๆ ความรู้สึกสมเพชตัวเองผุดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
“น่าอนาถชะมัด! วีรบุรุษไม่ควรยึดติดกับความรุ่งโรจน์ในอดีตโว้ย!” โมเรียส่ายหน้าอย่างระอาใจ
สิบเอ็ดปีที่เอาแต่นอนเกาพุงทำเอาฝีมือตกต่ำลงไปฮวบฮาบ แต่อูฐผอมก็ยังตัวใหญ่กว่าม้า ปฏิเสธไม่ได้ว่าต่อให้ขี้เกียจจนตัวเป็นขนขนาดนี้ พลังของโมเรียก็ยังไม่ใช่สิ่งที่ใครจะดูแคลนได้ง่าย ๆ
ขณะที่เงายังคงออกท่าทางอัตโนมัติ โมเรียสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นทีละนิด ความคาดหวังเริ่มฉายชัดบนใบหน้าโดยไม่รู้ตัว
เมื่อดึงสติกลับมาสู่โลกความจริง โมเรียขมวดคิ้วครุ่นคิด พลังส่วนตัวน่ะเรื่องหนึ่ง แต่ถ้าอยากจะมีทุนรอนไปงัดข้อกับชาวบ้านใน ‘ยุคทองของโจรสลัด’ นี้ เขาจำเป็นต้องมีลูกน้องฝีมือดีไว้ใช้งานบ้าง
ถึงเขาจะผสานความทรงจำเข้ากับโมเรียคนเก่าจนเป็นเนื้อเดียวกัน แต่จิตวิญญาณหลักที่ขับเคลื่อนร่างนี้คือคนจากต่างโลก
ความสิ้นหวังจนเสียสติของเจ้าของร่างเดิม ที่นำไปสู่ตรรกะวิบัติอย่าง “เพราะมีชีวิตอยู่ถึงได้พ่ายแพ้” หรือนิสัยขี้แพ้ชวนตีแบบนั้น... ใช้ไม่ได้กับโมเรียคนนี้!
เขายกมือป้องหน้ามองออกไปไกล ๆ ที่ปลายสุดสายตาปรากฏเงาลาง ๆ ของเกาะแห่งหนึ่ง ดูเหมือนจะเป็นที่ที่ อับซาโลม ไปขุดศพนั่นเอง
“ทะเลเวสต์บลูงั้นรึ? น่าสนุกนี่!”
ต่างจากโมเรียคนก่อนที่วัน ๆ เอาแต่หมกตัวอยู่ในห้อง... คนที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงนี้คือโมเรียผู้เปี่ยมด้วยความทะเยอทะยาน!
เขาจัดแจงข้าวของเตรียมตัวขึ้นฝั่ง ตามความทรงจำ (และความรู้จากชาติก่อน) ดูเหมือนว่าทะเลเวสต์บลูแห่งนี้จะเป็นแหล่งรวม ‘มังกรซ่อนกาย พยัคฆ์ซุ่มเงา’ ไม่ใช่น้อย ถ้าโชคดีไปเจอเข้าสักคนสองคน ก็อาจจะลองทาบทามมาเป็นพวกได้
เมื่อตัดสินใจได้ เขาก็เดินกลับเข้าไปในปราสาทเพื่อหยิบของบางอย่าง
ทันใดนั้น เสียงเล็ก ๆ ใส ๆ ก็ก้องกังวานขึ้นในปราสาทอันเงียบเชียบ ราวกับกำลังตามหาใครบางคน
“ท่านโมเรียยยย~ อยู่ที่ไหนคะ?”
โมเรียเงี่ยหูฟัง ใช่เสียงเรียกเขาจริง ๆ แถมยังมีเสียงสะอื้นปนมาจาง ๆ ด้วย
เมื่อเดินตามเสียงไป ไม่นานก็พบร่างเล็กจ้อย
เด็กหญิงตัวน้อยในชุดสไตล์โกธิคโลลิต้า สวมมงกุฎ ผมสีชมพูฟูฟ่อง กอดตุ๊กตากระต่ายไว้แนบอก เดินร้องเรียกไปพลางขยี้ตาไปพลาง
หนึ่งในสามแม่ทัพหมอกแห่งอนาคตของกลุ่มโจรสลัดเก็คโค... เจ้าหญิงผี เพโรน่า
ตอนนี้เธอน่าจะอายุแค่สิบขวบ ยังเป็นโลลิต้าตัวน้อยที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ
พอเดินเข้าไปใกล้ โมเรียถึงเห็นว่าตุ๊กตาในอ้อมกอดของเธอขาดวิ่น ไส้ในทะลักออกมาเป็นทางยาว
“ส่งมาสิ เดี๋ยวซ่อมให้แป๊บเดียวก็เสร็จ”
โมเรียรับตุ๊กตามาสำรวจดูความเสียหาย พร้อมเอ่ยปลอบใจเพโรน่า
เป็นทั้งพ่อและแม่ในเวลาเดียวกัน... ไม่ง่ายเลยจริง ๆ แฮะชีวิตนี้
“โฮโระโฮโระโฮโระ...” เพโรน่าลืมเรื่องตุ๊กตาไปทันที แล้วเงยหน้าถามโมเรีย “ท่านโมเรียคะ เล่นซ่อนแอบกันไหม?”
ดวงตากลมโตคู่สวยเปล่งประกายวิบวับเต็มไปด้วยความหวัง
ไม่รู้ทำไม โมเรียถึงรู้สึกสะท้อนใจแปลก ๆ... โชคดีที่เด็กคนนี้ไม่โตมาเป็นเด็กมีปัญหา ทั้งที่วัน ๆ ต้องคลุกคลีอยู่กับฝูงซอมบี้แท้ ๆ
“เล่นแป๊บเดียวนะคะ... แค่แป๊บเดียวเอง...” เหมือนจะจับสัมผัสความลังเลของโมเรียได้ เพโรน่าตัวน้อยรีบพุ่งเข้ามากอดขาอันใหญ่โตของเขาไว้แน่น
“เอ่อ... เพโรน่า... ไว้คราวหน้านะ...” โมเรียเกาหัวแกรก ๆ
เพโรน่าหน้ามุ่ย ปากยื่นออกมาด้วยความขัดใจ
“ชั้นต้องไปทำธุระที่เกาะโน้น เดี๋ยวรีบกลับมา” โมเรียลูบหัวเพโรน่าเบา ๆ อย่างอ่อนโยน
“อับซาโลมก็ไม่อยู่ เธอต้องอยู่เฝ้าเรือนะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นจะได้ใช้พลังผีของเธอมาตามชั้นได้ทันทีไง”
“ไม่เอา!”
“อย่าดื้อสิ เดี๋ยวขากลับจะซื้อของอร่อย ๆ มาฝาก ซื้อเบเกิลของโปรดเธอมาให้ด้วยเอ้า”
“หนู...ไม่...เอา!” เพโรน่าตะโกนเสียงแข็ง ดวงตาคู่สวยกลอกกลิ้งไปมาอย่างเจ้าเล่ห์ “ยกเว้นท่านจะพาหนูไปด้วย...”
“งั้น... มาเล่นซ่อนแอบกันก็ได้” โมเรียเห็นท่าไม่ดี ขืนเถียงกับเด็กคงไม่จบง่าย ๆ ต้องใช้แผนสำรอง “ชั้นจะไปซ่อนก่อนนะ เธอปิดตาแล้วนับถึงหกสิบ ห้ามลืมตาก่อนล่ะ”
“โฮโระโฮโระโฮโระ...” เพโรน่าหัวเราะร่า รีบยกมือปิดตาแล้วเริ่มนับเลขทันที
โมเรียผู้ไร้ยางอาย อาศัยจังหวะนี้กลับหลังหันแล้วใส่เกียร์หมาวิ่งแน่บ
นับไปได้แค่ไม่กี่วินาที เพโรน่าก็ลืมตาขึ้น แอบมองลอดง่ามนิ้วดูว่าโมเรียไปซ่อนตรงไหน
แต่ภาพที่เห็นทำเอาเธอตัวแข็งทื่อ
เงาของโมเรียหายลับไปไกลลิบแล้ว
“ท่านโมเรียยยย! ท่านโมเรียยย! แงงงงงง...”
พอตั้งสติได้ เธอก็แหกปากร้องไห้จ้าแล้ววิ่งไล่ตามไปทันที
โมเรียกระโดดลงเรือเล็ก พายจ้วงเอา ๆ จนทิ้งระยะห่างจากฝั่งพอสมควร แล้วหันมาโบกไม้โบกมือให้เพโรน่าที่ยืนอึ้งอยู่บนฝั่ง “เฝ้าเรือดี ๆ ล่ะ! เดี๋ยวรีบกลับ! ถ้ามีใครขึ้นเรือมา ให้รีบส่งผีมาบอกชั้นทันที เข้าใจไหม!”
เพโรน่ากระทืบเท้าเร่า ๆ อยู่บนธริลเลอร์บาร์ค ร้องห่มร้องไห้ขัดใจ ก่อนจะ... กระโดดตูมตามลงทะเลมาดื้อ ๆ
บุ๋ง บุ๋ง บุ๋ง ~
โมเรีย & ระบบ: “...”
ลืมไป... ยัยหนูนี่กินผลโฮโร โฮโรเข้าไปแล้วนี่หว่า ว่ายน้ำไม่ได้!
ไม้พายในมือเปลี่ยนสภาพเป็นพัดขนาดยักษ์ทันที โมเรียรีบตักร่างเพโรน่าขึ้นมาจากน้ำเหมือนช้อนลูกชิ้น
. .
อาณาจักรอัลวิด้า แห่งเวสต์บลู ดูเหมือนจะไม่ได้รับผลกระทบจากความวุ่นวายของยุคโจรสลัดสักเท่าไหร่
บ้านเมืองคึกคัก ผู้คนเดินขวักไขว่เต็มท้องถนน
บนถนนสายที่เต็มไปด้วยแผงลอยขายของ เพโรน่าวิ่งนำหน้าอย่างร่าเริง ส่วนโมเรียเดินตามต้อย ๆ ด้วยสีหน้าบูดบึ้ง
สุดท้าย... แขนก็งัดกับขาไม่ไหว (แพ้ลูกตื๊อเด็กจนได้)
เผลอแป๊บเดียว เพโรน่าก็ถูกแรงดึงดูดบางอย่างดูดเข้าไปหาเป้าหมาย
ร้านขายสายไหม
เพโรน่าตัวเตี้ยกว่ารถเข็นขายของเสียอีก ต้องเขย่งปลายเท้าชะเง้อมองกรรมวิธีการทำสายไหมตาแป๋ว
“ลุงคะ! เอาสายไหมสองอัน!” เพโรน่าเกาะขอบรถสั่งเสียงใส
“ได้เลยจ้า รอแป๊บนึงนะหนูน้อย”
เเจ้าของร้านเหลือบมองการแต่งกายหรูหราของเพโรน่า ก็รู้ทันทีว่าเด็กคนนี้มีตังค์จ่ายแน่นอน
สายไหมถูกปั่นจนพองฟูขึ้นเรื่อย ๆ พริบตาเดียวก็ได้สายไหมก้อนโตเท่าหัวคนมาสองไม้
“เอ้า ได้แล้วจ้ะหนูน้อย” เจ้าของร้านยื่นให้
โมเรียเดินอาด ๆ เข้ามาจ่ายเงิน พอเห็นเพโรน่าถือสายไหมไว้ในมือทั้งสองข้าง เขาก็เข้าใจอะไรบางอย่าง ความรู้สึกอบอุ่นวาบขึ้นมาในอก
“ลูกสาวเหรอครับเนี่ย? น่ารักน่าชังจังเลยนะครับ!” เจ้าของร้านเอ่ยปากชมจากใจจริง เพราะเพโรน่าในตอนนี้ดูเหมือนตุ๊กตากระเบื้องเคลือบจริง ๆ น่ารักจนใจเจ็บ
“เอ่อ...” คำถามนี้ทำเอาโมเรียไปไม่เป็น เขาได้แต่มองลงไปที่เพโรน่าซึ่งกำลังงับสายไหมคำโต
เพโรน่าได้ยินคำถามก็เงยหน้าขึ้นมองโมเรียเช่นกัน สายตาของทั้งคู่สบกันนิ่ง
“อืม” หลังจากเงียบไปครู่ใหญ่ โมเรียก็ครางตอบรับในลำคอเบา ๆ
“โฮโระโฮโระโฮโระ...” เพโรน่าหัวเราะชอบใจแล้วหันกลับไปจัดการสายไหมต่อ เด็กหนอเด็ก เก็บอารมณ์ไม่เก่งเลย ดีใจก็ออกทางหน้าหมด
“ผมว่าแล้วเชียว... ลูกหน้าเหมือนพ่อเปี๊ยบ... เหมือน... เอ่อ...”
เจ้าของร้านมองหน้าโมเรีย สลับกับหน้าเพโรน่า แล้วก็เริ่มลิ้นพันกัน อยากจะตบปากตัวเองเสียเดี๋ยวนั้น
ชมเขาน่ะดีแล้ว แต่ทีหลังไม่ต้องชมต่อก็ได้!
บรรยากาศมาคุแปลก ๆ แฮะ...
เยี่ยมจริง ๆ
ทิปเทิปไม่ต้องเอามันละ
โมเรียหน้าขึ้นสีดำทะมึนเป็นแถบ ๆ รีบเดินจูงเพโรน่าออกมาจากร้าน
เดินมาได้ไม่กี่ก้าว เพโรน่าก็หยุดเดิน แล้วยื่นสายไหมไม้หนึ่งให้โมเรีย
โมเรียโบกมือปฏิเสธ “นั่นมันขนมเด็ก ชั้นเป็นผู้ใหญ่แล้ว...”
ถึงปากจะบอกปัด แต่ในใจนั้นปลื้มปริ่มสุด ๆ ... เลี้ยงมาไม่เสียข้าวสุกจริง ๆ ยังรู้จักคิดถึงพ่อคนนี้
ดูสิ ช่างรู้ความอะไรขนาดนี้!
เพโรน่าเอียงคอทำหน้างง “ถือให้หน่อยสิคะ หนูจะกินทีหลัง... หนูยังต้องไปซื้อของอีกเยอะเลย มือไม่ว่างถืออะ”
โมเรีย: “???”